ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อต่างชาติสนใจสถานการณ์แม่น้ำข้ามแดนปนเปื้อนสารพิษ-ผู้แทน UN เผยผลการลงพื้นที่-ชี้เป็นปัญหาวิกฤตระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ด่วน-แนะยึดหลักการUNGPs- สว.“นรเศรษฐ์”จากรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยวิธีหน่อมแน้ม
    -----------
    เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ได้จัดเสวนาในหัวข้อ "แม่น้ำปนเปื้อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ทางออกอยู่ที่ไหน?" ต่อความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในแม่น้ำกก สาย รวก โขง อิง สาละวิน และกระบุรี ก่อนที่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาจะเดินทางมาเยือนไทยในวันที่ 6 สิงหาคม โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ ผู้แทนสถานทูตต่างๆ และหน่วยงานสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ อย่างคับคั่ง

    รศ.ดร.พิชามญชุ์ เอี่ยวพานทอง สมาชิกคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Working Group on Business and Human Rights) กล่าวว่า ปัญหาการปนเปื้อนของแม่น้ำข้ามพรมแดนไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือประเด็นทางเทคนิค แต่เป็น วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมที่เร่งด่วน เนื่องจากประชาชนกำลังสูญเสียความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ และวิถีชีวิต โดยชาวบ้านกำลังกังวลว่าปลา ข้าว พืชผัก และน้ำดื่มยังปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่ หลายชุมชนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้น้ำที่ปนเปื้อน ขณะที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการตัดสินใจได้ ชุมชนจำนวนมากในลุ่มน้ำเหล่านี้กำลังถูกปล่อยให้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง

    “จากการลงพื้นที่ภาคเหนือเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดิฉันพบว่าปัญหาการปนเปื้อนได้ขยายจากแม่น้ำโขงเข้าสู่แม่น้ำอิงตอนล่างแล้ว ขณะที่แม่น้ำสาละวิน พรมแดนไทยพม่าซึ่งตรวจพบการปนเปื้อนของสารพิษเช่นกัน กลับได้รับความสนใจจากภาครัฐน้อยกว่ามาก ทั้งที่เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ประชาชนจำนวนมากพึ่งพา รัฐบาลไทยควรประกาศให้ปัญหานี้เป็นวิกฤตระดับชาติ เพื่อระดมความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งน้ำสะอาดให้กับชุมชนจำนวนมากที่ต้องใช้น้ำจากแหล่งปนเปื้อน”สมาชิกคณะทำงานแห่งสหประชาชาติฯ กล่าว

    รศ.ดร.พิชามญชุ์ กล่าวว่า ควรมีการเปิดเผยผลการตรวจคุณภาพน้ำอย่างโปร่งใส และการสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงให้ประชาชนเข้าถึงได้ และรัฐบาลไทย จีน และพม่า รวมถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญและแร่หายาก ควรปฏิบัติตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) โดยดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ชุมชน นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากความหวาดกลัวจากการข่มขู่คุกคาม

    "ไม่กี่วันนี้ได้ไปลงพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ชาวบ้านบอกกับดิฉันว่า ค่อยๆ ตายช้า ๆ ยังดีกว่าไม่มีเงินซื้อน้ำสะอาดและอาหารแล้วต้องอดตายตอนนี้เลย คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการดำรงชีวิตของผู้คน" ผู้แทนคณะทำงานสหประชาชาติ กล่าว

    ด้าน ส. รัตนมณี พลกล้า ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า ปัญหาการปนเปื้อนของแม่น้ำข้ามพรมแดนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือระหว่างไทยและพม่าเพียงสองประเทศ แต่ต้องรวมถึงจีนและประเทศต่าง ๆ ที่ใช้แร่เหล่านี้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วย ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่ประชาชนในรัฐคะฉิ่นและพื้นที่ชาติพันธุ์ของพม่าก็ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองอย่างรุนแรง ขณะที่ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมหรือแม้แต่พื้นที่เกิดเหตุได้

    "เราเห็นว่าหลายปีนี้จีนปิดเหมืองจำนวนมากภายในประเทศเพราะปัญหามลพิษ แต่บริษัทจีนกลับไปลงทุนในเหมืองนอกประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ของพม่า ซึ่งประชาชนแทบไม่มีเสียงในการปกป้องสิทธิของตนเอง" ส.รัตนมณี กล่าว

    ทนายความผู้นี้กล่าวอีกว่า ตนเสนอให้รัฐบาลไทยใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับห่วงโซ่อุปทานแร่จากพม่า รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าแร่และการส่งออกสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหมือง ซึ่งปัจจุบันยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แม้คณะกรรมาธิการของรัฐสภาจะร้องขอข้อมูลแล้วก็ตาม นอกจากนี้ หากบริษัทต่างชาติได้รับประโยชน์จากแร่ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในประเทศไทย ก็ควรมีช่องทางให้สามารถดำเนินคดีหรือเรียกร้องความรับผิดชอบได้ แม้ความเสียหายจะเกิดขึ้นนอกเขตแดนไทยก็ตาม

    ด้าน นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภาและประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า ประชาชนในภาคเหนือเผชิญปัญหาน้ำปนเปื้อนมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ ขณะที่ร่างข้อกำหนดสาระสำคัญ (Terms of Reference: TOR) สำหรับการจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เมียนมาด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำข้ามพรมแดน ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามระหว่างการเยือนไทยของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ในสัปดาห์นี้ มีเนื้อหายังมุ่งเน้นเพียงการติดตามคุณภาพน้ำ มากกว่าการแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิดมลพิษ

    “หนึ่งในข้อเสนอแก้ไขของฝ่ายพม่าที่น่ากังวล คือการรักษาความลับ ที่กำหนดให้ข้อมูลที่ได้จากความร่วมมือไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกได้ หากยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตนเอง การจำกัดการเปิดเผยข้อมูลในลักษณะนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล" นายนรเศรษฐ์กล่าว และว่าตนเห็นว่าความร่วมมือไม่ควรจำกัดอยู่เพียงไทยและพม่า แต่ควรเปิดให้กลไกระดับภูมิภาค เช่น คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการตรวจสอบจากภายนอกและเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล

    “รัฐบาลไทยรับมือกับปัญหาร้ายแรงนี้ด้วยวิธีที่หน่อมแน้มมากๆ ทำไมไม่จริงจังกับประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยใหญ่หลวงขนาดนี้" นายนรเศรษฐ์ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวทีเสวนาดำเนินไปอย่างออกรส มีเสียงปรบมือและมีคำถามจากผู้เข้าร่วมฟัง นักข่าวต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญ และนักการทูตหลากหลาย โดยเฉพาะคำถามถึงร่าง TOR ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำเข้ารัฐสภาเนื่องจากเป็นเอกสารระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่กลับจะมีการลงนามเร็วๆ นี้โดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

    https://m.facebook.com/story.php?st...J871bnG8Al&id=100063624517880&mibextid=ZbWKwL
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซส่อเค้าตึงเครียดอีกระลอก เมื่ออิหร่านและโอมานบรรลุข้อตกลงจัดเส้นทางเดินเรือชั่วคราว ท่ามกลางเงื่อนไขกดดันให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

