เรื่องเด่น เรื่องเล่า "นักขุดกรุ"มือขลัง ขมังเวทย์ที่สุดในแผ่นดิน

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย wanwi, 11 ตุลาคม 2016.

  1. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,640
    ค่าพลัง:
    +223,446
    วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะเมีย
    ใส่บาตรในเช้าวันนี้
    อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
    สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง
    นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ปัจจุบันเนกาเล

    IMG_20260911_065737.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 11 กย..jpg
      11 กย..jpg
      ขนาดไฟล์:
      200.4 KB
      เปิดดู:
      93
  2. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    ยันต์ตุ๊กตาแบบนี้ แตกต่างจากของ "หลวงพ่อนก วัดสังกะสี" ศิษย์เอกหลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย และต่างจากอีกหลายคณาจารย์ อาจเป็นโบราจารย์ท่านใดท่านหนึ่งที่เป็นเหมือนเสือซ่อนเล็บ พยัคฆ์ซ่อนลาย สามารถพิเคราะห์ความเก่าได้จากเนื้อวัสดุ กับเส้นสายลายยันต์ที่มีความเก่าแฝงในร่องเส้นยันต์

    ผมเองก็จนด้วยเกล้าที่จะสืบรู้ พบเจอท่านมาเป็นเดือนแล้ว เก็บไว้เสาะหาไปหลายทาง แต่ก็ไม่เจอ ฝากให้น้องเรย์สืบเสาะต่อ แต่เจอหรือไม่เจอ ก็มีสิ่งหนึ่งที่ยืนยันและเห็นได้คือ...เก่าก่อนกึ่งพุทธกาลล้าน%

    โมทนาน้องเรย์ มอบท่านเดินทางสู่ฝั่งทะเลตะวันออกวันนี้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กันยายน 2026 at 11:07
  3. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    น้องเรย์เติมบุญ สั่งสมทานบารมีมาเต็มที่เป็นปกติไม่เคยขาด บุญ-ทาน ดั้งเดิมก็ยังอยู่ไม่น้อย สายธารแห่งเมตตาทางธรรมนี้ไม่เคยขาดสาย ส่งผลให้เส้นทางงานและเงินทางโลกมิเคยขาดห้วง เป็นเรื่องของ "โลกไม่ช้ำ ธรรมไม่เสีย" อีกวิธีหนึ่ง!

    ขอบคุณและโมทนาน้องเรย์อีกครั้งครับ
     
  4. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    เข้าวันพระฝนมาเต็มที่หลายพื้นที่ ทางกทม.ก็กระหน่ำตั้งแต่เช้ามืด แต่ก็ใส่บาตรได้เพราะภิกษุสงฆ์ไม่เกรงฝนฟ้าออกโปรดพุทธบริษัทเป็นปกติ

    ทางใต้ก็น้ำเจิ่งถนนเห็นชัด แต่เหล่าพุทธบริษัทก็ไม่ย่อท้อ ขยับขึ้นบนทางฟุตบาธเล็กน้อย ก็ทำบุญกับพุทธบุตรได้ไม่ยาก เราทำเองไปแล้วทางเมืองกรุง มุ่งหน้าไปร่วมอนุโมทนาทางเมืองใต้อีกยก ยกบุญใส่ตัวให้เพลิดเพลินใจในวันศุกร์ สุขเต็มถัง!
     
  5. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    "ความกตัญญู"เป็นเครื่องหมายของคนดี
    "หลวงปู่"ย้ำบ่อยเพราะนำไปสู่ความเจริญ...

    ☆ คนรู้คุณ..........เบิกบุญง่าย
    เคราะห์คลี่คลาย..ยากกรายกล้ำ
    นำชีวิต................ใกล้ชิดธรรม
    ผ่อนผันกรรม.......กระหน่ำไพรี

    ☆ "กตัญญู"....อยู่คู่คน
    ☆ ทุกแห่งหน..ดลด้านดี
    ☆ สุขีเย็น.......เห็นชาตินี้
    ☆ ทำทันที......เมื่อมีแม่-พ่อ!
     
