บทความให้กำลังใจ(สำเร็จได้ เพราะทำดีหรือโชคช่วย)

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 พฤษภาคม 2017.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 113 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 113 คน )
  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,459
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,702
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,459
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,702
    dhamma610726_02.jpg
    วิธีจับสังเกต คู่ชีวิตที่ดี
    พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ
    คำถาม : การจะเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต เราจะมีวิธีจับสังเกตได้อย่างไรคะว่าคนไหนนิสัยดี?

    พระอาจารย์ : คุณโยม ง่ายๆนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์บอกว่า คนดีดูได้ที่ว่า เป็นคนที่ คิดดี พูดดี และทำดีเป็นปกติ คือ ดูสิ่งที่เขาคิด พูด ทำ นั่นเอง บางคนบอกความคิดจะไปดูได้อย่างไร ก็คำพูดและการกระทำมันจะสะท้อนจากความคิด เราจะจับได้ว่าถ้าเขาพูดอย่างนี้แสดงว่าเขาคิดอย่างนี้ เพียงแต่คนที่กำลังชอบพอกันใหม่ บางทีความรักความพอใจมันบังตา เห็นอะไรก็ดูข้ามไปหมด บอกไม่เป็นไร เขารักเราเขาต้องปรับปรุงตัวแก้ไขเพื่อเราได้แน่ๆ เสร็จแล้วก็น้ำตาตกทีหลัง เพราะฉะนั้นเรื่องอนาคตจะปรับปรุงแก้ไขยังไม่เอา พิสูจน์ด้วยปัจจุบันต้องดีก่อน ถึงจะตกลงปลงใจ จะเป็นคู่ชีวิตกัน อย่างนั้นชัวร์กว่า ขนาดปัจจุบันดีแล้วอนาคตยังต้องประคองต่อ ถ้าปัจจุบันยังไม่ดีหวังว่าแต่งงานกับเราแล้วเขาจะดีแล้วล่ะก็ ส่วนใหญ่มักจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า ถ้าจะสรุปโดยย่อๆเลยก็คือว่า ให้เขาเป็นคนที่มีศีล อย่างน้อยศีล5 แล้วไม่ยุ่งอบายมุข ถ้าชอบกินเหล้าเล่นไพ่ เที่ยวกลางคืนทุกวัน เป็นเสือผู้หญิง เจ้าชู้แต่เอาใจเราเก่งเราเลยชอบ อย่าเด็ดขาด เดี๋ยวเราจะเดือดร้อน น้ำตาเช็ดหัวเข่า เป็นคนชอบโกหก เป็นคนชอบขโมยของเขา คดโกงเขา เป็นคนใจคอโหดร้าย อย่างนี้เราหลีกเลี่ยง อย่างน้อยต้องศีล 5 และอบายมุข อย่างนี้จะไม่พลาด เจริญพร
    :- https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=17219

     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,459
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,702
    26-8-63-2-b.jpg
    สำเร็จได้ เพราะทำดีหรือโชคช่วย

    พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ
    บางท่านอาจจะเคยซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือซื้อหวยกันมาบ้าง
    แล้ว 90% ก็ไม่เคยถูกรางวัลอะไรเลย
    และคนที่ไม่ถูกรางวัลมักจะพูดว่า “วันนี้ดวงไม่ดี”
    เมื่อวานทำไมโชคดี วันนี้ทำไมโชคร้าย
    แล้วพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรคงต้องขึ้นอยู่กับดวงใช่หรือไม่...
    คำว่า “ดวงชะตา” เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์อย่างไร
    เรามาดูกัน

    ใครคือผู้กำหนดให้เราเฮง

    ในประเทศไทยมีโหรามากเพราะคนไทยชอบดูดวง แต่ละคนพยายามจะไปหาหมอดูดวงบ้าง ไปผูกดวงบ้าง แก้ดวงบ้าง หมอดูก็มีหลายแบบ ทั้งดูจากวันเดือนปีเกิด ดูโหงวเฮ้ง ดูลายมือ หมอดูต่างประเทศที่ว่าดังๆ ก็เสาะแสวงไปหากัน หมอดูที่โด่งดังหน่อยผู้คนก็แห่กันไปหาจนบางทีต้องจัดเป็นกรุ๊ปทัวร์ขึ้นมา ทั้งในประเทศ ต่างประเทศสารพัด

