กายสิทธิ์มงคล2

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย กายสิทธิ์มงคล, 9 ตุลาคม 2019.

  1. กายสิทธิ์มงคล

    กายสิทธิ์มงคล สมาชิก สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    7,418
    ค่าพลัง:
    +49
    Photo_1789874619363.jpg Photo_1789872058020.jpg Photo_1789872058264.jpg Photo_1789872058493.jpg Photo_1789872058760.jpg Photo_1789872057055.jpg Photo_1789872057299.jpg Photo_1789872057538.jpg Photo_1789872057806.jpg Photo_1789872056040.jpg Photo_1789872056344.jpg Photo_1789872056585.jpg Photo_1789872054959.jpg Photo_1789872055453.jpg Photo_1789872055735.jpg Photo_1789872054047.jpg Photo_1789872054415.jpg Photo_1789872054713.jpg

    Photo_1789874619363.jpg Photo_1789872058020.jpg Photo_1789872058264.jpg Photo_1789872058493.jpg Photo_1789872058760.jpg Photo_1789872057055.jpg Photo_1789872057299.jpg Photo_1789872057538.jpg Photo_1789872057806.jpg Photo_1789872056040.jpg Photo_1789872056344.jpg Photo_1789872056585.jpg Photo_1789872054959.jpg Photo_1789872055453.jpg Photo_1789872055735.jpg Photo_1789872054047.jpg Photo_1789872054415.jpg Photo_1789872054713.jpg

    องค์ละ....บาท (code nkd)
    พระเหล็กไหล เนื้อเดียว พระเหล็กไหล 2 เนื้อ 2 กษัตริย์
    1.พระสมเด็จ
    2.พระกริ่ง
    3.พระยอดขุนพล
    4.พระปิดตา
    5.พระปางสมาธิ
    6.พระร่วง
    7.หลวงปู่ทวด
    ได้จากการทำพิธีอัญเชิญสำเร็จองค์
    ===============
    ชื่อเรียกเนื้อเหล็กไหล
    1)สีทองเหล็กไหลทองปลาไหล
    2)สีแดงสุริยันราชา
    3)สีเทาดำติดรุ้งอ่อนๆ เหล็กไหลปีกแมลงทับ
    4)เหล็กไหลสีรุ้ง 7 สี
    5)เนื้อใส เหล็กไหลแก้ว
    6)สีดำ เหล็กไหลโกฏิปี แม่เหล็กดูดติด อาจมีรอยรานจากเนื้อของเหล็กไหลเองและจากการอัญเชิญหล่นลงบนผ้าขาวค่ะ
    ✨ งานศิลปะแห่งโลหะธาตุ "งานโลหะธาตุพิมพ์ 1-2 กษัตริย์"
    สัมผัสความพิเศษแบบสีเดียวและ ทูโทน สวยงามสะดุดตา แบบทูโทนดีไซน์โดดเด่นด้วย
    ✔️ ผิวสัมผัสเงาวาว ลวดลายคมชัด
    ✔️ เนื้อสีทนนาน มีมิติสวยงามไม่ลอกร่อน
    ✔️ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและสะสมงานศิลปะแปลกใหม่
    ✔️ ทำพิธีอัญเชิญสำเร็จองค์รับประกันแท้สีไม่ลอก
    อยากได้อะไรหาอะไรสอบถามได้ค่ะบางอย่างไม่ได้โพสต์ เชิญกดติดตาม สนใจทักแชทค่ะ
    https://www.facebook.com/share/p/1JsEoeudVW/
     
  2. กายสิทธิ์มงคล

    กายสิทธิ์มงคล สมาชิก สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    7,418
    ค่าพลัง:
    +49
    Photo_1789649984834.png Photo_1789649983882.png Photo_1789649982946.png Photo_1789649981986.png Photo_1789649980289.png Photo_1789649981245.png Photo_1789649979410.png Photo_1789649978440.png Photo_1789649977484.png Photo_1789649178455.png Photo_1789649180168.png Photo_1789649181071.png Photo_1789649179320.png Photo_1789649177566.png

    Photo_1789649984834.png Photo_1789649983882.png Photo_1789649982946.png Photo_1789649981986.png Photo_1789649980289.png Photo_1789649981245.png Photo_1789649979410.png Photo_1789649978440.png Photo_1789649977484.png Photo_1789649178455.png Photo_1789649180168.png Photo_1789649181071.png Photo_1789649179320.png Photo_1789649177566.png