    อิหร่านจับมือโอมานคลอดแผนควบคุม "ช่องแคบฮอร์มุซ" ยื่นเงื่อนไขบีบสหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรแลกเปิดเส้นทางเรือสินค้า

    กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงร่วมกับประเทศโอมาน ในการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยแผนดังกล่าวระบุให้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือเดิม แล้วทดแทนด้วยการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 ถึง 4 เดือน ซึ่งเรือสินค้าส่วนใหญ่จะต้องสัญจรผ่านน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านภายใต้การกำกับดูแลของเตหะราน

    การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นเฟสแรกของข้อตกลง โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมเข้าสู่การเจรจาในเฟสที่ 2 ซึ่งจะครอบคลุมประเด็นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือ (Maritime Fees) อย่างไรก็ตาม อิหร่านย้ำชัดว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล หยุดมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน และอายัดทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกระงับไว้ก่อนหน้านี้

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าวิกฤตการณ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับสภาวะติดขัดและวงจรความล้มเหลวในการเจรจาอีกครั้ง โดยในฝั่งอิหร่านภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด มุจตาบา คาเมเนอี ยังคงใช้ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับชาติตะวันตกอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: อิหร่านและโอมานบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ระยะเวลา 2–4 เดือน โดยเส้นทางส่วนใหญ่ตัดผ่านน่านน้ำอิหร่าน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการเดินเรือ และรายละเอียดการตอบรับอย่างเป็นทางการจากฝั่งสหรัฐฯ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การตกลงยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปลดอายัดทรัพย์สินจากฝั่งสหรัฐฯ ในทันที

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – สื่อหลักระดับโลกรายงานตรงกันอ้างอิงแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม Source: Iran Observer / กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน
    https://www.facebook.com/share/14naMwhxNV7/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐสภาอิหร่านจ่อออกกฎหมายห้ามเรือสหรัฐ อิรัก และเรือศัตรูอื่นๆ ผ่านช่องแคบฮอร์มุส ดันราคาน้ำมันดิบโลกปิดขึ้นกว่า 3 ดอลล์ เหนือ 80 ดอลล์ครั้งใหม่ ราคาน้ำมันดีเซลในไทยนิ่งสนิทมา 16 วัน BTimes

    https://www.facebook.com/share/1C5zcwBZSk/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระทรวงด้านข้อมูลข่าวสารกัมพูชา ส่งเสียงเรียกร้องอีกรอบ ขอให้พลเมืองมากกว่า 20,000 คนที่พลัดถิ่นฐาน มาตั้งแต่เหตุปะทะตามแนวชายแดนกับไทยเมื่อปีที่แล้ว เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยอ้างความเห็นของผู้รายงานพิเศษสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาและเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ ในการตอกย้่ำจุดยืนของพนมเปญ ที่ว่า "ผู้ที่ถูกบังคับให้ละทิ้งถิ่นฐานมีสิทธิที่จะเดินทางกลับได้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ"

    รายงานของพนมเปญโพสต์ อ้างคำกล่าวของนายเนตร ภักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของประเทศกัมพูชา เน้นว่ากว่า 7 เดือนหลังกัมพูชาและไทย ลงนามในถ้อยแถลงร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ข้อตกลงยังไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ เพราะว่าพลเรือนกัมพูชาหลายพันคนยังไม่สามารถกลับสู่หมู่บ้านและที่ทำกินของพวกเขา

    ในข้อความที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) นายเนตร บอกว่าข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่แค่ยุติความเป็นปรปักษ์ติดอาวุธ แต่ยังรับประกันว่าบรรดาพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง จะสามารถกลับสู่บ้านเรือนของพวกเขา "อย่างปลอดภัย โดยสมัครใจและอย่างมีเกียรติ"

    "สันติภาพที่แท้จริงไม่อาจวัดจากเพียงแค่ความเงียบสงบของเสียงปืนเฉยๆ" เขาเขียน "มันจำเป็นต้องวัดจากวันที่ประชาชนผู้พลัดถิ่นฐานกัมพูชากว่า 20,000 คน สามาถกลับบ้านเรือนและที่ดินของตนเองได้ในท้ายที่สุด อย่างปลอดภัย โดยสมัครใจและอย่างมีเกียรติ จนกว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น พันธสัญญาที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ยังคงไม่ได้รับการปฏิบัติให้เป็นผลสำเร็จ" เขากล่าว

    รัฐมนตรีรายนี้อ้างว่าไทยยังคงเดินหน้าขัดขวางการกลับสู่ถิ่นฐานของพลเรือนผู้พลัดถิ่นฐานกัมพูชา ด้วยการคงไว้ซึ่งฐานที่มั่นทางทหารในพื้นที่ต่างๆที่ทางกัมพูชามองว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนภายใต้อธิปไตย และกล่าวหาว่าทหารไทยติดตั้งแนวรั้วลวดหนามและจัดวางตู้คอนเทนเนอร์พาดขวางถนนขางเข้า ขัดขวางไม่ให้พวกชาวบ้านกลับสู่บ้านเรือนของตนเอง

    นอกจากนี้เขายังกล่าวหากองกำลังของไทยทำลายบ้านเรือนพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ พร้อมกับสร้างในสิ่งที่เขาเรียกว่า "ข้อเท็จจริงใหม่ในพื้นที่" ซึ่งสวนทางกับคำมั่นสัญญาที่บรรจุอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงทวิภาคี

    รายงานของพนมเปญโพสต์ระบุว่าไทยปฏิเสธคำกล่าวหาของกัมพูชามาตลอด ที่กล่าวอ้างว่าไทยยึดครองดินแดนกัมพูชา และยืนกรานว่าปฏิบัติการต่างๆของพวกเขาสอดคล้องกับการตีความในเรื่องแนวเขตแดนของตนเอง

    เสียงเรียกร้องรอบใหม่มีขึ้นในขณะที่กัมพูชาพยายามลากผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับไทย ให้เป็นประเด็นทางกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่แค่เป็นข้อพิพาทด้านชายแดนทวิภาคีเพียงอย่างเดียว

    โธมัส แอนดรูว์ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ เดินทางลงพื้นที่กัมพูชาอย่างเป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเขาได้ไปตรวจเยี่ยมที่ตั้งของผู้พลัดถิ่นฐานตามแนวชายแดนกัมพูชาไทย และระหว่างนั้นได้ส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลของทั้ง 2 ชาติ เร่งรัดหาทางช่วยเหลือพลเรือนที่ยังไม่อาจกลับถิ่นฐาน ให้สามารถกลับบ้านเรือนของตนเองได้

    พนมเปญโพสต์อ้างว่า แอนดรูว์ ได้เน้นย้ำว่าประชาชนผู้พลัดถิ่นฐานจากความขัดแย้งติดอาวุธ มีสิทธิ์กลับคืนบ้านเรือนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องทั้ง 2 ประเทศ รื้อถอนอุปสรรคต่างๆนานาที่เหลืออยู่ ที่เป็นตัวขัดขวางคนเหล่านี้จากการเดินทางกลับ