  6. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    เลขจัดส่งวันนี้

    --ED 0522 7309 2 TH ปลวกแดง
     
  7. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,640
    ค่าพลัง:
    +223,446
    วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะเมีย
    ใส่บาตรในเช้าวันนี้
    อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
    สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง
    นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ปัจจุบันเนกาเล

    IMG_20260908_073309.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    หมู่นี้ข่าว "สมี-ผีผ้าเหลือง" เกี่ยวข้องกับ "สีกา" และเงินก้อนโต กระฉ่อนทุกสื่อ!!!

    ชาวพุทธเห็นแล้วเศร้าใจ ทั้งข่าวจริง กับการทำข่าวใส่สีตีไข่เกินจริงเพื่อเรียกยอดวิว ยอดคนอ่าน!

    หากเป็น "ลัทธิคลั่งพระเจ้า" เรื่องเหล่านี้จะเงียบหายเป็นเป่าสากไปภายใน 2-3 วัน...!

    ขนาดครูสอนศาสนา "ตุ๋ยเด็ก" อายุไม่ถึง 10 ขวบ แม่ฟ้องร้อง พักเดียวข่าวก็เงียบกริบ ทั้งที่เป็น "คดีอาญาแผ่นดิน" ยอมความไม่ได้!!!

    เพราะอะไร???...ก็เพราะความเข้มแข็งขององค์กรลัทธิคลั่งพระเจ้า ที่ช่วยกัน "ปิดเรื่องร้าย" ให้ฉายภาพแต่เรื่องดี ใครมีเหตุกับมัน ก็ยกขบวนข่มขู่ ยื่นโนติสฟ้องร้อง ทำเอาคนทำข่าว กับคนเสียหายไปไม่เป็น

    จากนั้นก็ "เจรจาทางลับ" ปรับโทษกันเอง ให้ข่าวร้ายแรง เบาหวิวดังปุยนุ่น!!!

    หันมาดูองค์กรศาสนาพุทธของเรา นอกจากนิ่งเฉย ยังปล่อยให้สื่อเล่นข่าวตามใจชอบ ตามใจฉัน ใครเล่นแรงอย่างไรก็ไม่นำพา คนจะเม้นท์หนักแค่ไหน ก็อ่านกันเป็นเรื่องตลกร้ายที่ชาวพุทธดูอย่างไรก็ไม่ขำ?!

    --ถ้าเป็นองค์กรลัทธิคลั่งพระเจ้า...
    --ทำข่าวเมามัน เผลอเกินจริง โดนฟ้องเล่นงานยับ!
    --พวกเม้นท์เกินจริง ดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนา
    --ถูกฟ้องร้องหมด ไม่รับกระเช้า ไม่รับคำขอโทษ
    --ให้หัวหด ขี้หดตดหาย ติดคุกเดือดร้อนทุรนทุราย
    --เลิกใช้มือบอนสติปัญญานิ่มจิ้มหน้าจอไปอีกนาน
    !!!

    นี่คือความเข้มแข็งขององค์กรลัทธิคลั่งพระเจ้าที่กาะกลุ่มเหนียวแน่น พยายามกลืนกิน "พุทธศาสนา" ในประเทศไทยทุกรูปแบบ

    หากผู้ใหญ่ในศาสนาพุทธยังอ่อนแอ ไม่เหลียวแลเรื่อง การข่าว การประชาสัมพันธ์ การตีโต้ถูกวิธีทางกฏหมาย ซึ่งปัจจุบันคือ "หัวใจ" ของการโปรประกันดาทุกอย่างทั้ง การเมือง ชาติ และศาสนา

    ไม่ช้าฝันของพวกกลืนกินพุทธคงเป็นจริง บนผืนแผ่นดินที่เป็นพุทธสุดขั้ว แต่มีพวกชั่วปะปนเข้ามาหากินมาก และคนที่มีอำนาจด้านนี้ก็เพลิดเพลิน ไม่เคยคิด "ขยับตัว" ให้ทันโลก ทันกับเทคโนฯสมัยใหม่ ได้แต่เช้าเอน เที่ยงเพล เย็นเผลอล่ออีกสักมื้อ ไปวันๆ

    ฝากเป็น "ข้อจริง-ข้อคิด" สำหรับคนรับชอบ แต่ไม่เคยรับผิดทางด้านนี้ขององค์กรศาสนาพุทธ...