    องค์ละ...บาท (code pkm)
    แก้วสาrรพัดนึก เหล็กไหลแก้ว เหล็กไหลแก้วงอกทรงรักบี้
    ข้างในเหล็กไหลโกฏิปี ข้างนอกหุ้มเหล็กไหล 1-3 สี
    ขนาดยาว 8-9, 10, 12 ซม
    *พญาแก้วโกฏิปี แม่เหล็กดูดติด หุ้มฐานด้วยเหล็กไหล 1-4 สี
    สีเงิน สีทอง 7 สี สีแดง
    ดวงที่หุ้มคือรวมธาตุ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) เซ็ตตัวขึ้นมา เพื่อให้ธาตุเกื้อหนุนและสมดุลพลังงานซึ่งกันและกัน
    มีหลายชื่อเช่น พญาเหล็กไหลแก้วนพรัตน์สำหรับองค์หลากสี
    ทรงสวย สมส่วนสมดุล
    มีน้ำหนักมาก เนื้อเย็น ลื่น แวววาว ยิ่งกระทบแสงยิ่งแวววาว ปราศจากเคมีสีย้อมสารปัดเงา
    ปกติเหล็กไหลแก้วเนื้อลื่นมาก แต่สามารถมีเหล็กไหลมาหุ้มได้ และสมส่วนด้วย ทั้งสีทั้งขนาดทั้งทรวดทรงรอยหยักความกว้างความสูง ดูกลมกลืนทั้งดวง
    แม้มีเหล็กไหลสีดำหรือสีอื่นข้างใน แต่ถ่ายภาพยังวาว เพราะเนื้อแก้วมีความบริสุทธิ์สูงมีความใสและโปร่งแสงสูง เป็นเนื้อแก้วแท้ที่ข้างในก็ไม่มีเคมีข้างนอกก็ไม่มีเคมี
    เหล็กไหลแก้วมีความใสสะอาดภายในสูงมากจนไม่มีฟองอากาศหรือความขุ่นมัวมาขัดขวางทิศทางของแสง ทำให้แสงกระจายตัวผ่านรอยหยักรอบองค์ได้อย่างงดงาม ไร้รอยสะดุด
    ทุกองค์ได้จากการทำพิธีอัญเชิญสำเร็จองค์ค่ะ
    ==========
    ข้อมูลทั้งใน แง่ทัศนศาสตร์วิทยาศาสตร์ และ ความงดงามเชิงคุณค่าของธาตุกายสิทธิ์ จะช่วยให้เกิดความเข้าใจและเห็นคุณค่าความพิเศษของเหล็กไหลแก้วได้
    แก้วที่มีความสมบูรณ์ ไม่เบี้ยว ไม่ร้าว และรวมธาตุได้ซับซ้อนขนาดนี้ เป็นของหายากที่ทรงคุณค่ามากๆ ขอให้การอธิบายและการส่งต่อสิ่งดีๆ เป็นประโยชน์ค่ะ
    ==========
    เปรียบเทียบว่าถ้าเป็นแก้วหลอมที่มีการทำปุ่ม รอยหยัก หรือผิวขรุขระโค้งมน (Nodular/Botryoidal) มักจะพบปัญหาเหล่านี้:
    ฟองอากาศ (Air Bubbles): กระบวนการหลอมแก้วด้วยความร้อนที่ไม่เสถียรหรือการเทขึ้นรูปอย่างรวดเร็ว มักจะทิ้ง "ฟองอากาศกลมๆ" เอาไว้ข้างใน ฟองอากาศเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นตัวหักเหแสงสะเปะสะปะ ทำให้เกิดเงา มืด ขุ่น หรือมีจุดขาวขวางแสง ทำให้แสงส่องผ่านไม่ได้สะดวก
    รอยพิมพ์ขุ่น: ผิวของปุ่มแก้วหลอมที่ไม่ได้ผ่านการเจียระไนหรือปัดเงาแบบละเอียด มักจะมีความด้านหรือคราบเบ้าหลอมขวางกั้นไม่ให้แสงส่องทะลุผ่านได้อย่างเต็มที่
    ทำไมเหล็กไหลแก้วถึงไม่ขวางแสง?
    เนื้อแก้วและปุ่มหยักต่างๆ ดูโปร่งแสง แสงวิ่งทะลุผ่านได้ดีโดยไม่ขุ่นมัว เกิดจากคุณลักษณะพิเศษ 2 ประการ
    ความหนาแน่นเนื้อสารที่สมบูรณ์ (Homogeneous Structure):
    มีโมเลกุลเรียงตัวแน่นและเป็นเนื้อเดียว ทำให้ ไม่มีฟองอากาศกลมแบบแก้วหลอม แสงจึงสามารถวิ่งผ่านปุ่มโค้งมนทุกปุ่มได้อย่างสะดวก และปุ่มโค้งเหล่านั้นยังทำหน้าที่คล้าย "เลนส์รวมแสง" ช่วยขับให้แสงสว่างและเปลี่ยนสีได้จัดจ้านยิ่งขึ้นเมื่อกระทบแสง
    ความใสระดับไร้มลทิน (Clarity): ตามความเชื่อที่ว่าเหล็กไหลแก้วแท้เกิดจากรังสีธรรมชาติตกผลึก ยิ่งเนื้อมีความใสบริสุทธิ์สูง (ไม่มีแร่อื่นปน) แสงก็ยิ่งเดินทางผ่านแกนดำด้านในและสะท้อนกลับออกมาได้โดยตรง โดยไม่มีสิ่งใดขวางกั้น ทำให้ปุ่มรอบนอกดูฉ่ำวาวเหมือนหยดน้ำตลอดเวลา
    ===========
    โครงสร้างถึง 3 ชั้น คือ เนื้อแก้วงอกด้านนอก + แกนกลางเหล็กไหลโกฏิปีสีดำ + ปลายหุ้มเหล็กไหลอื่น โดยที่รูปทรงยังคง สมส่วน สมดุล และไม่มีรอยร้าวเลยนั้น ในทางโลหวิทยาและธรณีวิทยาถือว่ามีความ "ซับซ้อนและยากขั้นสูงสุดในระดับวิกฤต (Extreme Masterpiece)"
    ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในกระบวนการผลิตของมนุษย์ทั่วไป
    ความซับซ้อนนี้แยกออกเป็น 3 มิติหลักๆ ดังนี้
    1. ความขัดแย้งของจุดหลอมเหลว (Thermal Shock มหาศาล) หากคิดในมุมของงานหลอมที่มนุษย์ทำ โครงสร้างนี้จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "แก้วแตกราน" ทันที เนื่องจากวัสดุทั้ง 3 ชนิดมีจุดหลอมเหลวและการหดตัวที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว:
    เหล็กไหลโกฏิปี (แกนใน): หากเทียบกับโลหะกลุ่มเหล็ก จะมีจุดหลอมเหลวสูงมาก (ประมาณ 1,500°C)
    เหล็กไหลแก้วงอก (ชั้นกลาง): หากเทียบกับแก้วหรือซิลิกา จะหลอมละลายที่ประมาณ 1,000°C - 1,200°C
    เหล็กไหลเงินยวง : มีลักษณะคล้ายโลหะกลุ่มเงินหรือดีบุก ซึ่งมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่ามาก (ประมาณ 230°C - 960°C)
    ความซับซ้อนระดับวิกฤต: การนำแก้วร้อนๆ ไปหุ้มแกนเหล็กเหลว หรือการนำโลหะเงินยวงมาหล่อประกบตรงปลาย หากอุณหภูมิของวัสดุทั้ง 3 ชิ้นไม่สัมพันธ์กันแม้เพียงองศาเดียว เนื้อแก้วจะเกิดความเค้น (Stress) และระเบิดแตกละเอียดทันที การที่ดวงแก้วสามารถรวมตัวกันได้โดย ไม่เบี้ยว ไม่ร้าว จึงเป็นเรื่องที่อธิบายด้วยการหลอมโรงงานทั่วไปได้ยากมาก
    2. ความสมดุลของจุดศูนย์ถ่วง (Perfect Symmetry)
    ความยากอีกระดับคือ "การรักษารูปทรงสมส่วน" ปกติแล้ว โลหะที่มีน้ำหนักมาก (แกนดำและหุ้มปลาย) จะดึงถ่วงให้แก้วที่กำลังอ่อนตัวย้วยหรือบิดเบี้ยวไปตามแรงโน้มถ่วงแต่ดวงแก้วกลับมีรอยหยัก ความกว้าง ความยาว ที่ดูกลมกลืน แสดงถึงการควบคุมรูปร่างได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในขณะที่มวลสารกำลังเซ็ตตัว
    3. การก่อตัวในมิติของธาตุกาuยสิdทธิ์ (ธรรมชาติ/เหuนือธรรมชาติ)ในทางศาสตร์ลี้ลับและอัญมณีศาสตร์ธรรมชาติ การรวมตัวของธาตุ 3-5 ชนิดที่มีคุณสมบัติต่างกันสุดขั้ว (โลหะแกร่ง + แก้วใส + โลหะเหลว)
    ให้เข้ามาอยู่ในองค์เดียวกันได้นั้น ถูกจัดเป็น "งานสร้างระดับอ.ภินิหาร" หรือ "ความอัศจรรย์ของธรรมชาติเห.นือโลก"
    ถ้าเกิดจากพลังงาน (ตามความเชื่อ): ถือเป็นการสรรค์สร้างของผู้มีฤทธิ์หรือเท.วาอารักษ์ที่รวมธาตุ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ชุบตัวขึ้นมาพร้อมกัน เพื่อให้ธาตุร้อน (โกฏิปี) ธาตุเย็นฉ่ำ (แก้วงอก) และธาตุเย็นบริสุทธิ์ (เงินยวง) เกื้อหนุนและสมดุลพลังงานซึ่งกันและกัน
    สรุปว่า แก้วมีความซับซ้อนในระดับ "สมบัติชิ้นเอก (Masterpiece)" เพราะก้าวข้ามขีดจำกัดทางฟิสิกส์เรื่องความร้อนและการขยายตัวของวัสดุได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงไม่แปลกใจเลยที่เนื้อแก้วจะใสจัด เปลี่ยนสีได้ตามแสง และดูงดงามสมสัดส่วนเช่นนี้
    =============
    การที่เราแชร์ลักษณะทางกายภาพที่เกิดขึ้นจริง เป็นคลังความรู้ที่มีคุณค่ามหาศาล เพื่อช่วยให้สามารถนำไปใช้ประโยขน์ในการกระจายความรู้ต่อให้ผู้คนในอนาคตได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในแง่มุมดังต่อไปนี้
    ช่วยลดความเข้าใจผิด: นำไปใช้อธิบายให้ผู้คนเข้าใจว่า เหล็กไหลหรือธาตุกายสิทธิ์ธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงนั้น มีลักษณะการเดินทางของแสง ความใส และความหนาแน่นที่แตกต่างจากแก้วหลอมทั่วไปอย่างไร อธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล
    ผสานวิทยาศาสตร์กับความเชื่อ: ช่วยให้คนรุ่นใหม่หรือผู้ที่สนใจ สามารถศึกษาเรื่องราวของเหล็กไหลได้โดยไม่มองว่าเป็นเพียงเรื่องงมงาย แต่เห็นถึงความอัศจรรย์ทางกายภาพ คล้ายกับการศึกษาอัญมณีศาสตร์ชั้นสูง
    สืบทอดคุณค่าของหายาก: เป็นฐานข้อมูลในการคัดกรองและชี้ตำหนิความงดงามระดับประกวด (Masterpiece) ให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของแท้ที่ธรรมชาติหรือสิ่งศัkกดิ์สิdทธิ์รังสรรค์ขึ้นมาอย่างสมส่วนซับซ้อน
    เจตนารมณ์ที่อยากส่งต่อความรู้นี้ เพื่อร่วมกันบันทึกเป็นฐานความรู้ให้ผู้คนได้ศึกษาเพิ่มเติมในวันนี้และวันข้างหน้าค่ะ
    https://www.facebook.com/share/p/1VneSj15hi/
     
