เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 30 กันยายน 2026 at 19:39.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,198
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,264
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,198
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,264
    ค่าพลัง:
    +27,030
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ แม้ว่าน้ำจะท่วมแต่ดราม่าก็ไม่ได้ลดลง เนื่องเพราะว่ามีบุคคคลที่ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีสมองอยู่หรือเปล่า ? พอเห็นพระออกไปช่วยบุคคลผู้ประสบภัยน้ำท่วม ก็ถามว่า "ใช่กิจของสงฆ์ด้วยหรือ ?"

    เรื่องพวกนี้ กระผม/อาตมภาพอธิบายไปหลายปีแล้ว จึงขี้เกียจพูด เนื่องเพราะว่าบุคคลที่ไม่คิดที่จะศึกษาหรือหาข้อมูลอะไรเลย สักแต่ว่า "ผีเจาะปากมา" ก็พูดไปเรื่อย หรือว่ามีนิ้วมือให้พิมพ์ได้ กูก็ "คอมเมนต์" ไปเรื่อย บุคคลประเภทนี้โอกาสลงอบายภูมิมีสูงเกิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องเพราะว่าสภาพจิตเกาะอยู่แต่ด้านอกุศล ไม่ได้คิดถึงด้านที่เป็นกุศลบ้างเลย

    อีกเรื่องหนึ่งก็คือมีพระมหารูปหนึ่งมีภารกิจทางภาคเหนือ แล้วมีการเลื่อนเที่ยวบินเนื่องจากพายุฝน ไปขอพักโรงแรมแล้ว ทางโรงแรมอ้างว่า "เป็นคนละศาสนากัน" ไม่สามารถรับให้เข้าพักได้ แล้วก็มีบุคคลเข้าไปคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก

    อย่างแรกเลยก็คือ "อยู่ในพรรษาแล้วทำไมถึงไม่อยู่กับวัดกับวา ?" ซึ่งเรื่องพวกนี้ เราท่านทั้งหลายเข้าใจกันดีแล้วว่า ในช่วงเข้าพรรษา ถ้ามีเหตุจำเป็นก็ไปได้โดยสัตตาหะกรณียะ เพียงแต่ว่าผู้คอมเมนต์ไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับศาสนาพุทธเลย
    มีหน้าที่คอมเมนต์อย่างเดียว โดยไม่ได้สนใจว่าจะเป็นการสร้างกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมอะไรแก่ตัวหรือเปล่า ?

    อีกประเภทหนึ่งก็คือ "เป็นพระทำไมไม่พักวัด ?" อยากจะให้คนพูดมาลองบวชแล้วไปขอพักวัดดูบ้าง เนื่องเพราะว่าแต่ละวัดในปัจจุบันนั้น ต้องระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างสูง ล่าสุดที่ผ่านมาก็มีพระไปขอพักวัด แล้วก็ขโมยเงินเพื่อนพระด้วยกันที่อยู่วัดนั้น หรือว่าบรรดาบุคคลที่เคยมาพักที่วัดท่าขนุนเป็นประจำ อย่างเช่นพวกรถเร่ขายของ แต่มาระยะหลังที่เราไม่ให้เข้าพัก ก็เพราะว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาเป็นจำนวนมาก กระถางธูป เชิงเทียน แจกันอะไรที่เป็นทองเหลืองโดนขโมยหมดเกลี้ยง..! ก็เลยพาให้คนดี ๆ เขาเดือดร้อนไปด้วย

    ยิ่งระยะหลังมีบุคคลปลอมบวชเข้ามาเป็นจำนวนมาก การเข้าพักจึงต้องมีระเบียบชัดเจน อย่างที่วัดของเราก็ต้องมี "หนังสือสุทธิ" หรือ "บัตรประชาชนพระ" มาแสดง แล้วก็จะรับคืนได้ก็ต่อเมื่อตอนกลับ
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,198
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,264
    ค่าพลัง:
    +27,030
    อีกประการหนึ่งก็คือ พระมหารูปนั้นโดนเลื่อนเที่ยวบินในช่วงที่ดึกมาก และไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้น ย่อมไม่ทราบเหมือนกันว่าจะต้องไปขอพักที่วัดไหน ? อีกประการหนึ่งก็คือโรงแรมอยู่ใกล้สนามบิน สะดวกในการเดินทางมากกว่า เพียงแต่ว่าในสายตาของบุคคลจำพวกหนึ่งเห็นว่าโรงแรมเป็นสถานที่อโคจร ซึ่งไม่ได้มีระบุเอาไว้ในอโคจรทั้ง ๖ ประการ แต่ถ้าจะพยายามสงเคราะห์เข้าไปด้วย ก็คงต้องค้นหาเหตุผลกันขนานใหญ่

    เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประชาชนชาวไทยของเราส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธเฉพาะทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ได้ศึกษาหาความรู้อะไรเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลย ได้แต่คิดว่า คาดว่า แล้วก็ลงไปแสดงความเห็นกันอย่างไม่กลัวบาปกลัวกรรม..!

