เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 22 สิงหาคม 2026 at 17:53.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,922
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,996
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,922
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,996
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ความจริงวันนี้กระผม/อาตมภาพน่าจะกลับมาถึงวัดตั้งแต่ก่อนเพล แต่ด้วยความที่ว่าต้องนำรถไปเข้าศูนย์เช็คระยะ ๕๖๐,๐๐๐ กิโลเมตร กว่าจะเสร็จก็หลังเพลแล้วถึงได้เดินทางกลับ

    ถ้าหากว่ารถมีการเข้าศูนย์เช็คระยะตลอด ก็จะทำให้ใช้งานได้ปกติ เสียหายน้อย แต่ว่าส่วนหนึ่งก็มักจะเสียดายเงิน แล้วก็ปล่อยจนกระทั่งรถชำรุด โดยที่ตัวเองไม่สามารถจะแก้ไขได้ แต่จะว่าไปแล้ว รถยนต์ที่กระผม/อาตมภาพใช้อยู่ก็อายุ ๑๐ ปีเข้าไปแล้ว แต่ยังสามารถใช้งานได้เป็นปกติ
    นอกจากอุบัติเหตุแล้ว นาน ๆ ทีถึงจะมีอะไรชำรุดให้ต้องเข้าโรงซ่อมกัน ในส่วนอื่นก็ไม่ค่อยมีอะไรจะเสียหาย เพราะว่าการตรวจเช็คตามระยะนั้น ถ้าหากว่าเป็นระยะที่เขากำหนดเอาไว้ ก็จะมีการเปลี่ยนอะไหล่ตัวเก่าออก แล้วก็ใส่ของใหม่เข้าไปแทน

    แต่ว่าในยุคนี้สมัยนี้การผลิตวัตถุสิ่งของต่าง ๆ จะมีการกำหนดให้หมดอายุด้วย ซึ่งเป็นเรื่องของการหากำไรอย่างเดียว สินค้ารุ่นเก่า ๆ เขาทำเอาชื่อเสียง ก็คือใช้ไป ๗ ชั่วโคตรก็ไม่พัง..! แต่สินค้ารุ่นใหม่ ๆ ทำเพื่อหาเงิน จะมีการกำหนดวัสดุให้หมดอายุตามระยะเวลาที่ผ่านไป ใช้หรือไม่ใช้ก็พัง..!

    ถ้ายกตัวอย่างสินค้ารุ่นเก่า ๆ อย่างเช่นปากกาเชฟเฟอร์ เป็นปากกาหมึกซึม ซึ่งปากกาหมึกซึมรุ่นต่อ ๆ มานั้น ถ้าหากว่าตกกระทบพื้นนิดหน่อย ก็จะเกิดอาการที่เรียกว่า "ปากแตก" ก็คือขีดเขียนไม่ได้แล้ว เพราะว่าจะกัดกระดาษ แล้วหมึกก็อาจจะออกมากกว่าที่ต้องการ แต่ปากกาเชฟเฟอร์รุ่นเก่า ถึงเวลาก็เขียนไป พอจะเปิดกระป๋องนมข้นหวาน ถ้าหาเครื่องมือไม่ได้ ก็ปากกานั่นแหละ กระแทกทางซ้ายรูหนึ่ง ทางขวารูหนึ่ง เอาปากกาไปเขียนต่อได้หน้าตาเฉย ก็คือสามารถใช้เจาะโลหะได้เลย..!

    หรือไม่ก็อย่างวิทยุธานินทร์ สมัยนี้น่าจะไม่เหลือซากแล้ว..! เป็นวิทยุไทยแท้เลย มีปัญญาซื้อถ่านก็ใช้ไปเถอะ ๑๐ ปี ๒๐ ปีก็ยังเฉย ๆ กระผม/อาตมภาพไปสร้างวัดที่พม่า หลวงพ่อวัดมะเตียวฝากเงินมา บอกว่าคราวหน้าช่วยซื้อวิทยุมาให้เครื่องหนึ่ง ต้องยี่ห้อธานินทร์เท่านั้น ถึงได้กราบเรียนท่านไปว่า "หลวงพ่อครับ เขาเลิกขายไปตั้งชาติหนึ่งแล้ว" นั่นก็เพราะว่าความทนทานของสินค้ารุ่นเก่า ๆ หรือไม่ก็อย่างจักรเย็บผ้าซิงเกอร์ จักรยานตราจระเข้ ใช้จากปู่มาถึงรุ่นพ่อ ไปถึงรุ่นลูก ยันรุ่นหลาน ก็ยังใช้ได้อยู่เป็นปกติ..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,922
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,996
    การสร้างเสริมสิ่งของต่าง ๆ ของรุ่นเก่าทำเพื่อชื่อเสียง ใครที่รักษาชื่อเสียงไว้ได้ ก็เท่ากับว่าหากินได้ตลอดชาติ แต่ในปัจจุบันนี้ทำเพื่อการค้า ผลิตออกมาให้มากที่สุด กำหนดการหมดอายุให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ขายของชิ้นใหม่ให้มากที่สุด

