เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 28 กันยายน 2026 at 22:22.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,185
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,260
    ค่าพลัง:
    +27,029
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,185
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,260
    ค่าพลัง:
    +27,029
    วันนี้ตรงวันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ช่วงนี้พวกเราก็จะต้องอยู่กันแบบไม่มีไฟฟ้าไปอีกนาน เนื่องเพราะว่านอกจากทางห้วยเขย่งจะมีต้นไม้ล้มแทบจะตลอดเส้นทางแล้ว ยังทับเอาเสาไฟหักไป ๒๐ กว่าต้น..! ส่วนทางด้านทองผาภูมิขึ้นสังขละบุรี ไม้ล้มทับเสาไฟหักไปหลายต้นเช่นกัน..! ดังนั้น..ไม่ว่าจะเส้นไหนก็ตาม ถ้าหากว่าตัดไฟก็ต้องกระทบถึงพวกเราอยู่แล้ว เส้นทางเข้าเกาะพระฤๅษี ก็มีต้นไม้ล้มและมีดินสไลด์ลงมาปิดทางเข้าเกาะด้วย..!

    ต้องบอกว่าปีนี้ไม่ใช่ปีแรกที่น้ำหลากขนาดนี้ เคยมีในลักษณะนี้มา แต่ว่าต้นไม้ไม่ได้ล้มมาก ผลกระทบจึงน้อยกว่าตอนนี้ ตลอดเส้นทางที่วันนี้กระผม/อาตมภาพกลับขึ้นมาทองผาภูมิ ตั้งแต่ช่วงเริ่มเข้าเขตไทรโยค ก็มีน้ำหลากข้ามถนนแล้ว บางแห่งน้ำสูงจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้รถเล็ก โดยเฉพาะรถเก๋งข้ามไป เพราะว่าถ้าไม่มีประสบการณ์อาจจะเครื่องดับกลางทางได้

    เรื่องของการขับรถในหน้าฝนนั้นต้องอาศัยประสบการณ์มาก โดยเฉพาะอย่าได้ทำความเร็วเด็ดขาด เนื่องเพราะว่าถ้าเจอน้ำขังหรือน้ำหลากข้ามถนน ถ้าความเร็วได้ระดับเมื่อไร รถจะหมุนทันที เพราะว่าล้อข้างที่ลงไปในน้ำ จะโดนแรงดึงของน้ำ ทำให้เหมือนกับเราเบรกรถข้างเดียว..!


    ส่วนการขับรถผ่านน้ำท่วมสูงนั้น ถ้าเป็นไปได้ อันดับแรกเลยให้ปิดเครื่องปรับอากาศ ไม่อย่างนั้นแล้ว ใบพัดของเครื่องปรับอากาศจะตีน้ำเข้ามา ถ้าเป็นเครื่องหัวเทียนแบบเก่า มีสิทธิ์ดับได้ทันที..! แล้วถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าที่ยังใช้คาบูเรเตอร์อยู่ ก็มีสิทธิ์ที่น้ำจะเข้าไปผสมกับน้ำมัน เครื่องดับได้อีกเช่นกัน..!