    หมอดูคู่กับหมอเดาอย่าเอาเป็นสาระอะไรมากนัก เคยมีคนคุ้นๆ กันอยู่ พอรู้วันเดือนปีเกิดของอาตมภาพ จากประวัติในหนังสือที่พิมพ์ออกมาก็จะเอาไปให้หมอดูทำนาย อาตมภาพไม่เคยสนใจเราลูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถือหลักพระพุทธศาสนาดีกว่า

    ถามว่าดวงชะตามีไหม มันก็มีนะ เช่น คนเกิดวันนี้ เดือนนี้ ลักษณะนิสัยแบบนี้ มักจะเจอสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็มีเหมือนกัน ถือเป็นลักษณะเชิงสถิติบวกกับสภาพดินฟ้าอากาศ เช่น เด็กที่เกิดหน้าร้อน แล้วพ่อแม่ดูแลดีไม่พอ แนวโน้มที่เด็กจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะอากาศร้อน เด็กเล็กอารมณ์หงุดหงิดเรื่อยๆ ร้องงอแงอยู่เรื่อย มันก็มีแนวโน้มที่นิสัยนั้นจะติดมาถึงตอนโต เป็นต้น เด็กที่เกิดหน้าหนาวก็เป็นอีกแบบ เด็กเกิดหน้าฝนก็เป็นอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กับสภาวะดินฟ้าอากาศด้วย

    ถ้าใช้ภาษาให้เหมือนโหรา ก็คือสัมพันธ์กับดินฟ้าอากาศสัมพันธ์กับดวงดาว สัมพันธ์กับพระอาทิตย์ พระจันทร์ แรงดึงดูดของโลก ต่างๆ นานา สัมพันธ์กันหมด แต่โดยสรุปนั้นเป็นเรื่องของสถิติ ไม่สามารถฟันธงได้ว่าคนที่เกิดวันนี้ ฤกษ์นี้ จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ดูได้แค่ว่ามีแนวโน้มส่วนใหญ่เป็นอย่างไรเท่านั้น

    สรุปว่าเราอย่าไปหลงเป็นเหยื่อของดวงชะตาเลย แต่ให้เป็นชาวพุทธเต็มตัว “เราคือผู้กำหนดชะตาและลิขิตชีวิตตนเอง” ไม่ใช่ดวงชะตาราศีใดทั้งสิ้น ถ้าเป็นชาวพุทธที่ตั้งใจปฏิบัติธรรม ไม่ปล่อยใจไปตามกิเลส เราก็จะกลายเป็นคนฝืนดวง หมอดูกี่หมอๆ ก็ทำนายผิดหมด เขาจะพอมีโอกาสเดาถูก ถ้าเขาไปดูดวงคนที่ปล่อยตนเองไปเรื่อยๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่เป็นกันคือ ปล่อยใจไปตามอำนาจกิเลสเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อใดเจอคนที่ตั้งใจทำกรรมดีไม่ปล่อยใจไปตามอำนาจกิเลส เขาก็ทำนายไม่ถูก

    ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนโง่ ผู้มัวรอฤกษ์ยามอยู่

    ประโยชน์ย่อมเป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้

    (พุทธพจน์)


    ใจคนมีผลต่อร่างกาย

    คนไทยจำนวนไม่น้อยชอบดูดวง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิงที่เกิดความไม่มั่นใจในตนเอง จึงมีความรู้สึกอยากรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พอได้ดูก็เกิดความรู้สึกว่ามีสีสัน บางทีก็เป็นประเด็นในการสนทนา ได้คุยกันเเล้วสนุกดี