    แม้กระทั่งการก่อสร้างในปัจจุบันนี้ส่วนที่เห็นอย่างชัดเจนเลยก็คือการสร้างถนนคอนกรีต มีการผสมคอนกรีตเพื่อให้หมดอายุด้วย พอถึงเวลาถนนสายนั้นจะพังพร้อมกันทั้งสาย แล้วก็ต้องเบิกงบประมาณเพื่อที่จะทำถนนใหม่

    ที่บ่นมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้ ก็เพื่อที่จะบอกพวกเราว่า ถ้าอยากใช้สิ่งของให้ทนทาน ก็ต้องรักข้าวของนั้นด้วย กระผม/อาตมภาพใช้รถยนต์วัดคันแรกตอนอยู่เกาะพระฤๅษี แบตเตอรี่ลูกนั้นใช้อยู่ ๕ ปีกว่า เนื่องเพราะว่าซื้อน้ำกลั่นมาคอยตรวจสอบเติมอยู่เสมอ แล้วแบตเตอรี่ลูกนั้นไปเสียก็ตอนที่เดินทางไปพม่าเดือนหนึ่ง กลับมาปรากฏว่าประจุไฟฟ้าหมด ชาร์จใหม่ก็ไม่เข้า เพราะว่าทิ้งไว้นานจนเกินไป ไม่อย่างนั้นแล้วก็น่าจะใช้ได้นานกว่านั้นอีก

    จนกระทั่งบรรดาคนงานของศูนย์ต้นน้ำ ฯ บอกว่า "หลวงพ่อ..เขาเปลี่ยนกันปีละลูก หลวงพ่อเล่นใช้ลูกหนึ่ง ๕ ปี แล้วโรงงานเขาจะขายอะไรได้" นั่นก็คือการที่เรารู้จักวิธีบำรุงรักษา ทำให้ใช้ได้นานกว่าคนอื่นเขา

    หรือไม่ก็โน้ตบุ๊กเครื่องแรก ที่กระผม/อาตมภาพเริ่มใช้ตอนเรียนประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์ ผ่านไป ๘ ปีถึงได้มาใช้เครื่องที่ ๒ เครื่องแรกยังใช้งานได้อยู่เลย แต่ด้วยความที่ว่าสเปกน้อยเกินไป ถึงเวลาแล้วทำงานไม่ทันใจ จนกระทั่งพรรคพวกเพื่อนฝูงและลูกศิษย์เขาบอกว่า "หลวงพ่อ..ไอ้เครื่องที่หลวงพ่อใช้น่ะมันพัง ก็คือมันเจ๊งมาตั้งแต่โรงงานแล้ว มันเลยใช้ได้นานกว่าเครื่องอื่นเขา..!" ถ้าเป็นเครื่องตามสเปกโรงงาน
    ใช้ถึง ๓ ปีก็บุญโขแล้ว ซึ่งความจริงเรื่องนี้เขาพูดกันเป็นของตลก แต่ถ้าเรารู้จักใช้และรักษาข้าวของเป็นจะอยู่ได้นานเป็นพิเศษ

    สมัยที่ยังอยู่วัดท่าซุง หลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านสั่งซื้อเครื่องขยายเสียง คือแอมพลิไฟเออร์ ๒ ตัว ยกให้วัดยาง ๑ ตัว ของท่านใช้เอง ๑ ตัว ของวัดยางพังไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ ? ของหลวงพ่อท่านยังอยู่เป็นปกติ..!

    ต้องถาม "ทิดเอี้ยง" (นายนพดล นาควิเชตร์) ถึงเวลาเสียบแจ๊กของไมโครโฟนเข้าไป เสียบแล้วก็หมุน ๆ เท่านั้นแหละ..ไม้เท้าลงหัวเปรี้ยงเลย..! หลวงพ่อท่านบอกว่า "ให้เสียบเข้าตรง ๆ ดึงออกตรง ๆ มึงหมุนแบบนั้นพอหลวมเดี๋ยวก็พัง" หรือไม่ก็ถึงเวลาทดสอบไมโครโฟนโดยใช้นิ้วเคาะ ไม้เท้าก็ลงกบาลพร้อมกับนิ้วที่เคาะนั่นแหละ..! ท่านบอกว่า "ข้างในมันเป็นฟิวส์บาง ๆ อยู่นิดเดียว มึงไปเคาะแบบนั้นเดี๋ยวก็ขาดฉิบหายหมด..!"
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,922
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,996
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านจะบอกว่า ของทุกอย่างเราได้มาด้วยศรัทธาของญาติโยม เพราะฉะนั้น..ต้องใช้ให้คุ้มกับที่โยมเขาตั้งใจถวาย ก็คือสิ่งที่เราใช้นั้นไม่ได้มาเพราะตัวเรา แต่ได้มาเพราะคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่ก่อให้เกิดศรัทธา ต่อให้ร่ำรวยขนาดไหนก็ห้ามฟุ่มเฟือยเด็ดขาด ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ถึงเวลาถ้าเสียหายต้องรีบซ่อมแซมคืนมาทันที ไม่ใช่เปลี่ยนใหม่ ท่านบอกว่า "ถ้าใครใช้ล้างใช้ผลาญ อย่าให้ข้ารู้ก็แล้วกัน..!"