    การขับรถผ่านน้ำท่วมสูงนั้น ไม่ต้องเร่งรถมาก แต่ว่าอย่าผ่อน เนื่องเพราะว่าถ้าผ่อนหรือว่าเครื่องดับ น้ำจะไหลย้อนเข้าทางท่อไอเสีย เครื่องพังบรรลัยมานับไม่ถ้วนแล้ว สถิติสูงสุดของกระผม/อาตมภาพก็คือนำรถผ่านช่วงโรงน้ำตาลท่ามะกา ตอนนั้นน้ำสูงเสมอกระบะ ๑๐ ล้อ ก็คือเลยหลังคารถกระบะเล็ก พอดีว่ามีรถ ๑๐ ล้อวิ่งนำไป กระผม/อาตมภาพจึงบอกให้ "ท่านแสง" (พระครูธรรมธรแสงชัย กนฺตสีโล) ที่ตอนนั้นยังไม่ได้บวชว่า "จี้ติดท้ายรถไปเลย" ซึ่งแรงดึงน้ำที่เกิดจากรถใหญ่แหวกไปจะพาเราไปได้เอง แต่ก็ภาวนาไปตลอดว่า "เอ็งอย่าเบรกเป็นอันขาด..!" เพราะว่าถ้าเบรกเมื่อไร รถเราจะลอยทันที ซึ่งไม่มีรถคันไหนบ้าทำแบบนั้น นอกจากกระผม/อาตมภาพคันเดียวเท่านั้น..!
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 กันยายน 2026 at 10:34
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,185
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,260
    ค่าพลัง:
    +27,029
    คราวนี้เรื่องของการเดินทางต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝน ต้องมีความไม่ประมาทเป็นปกติ กระผม/อาตมภาพไปเจอต้นไม้ถล่มเอาตรงบริเวณสามแยกท่าม่วง ก็คือถ้าหากว่าเป็นขาลง เราจะต้องจอดติดไฟแดงเพื่อเลี้ยวขวาเข้าท่าม่วง ตอนนั้นเกิดพายุใหญ่แล้วกิ่งไม้หักบินว่อนไปหมด แต่ต้องบอกว่าด้วยบารมีครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เนื่องเพราะว่ากิ่งไม้ที่หักฟาดซ้ายฟาดขวา เฉียดไปเฉียดมา ไม่เคยถูกรถแม้แต่กิ่งเดียว ถ้าหากถูกเข้าก็มีสิทธิ์พังให้ซ่อมกันอีกนาน..!

    เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้เราจะอาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์และดวงอย่างเดียวไม่ได้ ก็คือถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะงดการเดินทาง แต่ว่าในส่วนของการเดินทางคืนนั้น เนื่องจากว่ากลับจากการเรียน แล้วต้องกลับให้ถึงวัด เพราะว่าเป็นช่วงในพรรษา ไม่อย่างนั้นแล้วสัตตาหะฯ จะหมด ก็เลยต้องฝืนมา กลัวอยู่อย่างเดียวว่ากิ่งจามจุรีใหญ่บริเวณหน้า "สุสานฝรั่ง" จะหัก เพราะว่าถ้าหักลงมา มีหวังติดกันอยู่หลายชั่วโมง กว่าที่เขาจะจัดการเคลียร์ถนนให้ได้

    ส่วนทองผาภูมิของเรานั้น บริเวณที่น่าเป็นห่วงก็คือ บริเวณเลยปั๊มน้ำมันเชลล์บางใหญ่ไปหน่อยหนึ่ง บริเวณร้านอาหารกิ่งกาญจน์ ตรงนั้นจะมีดินสไลด์ถล่มลงมาเสมอ ตั้งแต่สมัยอยู่ทองผาภูมิใหม่ ๆ กระผม/อาตมภาพก็ติดอยู่ตรงนั้นหลายชั่วโมง กว่าที่รถจะมาดันดินออกจากถนนให้ผ่านไปได้ เหตุที่ติดนานมาก ก็เพราะว่ารถตีนตะขาบดันไปดันมา ตัวเองตกลงไปแทน เพราะว่าดินที่เราดันไปเป็นดินอ่อน รับน้ำหนักรถไม่ได้..!

    ดังนั้น..การเดินทางในช่วงนี้ถ้าเป็นไปได้ก็งดเสียก่อน แต่กระผม/อาตมภาพพรุ่งนี้ต้องไปประชุมเพื่อจัดตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งทางคณะกรรมการตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะประชุมเพื่อจัดตั้ง แล้วก็บ้าดีเดือดพอที่จะไม่ยกเลิกการประชุมอีกด้วย คงมั่นใจว่ากระผม/อาตมภาพจะไปได้..! ในเมื่อเขามั่นใจก็ต้องไปให้เขา แต่สงสัยอยู่อย่างเดียวว่า ตอนนี้การบันทึกเสียงจะได้เรื่องหรือไม่ ? เนื่องเพราะว่าเครื่องโทรศัพท์ช่วงนี้มักจะมีปัญหาเสมอ..!
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 กันยายน 2026 at 10:35
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,185
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,260
    ค่าพลัง:
    +27,029
    งานที่สำคัญวันนี้ก็คือไปร่วมงานอายุวัฒนมงคล ๖๖ ปี "พระเดชพระคุณพระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร." (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ, ป.ธ. ๙) องค์อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นงานรวมบรรดาวิทยาลัยสงฆ์และวิทยาลัยเขตทั่วประเทศนั่นเอง จึงกลายเป็นอะไรที่ต้องไปจ่ายหนักอยู่สักหน่อย เพราะว่าช่วงที่ผ่านมา บรรดาครูบาอาจารย์และผู้บริหารเป็น ๑๐ ราย ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ แล้วกระผม/อาตมภาพติดภารกิจ ในการตรวจยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ จึงต้องไปมุทิตาสักการะตามหลังกันในวันนี้เอง