  3. กายสิทธิ์มงคล

    กายสิทธิ์มงคล สมาชิก สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    7,418
    ค่าพลัง:
    +49
    Photo_1789895523187.jpg Photo_1789895522170.jpg Photo_1789895522620.jpg Photo_1789895522905.jpg Photo_1789895336897.jpg Photo_1789895337287.jpg
    Photo_1789895523187.jpg Photo_1789895522170.jpg Photo_1789895522620.jpg Photo_1789895522905.jpg Photo_1789895336897.jpg Photo_1789895337287.jpg

    องค์ละ....บาท (code ajt)
    กงจักรแก้ว จักรแก้วรัตนะ ธรรมจักรแก้ว 7 สี 7 คาบสมุทรตาแมว (แก้วนาคราช ชื่อแสงทิพย์ 7 สีตาแมว, แก้ว 7 คาบสมุทร 7 จักรพรรดินาคราช) กว้าง 10.5 ซม 16 แฉก สื่อถึง "16 ชั้นฟ้า" หรือโสฬสมหามงคล
    ===========
    ไม่เคยมีมาก่อนเพิ่งอัญเชิญได้เป็นครั้งแรกเรียกว่าองค์ต้นธาตุ องค์ปฐมองค์ผู้นำองค์ประธาน และไม่เหมือนของทั่วไป
    ได้จากการทำพิธีอัญเชิญสำเร็จองค์สายพญานาคภาคอีสาน รับประกันแท้ สีไม่ลอก มีน้ำหนักมากเกินตัว เนื้อแน่นเนียน เงาวาว เรียบลื่น ไม่มีความคมแม้เป็นส่วนที่มีลวดลาย
    ============
    กงจักรแก้ว จักรแก้วนาคราช มี 16 แฉก (หรือ 16 กลีบ) มี 2 ส่วนหลักคือ
    กลีบเปลวเพลิงรอบนอกสุด เป็นวงซ้อน วนขวาตามเข็มนาฬิกา ทั้งหมด 16 กลีบ
    กลีบดอกบัวตูมด้านใน: ลวดลายเส้นคมชัดที่ล้อมรอบแกนรูกลาง มีปลายแหลมชี้ออกทั้งหมด 16 แฉก พอดีกัน
    ซึ่งตามคติความเชื่อทางมงคลมักสื่อถึง "16 ชั้นฟ้า" หรือโสฬสมหามงคล
    สัญลักษณ์ จักรพรรดิราช
    : ธรรมจักร มีรูกลาง และสลักลายกลีบหมุนวนซ้าย-ขวา คือลักษณะของ "จักรรัตนะ" (หรือกงจักรแก้ว) ซึ่งตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและสายญาณปู่พญานาค ถือเป็น 1 ใน 7 รัตนะล้ำค่าของพระเจ้าจักรพรรดิ ที่เหล่านาคราชมักเนrรมิตหรือนำมามอบให้ผู้มีบุญสัมพันธ์บูชาเพื่อเสริมตบะบารมีและเรียkกทรัuพย์สมบัติ
    ลวดลายพุทธศิลป์: ลายดอกบัว 16 แฉกและกงจักรเปลวเพลิงรอบนอก เป็นลวดลายที่นิยมนำมาแกะสลักลงบนมณีนาคราช เพื่อเพิ่มความงดงามและสื่อถึงพลังการหมุนเรียกโชคลาภ คุ้มครองป้องกันภัย
    พลัง 7 สี 7 คาบสมุทร: สื่อถึงการรวมบารมีและสายญาณของเหล่าพญานาคราชจากทั่วทุกมหาสมุทร/คาบสมุทรทั้ง 7 มารวมไว้ในดวงแก้วองค์เดียวเพื่อเกื้อหนุนดวงชะตาในทุกๆ ด้าน
    เนื้อแก้วตาแมวที่เป็นธาตุกายสิทธิ์: การที่มีลักษณะคล้าย "ตาแมว" (มีเส้นแนวแสง) ในทางธรรมสายญาณเชื่อว่าเป็นพลังงานแสงที่บรรจุอยู่ภายในองค์เหล็กไหลแก้ว สื่อถึงดวงตาแห่งปัญญาและการรู้แจ้ง สามารถสะท้อนสิ่งชั่วร้ายหรือคุณไสยมนต์ดำให้ออกไปได้
    ========
    สื่อถึง "16 ชั้นฟ้า" หรือโสฬสมหามงคล
    (คำว่า โสฬส แปลว่า 16) หมายถึง ภพภูมิของพระพรหมระดับสูงทั้งหมด 16 ชั้น ซึ่งถือเป็นดินแดนแห่งความสุขอันเป็นทิพย์ที่ประณีต มีความสะอาดบริสุทธิ์ และมีฤทธิ์อำนาจสูงส่งกว่าสวรรค์ชั้นฉกามาพจร (สวรรค์ 6 ชั้นทั่วไปที่เราคุ้นเคยกัน)เมื่อนำสัญลักษณ์ 16 แฉกนี้มาสลักลงบนวัตถุมงคลหรือองค์เหล็กไหลแก้วนาคราช จึงมีความหมายอันเป็นมงคลชั้นสูงที่สื่อถึงเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
    1. ความหมายในทางภพภูมิ (16 ชั้นฟ้า/รูปพรหม 16)หมายถึงการปกป้องคุ้มครองและแผ่บารมีครอบคลุมตั้งแต่ชั้นบนสุดลงมา ประกอบด้วยชั้นพรหมต่าง ๆ เช่น:
    ชั้นที่ 1-3: พรหมปาริสัชชา, พรหมปุโรหิตา, มหาพรหมา (พรหมระดับต้น)
    ชั้นที่ 7-9: ปริตตสุภา, อัปปมาณสุภา, สุภกิณหา (พรหมที่มีความสงบสวยงาม)
    ชั้นที่ 10-11: เวหัปผลา, อสัญญีสัตตา
    ชั้นที่ 12-16 (ปัญจสุทธาวาส): อวิหา, อตัปปา, สุทัสสา, สุทัสสี, อกนิฏฐา (ชั้นสูงสุด ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระอนาคามีอริยบุคคล)
    2. ความหมายในทางพุทธคุณและพุทธาคม (โสฬสมหามงคล) ในทางเครื่องราjงของขลัjง ยัuนต์โสฬสมหามงคลถือเป็นยันต์ชั้นสูงขีดสุด โดยเลข 16 จะถูกตีความแทน "พระคาถาโสฬส" และคุณลักษณะมงคล 16 ประการ เช่น:
    บารมี 16 ทัศ: ทรงอานุภาพโดดเด่นในด้านการคุ้มครองป้องกันภัยจากทั้ง 16 ทิศ (ทิศหลัก ทิศเฉียง ทิศเบื้องบน และเบื้องล่าง)
    การหนุนดวjงชะตาขั้นสุด: เชื่อว่าสามารถพลิกสถานการณ์จากร้ายให้กลายเป็นดีได้อย่างสิ้นเชิง ภูตผีปีศาจหรือคุณไสยต่าง ๆ ในภพภูมิที่ต่ำกว่าจะไม่สามารถกล้ำกรายเข้ามาได้เลย
    สรุปองค์จักรแก้วนาคราชจักรพรรดิ 16 แฉก เสมือนเป็นสัญลักษณ์จำลองพลังบารมีของ "พระพรหมทั้ง 16 ชั้นฟ้า" มารวมกับการหมุนของจักรพรรดิ เพื่อช่วยเปิดทางชีวิต ปัดเป่าสิ่งอัuปมjงคlล และหนุuนนuำผู้บูชาให้มีความเจริญรุ่jงเรือjงอย่างสูjงสุdดในทุกทิศทุกทาง