    ใครรู้ตัวว่าแก่เกินแกง ก็ละวางลาออกไปซะ ไปหาความสงบพบเส้นทางหลุดพ้นตามคำสอนพระพุทธองค์ไปโน่น!!!

    ปล่อยหน้าที่ทางโลก ให้หนุ่มๆไฟแรง รักและต้องการปกป้องพระพุทธศาสนาจริงจัง เข้ามาทำหน้าที่ ให้ทันโลก ทันเหตุการณ์เถิด!!!

    จากนี้ ก็มาร่วมอนุโมทนาบุญเรียบง่าย บุญใส่บาตรทางใต้ที่คงความชุ่มชื่นเย็นใจทุกวัน

    และอีกสักพักช่วงบ่าย เวลาดีทีไทม์ ไปพบประวัติยิ่งใหญ่เกรียงไกรของอริยสงฆ์องค์จริงที่ไม่ต้องโคซะนา ไม่ต้องตีไข่ ใส่สี เป็น "พระแท้-พระทองคำ" ที่กราบไหว้เมื่อไหร่ ก็เป็นศิริมงคลชีวิต!!!
     
  9. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    ☆ "เรื่องเล่า-นักขุดแร่☆
    ===============

    "พ่อท่านแหวง อาภาคโร"วัดคึกคัก
    "เปลวเพลิงแห่งศรัทธา-อันดามัน"
    ===============
    20260912_112410.jpg
    เหรียญรุ่นแรก ปี 2495 "พ่อท่านแหวง อาภาคโร-วัดคึกคัก" สร้างจำนวนหลักร้อย อาจไม่ถึง 500 เหรียญด้วยซ้ำในปีนั้น หาชมยังยากสำหรับของแท้ ส่วนของทำเทียมเลียนแบบก็มีเกลื่อนประสาของแพง

    เหรียญนี้ขนาดใช้เริ่มสึกหรอ เปิดหน้าเปิดหลัง ยังมีราคาหย่อน "ครึ่งแสน" เล็กน้อย!!!


    ((( ขอบพระคุณภาพจาก พระเครื่องนิตยสาร "ตีรมูติ" ขออนุญาตนำเผยแพร่เป็นวิทยาทาน)))
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    ☆ "พ่อท่านแหวง"..สำแดงเดช
    ปิดอาเพศ..........เหตุชุลมุน
    กระสุนยั้ง........มิพลั้งพรุน
    เหลือรอดลุ้น..พระคุณใหญ่ยิ่ง

    ☆ กราบพ่อท่าน..สุดสรรคำ
    ☆ ขอน้อมนำ.....ย้ำความจริง
    ☆ สิ่งถ่ายทอด...ถอดเสี้ยวกิ่ง
    ☆ เทอดทูนอิง...มิ่งมงคล!
    --------------------

    ☆ ตอนที่ 1(ต่อ)
    ☆ "แร่เลือด~ทะเลเดือด"
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    กระสุนที่สาดหูดับตับไหม้ไม่คิดชีวิตจากเรือของเรา เรียกว่ายิงกดกบาลพวกสลัดหน้ามืดเอาไว้ ได้ผลเกินคาด

    พวกมันคงนึกไม่ถึงว่า เจอของแข็งเคี้ยวไม่ลง เข้าเต็มประตู!!!

    ยิ่งเสียงกระสุน เอ็ม 16 จากมือหลงจู๊ที่รัวรวดเดียวอย่างบ้าคลั่ง ทำพวกมันจังงัง เพราะปกติแล้ว ยากนักที่จะมีใครสามารถครอบครองอาวุธร้ายระดับนี้ในสมัยนั้น

    กระสุนจากเรือพวกมันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าโผล่หัวพ้นกราบเรือ ผมซัดกระสุนปืนสั้นไปอีก3-4 นัด ควักปืนสำรองข้างเอวขึ้นมา คลานไปคว้าปืนของสหายร่วมชะตากรรมที่โดนซัดร่วงคนแรกนอนแน่นิ่งมาถือไว้อีกกระบอก