    บางคนเชื่อมาก บางคนเชื่อครึ่งเดียว บางคนเชื่อนิดหน่อย เเต่พอได้พูดได้ระบายออกก็รู้สึกดีจึงกลายเป็นค่านิยมของคนในสังคมส่วนหนึ่งจริงๆ เราอย่าไปเสียเวลาเงินทองกับสิ่งเหล่านี้เลย มากำหนดดวงชะตาตนเอง ด้วยการลงมือปฎิบัติฝึกฝนตนเอง เเล้วทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามดีกว่า

    ใจคนมีผลต่อความคิด คิดไปอย่างไรก็จะส่งผลต่อร่างกายเเละสิ่งเเวดล้อมอย่างนั้น เคยมีการทดลองกับนักโทษประหารที่สมัครใจเป็นผู้ทดลองว่า ถ้าเจาะเลือดออกจากร่างกายเเล้วเลือดออกมากี่ซีซี ถึงจะตาย

    การทดลองนี้ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บต่อผู้ทดลองแต่อย่างใด โดยแพทย์จะให้ยา แล้วแทงเข็มเข้าเส้นเลือดคล้ายๆ กับการเจาะเข็มให้น้ำเกลือ แต่จะมีเลือดไหลออกมาเป็นหยดช้าๆ ลงในภาชนะที่รองรับเท่านั้น จากนั้นวัดอุณหภูมิร่างกาย ตรวจชีพจร ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น แล้วชื่อของผู้ทำการทดลองจะถูกบรรจุลงในประวัติศาสตร์การแพทย์ไปยาวนาน ว่าบุคคลนี้คือผู้ให้ข้อมูลนี้แก่โลก

    มีนักโทษประหารที่สมัครใจให้ทำการทดลอง เพราะเขาคิดว่าเขาจะต้องตายอยู่แล้ว แทนที่จะตายเปล่าก็อยากตายไปแบบมีชื่อเสียง มีคุณประโยชน์ดีกว่า

    แพทย์ทำการทดลองโดยเริ่มจากทำการเจาะเลือด ให้นักโทษสามารถมองเห็นเลือดของตนเองที่กำลังหยด เสร็จเรียบร้อยก็ปิดไฟในห้องปฏิบัติการ นักโทษจะได้ยินเสียงเลือดของตนเองหยดติ๋งๆ เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง นักโทษคนนี้ก็ตายลงอย่างสงบ แต่ในความเป็นจริงเสียงที่นักโทษได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงหยดของเลือด เเต่เป็นเสียงหยดของน้ำเกลือ ที่เเพทย์ทำการต่อสายทิ้งไว้และปิดไม่ให้เลือดไหลออกมา

    นักโทษนอนไปก็คิดว่าเลือดตนเองกำลังไหลออกจากตัว หยดอย่างช้าๆ ความรู้สึกนี้ทำให้เขาค่อยๆ หมดแรงเพราะรู้สึกว่าตนเองกำลังจะตาย เลือดค่อยๆ น้อยลงๆ รู้สึกว่าร่างกายตนเองกำลังย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ จนตายลงไปจริงๆ การทดลองนี้ ทำให้เรารู้ว่าผลจากจิตใจส่งไปถึงร่างกายได้มากมายขนาดนี้เลยทีเดียว

    เพราะฉะนั้น การที่เราไปดูดวงแล้วหมอดูพูดสิ่งที่ไม่ดีขึ้นมา จะส่งผลให้ใจเราหดหู่ เเล้วคิดไปต่างๆ นานา ว่าชีวิตตนเองจะย่ำเเย่ลงเเล้วก็ย่ำเเย่ลงจริงๆ เหล่านี้เป็นผลทางจิตวิทยา เพราะฉะนั้น หมอดูที่ดีส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงการพูดในทางเสียหาย เพราะเขารู้ว่าจะส่งผลต่อคนที่มาดูอย่างมาก

    หมอดูส่วนใหญ่จึงมักจะบอกในลักษณะว่าให้เราไปทำบุญ 7 วัดบ้าง ไปถวายสังฆทาน 9 วัดบ้าง ให้ไปทำบุญทำกุศลบ้าง เพราะหมอดูชาวไทยส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธที่ยังยึดหลักพระพุทธศาสนา