    ==========
    ในแง่ของ การออกแบบไอเดีย (Design Concept) จักรแก้วองค์นี้มีความลึกซึ้งในระดับ Masterpiece conceptual design หรือการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ขั้นสูง เพราะไม่ใช่แค่การวาดลวดลายให้สวยงาม แต่เป็นการหลอมรวม สัจธรรม คติความเชื่อ และฟังก์ชันของแสง ให้เข้ามาอยู่ในวัตถุชิ้นเดียวได้อย่างลงตัว โดยแบ่งความลึกซึ้งออกเป็น 3 มิติหลัก ดังนี้
    1. ความลึกซึ้งเชิงเรขาคณิตและพลังงาน (Dynamic Geometry)การออกแบบให้เกิด "ความเคลื่อนไหวในความนิ่ง" (Visual Motion): ตัวจักรถูกออกแบบให้แบ่งเป็น 2 ชั้นอย่างมีชั้นเชิง ชั้นในเป็น ดอกบัวแหลมนิ่ง แต่ชั้นนอกเป็น เปลวเพลิงหมุนวนแบบก้นหอย (Spiral) การตัดกันของความนิ่งและความเคลื่อนไหวนี้ ในทางศิลปะทำให้เกิดพลังงานในตัวภาพ (Dynamic energy) เมื่อมองแล้วจะรู้สึกเหมือนกงจักรกำลังหมุนขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา ไม่แข็งทื่อ
    2. ความลึกซึ้งในการเลือกวัสดุให้รับกับไอเดีย (Material-Idea Integration)
    การเปลี่ยน "วัตถุไร้ชีวิต" ให้มี "ปฏิกิริยาโต้ตอบ" (Interactive Design): ผู้ออกแบบไอเดียนี้ฉลาดมากที่เลือกใช้เนื้อแก้วประเภทตาแมว (Chatoyancy) เพราะเส้นแสงที่ขยับแคบกว้างได้ตามมุมแสงนั้น ทำหน้าที่ตอบสนองกับสายตาผู้ดู เหมือนดวงตาที่มีชีวิตและกำลังจ้องมองเราอยู่จริงๆ มันทำให้งานประติกรรมชิ้นนี้มีมิติที่ 4 คือ "มิติของเวลาและการเคลื่อนไหวของแสง" เพิ่มเข้ามา
    การเกลี่ยสีแห่งความสมดุล: สีส้มแสด (ตัวแทนของความร้อนแรง ธาตุไฟ หรือพลังอำนาจ) ตัดกับสีขาวเหลือบฟ้าอมเทา (ตัวแทนของความชุ่มเย็น ธาตุน้ำ หรือความสงบ) เป็นการออกแบบคู่สีที่สื่อถึงความสมดุลของธรรมชาติ (หยิน-หยาง) ในองค์เดียว
    3. ความลึกซึ้งเชิงสัญลักษณ์และมิติ (Symbolic Layering)
    การซ้อนสัญญลักษณ์ 16 แฉก (The Power of 16): ตัวเลข 16 ถูกนำมาใช้เป็นฐานโครงสร้างของงาน ทั้งกลีบในและกลีบนอก ซึ่งในเชิงการดีไซน์ระดับจิตวิญญาณ คือการดึงเอาคติ "16 ชั้นฟ้าโสฬสมหามงคล" หรือความสูงสุดยอดมาลดทอนให้กลายเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ การแบ่งห้องแฉกที่เท่ากันเป๊ะยังสื่อถึงความมีระเบียบ วินัย และสัจธรรมที่เที่ยงตรง
    บทสรุปการออกแบบ:ไอเดียของจักรแก้วองค์นี้จึงลึกซึ้งตรงที่ "สามารถย่อส่วนจักรวาลและความเชื่อชั้นสูง ให้มาสถิตอยู่ในรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง" เป็นงานดีไซน์ที่คิดมาอย่างรอบคอบ ทั้งเรื่ององศาของเส้น เรื่องการเล่นกับแสงไฟ และเรื่องความรู้สึกเมื่อได้สัมผัส ถือเป็นงานออกแบบที่มีคุณค่าในตัวเองอย่างน่ากราบหัวใจผู้ออกแบบ
    =========
    ข้อมูลกงจักรแก้ว
    มองผ่านมุมมองของ ศิลปะและประติมากรรมขั้นสูง (Masterpiece Art & Craftsmanship) ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร สิ่งที่ปรากฏชัดเจนต่อสายตาคือ ความสมบูรณ์แบบทางทัศนศิลป์และกายภาพ ที่สามารถพิสูจน์และอธิบายตามหลักสุนทรียศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
    1. ความสมมาตรและการออกแบบ (Form & Design Symmetry)
    ความแม่นยำระดับศูนย์ (Absolute Precision): รูปทรงกลมของกงจักรและการเจาะรูกลางมีความสมมาตรที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Circle)
    สัดส่วนทองคำของลวดลาย: การจัดวางกลีบเปลวเพลิงรอบนอก 16 กลีบ และกลีบบัวด้านใน 16 แฉก มีระยะห่างและองศาที่เท่ากันทุกกระเบียดนิ้ว ลายเส้นที่ คม ชัด ลึก ไม่มีอาการเบี้ยว ล้น หรือรอยพลาดแม้แต่จุดเดียวสะท้อนถึง "ความประณีตขั้นสูงสุด" ที่ไม่มีตำหนิ (Flawless Execution)
    2. ออปติคอลอาร์ตและความมหัศจรรย์ของเนื้อแก้ว (Optical Art & Material Science)
    ปรากฏการณ์ตาแมวขยับได้ (Chatoyancy Effect): ในทางศิลปะการออกแบบ จักรแก้วนี้สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมผ่านแสง (Interactive Light Art) เส้นตาแมวที่สามารถ แคบและกว้างได้ตามมุมแสง เหมือนดวงตาที่ปิด-เปิด เกิดจากการเรียงตัวของโครงสร้างโมเลกุลภายในที่ละเอียดเป็นระเบียบอย่างยิ่ง ทำให้เกิดการหักเหและสะท้อนแสงที่ยอดเยี่ยม
    การผสมผสานสีสัน (Color Gradient): การไล่เฉดสีจาก สีส้มแสดอบอุ่น ไปสู่สีขาวเหลือบฟ้าอมเทา เป็นการจับคู่สีข้ามโทนที่นุ่มนวล ไม่ตัดกันจนแข็งกระด้าง และที่สำคัญคือเป็นสีเนื้อแก้วไม่ใช่การเคลือบผิว สีจึงคงทนถาวร ไม่ลอก ไม่ซีด ไม่จาง
    3. ผิวสัมผัสและความแวววาว (Texture & Luster)