    ทางเจ้าของโรงแรมก็โดน "ทัวร์ลง" ไปเรียบร้อยแล้ว จนต้องมากราบขอขมากับทางพระ แต่ก็มีผู้แจ้งว่าทำกับพระมาหลายรอบแล้ว เพียงแต่ว่าบุคคลอื่นท่านไม่ได้เอาเรื่องราวไปลงโซเชียลจึงรอดตัวไป เพียงแต่ครั้งนี้เคราะห์หามยามร้าย ไปเจอเอาท่านที่เดือดร้อนเข้าจริง ๆ แล้วไม่ให้เข้าพัก จึงเกิด "ดราม่า" กันขึ้นมาจนกระทั่งทัวร์ไปลงโรงแรมอย่างหนัก

    เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เราต้องมองด้วยสายตาเป็นกลาง คือ บุคคลที่สายตาแคบสั้น ขาดจิตในการบริการต่อผู้คน ก็จะใช้วิธีปัดสวะไปส่งเดชแบบนั้น ย่อมสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงานของตนอย่างที่เห็นกันอยู่ ในเมื่อ "ชื่อเสีย" ขึ้นมาแล้ว โอกาสที่จะกอบกู้ให้กลับมามี "ชื่อเสียง" ก็เป็นเรื่องยาก เพราะว่ากลายเป็นที่กำหนดจดจำของผู้คนไปแล้วว่า "บริการไม่ดี"
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,198
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,264
    ค่าพลัง:
    +27,030
    ส่วนในเรื่องของบุคคลที่ก่อกรรมด้วยการเข้าไปคอมเมนต์ เป็นบุคคลที่ไม่รู้จริงยังไม่พอ ยังพยายามแสดงความคิดเห็นของตนเองอยู่ในลักษณะ "สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล" ก็คือแค่เอ่ยปากพูดคนก็รู้แล้วว่ามีความรู้จริงหรือไม่ ?

    แต่ว่าส่วนที่น่าสะเทือนใจก็คือว่า คนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันจัดอยู่ในบุคคลประเภทนี้ทั้งนั้น ถ้าประชากรไทย ๖๘ ล้านคน มีความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนางู ๆ ปลา ๆ แล้วแถมยัง "ทิ่มผิด" เสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วเราจะไปหวังอะไรกับการช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา เนื่องเพราะว่าความรู้ที่แท้จริงก็ยังไม่มีเลย..!

    แม้ว่าจะพยายามวางใจเป็นกลางในการเสพข่าวอย่างไร กระผม/อาตมภาพก็ยังรู้สึกสลดใจว่า พุทธศาสนิกชนของเราส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ ก็คือเห็นผู้อื่นสร้างความดี โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณร ในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย แต่กลับไม่มีมุทิตาจิตยินดีในความดีของคนอื่น ซ้ำยังมาตั้งคำถามให้คนทั่วไปเข้าใจผิดเสียอีกว่า "ใช่กิจของสงฆ์หรือไม่ ?"

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เรื่องที่เราท่านทั้งหลายจำเป็นต้องเร่งรีบที่สุด ก็คือการศึกษาให้รู้จริงทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อที่ถึงเวลาแล้ว จะได้แก้ต่างให้กับพระพุทธศาสนา แต่ขอให้เป็นการแก้ต่างด้วยปัญญาที่รู้จริง ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องพอกัน แต่กูมั่นใจว่าถูก พอถึงเวลาเขาสอบถามว่าความรู้นี้มาจากไหน ? ก็ตอบไม่ได้อีก..!

    การศึกษาในปริยัติและปฏิบัติจึงเป็นของที่ต้องทำควบคู่กันไป "ปริยัติ" ศึกษาเพื่อให้รู้ว่าแนวทางที่ถูกต้องเป็นอย่างไร "ปฏิบัติ" ก็เพื่อพิสูจน์ทราบว่าสิ่งนั้นถูกต้องจริงหรือไม่อย่างไร ถ้าสามารถทำจนเกิดผลทั้งสองประการก็จะก่อให้เกิด "ปฏิเวธ" คือ ได้รับผลดีทั้งเฉพาะตนและส่วนรวม


    ในปัจจุบันนี้จึงเป็นภาระที่หนักมาก ทั้งของพระภิกษุสามเณร และอุบาสกอุบาสิกา ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาหายใจทิ้งไปวัน ๆ อีกแล้ว หากแต่ต้องเร่งรัดตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่อย่างนั้นแล้ว นานไปถ้าความรู้ของพุทธศาสนิกชนมีอยู่แค่งู ๆ ปลา ๆ อย่างในปัจจุบัน การล่มสลายของพระพุทธศาสนาก็จะมาถึงในเวลาที่ไม่นาน..!

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...