    ถามว่าเวลาเราไปดูดวง แล้วหมอดูเกิดทักว่าเราดวงไม่ดี มีเคราะห์ ให้ไปสะเดาะเคราะห์ ทำบุญทำทาน อย่างนี้สามารถเปลี่ยนดวงชะตาเราได้ไหม... การทำบุญมีส่วนช่วยเสริมได้ ไม่ว่าสิ่งที่หมอดูทำนายนั้นจะถูกหรือไม่ก็ตาม แต่เราไปสร้างบุญสร้างกุศลก็จะเป็นสิ่งดีที่เกิดกับเรา

    ครั้งพุทธกาลมีสามเณรรูปหนึ่งชื่อติสสะมาบวชเป็นสามเณรตั้งเเต่อายุ 7 ขวบ อยู่กับพระสารีบุตร ซึ่งบรรลุพระอรหันต์เเล้ว เเละยังเป็นอัครสาวกเบื้องขวาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

    พระสารีบุตรมีญาณทัสนะ ท่านไปดูเเล้วรู้ว่า สามเณรติสสะผู้นี้จะต้องมรณภาพในอีก 7 วัน เพราะวิบากกรรมในอดีตตามมาทันพระสารีบุตรจึงบอกสามเณรให้รู้ตัวว่าจะมีเวลาเหลืออีกเเค่ 7 วันเท่านั้น
    สามเณรติสสะได้ปฎิบัติธรรมมาร่วมปี พอได้ฟังดังนั้นก็ไม่เกิดสะทกสะท้านใดๆ เมื่อพระอาจารย์บอกว่าอีก 7 วันจะตาย จึงคิดได้ว่าตายก็ตาย ใครจะไปหนีกรรมพ้น เเล้วกราบลาพระอาจารย์ว่าไหนๆ จะต้องตายเเล้ว ขอไปโปรดโยมพ่อโยมเเม่ก่อนสัก 3 วัน

    ระหว่างทางสามเณรติสสะเห็นหนองน้ำเล็กๆ ที่น้ำกำลังแห้งขอด มีปลาดิ้นทุรนทุรายอยู่ ถ้าปล่อยผ่านไปอีกไม่กี่ชั่วโมง แดดส่องลงมาแรงๆ น้ำแห้งเมื่อใดปลาเหล่านี้ก็จะตายหมดเป็นแน่ สามเณรนึกขึ้นได้ว่าตนเองอีกไม่กี่วันก็จะตายแล้ว เห็นปลาใกล้ตายเหล่านี้ก็สงสาร อย่ากระนั้นเลยช่วยพวกมันหน่อยก็แล้วกัน

    คิดได้ดังนั้นก็จับปลาทีละตัวๆ ไปปล่อยในหนองน้ำใหญ่ที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ทำให้ปลาเหล่านี้รอดตาย พอเสร็จแล้วเดินไปอีกหน่อยก็เห็นอีเก้งติดแร้วอยู่ จึงช่วยปลดอีเก้งให้หลุดจากแร้วรอดตายอีก สามเณรเกิดความสบายใจ พอได้ไปโปรดโยมพ่อโยมแม่ เสร็จกลับมาหาพระสารีบุตร นั่งรอจนครบ 7 วัน ปรากฏว่าไม่มรณภาพ กลับมีแต่ความผ่องใสมากกว่าเก่า เพราะบุญที่ไปช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ ที่กำลังใกล้ตายได้รอดชีวิตตามมาส่งผล

    บุญนี้ส่งผลดีเพราะทำด้วยใจที่มีเมตตาจิตจริงๆ มีความสงสารปรารถนาให้เขาพ้นจากความตายจริงๆ ไม่ได้มีความหวาดหวั่นต่อมรณภัยที่จะเจอกับตนเองเลย ใจปล่อยวางเเล้วก็มีเเต่ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย อยากให้สัตว์ทั้งหลายอยู่เป็นสุขผลบุญนี้จึงส่งให้วิบากกรรมที่ทำให้เสียชีวิตเลยผ่านไป