    แต่ละท่านก็ล้วนแล้วแต่ดีอกดีใจที่กระผม/อาตมภาพยังไม่ลืมท่านทั้งหลายเหล่านั้น เนื่องเพราะว่าทองผาภูมิของเราอยู่ไกลมาก กว่าที่จะเดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่วังน้อย ใช้เวลา ๕ ชั่วโมง พูดง่าย ๆ ว่าไม่รักกันจริง ไม่มีใครเขาไปกันหรอก แค่จากตัวเมืองกาญจน์เขาก็ไม่ไปกันแล้ว อย่าว่าแต่เพิ่มขึ้นมาอีก ๑๔๐ กิโลเมตรอย่างทองผาภูมิ แต่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของน้ำใจ ก็คือถ้างานเราเขายังมา แล้วงานเขาเราไม่ไป ก็จะเป็นอะไรที่แล้งน้ำใจอยู่สักหน่อย เพียงแต่ว่าระยะนี้ท่านทั้งหลายได้รับพระราชทานเลื่อนพร้อม ๆ กันหลายท่านเท่านั้นเอง..!

    โดยเฉพาะวันนี้ ส่วนที่ได้เห็นน้ำใจก็คือ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพิมพ์ " - พระพรหมเสนาบดี" (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ. ๗) ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ราชวรวิหาร และ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมโพธิมงคล" (สมควร ปิยสีโล ป.ธ. ๙) เจ้าคณะภาค ๒ เจ้าอาวาสวัดนิมมานรดี (พระอารามหลวง) เนื่องเพราว่าทั้งสองท่านแทบจะไม่มีอะไรที่ข้องเกี่ยวกับด้านการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์เลย แต่ท่านก็ยังไปร่วมถวายมุทิตา

    เราจะเห็นว่าบุคคลที่ท่านอยู่เป็นและมีน้ำใจ งานเล็กงานใหญ่ถ้าปลีกตัวได้ ท่านไปให้เขาหมด พูดง่าย ๆ ก็คือ
    "เห็นหน้ากันตอนเป็น ดีกว่าไปเห็นกันตอนตาย" โดยเฉพาะการไปเป็นผู้ให้ จะตรงกับที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ ก็คือ "ททมาโน ปิโย โหติ" ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ส่วนผู้ขอย่อมเป็นที่รังเกียจ ใครเรียนบาลีไปแปลธรรมบทเอาเอง จะได้รู้ว่าเนื้อหามาจากส่วนไหน ?

    ช่วงนี้จะเริ่มเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวแล้ว ใครที่มีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัว หรือว่าอายุมาก ก็อย่าห่างหมอห่างยา ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็คงจะได้ใช้เมรุของวัดกันบ้าง..! เรื่องพวกนี้ไม่ใช่กลัวตาย แต่เป็นการรักษาร่างกายไว้เพื่อปฏิบัติธรรม หรือปฏิบัติหน้าที่ของเรา ให้สมควรกับความเป็นพระภิกษุ ซึ่งจะได้เป็นเนติ คือแบบอย่างกับคนรุ่นต่อ ๆ ไป ไม่ใช่ว่ากลัวตายแล้ววิ่งหาหมอกันอย่างเดียว เรื่องพวกนี้ท่านทั้งหลายต้องแยกแยะด้วยตัวเอง ว่า
    เราไปรักษาร่างกายนี้เพื่อเอาไว้ปฏิบัติหน้าที่ หรือว่ารักษาร่างกายนี้เพราะความกลัวตาย ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้ก็แล้วกัน

    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)

    __________________
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...