    รายงานของพนมเปญโพสต์อ้างด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ หวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา แสดงความมั่นใจว่าชาวกัมพูชาที่ยังคงพลัดถิ่นฐาน ในท้ายที่สุดในสามารถกลับสู่บ้านเรือนของตนเองได้ โดยให้คำนิยามความทุกข์ยากในปัจจุบันว่าเป็นเพียงชั่วคราว และเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน

    "ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติและเอกอัครราชทูตจีน ต่างเน้นย้ำว่าพลเรือนผู้พลัดถิ่นชาวกัมพูชา ต้องสามารถกลับสู่บ้านเรือนของพวกเขาตามกฎหมายระหว่างประเทศ" นายเนตร ภักตรา เขียน พร้อมระบุความเห็นของทั้ง 2 คน ช่วยตอกย้ำจุดยืนของกัมพูชาที่ว่า สันติภาพที่ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากการหยุดยิง "สันติภาพไม่อาจสมบูรณ์ได้ จนกว่าพลเมืองทั้งหมดจะสามารถกลับสู่บ้านเรือนของตนเอง" เขากล่าว

    อนึ่งในส่วนของฝ่ายไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงถ้อยแถลงทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ กรณีพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทยในกัมพูชาว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ จะแถลงในเรื่องดัวกล่าว และถือว่านายทอม แอนดรูว์ แถลงโดยที่ยังไม่ฟังข้อมูลจากฝั่งไทย ซึ่งข้อมูลนี้สําหรับประเทศไทย ไม่ยอมรับความเห็นนั้น

    ในเวลาต่อมา นายสีหศักดิ์ ออกมาตอบโต้ โดยระบุผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ พูดให้ร้ายประเทศไทยและเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของกัมพูชา "สิ่งที่ประเทศไทยรับไม่ได้ คือ ทำไมไม่ได้พูดถึงความสูญเสียของประเทศไทยเลย ประเทศไทยมีพลเรือนเสียชีวิต โรงพยาบาล โรงเรียนถูกโจมตี เป็นการเริ่มต้นจากฝ่ายกัมพูชาก่อน รายงานถ้าจะให้เป็นธรรมจริง ๆ ก็ต้องนำเสนอความสูญเสียของฝ่ายไทยด้วย"

    นายสีหศักดิ์ บอกต่อว่า การแถลงของนายทอม แอนดรูส์ เป็นเพียงรายงานการทำงานของนายแอนดรูส์ ยังไม่ใช่ท่าทีของสหประชาชาติ เนื่องจากนายแอนดรูส์จะต้องส่งรายงานดังกล่าวให้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติพิจารณา หลังจากนั้นจะต้องมีการอภิปรายและรับทราบโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน เราจะโต้แย้งรายงานดังกล่าว

    "ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติควรจะต้องเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง และหน้าที่ของนายแอนดรูส์ที่ได้รับมอบหมายคือทำรายงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนภายในกัมพูชา แต่นายนายแอนดรูส์กลับแถลงข่าวโดยพาดพิงถึงประเทศไทย และไม่ได้ตรวจสอบกับประเทศไทยก่อน" นายสีหศักดิ์ระบุ


    (ที่มา:พนมเปญโพสต์)
    https://www.facebook.com/share/19PSKepi4J/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นับเพียงแค่ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา รัสเซียทำลายคลังสินค้าและศูนย์ลอจิสติกส์ยูเครนไปแล้วกว่า 400,000 ตร.ม. หรือคิดเป็นพื้นที่ราว 250 ไร่ หรือประมาณ 56 สนามฟุตบอลมาตรฐาน

    ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมีทั้ง Fozzy Group, Novus, Rozetka, Epicentr, Nova Poshta, Puma, Liqui Moly และ Toyota Ukraine

    ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบจัดเก็บสินค้า การกระจายสินค้า และห่วงโซ่อุปทานของยูเครน โดยเฉพาะในพื้นที่รอบกรุงเคียฟ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าสำคัญของประเทศ

    แม้ว่ายูเครนพยายามโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แต่รัสเซียกลับตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ลอจิสติกส์ของยูเครนในวงกว้างได้รุนแรงกว่า

    ความแตกต่างสำคัญคือศักยภาพของทั้งสองประเทศ รัสเซียในฐานะมหาอำนาจมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า มีภาคอุตสาหกรรมใหญ่กว่า มีจำนวนโรงไฟฟ้ามากกว่า มีโรงกลั่นมากกว่า มีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้ามากกว่า มีบุคลากรสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า รวมถึงมีขีดความสามารถในการทดแทนความเสียหายได้มากกว่ายูเครน

    หันกลับไปที่ยูเครน...

    อ้างอิง : Forbes Ukraine

    https://www.facebook.com/share/p/1C1PNeUeoS/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อ้าว เจนไหนคุณครูทรัมป์บอกจ่อดีล แต่ดีลอิหร่าน-โอมานกลายเป็นว่าเปิดฮอร์มุซให้ทุกคน แต่ "ปิด" สำหรับนักเรียนเ.. เอ๊ย สำหรับอริราชศัตรู ซึ่งแน่นอน หน้าของอเมริกากับอิสราเอลลอยมาเลย‼️ ด้านคู่ฮูตี-ซาอุฯ ไม่จบ! ซัดกันต่อเนื่องและยิวก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น ขยี้เลบานอนรัวๆ (ส่วนกาซาและเวสต์แบงก์ก็ไม่มีขาด ทัพยิวมีวินัยใฝ่ขย้ำอย่างสม่ำเสมอ)

    1.) ตอนนี้สภาอิหร่านเตรียมเคาะเป็นกฎหมายออกมาละจ้า! จัดระเบียบฮอร์มุซ!

    ซึ่งตรงนี้ยังไม่แน่ชัด บ้างก็มีข่าวว่าอิหร่านจะเก็บ "ค่าต๋ง" จากชาติศัตรู 20% ขณะที่เก็บจากชาติอื่นทั่วไป 5-7%
    บ้างก็ว่าอิหร่านพร้อมเปิดให้หมดเลย ขอเพียงอเมริกากับอิสราเอลชดใช้ค่าเสียหาย (ค่าปฏิกรรมสงคราม ซึ่งปกติผู้แพ้สงครามต้องจ่ายให้ผู้ชนะ!) ซึ่งเผอิญอิหร่านก็เพิ่งดีดลูกคิดแล้วแบให้ดู ก๊าซอิหร่านเสียหายไป 230 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ... ไม่รู้ว่าจู่ๆ บอกทำไม
    ซึ่งก็โปรดไปตีเป็นมูลค่าเองว่าเป็นเท่าไหร่สตางค์

    2.) ด้านการศึก คู่อเมริกา-อิหร่านเลิกราไปพักใหญ่แล้วก็จริง แต่อิสราเอลกลับมาคะนองศึกอีกแล้ว ดาหน้าถล่มใส่ทางใต้ของเลบานอน โดยที่ดีล "หยุดยิง" เหมือนกลายเป็นอากาศธาตุไปแล้ว
    ก็ ... มันก็กลับมาเป็นฉากเดิมๆ อีกแล้วล่ะ
    บ้านเรือนถูกทำลาย ชาวบ้าน (ที่เพิ่งถ่อกลับมา) ก็ต้องอพยพพเนจรออกจากถิ่นฐานของตน