    พื้นผิวมีความเรียบเนียนสนิทในระดับที่แสงตกกระทบแล้วสะท้อนกลับได้อย่างสม่ำเสมอ ความเงางามนี้ไม่เสื่อมสลายแม้จะผ่านการจับต้องหรือบูชาเป็นเวลานาน ซึ่งแสดงถึงความหนาแน่นและแข็งแกร่งของเนื้อวัสดุ
    ความรู้สึกผ่านการสัมผัส (Tactile Esthetics): คุณสมบัติที่มี น้ำหนักมากเกินตัว และเนื้อเย็นนาน เป็นดัชนีชี้วัดทางกายภาพที่เด่นชัด วัตถุที่มีความหนาแน่นสูง (High Density) จะมีมวลสารอัดแน่นทำให้รู้สึกหนักมือเมื่อยก และมีค่าการนำความร้อนที่จำเพาะ จึงสามารถคงความเย็นของสภาพแวดล้อมไว้ได้นานกว่าวัตถุทั่วไป
    บทสรุปในเชิงศิลปะ:หากนิยามคำว่า "สำเร็จองค์" ในทางศิลปะ ก็คือการที่วัตถุชิ้นหนึ่งเกิดมาพร้อมความสมบูรณ์แบบในตัวเองตั้งแต่แรกเห็น โดยไม่ต้องผ่านการขัดแต่งซ้ำซ้อน รอยแกะสลักที่คมกริบ ผิวสัมผัสที่เย็น และเส้นแสงตาแมวที่พลิ้วไหว ทำให้องค์จักรแก้วนี้เป็น งานประติมากรรมระดับ Masterpiece ที่ทรงคุณค่าทางศิลปะและน่าทึ่งในเชิงกายภาพอย่างแท้จริง
    ============
    แยกความเชื่อออก แต่เป็นข้อมูลแบบไม่เลื่อนลอย ใช้ "หลักการทางกายภาพที่พิสูจน์ได้ด้วยประสาทสัมผัส" (Empirical Evidence) ซึ่งวิทยาศาสตร์รองรับ
    1. เปลี่ยนจาก "ความเชื่อ" ให้เป็น "ข้อเท็จจริงทางสายตาและมือสัมผัส"
    เรื่องความคมชัดลึกสมบูรณ์แบบ: เราชี้ให้เห็น ความสมมาตรทางเรขาคณิต (Geometry) และ งานประติมากรรมที่ไร้ตำหนิ ซึ่งสายตาทุกคนมองเห็นตรงกัน
    เรื่องน้ำหนักและอุณหภูมิ: เราอธิบายด้วยหลัก ความหนาแน่นของมวลสาร (Density) และ ค่าการกักเก็บความร้อน (Thermal Properties) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อมือมนุษย์ไปสัมผัส ไม่ใช่ความรู้สึกอุปาทาน
    เรื่องเส้นตาแมวขยับได้: เราอธิบายด้วยหลัก ออปติกหรือการหักเหของแสง (Optical Phenomenon) ที่โครงสร้างโมเลกุลภายในสะท้อนกับแสงไฟภายนอก เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่กล้องถ่ายรูปก็บันทึกได้
    2. เน้นที่ "คุณค่าของวัตถุ" ไม่ใช่การอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ เป็น "การอธิบายคุณลักษณะขั้นสูงของธาตุกายสิทธิ์สำเร็จองค์" โดยโฟกัสไปที่ความอัศจรรย์ของเนื้อธาตุและพุทธศิลป์ที่ปรากฏอยู่จริงบนองค์จักรแก้ว อาจทำให้คนที่ไม่ได้มีความเชื่อเรื่องภพภูมิพญานาคก็ยังต้องยอมรับในความงามและความพิเศษทางกายภาพของกงจักรนี้
    ดังนั้น ข้อมูลความรู้นี้จึงมีเหตุมีผล เป็นแนวทางที่ทรงคุณค่ามากในการส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
    ========
    หากจะจ้างช่างทำแบบสั่งผลิตเฉพาะชิ้นเดียว (Custom-made 1 ชิ้น) ให้ได้ความสมบูรณ์แบบ 100% เท่าองค์นี้ มีช่างฝีมือชั้นครูและเทคโนโลยีที่ทำได้จริง แต่ราคาจะสูง โดยมีรายละเอียดประเมินต้นทุนและข้อจำกัดในเชิงช่างดังนี้:
    ราคาประเมินหากต้องสั่งทำใหม่เพียง "1 ชิ้น" (Custom One-off)หากเริ่มต้นจากศูนย์ โดยต้องการงานระดับไม่มีตำหนิ (Flawless) ค่าใช้จ่ายจะถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก:
    ค่าเขียนแบบและขึ้นโมเดล 3D แบบละเอียดสูง (CAD / Jewelry Design): ประมาณ 1,500 – 3,500 บาท เพื่อคำนวณสมมาตรองศา 16 แฉก และความลาดเอียงของรอยตัดให้เท่ากันแบบเรขาคณิตสมบูรณ์แบบ
    การจัดหาเนื้อวัสดุที่มีเส้นตาแมวแท้และสีทูโทน: ประมาณ 2,000 – 5,000 บาท (หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาด) เพราะการหาวัตถุดิบที่มีเส้นตาแมวชัดเจน ขยับตามแสงได้ และมีการเกลี่ยเฉดสีส้มตัดขาวเหลือบฟ้าในก้อนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย ช่างต้องคัดก้อนวัตถุดิบอย่างดีเพื่อหามุมตกกระทบของแสงให้ตรงกับหน้างาน
    ค่าแรงช่างแกะสลักอัญมณีฝีมือครู (Lapidary Master) หรือค่าเปิดเครื่อง CNC ความละเอียดสูง 5 แกน: ประมาณ 5,000 – 10,000+ บาท เนื่องจากเป็นงานสั่งทำชิ้นเดียว ช่างต้องตั้งศูนย์เครื่องใหม่ หรือใช้เวลาเจียระไนขัดเงามือทีละกลีบอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ขอบบิ่นล้น
    สรุปงบประมาณสั่งทำชิ้นเดียว: รวมแล้วตกอยู่ราวๆ 8,500 – 18,000+ บาทขึ้นไป สำหรับงาน 1 ชิ้น
    ข้อจำกัดของงานสั่งทำ: ช่างแกะสลักหินหรือแก้วด้วยมือ มักจะมีโอกาสเกิด Human Error เสมอ เช่น กลีบแฉกไม่เท่ากัน องศาเส้นคลาดเคลื่อน หรือผิวมีความด้านจากรอยกระดาษทราย ซึ่งงานที่มีความสมบูรณ์แบบ 100% คมชัดลึก ไร้รอยสะดุด และมีน้ำหนักเย็นขนาดนี้ หากไม่ใช่ผลงานระดับปรมาจารย์ ก็ทำได้ยากมาก
    ดังนั้น ค่าบูชาเมื่อเทียบกับ คุณภาพทางกายภาพ ความประณีตของพุทธศิลป์ และเอกลักษณ์ของเนื้อแก้วตาแมว ถือว่าสมเหตุสมผลและคุ้มค่าอย่างยิ่ง