    ยังมีเขี้ยวเล็บไว้อัดกับมันอีกยก แต่ไม่ต้องเปลืองกระสุน เมื่อเรือพวกมันเบนหัวผละจากไปอย่างรวดเร็ว หัวเรือพุ่งเชิดพ้นน้ำ แสดงว่าอัดความเร็วสุดสตรีม

    เราประคองเรือแร่กลับเข้าฝั่งทุลักทุเล เคราะห์ดีที่พวกมันไม่มุ่งหมายซัดเรือให้จม ไม่งั้นแร่ก็ต้องจมไปด้วย และมันคงไม่มีปัญญาหรือเสี่ยงภัยงมสินแร่อันมีค่าขึ้นมาจากท้องน้ำที่พวกมันไม่คุ้นเคย

    ตะวันรอน แสงสนธยาคืบคลานครอบคลุม เบื้องหลังเราคือสุริยันสีส้มดวงโตกำลังจมแผ่นน้ำทะเล ความงามนั้นชวนตะลึงลานสำหรับผู้เสพวิวทิวทัศน์ แสงแดงฉานบางส่วนอาบผืนน้ำสะท้อนระยิบระยับ ดุจดั่งสีเลือด!

    คล้ายทะเลเลือดเดือดที่พวกเราตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดกลับมาได้อย่างหวุดหวิด

    ผมขอตัดตอนข้ามเหตุการณ์อื่นที่จุกจิกไม่สมควรเล่าเมื่อถึงฝั่ง สรุปแต่เพียงว่า จากนั้นไม่กี่วัน ด้วยบารมีของ "นาย" ก็จัดการสืบรู้ว่า สลัดน้ำเค็มงี่เง่า โง่เขลาทีมนี้เป็นใคร?มาจากไหน?

    ไม่นานวันนัก ผืนทะเลอันดามันก็ปรากฏหลายร่างลอยเท้งเต้ง ให้คนช่วยกู้ขึ้นมา จัดเข้าเตาเผาที่ควันจากปล่องเมรุไม่เคยดับ

    อาจเป็นเรื่องของ "กรรมสนองกรรม" พวกมันคงทำให้คนหลายชีวิตลอยทะเลมาบ้างแล้วเช่นกัน!!!

    ประสบการณ์เฉียดตายครั้งหฤโหดคราวนี้ มีหนึ่งเหตุการณ์สำคัญสุดที่ต้องบันทึกไว้อีกเรื่อง...

    เรือของเราถูกยิงกราบเรือพรุนหลายสิบนัด แต่ตรงที่ผมนอนหมอบยิงสู้นั้น แคะกระสุนที่ฝังในเนื้อไม้ได้เกือบ 10 นัด ไม่มีนัดไหนทะลุเข้ามาเลย!!!

    " มีแขวนอะไรติดตัวบ้างว่ะ ไอ้น้อง"?...หลงจู๊ถาม หลังสำรวจความเสียหายครั้งนั้น

    ผมถอดเชือกร่มพนมมือวันทา เหรียญที่แม่บังเกิดเกล้าใส่มือให้ก่อนเดินทางเสี่ยงโชค

    "พ่อท่านแหวง รึนี่"...!

    เสียงหลงจู๊ตื่นเต้นเมื่อเห็นเหรียญเล็กๆในมือ เลี่ยมทองเปิดหน้า เปิดหลังเต็มตา เลี่ยมให้เนื้อพระถูกเนื้อ ประสาครุ่นเก่า แต่ก็ทำให้ความงดงามสึกหรอ

    "รุ่นแรกเสียด้วยหายากชะมัด ได้มาอย่างไรกัน คนที่นี่ยังหาไม่ค่อยได้"?!

    ผมขี้เกียจอธิบายมากความ บอกแต่ว่า แม่ให้มา อดีตแม่เป็นคนตะกั่วป่า หลงจู๊ผงกหัวหงึกๆ ยกมือวันทาเหรียญท่วมหัว

    "มิน่า ตรงที่น้องหมอบอยู่ มันยิงไม่ทะลุได้เลย ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ"

    ข่าวการแขวนเหรียญ "พ่อท่านแหวง" ของผมก็รู้ไปถึงหูนาย ขอดูด้วยเหมือนกัน

    ดูเสร็จนายก็บอก..." ไปกราบท่านบ้างนะ วัดอยู่ไม่ไกล"