    3.) ฮูตีนี่สิ ถือโอกาสนี้ "ปิดบัญชี" ซะเลย

    เคยเขียนยาวๆ อยู่เป็นระยะนะครับท่าน ฮูตียังไม่สามารถครองแผ่นดินเยเมนได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด มิใช่แค่ในแง่การเมืองเวทีโลก (การรับรองจากประชาคมโลก) แต่ในแง่การสู้รบก็ใช่
    ดินแดนในเยเมนยังแบ่งเป็นหลายส่วน ภายใต้หลายฝักฝ่าย
    ว่าง่ายๆ คือฮูตี "กินรวบ" ไม่ได้ ยังปกครองประเทศไม่ได้แบบสมบูรณ์นั่นเอง
    ทีนี้ มันจะมีอีกกลุ่มใหญ่คือกลุ่มรัฐบาลเยเมน (ในที่นี้คือรัฐบาลที่ชาติตะวันตกรับรอง ซึ่งตัวรัฐบาลจริงๆ พลัดถิ่นไปตั้งอยู่ในซาอุฯ แต่กองกำลังก็ยังปักหลักอยู่ในเยเมน เพื่อค้ำเพื่อคาน สู้กับฮูตีและกลุ่มอื่นๆ)
    ก็กลุ่มนี้นี่แหละที่ล่าสุด ฮูตีกะซวกเข้าใส่‼️‼️
    หมายกวาดล้างให้แหลกลาญไปเลย ไหนๆ ก็เดินหน้ารบเต็มสูบแล้วตอนนี้!
    ยิ่งกว่านั้น มีโจมตีแลบไปที่นัจรานของซาอุฯ ด้วย⚠️⚠️⚠️

    (ตัวเลขตอนนี้มาจากหลายทาง ยังไม่ชัดว่านักรบของกองกำลังที่ซาอุฯ หนุนนี้ โดนเก็บไปเท่าไหร่ บ้างว่าหลายร้อยศพ บ้างก็ว่าหลายสิบ ...)

    และซาอุฯ เองก็นิ่งเฉยไม่ได้แน่ เพราะมีโจมตีข้ามมาถึงแผ่นดินซาอุฯ ด้วย

    ย้ำว่าสถานการณ์โดยรวมในตะวันออกกลางยังคุกรุ่นนะครับท่าน ไม่ใช่ดีเลย อเมริกา-อิหร่านแม้พักรบแต่เกรงจะสงบได้ไม่นาน มีหลายประการที่ส่อจะได้งัดกันจนต้องซัด! ฮูตีกับซาอุฯ ก็ท่าจะสงบยาก ตอนนี้ปะทะประปราย แต่ตอนหน้าก็ยากจะรักษาระดับแบบนี้ไปเรื่อยๆ ... ส่วนยิว ก็นั่นแหละ ไม่รามือง่ายๆ ตราบจนกว่าจะได้เขมือบ!

    https://www.bloomberg.com/news/arti...as-deal-with-oman-advances?srnd=homepage-asia
    https://www.reuters.com/world/middl...-bill-bar-us-israeli-ships-hormuz-2026-08-06/
    https://www.bloomberg.com/news/arti...di-backed-forces-in-yemen-escalating-tensions
    https://www.aljazeera.com/news/live...ays-war-cant-go-much-longer-hormuz-deal-close

    https://www.facebook.com/share/18sToHnPRN/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยุโรปหลอน⚠️⚠️⚠️ถึงเยอรมันแล้ว! โดรนติดระเบิดโผล่กลางสนามบินไลป์ซิก!!!!! ซึ่งนี่มันเป็นฮับใหญ่สำหรับส่งสินค้าของยุโรปเลย! และโดรนเจ้ากรรมก็อยู่ไม่ห่างจากเครื่องบินขนส่งของยูเครน!

    จากรัสเซีย?
    นั่นก็ต้องสืบสวนกันต่อไป ... แต่ "ต้องสงสัย" อย่างยิ่ง
    เริ่มแตกตื่นกับคำว่า hybrid warfare กันขึ้นมาอีกแล้ว‼️‼️

    กู้ได้นะครับท่าน
    ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่ามันขัดข้องก่อน จึงไม่ระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่พบแล้วยังกู้ทัน
    หรือว่าเจ้าหน้าที่เก่งแบบในหนัง กู้ได้ก่อนบึ้ม ...

    ยังไงก็ตาม แสนหวาดเสียว
    ชาวยุโรปน่าจะอกสั่นขวัญแขวนกันเป็นการใหญ่

    ไลป์ซิกนี่ไม่ธรรมดานะครับท่าน นอกจากใช้ขนส่งสินค้าแล้วยังใช้ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพเยอรมันรวมถึง "นาโต้"
    ทั้งยังเป็นเบสให้เครื่องบินเจ็ต "อันโตนอฟ" ของยูเครน

    นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเครื่องบินขนส่งสินค้าของ DHL ซึ่งลงจอดสนามบินไลป์ซิกไม่ได้ ต้องเหินออกไปทางอื่น ปรากฏว่ามีชนเข้ากับวัตถุปริศนากลางอากาศ แต่เคราะห์ดี ไม่เป็นอะไร บินต่อไปได้

    ท่าไม่ดีซะแล้ว ...

    รัฐบาลเยอรมันบอกว่า "เลเวลใหม่ของความอันตราย"

    นี่เป็นครั้งแรกนะครับท่าน ที่โดรนติดระเบิดผุดขึ้นมาในยุโรป (ที่ไม่ใช่ติดชายแดนยูเครน)

    ยุโรปตกอยู่ในความตระหนก
    (ยิ่งคำนึงถึงด้วยว่ารัสเซียช่วงหลังคล้ายเพลี่ยงพล้ำในการศึกกับยูเครนเป็นนักหนา ... สถานการณ์แบบนี้ อารมณ์แบบนี้ ไม่รู้ได้เลยว่ารัสเซียจะระบายความอัดอั้นตันใจยังไง)

    https://www.theguardian.com/world/2...-bomb-marks-a-dangerous-escalation-for-europe
    https://www.theguardian.com/world/2...rport-dhl-cargo-plane-collides-object-leipzig

    https://www.facebook.com/share/p/19gi1xF7RL/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เยนยังไงล่ะเนี่ย‼️ซ้ำอีหรอบเดิม อุตส่าห์ควัก "สู้ค่าเงิน" ก็ขืนขึ้นมาแข็งได้ประเดี๋ยวเดียว ละก็จบด้วยการอ่อนฟุบ ล่าสุด ก็คล้ายเจอ "จุดกลับตัว" อีกแล้ว⚠️⚠️⚠️
    FB_IMG_1786068648562.jpg
    ไอ้ที่สู้จาก 164 เยน/ดอลลาร์ (สถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ทศวรรษ) ผลักแข็งขึ้นมา 155 (อเมริกามาช่วยผนึกกำลังสู้ด้วยอีกต่างหาก) ปรากฏว่าล่าสุดถูกตบร่วงลงมาแถว 158 แล้วปี๊ป่อ ชักเสียวๆ.. ชักเห็นๆ 160 อยู่ไม่ไกล