    https://www.facebook.com/share/r/19Jk9fwZN7/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. กายสิทธิ์มงคล

    กายสิทธิ์มงคล สมาชิก สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    7,418
    ค่าพลัง:
    +49
    Photo_1789903014273.png Photo_1789903015047.png Photo_1789903186105.png Photo_1789903187002.png Photo_1789903187876.png Photo_1789903188755.png Photo_1789903194326.png Photo_1789903193252.png Photo_1789903192177.png Photo_1789903191125.png Photo_1789903189926.png Photo_1789903017462.png Photo_1789903016651.png Photo_1789903015810.png
    Photo_1789903014273.png Photo_1789903015047.png Photo_1789903186105.png Photo_1789903187002.png Photo_1789903187876.png Photo_1789903188755.png Photo_1789903194326.png Photo_1789903193252.png Photo_1789903192177.png Photo_1789903191125.png Photo_1789903189926.png Photo_1789903017462.png Photo_1789903016651.png Photo_1789903015810.png

    องค์ละ...บาท (code ajk)
    ตะกรุดพรหมสี่หน้ายันต์มหาโภคทรัพย์ ประดับด้วยเพชรจักรพรรดิ์ แก้วตาแมวและพระธาตุหลากสี ข้างในบรรจุพระธาตุและแผ่นยันต์สีทองยันต์มหาโภคทรัพย์
    ขนาดพกพา 11 * 2.2 ซมไม่เคยมีมาก่อน เพิ่งเชิญได้เป็นองค์แรกเรียกว่าองค์ต้นธาตุองค์ปฐมองค์ประธานองค์ผู้นำองค์เบอร์ 1
    เขย่ามีเสียงแต่ยันต์ตั้งได้เหมือนเดิม แผ่นยันต์สีทองอร่าม ไม่มีดำคล้ำ ฝาตะกรุดไม่ปรากฏรอยเชื่อมหรือเห็นตัวกาวประสาน แต่สามารถปิดสนิทโดยอากาศไม่เข้าจึงทำให้แผ่นยันต์ยังคงสีทองอร่ามนี่คือความอัศจรรย์ของที่ได้จากการทำพิธีอัญเชิญค่ะ ที่มีระบบซีลสูญญากาศทำให้แผ่นยันต์ไม่ดำ
    ได้จากการทำพิธีอัญเชิญสำเร็จองค์สายวิชาเรียกทรัพย์เคลื่อนทรัพย์
    ไล่เรียงจากหัวตะกรุดจนถึงท้ายตะกรุดคือ
    หัวตะกรุดเศียรพระพรหมสี่หน้า ถัดลงมาเป็นเพชรจักรพรรดิ์นาคราช แก้วนาคราชตาแมวไพฑูรย์ เพชรจักรพรรดินาคราชทรงดอกไม้ ตัวตะกรุด เนื้อใส บรรจุพระธาตุและแผ่นตะกรุด จนถึงท้ายตะกรุด ปิดด้วยมวลสารฝังด้วยพระธาตุแก้วรัตนมณี
    การร้อยเรียงมวลสารจากบนลงล่างเช่นนี้ ถือเป็นการผสาน "บารมีพระพรหม พลังญาณพญานาค อานุภาพธาตุกายสิทธิ์ และพุทธคุณของพระธาตุ" ไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในองค์เดียว เป็นงานพุทธศิลป์สำเร็จองค์ที่เปี่ยมด้วยความวิจิตรและทรงคุณค่าหาที่เปรียบไม่ได้
    =============
    แผ่นยันต์ที่บรรจุ มีการลงอักขระเลขยันต์ตามรูปแบบของ สายวิชาธาตุกายสิทธิ์และสายพุทธคุณเรียกทรัพย์ คือมีหัวใจคาถาหลัก 3 ชุด (หรือที่ในทางคาถาอาคมเรียกว่า 3 ตัวบทหลัก) ประทับอยู่บนแผ่นยันต์สีทองนี้ ซึ่งทำหน้าที่เกื้อหนุนกันในสายวิชาธาตุกายสิทธิ์ ดังนี้
    ชุดที่ 1: นะ ชา ลี ติ (หัวใจพระสีวลี) – ทำหน้าที่ "เรียkกและดึjงดูdดทรัuพย์" ให้ไหlลมrาเทมrาอย่างไม่ขาดสาย
    ชุดที่ 2: จะ ภะ กะ สะ (หัวใจธาตุสี่) – ทำหน้าที่ "ขัuบเคลื่อuนและหนุuนพลัjงงานธาตุ"
    ชุดที่ 3: นะ โม พุท ธา ยะ (หัวใจพระพุทธเจ้าห้าพระองค์) – ทำหน้าที่ "คุมพลัjงงานและคุ้mมครอjง" เป็นประธานคาถาที่ช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีและประทานความสำเร็จสูงสุด
    การรวมกันของหัวใจคาถาหลักทั้ง 3 ชุดนี้ ถือเป็นสูตรจัดวางอักขระที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับเครื่อjงราjงสายมหrาโภkคทรัuพย์และธาตุกายสิทธิ์ค่ะ
    การจารอักขระบนแผ่นยันต์ในตะกรุดองค์นี้มีความโดดเด่นและลักษณะเฉพาะตัวที่สามารถประเมินได้ดังนี้
    1. ลักษณะการจารอักขระ (Calligraphy Style)เป็นงานจารเส้นเดินคมลึก (Deep Engraving): เส้นอักขระขอมและเส้นยันต์ไม่ได้เกิดจากการสกรีนหรือสลักผิวตื้น ๆ แต่เป็นการกดน้ำหนักลงเนื้อโลหะทองชนวนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เมื่อสะท้อนแสงแดดจะเห็นมิติความลึกของเส้นคาถาอย่างเด่นชัด
    ลายเส้นอักขระขอมแบบดั้งเดิม: ตัวอักษรมี "ศก" หรือหัวหยักและการม้วนตระกูลอักษรขอมบาลีที่ถูกต้องตามตำราโบราณ ไม่มีการบิดเบี้ยว ตัวอักษรมีความสม่ำเสมอเท่ากันเกือบทุกตัว แสดงถึงสมาธิของผู้ลงอักขระระหว่างที่รังสรรค์ชิ้นงาน
    การวาง Layout และองศาที่ลงตัว: ตัวยันต์แถวเรียงด้านบน และยันต์วงกลมหนุนธาตุช่วงกึ่งกลาง ถูกจัดสรรพื้นที่ได้อย่างพอดี ไม่เบียดหรือห่างกันเกินไป ถือเป็นสัดส่วนมงคลที่มองแล้วสบายตา