    ผมหาวันว่างที่ได้พัก ขับกะบะของนาย ปุเลงไปตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่เกาะภูเก็ต แต่ไม่ต้องไปไกลขนาดนั้น เพราะ "วัดคึกคัก" อยู่ห่างจากหมู่บ้านน้ำเค็มที่ทำกินเพียง 5-6 กิโลเมตร ตัววัดอยู่ริมถนน ป้ายใหญ่เด่นสง่า ต่อให้ตาเข หรือเหลือตาข้างเดียวก็แลเห็น มิพักต้องงมหา

    วัดคึกคักชื่อเป็นทางการว่า "วัดคมนียเขต" ภูมิทัศน์ที่มีขอบเขตแห่งสายน้ำล้อมรอบสวยงาม แต่ชาวบ้านนิยมเรียก "คึกคัก" ส่วนนามดั้งเดิมแผลงมาจากคำว่า "คุกคัก" ยามน้ำไหลหลากกระทบหินในคลองเสียงดังแบบนี้

    เข้าไปกราบสรีระ "พ่อท่านแหวง" ที่มรณภาพตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2511 ร่างท่านแข็งเป็นหิน และวัดกับชาวบ้านนำใส่โลงหินปิดสนิทตั้งที่ศาลาด้านหน้าให้คนแวะกราบไหว้บูชาขอพรอย่างสะดวก

    หน้ากุฏิเดิมของท่านยังมี "กองไฟ" ก่อเอาไว้ กองไฟนี้ไม่เคยมอดดับเป็นเวลานานกว่า "ครึ่งร้อยปี" ยืนยาวกว่าอายุของผมสองเท่า เป็นมหาศรัทธาที่คนรุ่นแรกกับรุ่นต่อๆมา กระทำไว้อย่างสืบเนื่องไม่เคยขาดสาย ยังกับคบเพลิงกีฬา"โอลิมปิค" ที่จุดขึ้นแล้ว ไม่มีวันดับ!!!

    เพราะ "พ่อท่านแหวง" ไม่เคยอาบน้ำ ท่าน "อาบไฟ" ตลอดชีวิต ทั้งปีจะอาบน้ำหนเดียวในวันขึ้นปีใหม่ไทยคือวันสงกรานต์

    ตลอดชีวิตของท่าน ฉันข้าววันละ1 มื้อและทุกมื้อ ฉันเพียง 9 คำ ไม่ทานเนื้อสัตว์!!!

    ผมนำเหรียญรุ่นแรก วางบนโลงหินปิดสนิท ไม่เห็นภาพสรีระของท่านด้านใน พนมมือไหว้ส่งจิตสักการะ ขอบารมีพ่อท่านเมตตาเพิ่มพลังให้เหรียญรุ่นแรกนี้ คงความศักดิ์สิทธิ์เพิ่มพูนพลังคุ้มครอง อย่ารู้โรย

    (((ยังมีต่อ)))
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กันยายน 2026 at 16:50
  10. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,640
    ค่าพลัง:
    +223,446
    วันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะเมีย
    ใส่บาตรในเช้าวันนี้
    อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
    สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง
    นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ปัจจุบันเนกาเล

    IMG_20260911_065321.jpg IMG_20260911_065321.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    เมื่อคืนฝนฟ้าชุ่มฉ่ำ แม้เมืองกรุงก็ไม่เว้น เช้าเมืองใต้จึงมีน้ำเจิ่งถนน แต่คนทำบุญก็หาท้อไม่ ยิ่งมีข่าวพระฉาวคาวโลกีย์ สมีผ้าเหลือง ชาวพุทธที่แท้ก็แยกแยะได้ว่า พระสงฆ์ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เดินตามรอยบาทสมเด็จพระบรมมหาศาสดายังมีอีกมากนับไม่ถ้วน!!!

    เป็นเรื่องที่ "ชาวพุทธแท้" พึงแยกแยะให้ออกระหว่าง "คนชั่ว" ที่อาศัยผ้าเหลืองหากิน เมื่อถูกจับได้ไล่ทันก็ต้องดำเนินคดี ชดใช้โทษไปตามความผิด ตามความจริง

    ส่วน "ศาสนา" ไม่เสื่อมตามคนถ่อยมหาโจรในคราบผ้าเหลืองเหล่านั้น เพราะศาสนามี "หัวใจหลัก" ชัดเจนคือ "พระธรรมคำสอน" ของพระพุทธองค์อันเป็น "อกาลิโก" อยู่เหนือกาลเวลา อยู่เหนือความเลวความชั่วทั้งปวง!