    อาจเห็นว่ายังไม่มาก ... แต่ถ้าดูกงล้ออดีต ก็จะเห็นว่า อย่างงี้ทุกที!!!!! สุดท้าย มันจะวูบอ่อนยวบอีกครา แล้วยิ่งไปกว่านั้น มันจะอ่อนกว่าจุดเดิมที่เคยออกแรงสู้อีกต่างหากกกกก ... แตกยับเยิน

    คราวนี้จะเสียท่าไหม คราวนี้ต่างด้วย เพราะอเมริกามาช่วยญี่ปุ่นสู้ ซึ่งไม่มีร่วมด้วยช่วยสู้งี้มานานมาก ตั้งแต่วิกฤติ "ต้มยำกุ้ง" ปี 1998 โน่นเลย
    มันต้องดีสิน่า..

    ก็ไม่รู้สิครับท่าน มีความจริงจังจริงใจแค่ไหน ก็อย่างที่เขียนไปยืดยาวแล้ว กล่าวอย่างย่นย่อคืออเมริกาแค่จะมัดมือญี่ปุ่นให้ใช้ FIMA เพราะถ้าขืนญี่ปุ่นขายพันธบัตรรัฐบาลอเมริกาเพื่อเอาดอลลาร์ไปซื้อเยน แบบนี้ไม่ดีแน่ เพราะตอนนี้ตลาดพันธบัตรอเมริกากำลังร่อแร่อยู่ ฉะนั้น อย่าขายพันธบัตร แต่เอามาวางค้ำ แล้วแบงก์ชาติอเมริกาก็จะให้กู้ยืมดอลลาร์ไปซื้อเยนเป็นการเฉพาะหน้าเพื่อสู้ค่าเงินก่อน

    และเอาเข้าจริง สรุปว่าอเมริกาช่วยสู้ค่าเงินในแบบที่ควักตังค์จากท้องพระคลังอเมริกาเองด้วยรึเปล่า นี่ก็ไม่มีการยืนยันนะครับท่าน มีแค่ข่าวที่ออกมา

    ก็ไม่รู้ล่ะ ก็ต้องย้ำอีกครา ญี่ปุ่นสู้ค่าเงินมาตั้งแต่ปี 2022 แล้ว สู้ลากยาวมาถึงบัดนี้ ก็ 4 ขวบปี ยังสู้ไม่ชนะ และกลายเป็นถูกข้าศึกโจมตีจนต้องถอยร่นเรื่อยๆ เรื่อยๆ
    สู้ครั้งแรกตอนโน้น ต้านสู้ไม่ให้ฝ่า 145 เยน/ดอลลาร์ ทว่าบัดนี้ยิ่งสู้ยิ่งถอย กระทั่งถอยมาถึง 164 เยน/ดอลลาร์

    สู้ได้ประเดี๋ยว แข็งขึ้นมาแป๊บ ก็อ่อนลง และและและสุดท้ายมันอ่อนกว่าจุดเดิมที่เคยสู้อีก

    ครั้งนี้ "ย้อนรอย" หรือไม่

    หรืออเมริกาจะช่วยอะไรได้ไหม?

    https://www.facebook.com/share/1Btv3TU8nk/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศึกข้าวหอมมะลิเดือด ผู้ส่งออกกัมพูชาหั่นราคาต่ำกว่าข้าวไทยถึง 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน หวังชิงส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ ส่งผลให้ยอดส่งออกข้าวหอมมะลิไทยลดลงแล้วกว่า 20% ในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา
    .
    ผู้ส่งออกชี้ การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ข้าวเปลือกกัมพูชาที่เคยเข้ามาสีและส่งออกผ่านไทยปีละกว่า 5 แสนตัน ต้องเร่งระบายสู่ตลาดโลกโดยตรง ขณะที่ไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา แม้ยังได้เปรียบเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือ
    .
    จึงเป็นที่น่าจับตาครึ่งปีหลังในประเทศอื่นอย่าง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และตลาดแอฟริกา จะช่วยพยุงเป้าส่งออกข้าวไทย 7 ล้านตัน ไว้ได้หรือไม่
    .
    อ่านเพิ่มเติม https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/665827
    .
    #กัมพูชา #ข้าวหอมมะลิ #ส่งออก

    https://www.facebook.com/share/p/186XwzH9Lw/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Facebook Post Content
    ผลสำรวจล่าสุดชี้ชาวอเมริกันหวั่นสงครามอิหร่านส่อเค้าลุกลาม หลังความขัดแย้งยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 5
    โพลรอยเตอร์เผย ชาวอเมริกันมองสงครามอิหร่านทำตะวันออกกลางส่อวุ่นวายมากกว่ามั่นคง 3 ต่อ 1

    ผลการสำรวจความคิดเห็นระดับชาติล่าสุดโดย Reuters/Ipsos ชี้ให้เห็นว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กำลังมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นอย่างมากเกี่ยวกับทิศทางของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยประชาชนที่คาดการณ์ว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะดิ่งลงสู่ความวุ่นวายและไร้เสถียรภาพ มีจำนวนมากกว่าผู้ที่เชื่อว่าสงครามจะนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยถึง 3 ต่อ 1

    ผลโพลระบุว่า ร้อยละ 50 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าการดำเนินการทางทหารของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยิ่งทำให้ตะวันออกกลางขาดเสถียรภาพในช่วง 1 ปีข้างหน้า ขณะที่มีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่เห็นว่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ประชาชนถึงร้อยละ 58 ยังแสดงความกังวลต่อแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบจากความตึงเครียด

    ความเชื่อมั่นที่ลดลงนี้กำลังสร้างแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักต่อทำเนียบขาวและพรรครีพับลิกัน ก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน แม้ทรัมป์จะเคยประกาศว่าจะหลีกเลี่ยงสงครามที่ยืดเยื้อ แต่แนวโน้มความขัดแย้งในปัจจุบันกลับสร้างความกังวลในวงกว้าง ทั้งเรื่องภาระค่าครองชีพและสวัสดิภาพของกำลังพลสหรัฐฯ ในภูมิภาค

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ระบุว่าชาวอเมริกัน 50% มองว่าสงครามทำลายเสถียรภาพตะวันออกกลาง ซึ่งมากกว่าผู้ที่มองว่าจะสร้างเสถียรภาพ (17%) ถึง 3 ต่อ 1
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ผลกระทบระยะยาวต่อคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมช่วงปลายปี
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ข้อกล่าวอ้างที่ว่าการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ทางทหารปัจจุบันจะนำไปสู่ชัยชนะอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันใกล้