    ดังนั้น..หลายท่านอาจจะสงสัยว่าจีวรชุดแรก กระผม/อาตมภาพใช้อยู่ ๑๗ ปี ใช้จนกระทั่งเย็บไม่ได้ เพราะว่าเนื้อจีวรเปื่อยแล้ว ก็คือถ้าดึงแรงหน่อยก็ขาด จึงจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชุดใหม่ ขณะเดียวกัน พรรคพวกพี่น้องที่อยู่วัดท่าซุงด้วยกัน ใช้จีวรกันชนิดไม่บันยะบันยัง ในกุฏิไม่ทราบว่ามีกี่ชุด เพราะว่าไม่ได้เข้าไปดู แต่มีประเภททิ้งไว้ที่หอฉันชุดหนึ่ง ทิ้งไว้ที่ห้องกรรมฐานชุดหนึ่ง เมื่อถึงเวลาไปจะได้ใช้ ทำให้เกะกะ..รกไปหมด..!

    กระผม/อาตมภาพเคยประกาศแล้วว่า "ให้เก็บจีวรคืนไป ไม่อย่างนั้นถ้าถึงเวรผม ผมจะจัดการเอง" ไม่มีใครเก็บ พอถึงคิวเวรตัวเองดูแลโรงครัว กระผม/อาตมภาพเก็บเรียบ ไม่เหลือสักชุด นึกว่าจะถามหา แม่..ไปเบิกใหม่จากคลัง..! ยังดีที่ตอนนั้น กระผม/อาตมภาพพรรษาน้อย ถ้าพรรษามาก กูจะ "โบก" ให้ร่วงอยู่ตรงนั้นแหละ..! ข้าวของทุกอย่างเราได้มาด้วยศรัทธาของญาติโยม ก็แปลว่าต้องใช้อย่างระมัดระวังที่สุด

    มีอยู่วันหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเดินตรวจวัด กระผม/อาตมภาพเป็นเวรประจำหน้าตึก ก็ต้องตามท่านไปด้วย ไปถึงหน้าร้านอาหารของ "ป้ากิมกี หลากสุขถม" ปรากฏว่ามีถ้วยจานชามช้อนวางกองอยู่ตรงตีนบันได ก็คือเขาจะสั่งอาหารมาฉันกันใต้หอระฆัง ซึ่งเป็นห้องเวร แล้วถึงเวลาก็หอบพวกข้าวของที่เหลืออยู่ไปกองไว้ตรงตีนบันไดขึ้นร้านอาหาร

    หลวงพ่อท่านสั่งประกาศหาตัวเดี๋ยวนั้นเลย บอกว่า "ถ้าจะส่งคืนก็ส่งคืนให้ทั้งมือเจ้าของ เอาไปวางไว้แบบนั้น เกิดแตกหักเสียหาย ชิ้นหนึ่งเกินบาท พวกแกจะโดนปาราชิกไม่รู้ตัว..!?"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,922
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,219
    ค่าพลัง:
    +26,996
    นี่คือความละเอียดของใจที่ต่างกันในระหว่างหลวงพ่อท่านกับพวกกระผม/อาตมภาพ ที่คิดว่าอย่างไรก็ได้..!

    ดังนั้น..ด้วยความเคยชินมาจนถึงทุกวันนี้ ข้าวของเครื่องใช้ชิ้นไหนที่ยังใช้งานได้อยู่ เก่าแค่ไหนกระผม/อาตมภาพก็ใช้ไป จนกระทั่งญาติโยมทนไม่ได้ ขโมยของเก่าไป แล้วเอาของใหม่มาให้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนใหม่เหมือนกับคนอื่นเขา

    ที่บอกกล่าวมาก็เพื่อให้พวกเราได้ตระหนักว่า แม้ในสมัยนี้บริขารต่าง ๆ จะหาง่าย ไม่ได้ยากเย็นเหมือนกับสมัยพุทธกาลที่กว่าจะหาผ้าได้พอเย็บจีวรผืนหนึ่ง บางทีก็หลายเดือน แต่ไม่ได้แปลว่าให้เราฟุ่มเฟือยได้

    วันก่อน "ท่านเจ้าคุณกล้า" - พระวชิรวาที, ผศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี ท่านถวายไทยธรรมมาเนื่องในวันเกิดของตนเอง กำชับด้วยว่า "ผ้าไตรอย่างดี หลวงพ่อช่วยใช้ด้วยครับ" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ถ้าของดีจะถวายคนอื่น เนื่องเพราะว่าของตัวเองนั้น ของเก่ายังใช้งานได้ดีอยู่"

    ในเมื่อครูบาอาจารย์ท่านทำมาอย่างนี้ กระผม/อาตมภาพก็สืบทอดตามมาอย่างนี้ ส่วนท่านทั้งหลายจะทำอย่างไร ก็ต้องแล้วแต่จิตสำนึกของตนเอง..!

    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๒๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...