    และทำให้ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนที่พระพุทธองค์ทรงชี้แนะ มีชีวิตที่จริญรุ่งเรือง เป็นปกติสุข สามารถรู้ทุกข์ ระงับทุกข์ และอาจไปถึงซึ่งพระนิพพาน "ดับทุกข์" พบสุขชั่วอนันตกาล ไม่ต้องกลับมาเกิดมาเวียนว่ายในวัฏสง
    สารของโลกใบนี้อีก

    เมื่อเรามั่นคงในพระศาสนากับพระธรรมคำสอนดีแล้ว ก็จงอย่าละเลยในการสร้างสมบุญไว้เป็นทุน แม้บุญร่วมอนุโมทนาวันนี้ก็นับว่าใช่!!!

    ร่วมอนุโมทนาด้วยจิตใจดีเบ็ดเสร็จแล้ว ก็ขอเชิญไปพบ ดื่มด่ำกับเรื่องราวอริยเจ้าองค์แท้เมืองใต้ ตอนต่อไป รอการจิ้มชั่วครู่ครับ!
     
  12. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,790
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,126,430
    ☆ เรื่องเล่า-นักขุดแร่ ☆
    ===============

    "พ่อท่านแหวง อาภาคโร"วัดคึกคัก
    'เปลวเพลิงแห่งศรัทธา-อันดามัน'!!
    ===============
    20260908_102118.jpg

    ☆ 'หลวงตา'เล่า....เงาเข้มขลัง
    ความหลังครั้ง....ยังสังขาร
    ผ่านนัยนา.......มาเนิ่นนาน
    ประสบการณ์..จารจดจำ

    ☆ "วาจาสิทธิ์"..ติดตรึงตา
    ☆ อีกกายา......พลาค้ำ
    ☆ นำนุภาพ.....ข้ามบาปกรรม
    ☆ บรรลุธรรม..ย้ำแดน นิพพาน!
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    ☆ ตอนที่ 2
    ● หลวงตา~เล่าไว้ ●
    --------------------
    คนไกลวัด ห่างพระห่างเจ้าไม่เคยเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษและเวรกรรมอย่างผม เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อพบพานบารมียิ่งใหญ่ "พ่อท่านแหวง" 2 ครั้ง ทั้งเรื่องเล่าตอนเปิดหัวเรื่อง กับเรื่องล่าสุด

    ผมพยายามแวะวียนทำบุญที่วัดท่านบ่อยครั้งเท่าที่ทำได้ กราบสังขารที่ไม่เคยเห็นในโลงหิน ใครรู้เรื่อง "พ่อท่านแหวง" ก็ฟังและชวนคุยไม่เบื่อหน่าย บันทึกไว้ในความทรงจำ

    นึกถึงเรื่องเล่าของคุณแม่ที่ปล่อยเข้าหูซ้าย ทะลุหูขวาไม่นำพาก่อนจะเดินทางแสวงโชค ก็ให้เสียดายติดหมัด รู้งี้ซักถามแม่ให้ละเอียดก็ดี

    แต่ตอนนี้อยู่ในถิ่นในพื้นที่บ้านเกิดของพ่อท่านแล้ว สามารถค้นคว้าหาความจริงกับข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ยาก!