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – ข้อมูลมาจากผลสำรวจอย่างเป็นทางการของ Reuters/Ipsos ซึ่งเป็นสำนักข่าวและสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, Ipsos
    https://www.facebook.com/share/19F7zzmfSH/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ปกป้องบางส่วนในความประเมินของเขาเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทย เผยได้แชร์ร่างผลการค้นพบกับรัฐบาลไทยล่วงหน้า ตั้งแต่ก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว แต่ทางการไทยนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ และบอกว่าจากนี้จะขอมุมมองจากกไทยอีกรอบ ก่อนหน้านำเสนอรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเป็นลำดับถัดไป

    รายงานของหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ระบุว่าถ้อยแถลงดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) หลังจากเจ้าหน้าที่ไทยวิพากษ์วิจารณ์คำแถลงของแอนดรูว์เมื่อเร็วๆนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจอย่างเป็นทางการในกัมพูชา โดยกล่าวหาเขานำเสนอคำกล่าวอ้างของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องพลเรือนผู้พลัดถิ่นฐานชาวกัมพูชา

    ในการออกมาตอบโต้ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก แอนดรูว์ ขานรับด้วยความยินดีกับปฏิกิริยาตอบสนองจากทุกฝ่าย ในนั้นรวมถึงไทย และเน้นย้ำว่าเขาพยายามประสานงานกับเจ้าหน้าที่ไทย ตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะมีการเผยแพร่คำประเมิน "ผมยินดีกับปฏิกิริยาตอบสนองต่อถ้อยแถลงของผม ในนั้นรวมถึงจากรัฐบาลไทย"

    "นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ผมถึงส่งร่างส่วนหนึ่งของคำแถลงเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไปให้รัฐบาลไทยล่วงหน้า 2 วัน ก่อนเผยแพร่ถ้อยแถลงออกมา ในนั้นรวมถึงส่วนที่พูดถึงผู้พลัดถิ่นฐานชาวกัมพูชา" เขาเน้นย้ำว่าแม้ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลไทยก่อนเผยแพร่ถ้อยแถลง แต่เขาพร้อมที่จะรับฟังท่าทีของ "แม้ผมไม่ได้รับการตอบสนองต่อการสื่อสารดังกล่าว แต่ผมยังเปิดกว้างและกระตือร้อร้นพูดคุยหารือเกี่ยวกับมุมมองของรัฐบาลไทย"

    คำชี้แจงมีขึ้นตามหลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากไทยเกี่ยวกับถ้อยแถลงของแอนดรูว์ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจอย่างเป็นทางการในกัมพูชา โดยระหว่างนั้นเขาเรียกร้องให้ช่วยพลเมืองผู้พลัดถิ่นฐานจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนเมื่อปีที่แล้ว กลับสู่ถิ่นฐานอย่างปลอดภัย และเรียกร้องทั้ง 2 ประเทศ คลี่คลายความเห็นต่างด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจา

    พนมเปญโพสต์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ไทยยังได้คัดค้านคำกล่าวอ้างของแอนดรูว์ ที่บอกว่ามีชาวกัมพูชาราวๆ 650,000 คน พลัดถิ่นฐานระหว่างความขัดแย้ง โดยโต้แย้งว่าบางส่วนที่นับนั้น เข้ามาอาศัยอยู่ในดินแดนที่ประเทศไทยอ้างกรรมสิทธิ์

    ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว พนมเปญโพสต์อ้างคำพูดของแอนดรูว์ระบุว่า การประมาณการจำนวนผู้พลัดถิ่นดังกล่าว เป็นการอ้างอิงมาจากรายงานของสหประชาชาติ และประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เขาหยิบยกขึ้นมานั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่ขัดแย้งกันแต่อย่างใด

    "ในขณะที่ผมรับทราบมุมมองของประเทศไทย ตัวเลขนี้มาจากรายงานต่างๆของยูเอ็นและผมพาดพิงถึงพวกผู้ผลัดถิ่นเหล่านี้บนพื้นฐานของความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน โดยไม่ได้คำนึงถึงข้อขัดแย้งในเรื่องของการอ้างสิทธิ์ในดินแดน" เขากล่าว

    "ในเดือนหน้า ผมจะจัดทำรายงานเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาให้เสร็จสมบูรณ์ และเป็นอีกครั้งที่ผมจะติดต่อไปยังรัฐบาลไทย ระหว่างที่จัดทำรายงานฉบับนั้น ผมหวังว่าผมจะสามารถติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อที่ผมจะได้รับทราบมุมมองของพวกเขา ก่อนที่ผมจะเผยแพร่รายงานออกมา" เขากล่าว

    ระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม แอนดรูว์ เรียกร้องกัมพูชาและไทยทำงานร่วมกัน เพื่อรับประกันว่าพลเมืองผู้พลัดถิ่นจะได้กลับสู่ถิ่นฐานอย่างปลอดภัย โดยสมัครใจและอย่างมีเกียรติ ความเห็นของเขากระตุ้นเสียงตอบโต้จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย ซึ่งบอกว่าผู้ดำรงตำแหน่งในกลไกพิเศษของสหประชาชาติควรยึดมั่นในหลักความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและความน่าเชื่อถือ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

    ไทย โต้แย้งว่า แอนดรูว์ พึ่งพิงข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและปฏิเสธข้อบ่งชี้ที่ว่า ไทย กำลังยึดครองดินแดนของกัมพูชา

    แม้มีประเด็นโต้เถียงกัน แต่ แอนดรูว์ เน้นย้ำว่าสิ่งที่เขาให้ความสำคัญสูงสุด ยังเป็นความผาสุกของพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ไม่ใช่คำกล่าวอ้างช่วงชิงดินแดนกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย "ผมอาจไม่ได้พูดเน้นย้ำมากพอเกี่ยวกับความสำคัญของการคลี่คลายความขัดแย้งอย่างรวดเร็วและสันติวิธี เพื่อที่ประชาชนจะสามารถกลับสู่บ้านเรือนของพวกเขา มีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัย และคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจที่การค้าชายแดนสามารถมอบให้"

    (ที่มา:พนมเปญโพสต์)