    เปรียบกับนาวาชีวิตที่เหือดแห้ง มองเห็นหินโสโครกคือวิบากกรรมที่รออยู่ข้างหน้า พอ 7 วันถ้าเรือชีวิตชนเกยหินแตกก็จมสิ้นอย่างแน่นอน แต่ปรากฏว่าเราไปสร้างบุญคือเพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้น ก็ส่งผลให้เรือวิ่งผ่านหินโสโครกไปได้สบายๆ ไร้ริ้วรอยมีแต่ความผ่องใสนั่นเอง

    เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่ามีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้นกับตนเอง ไม่ว่าจะไปดูหมอมาหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อใดที่เรารู้สึกไม่สบายใจ มีแต่เรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ รู้สึกว่าตนเองโชคไม่ค่อยดีเลย ถ้ารู้สึกอย่างนี้เมื่อใด ทางออกไม่ใช่ไปหาหมอดู เเต่ทางออกคือ ไปทำบุญถวายสังฆทาน จะกี่วัดก็เเล้วเเต่ ให้เราตั้งใจรักษาศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิ ด้วยบุญจะหนุนส่งให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายเหล่านั้นไปได้เเบบสบายๆ

    มีหลายคนอยากจะดวงดี อยากจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ก็ให้คิดง่ายๆ ว่ารางวัลลอตเตอรี่ทั้งหลายนั้น ต้องใช้เงินจากกองสลากจำนวนมาก เงินเหล่านั้นไม่ใช่รางวัลส่วนใหญ่ เพราะดูเหมือนเงินจำนวนมากก็จริง แต่มีแค่รางวัลใหญ่ๆ ไม่กี่รางวัล คนทั้งประเทศมีสิทธิ์ถูกรางวัลแค่ไม่กี่คน โดยสรุปคือเงินที่กองสลากได้มาจากการขายสลากได้นั้น ถ้า 100 บาท ก็จ่ายรางวัลไปแค่ 50 บาท ที่เหลือคือกำไร นำไปใช้จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการบ้าง ส่งเข้าหลวงบ้าง สรุปคือเรารู้ชัดๆ อยู่แล้วว่า ถ้าเรากว้านซื้อลอตเตอรี่หมดทั้งประเทศ เราจะขาดทุนครึ่งต่อครึ่งอย่างแน่นอน
    นักธุรกิจถ้าจะลงทุนอะไรที่คิดแล้วว่าขาดทุนครึ่งหนึ่งอย่างแน่นอน เขาย่อมไม่เสี่ยงลงทุน แล้วเรานำเงินซื้อลอตเตอรี่ทั้งที่รู้ว่าขาดทุนแน่ๆ แล้วจะไปซื้อทำไม..

    บางคนฝันเห็นตัวเลขบ้าง บางคนมีเจ้าแม่ให้เลขเด็ดมาบ้าง บางคนไปขูดเลขได้จากต้นไม้บ้าง หรือเห็นงูเลื้อยพันเสาเรือนขดให้เห็นเป็นเลขบ้าง ซึ่งในความจริงทั้งประเทศอาจจะมีงูเลื้อยเข้าบ้านคนสัก 50 หลัง แต่ละบ้านก็ตีความตัวเลขได้ไม่เหมือนกัน แล้วเราจะเอาอะไรเป็นบรรทัดฐาน