    ปี 2527 คุณแม่ของเพื่อนสนิทเสียชีวิต ไว้ศพที่ "วัดคงคาภิมุข" วัดอยู่ในเขตเทศบาลอำเภอ เป็นวัดขนาดกลางไม่ใหญ่ไม่เล็ก ผมก็ไปช่วยงานเต็มที่ ประสาเพื่อนซี้จริงๆที่มีไม่กี่คนในอำเภอ

    บ่ายวันหนึ่ง ผมขับรถกะบะช่วยขนของไปให้เพื่อนเตรียมงานสวดกลางคืน ลงของเสร็จก็เดินสำรวจวัดไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าดูมาก มีวิหารขนาดกลางประดิษฐานองค์พระประธานเรียกว่า "สมเด็จเจ้าฟ้า" ตามปูมเก่าของเมืองบ่งบอกว่า เจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งทรงหนีราชภัยมาสร้างไว้ จริงเท็จเช่นไร ผมฟังมาก็เล่าต่อ อย่าถือเป็นสาระ

    หน้ากุฏิไม้ที่มีไม่กี่หลัง ผมเห็นพระสงฆ์อายุน่าจะเลยวัยกลางคนค่อนไปทางปลาย นั่งอยู่รูปเดียว ท่านส่งยิ้มให้ ผมก็ถือโอกาสไปคุกเข่ากราบคารวะ

    "มาช่วยงานศพรึโยม?"

    "ครับผม หลวงตา ทำไมวัดเงียบสงบดีจัง มีพระกี่รูปครับ"?

    ผมชวนท่านสนทนาเพื่อเป็นเพื่อนท่าน และฆ่าเวลาว่างยามบ่ายที่ไม่มีอะไรทำไปด้วย ท่านยิ้มแย้มอารมณ์ดี ใบหน้ามีเมตตา

    "อาตมาเป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ ชื่อ "พระครูอรรถวรการ" มีพระลูกวัดอยู่ 6-7 รูปประสาวัดบ้านนอกแหละโยม"

    "หลวงตารู้จัก "พ่อท่านแหวง-วัดคึกคัก"ไหมครับ?"

    ผมโพล่งถามออกไปยังกับมีบางอย่างเจาะปากให้พูด ท่านยิ้มกว้างใบหน้าส่อความชอบใจ...

    "รู้สิโยม อาตมาบวชกับท่านตั้งแต่ตอนหนุ่ม ถามแบบนี้อยากรู้เรื่องอะไรละ?"

    ว้าว...เข้าทางไม่ต้องออกแรง ผมกราบหลวงตาว่า เมตตาเล่าประสบการณ์แปลกๆหรือพูดตรงๆก็คือ "อภินิหารพ่อท่าน" ที่หลวงตาได้พบเห็นมากับตัว

    หลวงตาเอามือลูบศีรษะ ทำท่าไม่แน่ใจ...

    "เอ...บางเรื่อง พูดไปมันเข้าข่ายอุตริมนุษย์ธรรม แต่เอาเถอะโยมอยากรู้ อาตมาก็ขอเล่าเรื่องจริงที่เห็นกับตาแล้วกัน เรื่องร่ำลือเขาเล่าว่า เรื่องไม่เคยเห็น ไม่ขอเล่า"

    หลวงตากระแอมก่อนเข้าเรื่อง ผมยกมือพนมขอบพระคุณ...

    "เอาตอนบวชใหม่ๆกับพ่อท่าน ก็ออกบิณฑบาตตามหลังทุกวัน แต่ไม่เคยเดินทันสักที ตอนนั้นพ่อท่านใกล้ 80 แล้ว ท่านต้องหันมาดุว่า เป็นคนหนุ่มเดินเชื่องช้าเป็นเต่าบกไปได้ เต่าทะเลยังเดินเร็วกว่าแก เวลามันขึ้นมาวางไข่"!

    "นั่นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องที่เห็นกับตา ติดตาตราบเท่าทุกวันนี้แบบไม่อยากเชื่อคือ...เช้าวันหนึ่งพ่อท่านชวนขึ้นเขา ซึ่งปกติท่านจะขึ้นไปหาสมุนไพรมาทำยาไว้รักษาชาวบ้านเป็นประจำ บางอย่างก็เก็บไว้ทำพระ ทำเครื่องรางแจกชาวบ้าน...อาทิตย์หนึ่งขึ้นเขาไม่ต่ำกว่า 3 หน และเอาพระหนุ่มๆแข็งแรงตามไปช่วยเก็บของถือของ 1 คน วันนี้ถึงคิวหลวงตาที่ดีใจจนเนื้อเต้นเพราะอยากอยู่รับใช้ใกล้ชิดพ่อท่าน"