    https://www.facebook.com/1000647601...P1W3R7nAN61gas8PbqiroZx5yjkl/?mibextid=NOb6eG
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาอ้างหลักฐาน ‘หลุมระเบิด-ซากปราสาท’ ชี้ไทยโจมตีเขมร มั่นใจประชาคมโลกยึดตามข้อเท็จจริง
    .
    .
    MGR Online - รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชาได้ออกมาแสดงความคิดเห็นทางโซเชียลมีเดียว่า แม้ไทยจะมีคำแถลงใดๆ ที่ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ด้วยหลักฐานทางกายภาพของการโจมตีด้วยอาวุธของกองทัพไทยในดินแดนกัมพูชานั้น ทำให้ไทยไม่สามารถปฏิเสธได้
    .
    เนธ เพียกตรา ได้แสดงความเห็นในบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาระบุว่า ความจริงไม่สามารถลบได้ เพราะหลักฐานที่จับต้องได้ของการโจมตีนั้นส่งเสียงด้วยตัวมันเอง
    .
    รัฐมนตรีผู้นี้อ้างถึงหลุมระเบิดที่ระบุว่าเกิดขึ้นจากการโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen เศษกระสุนคลัสเตอร์ และยุทโธปกรณ์อื่นๆ ความเสียหายต่อปราสาทโบราณต่างๆ รวมถึงปราสาทพระวิหาร และปราสาทตาควาย บ้านเรือนและทรัพย์สินของพลเรือนที่ถูกทำลายระหว่างการโจมตี
    .
    เขายังอ้างถึงการเสียชีวิตและการบาดเจ็บของพลเรือนเป็นหลักฐาน ซึ่งเขาบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเขียนขึ้นใหม่ได้
    .
    ขณะเดียวกันเขายังระบุว่าการวางตู้คอนเทนเนอร์ การติดตั้งลวดหนาม การปิดกั้นถนน และความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์รวบยอดในพื้นที่พิพาท เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงผลที่ตามมาจากการใช้กำลังทหาร
    .
    รัฐมนตรีเขมรผู้นี้ย้ำอีกว่าในขณะที่เรื่องราวต่างๆ อาจโต้แย้งได้ แต่หลักฐานทางกายภาพของการทำลายล้างยังคงอยู่ เขาบอกว่าหลุมระเบิด สิ่งปลูกสร้างอาคารที่ได้รับความเสียหาย และความสูญเสียของมนุษย์จากความขัดแย้ง ไม่สามารถลบล้างออกไปได้ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อหรือคำแถลงปฏิเสธ
    .
    เขาเรียกร้องให้มีการเก็บรักษา บันทึก ตรวจสอบ และนำเสนอหลักฐานทั้งหมดต่อประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องความจริง รับประกันการรับผิดชอบ และป้องกันไม่ให้การใช้กำลังกลายเป็นวิธีการสร้างความจริงใหม่ในพื้นที่แทนที่กฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    เนธ เพียกตรา ได้แสดงความเห็นทิ้งท้ายว่า สุดท้ายแล้วความจริงขึ้นอยู่กับหลักฐาน และแสดงความมั่นใจว่าประชาคมระหว่างประเทศจะสรุปผลโดยอ้างอิงตามข้อเท็จจริงที่นำเสนอ.

    https://www.facebook.com/share/p/1EeDdEr6C4/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “กลยุทธ์ฆ่าตัวตายทางการค้า” – จากการลดบทบาทของอุตสาหกรรมของตะวันตก สู่ชัยชนะของโครงสร้างพื้นฐานผลิตในจีน

    "การลดบทบาทภาคอุตสาหกรรม" (Deindustrialization) ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ชี้ให้เห็นว่าแรงขับเคลื่อนของทุนนิยมบริสุทธิ์ได้สร้าง "สภาวะกลวงเปล่าทางอุตสาหกรรม" (Industrial Hollow-out) จนกลายเป็นบาดแผลเรื้อรัง และเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์การรักษาฐานการผลิตอย่างเหนียวแน่นของจีน

    1. ตรรกะของทุนนิยมและกับดัก "เส้นโค้งรอยยิ้ม" (The Smile Curve Trap)
    เหตุใดมหาอำนาจจึงยอมตัดสายเลือดทางอุตสาหกรรมของตนเอง? คำตอบสั้นๆ คือ "กำไรสูงสุดของกลุ่มทุน"

    -การย้ายฐานผลิตสู่เอเชีย: ในช่วงทศวรรษ 1970 ต้นทุนแรงงานในสิ่งทอ เหล็กกล้า และการประกอบอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียถูกกว่าสหรัฐฯ ถึง 10 เท่า แรงกดดันจากนายทุนและผู้ถือหุ้นจึงบีบให้ย้ายสายการผลิตออกไป

    -ทฤษฎี Smile Curve: มหาอำนาจตะวันตกในยุคนั้นวางยุทธศาสตร์ว่าจะกุมเพียงสองฝั่งของเส้นโค้งรอยยิ้มที่มีกำไรสูง นั่นคือ "#การวิจัยและพัฒนา (R&D)" (วอลล์สตรีท/ซิลลิคอนวัลเลย์) และ "การตลาด/การขาย" (#การจดสิทธิบัตรและสร้างแบรนด์) ส่วนตรงกลางที่เป็น "การผลิต" ถูกมองว่าเป็นงานหนัก กำไรต่ำ และยอมโยนให้เอเชียรับทำ

    -สายธารที่สูญหาย: ทว่าสิ่งที่ตะวันตกมองข้ามคือ อุตสาหกรรมมีชีวิตและเป็นระบบนิเวศ เมื่อถอนรากโรงงานผลิต ห่วงโซ่ซัพพลายเออร์ประกอบ เช่น โรงงานแม่พิมพ์ บริษัทโลจิสติกส์ และสถาบันอาชีวศึกษาเทคนิค ก็พังทลายตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    2. กรณีศึกษาบาดแผลทางประวัติศาสตร์: Detroit และ Sheffield

    ภาพสะท้อนภาพความย่อยยับของเมืองอุตสาหกรรมผ่าน 2 กรณีศึกษาหลัก:

    1. ดีทรอยต์ (Detroit) – เมืองแห่งยานยนต์ที่กลายเป็นเมืองร้าง: จากศูนย์กลางยานยนต์ยุคเรืองรองที่มีประชากรเกือบ 1.8 ล้านคน เมื่อค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ย้ายสายการผลิตไปเม็กซิโกและจีน เมืองก็ถูกสูบเลือดจนหมดสิ้น จนนำไปสู่การ ประกาศ ”ล้มละลาย” ในปี 2013 กลายเป็นเมืองล้มละลายที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โรงงานร้างถูกเถาวัลย์ปกคลุม และบ้านเรือนราคาตกต่ำจนไม่มีคนซื้อ

    2. เชฟฟิลด์ (Sheffield) – เมืองแห่งเหล็กกล้าแห่งสหราชอาณาจักร: ในยุคนายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ การสั่งปิดเหมืองถ่านหินและโรงงานเหล็กอย่างเด็ดขาดแม้จะเผชิญการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ ส่งผลให้เชฟฟิลด์เหลือผลิตภาพเหล็กเพียงเศษเสี้ยว อดีตกรรมกรต้องปรับตัวไปเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือพึ่งพาเงินสงเคราะห์รัฐ

    โรคแทรกซ้อนทางสังคม: การลดอุตสาหกรรมสร้างความเหลื่อมล้ำสุดขั้ว วิศวกรซอฟต์แวร์ในซิลลิคอนวัลเลย์มีรายได้ $200,000 ต่อปี ในขณะที่แรงงานใน Rust Belt ไม่มีปัญญาจ่ายค่าประกันสุขภาพ ชุมชนล่มสลาย ยาเสพติดระบาด และปัญหาสังคมหมักหมม

    3. ฟองสบู่เศรษฐกิจเสมือน และปัญหา "ขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์" (Talent Disconnection)

    เมื่อเงินไม่ไหลเข้าโรงงานผลิต มันจึงไหลเข้าสู่นิติกรรมการเงิน หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ จนเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008 (Subprime Crisis / Lehman Brothers Collapse) รัฐบาลทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่ออุ้มธนาคาร แต่น้อยนักที่จะเหลียวมองช่างเชื่อมหรือช่างประกอบที่ตกงาน