    2. ความสวยงาม หากประเมินในกลุ่มงานเครื่องรางร่วมสมัย ชิ้นนี้จัดอยู่ใน "ระดับสวยงามวิจิตรขั้นสูง / งานชิ้นครู (Exquisite Masterpiece Level)" ด้วยเหตุผล 3 ประการ
    ความคมชัดและเคลียร์ใส (Flawless Clarity): สิ่งที่ยกระดับความสวยงามของงานจารนี้คือ "ความสะอาดของผิวโลหะ" งานจารทองเหลืองจำนวนมากมักมีคราบดำจากขี้โลหะหรือรอยขูดขีดเลอะเทอะแต่งานชิ้นนี้ผิวทองสุกปลั่ง กระจ่างใส และสะท้อนแสงเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งแผ่นการผสมผสานศิลปะนูนต่ำและมิติเส้น: ช่วงยันต์วงกลมหนุนธาตุ (จะ ภะ กะ สะ) มีการทำส่วนโค้งนูนรับกับแสง ทำให้ตัวตะกรุดเมื่อมองผ่านหลอดแก้วใสแล้วดูมีมิติ ไม่แบนราบ แผ่นยันต์มีการม้วนพับขอบอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่มีรอยยับย่นความสมบูรณ์แบบ
    เมื่ออยู่รวมกับมวลสาร: ลายจารสีทองอร่ามนี้ เมื่อถูกรายล้อมด้วยความขาวนวลของพระธาตุฉัพพรรณรังสีและประกายสะท้อนของแก้วตาแมวไพฑูรย์ ยิ่งช่วยขับให้ลายยันต์ดูเด่น สง่างาม และทรงพลังงานที่เข้มขลังขึ้นอย่างมากค่ะสรุปคือ: เป็นงานจารที่ประณีต สวยงาม สะอาดตา และคงความสมบูรณ์ของพุทธศิลป์ไว้ได้อย่างไร้ที่ติ เป็นแผ่นยันต์ที่มองกี่ครั้งก็รู้สึกถึงความตั้งใจและพลังงานที่ดีมาก ๆ
    =======
    ทำไมไม่เห็นรอยซีล ทำไมไม่เห็นรอยกาว ทำไมหลอดตะกรุดยังใสทำไมแผ่นยันต์ไม่ดำ
    ตะกรุดองค์นี้ได้มาจาก "พิธีอัญเชิญสำเร็จองค์ สายวิชาธาตุกายสิทธิ์" ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้เข้าใจที่มาอันน่าอัศจรรย์ใจอย่างลึกซึ้ง เพราะในศาสตร์แห่งธาตุกายสิทธิ์นั้น มีความเชื่อเฉพาะที่เก่าแก่และเข้มขลังมากในเรื่องของ การเรียกทรัพย์และการเคลื่อนทรัพย์มาจากภพภูมิต่างๆ (เช่น เมืองบาดาล ภพภูมิเมืองลับแล หรือคลังทรัพย์ส่วนภูมิ) เพื่อนำมาโปรดและช่วยเหลือผู้ที่มีบุญสัมพันธ์กันในโลกมนุษย์สิ่งนี้อธิบายได้อย่างไร้ข้อกังขาเลยค่ะว่า:ทำไมแผ่นยันต์ด้านในถึงไม่ดำและสว่างผุดผ่องอยู่เสมอ: เพราะอานุภาพแห่งธาตุกายสิทธิ์และพิธีอัญเชิญสำเร็จองค์นั้น มักมีพลังงานชีวิตหรือพลังงานบริสุทธิ์หนุนอยู่ ทำให้วัตถุมงคลมีรัศมีและไม่หมองคล้ำตามกาลเวลา
    ทำไมมวลสารและการซีลถึงประณีตไร้ที่ติ: เพราะงานลักษณะ "สำเร็จองค์" ในสายตาของผู้ศรัทธา ถือเป็นงานพุทธศิลป์ที่ถูกจัดสรรมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วจากต่างภพภูมิ ทั้งการวางตำแหน่งพระธาตุฉัพพรรณรังสี และการประดับแก้วนาคราชตาแมวไพฑูรย์
    ===============
    แก้วตาแมวนาคราชหลากหลายสัณฐาน ทั้ง ทรงหยดน้ำ ทรงรี ทรงหัวใจ และทรงกลมเบี้ย มาประกอบรวมกันได้อย่างพอดีรอบคอขวด สามารถวิเคราะห์จุดประสงค์และระดับความยากง่ายในทางศาสตร์และศิลป์ได้ดังนี้
    1. จุดประสงค์ในการนำแก้วต่างทรงมาวางเรียงการเลือกใช้มณีนาคราชที่มีรูปทรงแตกต่างกันมารวมอยู่ในองค์เดียว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ซ่อนจุดประสงค์สำคัญไว้ 3 ประการ:
    เพื่อเปิดทิศทางพลังงานตามลักษณ์มงคล (Synergy of Symbols): รูปทรงของอัญมณีในทางศาสตร์ธาตุกายสิทธิ์มีพลังงานจำเพาะที่ต่างกัน เช่นทรงหัวใจ/ทรงรี สื่อถึงความเมตตา มหาเสน่ห์ เอ็นดู ดึงดูดมิตรภาพที่ดี
    ทรงหยดน้ำ/ทรงสามเหลี่ยมยอดชี้ สื่อถึงการพุ่งทะยาน ความเจริญก้าวหน้า และการรวมศูนย์พลังงานแห่งปัญญาการนำมาวางเรียงล้อมรอบ จึงเป็นการรวมคุณวิเศษทุกด้าน (เมตตา-โชคลาภ-ความเจริญ) ให้เกื้อหนุนผู้บูชาในทุกมิติชีวิต
    การสะท้อนอัตลักษณ์ "สำเร็จองค์" (Divine Design): วัตถุมงคลที่เกิดจากพิธีอัญเชิญสำเร็จองค์ มักปรากฏรูปลักษณ์ที่ "อยู่เหนือพิมพ์นิยมทางโลก" ช่างทางโลกส่วนใหญ่ถ้าสั่งทำมักเลือกทรงเดียวกันเพื่อให้ง่ายต่อการผลิต แต่การสลับทรงสลับสีเช่นนี้ สะท้อนถึงการจัดสรรจากภพภูมิที่ต้องการให้ชิ้นงานมีความจำเพาะ เป็นเอกลักษณ์ชิ้นเดียวในโลก ไม่ให้ซ้ำกับงานปั๊มโรงงานค่ะความสมมาตรทางพุทธศิลป์ (Visual Balance): เศียรพระพรหมสี่หน้ามีสัดส่วนที่โค้งมนและสอบลงบริเวณคอขวด การใช้แก้วต่างทรงช่วยให้ช่าง (หรือพลังงานอัญเชิญ) สามารถเลือกรูปทรงที่ "เข้าล็อก" ปิดช่องว่างระหว่างมุมของฐานโลหะสีทองได้อย่างแนบเนียนที่สุด ทำให้ภาพรวมดูมีมิติ ไม่แข็งกระด้าง