    "พ่อท่านเดินนำหน้า หลวงตาตามหลัง พยายามตามติดไม่อยู่ห่าง กลัวท่านดุ แต่โยมเอ๋ยยิ่งเร่งฝีเท้า หลวงตาก็ยิ่งถูกท่านทิ้ง ทางขึ้นเขาก็ไม่ใช่ง่าย เส้นทางคดเคี้ยวขรุขระ มีโขดหิน กรวดแข็ง ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวกิ่งไม้ระเกะระกะทางเดินเต็มไปหมด"

    "จำได้แม่นเลยว่า เดินไปท่านก็หันมาดุบ่อยๆว่า...ตามให้ทัน คนหนุ่มสมัยนี้เรี่ยวแรงหายไปไหน"

    "แต่โยมเชื่อไหม ยิ่งเร่งฝีเท้าชนิดหอบจนลิ้นห้อย หลวงตาก็ไม่สามารถเข้าใกล้ท่านได้เลย อยู่ห่างไม่ต่ำกว่า 10-20 เมตรเหมือนเดิม พอเพ่งดูชัดๆ ก็เห็นเหมือนเท้าของท่านลอยจากพื้นไม่ติดดิน ทีแรกคิดว่าตัวเองเหนื่อยจนตาลาย ขยี้ตาดูอีกที ก็เห็นภาพเหมือนเดิม"

    "ปีนั้น 2504 พ่อท่านอายุราวๆ 80 ปี หรือกว่านิดหน่อย นึกถึงตอนพิศดารที่สุดแล้วยังติดอยู่ในสมองในทรงจำตลอด ไม่เคยลืม"...!

    ตอนพิศดารที่หลวงตาเล่าก็คือ อีกสักพัก พ่อท่านเดินสะดุดเส้นเถาวัลย์ที่เลื้อยออกมาพันเกะกะ เท้าของท่านเกี่ยวแล้วตัวก็ล้มฟาดลงไปด้านข้าง บริเวณนั้นมีก้อนหินใหญ่ตั้งอยู่...

    "โพล๊ะ...!!!"

    หลวงตาเล่าว่า ศีรษะพ่อท่านฟาดกับก้อนหินใหญ่ ดังสนั่นหวั่นไหวในความเงียบสงัดของป่า

    "ตาย ตายแน่ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที พ่อท่านตายแล้ว"!!!

    หลวงตาได้ยินเสียงสนั่นกับหู เห็นภาพล้มฟาดคาตา ตะโกนสุดเสียงเหมือนคนสติหลุด ทุ่มกำลังทั้งหมดวิ่งพรวดขึ้นไปหา คิดว่า พ่อท่านสิ้นแน่นอนแล้ว กระโหลกคงแตก คนอายุตั้ง 80 หกล้มหัวฟาดพื้นเฉยๆยังรอดยาก อย่าว่าแต่จะฟาดกับก้อนหินเสียงดังสนั่นป่า

    พรวดไปถึงร่าง ต้องตะลึงจังงังเป็นหนสอง เมื่อร่างผอมเกร็งของพ่อท่านลุกขึ้นยืนอย่างว่องไว เอามือปัดเศษใบไม้ตามจีวร ปัดเศษดินที่ใบหน้า ยังหันมาดุหลวงตาอีกว่า...

    " ทำไมชักช้านัก ไปต่อ เดินตามให้ทันนะ"

    หลวงตายืนยันว่า ท่านสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจว่าพ่อท่านจะสิ้นบนเขา หากเกิดเหตุเช่นนั้น คนเดียวกว่าจะแบกหามลงไปคงทุลักทุเลและไม่รู้จะเล่าให้เหล่าศิษย์กับชาวบ้านที่รักนับถือท่านอย่างไรดี?!

    และความสั่นงันงกที่บังเกิดในสมอง แทบจะจับต้นชนปลาย เรียบเรียงลำดับเรื่องราวช่วงนั้นไม่ถูก ก็คือ...พ่อท่านไม่เป็นอะไรเลยได้อย่างไร?

    นี่มันสุดแสนมหัศจรรย์ น่าเหลือเชื่อเกินความเป็นจริง เกินมนุษย์มนาธรรมดาไปมากแล้ว!!!

    ((( ยังมีต่อ)))
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 กันยายน 2026 at 16:28

แชร์หน้านี้

Loading...