    โดยสรุปคือคนที่ไปซื้อก็หวังลุ้นว่าตนเองจะเป็นผู้โชคดี 1 ใน 1,000,000 ที่ได้รางวัลใหญ่ ทั้งที่โดยสถิตินั้นขาดทุนอยู่แล้ว เราอย่าไปหวังอะไรลมๆ แล้งๆ เลย ให้หวังในสิ่งที่จับต้องได้ดีกว่า โดยฝึกตนเองให้ดี ตั้งใจทำงาน ทุ่มเทอย่างเต็มที่จริงจัง สุดท้ายเราจะรวยด้วยน้ำพักน้ำแรงและความสุจริตของเราเอง อย่างนี้ยั่งยืนกว่าลาภลอยมาก
    นอกจากจะไม่ยั่งยืนแล้ว บางคนพอถูกลอตเตอรี่ออกข่าวดังปั๊บ ก็มีญาติมาจากไหนไม่รู้เต็มไปหมด กลายเป็นทุกข์เพราะมีปัญหาตามมามากมาย ปรับตัวไม่ทันบ้าง ได้มาง่ายรักษาไม่เป็นหายสูญบ้าง สุดท้ายชีวิตย่ำแย่ลงไปกว่าเดิมก็มี

    ได้มาง่ายก็แจกบ้าง ใช้จ่ายบ้าง เที่ยวเตร่สุรุ่ยสุร่าย ไม่นานเงินหมด อาชีพเก่าที่เคยทำก็ไม่ได้ทำแล้ว จะไปปรับใช้ชีวิตแบบเก่าก็กลายเป็นว่าจมไม่ลงแล้ว ชีวิตแย่กว่าเก่าก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

    ดังนั้น สำเร็จด้วยน้ำพักน้ำแรง ด้วยความวิริยะอุตสาหะของตนเองดีที่สุด เงินทองที่หามาได้ก็จะรู้จักรักษา ทำให้เจริญเติบโตต่อไปได้อีกด้วย

    คนที่โชคดีได้เพราะบุญเก่าของเขาในอดีตตามส่งผล ทำให้ถูกรางวัลใหญ่ไม่ใช่เพราะฟลุก คำว่า “ฟลุก” ในโลกนี้ไม่มี มีแต่เหตุเป็นบุญเก่าตามส่งผล แต่พอบุญเก่าส่ง ในขณะถ้าเขาไม่ได้ฝึกตนในชาตินี้ดีพอ ก็รักษาไว้ไม่ได้ มีสิทธิ์จะสูญ เพราะขึ้นอยู่ที่กรรมปัจจุบันว่าทำอย่างไรไว้บ้างด้วย
    มีบางคนถูกรางวัลใหญ่ เขามีอาชีพเป็นยาม เป็นคนขับแท็กซี่ พอถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ก็ยังไม่เปลี่ยนอาชีพ ยังคงทำงานใช้ชีวิตต่อไปเหมือนเดิม แต่พยายามหาวิธีรักษาทรัพย์ให้เป็นแล้วค่อยๆ ศึกษาช่องทางขยับขยายจนถี่ถ้วน เขาก็อยู่ได้ แล้วมีความสุขมากขึ้นๆ อย่างนี้ก็มีไม่น้อยอีกเหมือนกัน
    ทางที่ดีอย่าไปหวังทางนี้เลยว่าบุญเก่าเราจะส่งบ้าง แล้วเราจะถูกรางวัลที่ 1 บ้าง เพราะโอกาสความเป็นไปได้ต่ำมาก ถ้าคิดอย่างนักธุรกิจก็เริ่มต้นจากความไม่สมเหตุสมผล เริ่มจากการไปลุ้นในสิ่งที่ตนเองเสียเปรียบแล้ว
    คนที่ฉลาดจริงๆ ต้องการความสำเร็จจริงๆ ไม่ควรนำความสำเร็จของตนไปฝากไว้กับเรื่องลมๆ แล้งๆ ไม่แน่นอน แต่ให้ฝากไว้กับความวิริยะอุตสาหะ ความทุ่มเทในการทำงานหนักอย่างชาญฉลาดของตนเองดีกว่า

    โหราศาสตร์หรือการพยากรณ์นั้นถือเป็นเรื่องของสถิติ ซึ่งเราไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ว่าจะเป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะฉะนั้น ในฐานะคนพุทธอย่าไปฝากความหวังกับอะไรที่ลมๆ แล้งๆ ถ้าเราอยากจะได้อะไร เราต้องทำให้ประสบความสำเร็จด้วยความวิริยะอุตสาหะของตนเอง
    :- https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=19960
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...