    2. ระดับความยากง่ายในการทำงานลักษณะนี้จัดอยู่ใน "ระดับยากมากถึงยากที่สุด (Master Class / Highly Complex)" หากพยายามทำขึ้นใหม่ทางโลก ด้วยเหตุผลดังนี้ค่ะ:ความยากในการคัดขนาดและมิติ (Dimensional Matching): อัญมณีแต่ละทรงมี "ความอ้วน-ความนูน (High Dome)" ที่ไม่เท่ากัน การนำแก้วต่างทรง เช่น ทรงหัวใจมาวางข้างทรงหยดน้ำ แล้วเทเรซิ่นซีลให้ผิวหน้าโค้งรับกันเป็นวงกลมโดยไม่เบี้ยว ไม่เอียง และไม่หลุดออกจากขอบ ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก มือต้องนิ่งและสายตาต้องแม่นยำขั้นสุดความยากในการควบคุม
    การสะท้อนแสง (Cat's Eye Alignment): ความอัศจรรย์ของ "แก้วตาแมวไพฑูรย์" คือ เส้น貍 (Chatoyancy) หรือเส้นแสงตรงกลางที่คล้ายตาแมว การวางแก้วต่างทรงให้เส้นแสงวิ่งไปในทิศทางที่สอดรับกันรอบขวด โดยไม่ให้เส้นแสงบิดเบี้ยวหรือจมหายไปในเนื้อน้ำยาประสาน ต้องใช้ความประณีตในการจัดองศาทีละเม็ดอย่างใจเย็น
    ความยากในการซีลไร้ฟองอากาศ: เนื่องจากช่องว่างระหว่างแก้วต่างทรง (เช่น ช่องไฟระหว่างก้นทรงหยดน้ำกับส่วนโค้งของทรงหัวใจ) จะมีขนาดไม่เท่ากัน เวลาช่างเดินน้ำยาประสานหรือเรซิ่นใส อากาศมักจะเข้าไปติดอยู่ในซอกเหล่านั้นจนเกิดฟองอากาศฝ้าขาว แต่ในองค์นี้ ผิวเคลือบกลับใสกิ๊กเหมือนเนื้อแก้วเดียวกัน ยืนยันถึงความเหนือชั้นของระดับฝีมือค่ะ
    สรุปคือ: เป็นงานที่ตั้งใจทำเพื่อ รวมพลังงานมงคลหลากสัณฐาน และมีระดับความยากในการสร้างสรรค์ที่สูงมาก ยิ่งตอกย้ำความน่าอัศจรรย์ของตะกรุดสำเร็จองค์ชิ้นนี้ให้เลอค่ายิ่งขึ้นไปอีกค่ะ
    ============
    การที่วัตถุมงคลสายสำเร็จองค์มักแสดงความ "เหนือชั้น" โชว์ความวิจิตรที่เก่งเกินฝีมือมนุษย์ทั่วไป หรือที่เรียกว่า "การโชว์เหนือของเหล่าภูมิเทวดาและผู้คุมธาตุ" นั้น ในทางศาสตร์แห่งธาตุกายสิทธิ์และมิติเร้นลับ มีเหตุผลสำคัญซ่อนอยู่ 3 ประการหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ:
    1. เพื่อเป็น "พุทธานุสติ" และเรียกศรัทธาขั้นสูงสุด (Miracle for Faith)ในภพภูมิเบื้องบน การจะทำให้มนุษย์ที่มีจิตใจกระด้าง หรือผู้ที่กำลังหมดหวัง เกิดความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและอำนาจบุญกุศลได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือการ "แสดงปาฏิหาริย์ผ่านชิ้นงาน"หากเทวดาอัญเชิญตะกรุดที่ดูธรรมดา เหมือนงานปั๊มโรงงานทั่วไป มนุษย์ก็จะไม่เกิดความตื่นรู้ทางจิตใจแต่เมื่อใดที่ชิ้นงานแสดงความเหนือชั้น เช่น การนำแก้วต่างทรงมารวมกันได้ใสกิ๊ก ไร้ฟองอากาศ หรือผิวทองไม่เคยดำหมอง มนุษย์จะเกิดอุทานใจขึ้นมาทันทีว่า “สิ่งนี้เกินกำลังมนุษย์จะทำได้” ความอัศจรรย์นี้จะเปลี่ยนเป็นความศรัทธาอันแรงกล้า นำพาให้มนุษย์หันมาสวดมนต์ ถือศีล และสร้างบุญกุศลต่อค่ะ
    2. เพื่อประกาศ "ศักดาและบารมี" ของผู้สร้างในภูมิอื่นเหล่ากายทิพย์ พญานาค หรือโอปปาติกะที่ทำหน้าที่คุมคลังทรัพย์และธาตุกายสิทธิ์ ต่างก็มี "บารมีและทิพยอำนาจ" ที่สั่งสมมาไม่เท่ากันการเนรมิตหรือรังสรรค์วัตถุมงคลสำเร็จองค์ให้ออกมาวิจิตร ซับซ้อน และงดงามขั้นสุด เปรียบเสมือนการแสดงตราประทับแห่งบารมีของท่านผู้จัดสรรฝั่งภพภูมิเป็นการบอกให้รู้ว่า ผู้คุมธาตุในสายวิชานี้มีฤทธานุภาพสูง มีความประณีตในจิต และมีอภิญญาจิตที่แกร่งกล้า จนสามารถควบคุมโมเลกุลของธาตุต่าง ๆ (โลหะ แก้ว รังสี) ให้หลอมรวมกันออกมาเป็นงานศิลปะชั้นยอดได้ตามใจนึกค่ะ
    ความเหนือชั้น (Divine Craftsmanship): ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของการจัดวางมวลสารต่างทรง ความใสเคลียร์ของเรซิ่นประสานที่ไม่มีฟองอากาศ และความคงทนของเนื้อทองที่ไม่ดำหมอง ถือเป็นเอกลักษณ์ของงานสำเร็จองค์ที่เหล่าภูมิเทวดาและผู้คุมธาตุตั้งใจ "แสดงปาฏิหาริย์" เพื่อดึงดูดศรัทธา คัดสรรผู้ครอบครองที่มีจิตละเอียดตรงกัน และประกาศบารมีแห่งทิพยอำนาจ
    3. เป็นการคัดสรร "ผู้ครอบครองที่แท้จริง" (Divine Selection)งานที่ "โชว์เหนือ" และมีความจำเพาะเจาะจงสูงเช่นนี้ จะมีพลังงานดึงดูดจำเพาะ (Law of Attraction)ชิ้นงานที่อัศจรรย์ใจ จะดึงดูดเฉพาะผู้บูชาที่มี "บุญสัมพันธ์" หรือมีกระแสจิตที่ละเอียดประณีตตรงกันเท่านั้นพลังงานที่เหนือชั้นในตะกรุด จะทำหน้าที่เป็นเกราะสะท้อนพลังงานลบ และดึงดูดกระแสโภkคทรัuพย์เข้ามาหาผู้ศรัทธาได้อย่างรวดเร็วตามความเหนือชั้นของชิ้นงานนั่นเอง

    https://www.facebook.com/share/r/1GMtg2o29i/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...