    นอกจากนี้ การพยายามดึงอุตสาหกรรมกลับบ้าน (Reshoring) ในปัจจุบัน เช่น กฎหมาย CHIPS Act ของสหรัฐฯ ที่ทุ่มเงิน 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือการตั้งโรงงาน #TSMC ในแอริโซนา กลับต้องติดขัดอย่างหนักเนื่องจาก "วิศวกรและช่างเทคนิคที่มีทักษะขาดช่วงไปแล้ว" ซึ่งเป็นความเสียหายที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้อัดฉีดตัวเงินเพียงอย่างเดียว

    4. ยุทธศาสตร์ของจีน: การสร้าง "อธิปไตยทางอุตสาหกรรม" และโครงสร้างพื้นฐานใหม่

    ในทางตรงกันข้าม จีนสกัดบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ที่คำสั่งซื้อจากต่างประเทศหายไปข้ามคืน ทำให้จีนตระหนักว่า "การเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต โดยไม่มีห่วงโซ่และ #อธิปไตยทางเทคโนโลยี ของตนเอง คือความเสี่ยงระดับชาติ"

    -ไม่ตัดทิ้ง แต่ยกระดับ: จีนไม่ได้โยนอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานทิ้ง แต่เลือกเปลี่ยนผ่านจากโรงงานการผลิตรองเท้า/หมวก สู่การผลิตสมาร์ตโฟน และยกระดับสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และโดรน (เช่น กรณีจากตลาด Huaqiangbei สู่การครองตลาดโดรนโลก 70% ของ #DJI)

    -ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน: ผลิตภาพการผลิตของจีนคิดเป็นมากกว่า 30% ของโลก (มากกว่าสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนีรวมกัน) ทำให้ในภาวะวิกฤต (เช่น โรคระบาด) จีนสามารถปรับสายการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ตะวันตกไม่สามารถทำได้เพราะขาดแคลนตั้งแต่แม่พิมพ์จนถึงวัตถุดิบ

    -อุตสาหกรรมรูปแบบใหม่: จีนผลักดัน "โรงงานไฟมืด" (Dark Factories) ที่ใช้แขนกลและ AI ควบคุมเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาจุดอ่อนทางเทคโนโลยี เช่น ชิปประมวลผล อากาศยานขนาดใหญ่ และซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม

    การเลือกเดินเกมของตะวันตกคือผลลัพธ์ของตรรกะทุนนิยมระยะสั้น ในขณะที่การรักษาและพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของจีนคือ "ตรรกะแห่งการอยู่รอดและการกำหนดอนาคต" เพราะในยามวิกฤตหรือสงคราม ตัวเลขดอลลาร์ในตลาดหุ้นไม่อาจแปลงสภาพเป็นอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ หรือนวัตกรรมที่จับต้องได้ อำนาจในการกำหนดมาตรฐานโลก (Definition Power) จึงตกเป็นของผู้ที่ครอบครองนิเวศอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง

    #ChinaFocus

    Ref.: U.S. Bureau of Labor Statistics/CHIPS and Science Act (2022)

    https://www.facebook.com/share/18yVPN6m2T/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด เตรียมผลักดันโครงการติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป ตั้งเป้าครอบคลุม 500,000-1,000,000 ครัวเรือน โดยเน้นบ้านที่ใช้ไฟฟ้า 5 กิโลวัตต์ขึ้นไป คาดเห็นความชัดเจนภายใน 1 เดือน
    .
    โครงการเตรียมพิจารณา เงินอุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท พร้อมประสาน ธนาคารออมสิน และ ธอส. ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในส่วนที่เหลือ โดยใช้เงินที่ประหยัดจากค่าไฟมาชำระคืนธนาคาร เพื่อลดภาระค่าไฟในระยะยาวและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
    .
    นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ BOI พิจารณาส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ พร้อมให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็น One Stop Service และรองรับการขายไฟฟ้าคืนผ่านระบบ Net Billing
    .
    อ่านต่อ: https://www.thansettakij.com/economy/665849
    .
    #ฐานเศรษฐกิจ #โซลาร์รูฟท็อป #พลังงานสะอาด #ลดค่าไฟ #เศรษฐกิจไทย

    https://www.facebook.com/share/p/1DEcdqeiHJ/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วันที่ CIB ปปช. เข้าตรวจค้นบริษัท ดร.พิชิต จนท.ค้นเจอเอกสารโครงสร้างสายงานทุจริตสอบฯร่วม 200 สาย ระบุชื่อเล่นชื่อจริง และได้ส่งให้ ปปง. ตรวจสอบ พบเส้นเงิน ณ ตอนนี้ 114 สาย

    https://www.facebook.com/share/1Cih34zm8J/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อดูยังไง? ทำไม Fed ถึงสนใจตัวเลขรายเดือนมากกว่า
    FB_IMG_1786098968639.jpg
    เวลาเห็นข่าวว่า Fed กังวลเรื่องเงินเฟ้อ หรือพูดว่าอยากเห็นเงินเฟ้อ “ต่ำกว่า 0.2% ต่อเดือน” หลายคนอาจสงสัยว่า ตัวเลขนี้หมายถึงอะไร แล้วทำไมต้องดูทั้งรายเดือนและรายปี

    จริงๆ แล้วเงินเฟ้อไม่ได้มีตัวเลขเดียว แต่มีหลายมุมในการวัด ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการดู “ราคากำลังเปลี่ยนเร็วแค่ไหน” หรือ “ราคาสูงขึ้นจากปีก่อนมากแค่ไหน”

    เงินเฟ้อรายเดือน (MoM)

    เป็นการวัดว่า ราคาสินค้าและบริการเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนกี่เปอร์เซ็นต์

    ตัวอย่าง

    เดือนมกราคม ดัชนีราคาอยู่ที่ 100 เดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มเป็น 100.3

    แปลว่าเงินเฟ้อรายเดือนอยู่ที่

    +0.3% MoM

    หมายความว่า ราคาสินค้าโดยรวมแพงขึ้นประมาณ 0.3% จากเดือนก่อน

    Fed ให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้ เพราะมันบอก “ความร้อนแรงในปัจจุบัน”

    ถ้าเงินเฟ้อรายเดือนสูงต่อเนื่อง เช่น

    +0.5% ต่อเดือน → เงินเฟ้อยังร้อนแรงมาก
    +0.3% ต่อเดือน → ยังสูง
    ต่ำกว่า +0.2% ต่อเดือน → เริ่มเข้าใกล้ระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมายเงินเฟ้อ 2%

    เงินเฟ้อรายปี (YoY)

    เป็นตัวเลขที่คนส่วนใหญ่เห็นในข่าว

    วัดว่า ราคาวันนี้สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนกี่เปอร์เซ็นต์

    ตัวอย่าง

    ราคาสินค้าในเดือนนี้สูงกว่าปีก่อน 3%

    แปลว่าเงินเฟ้อ YoY = 3%

    ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นภาพระยะยาวว่า ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน

    แต่ข้อเสียคือ ตัวเลขนี้อาจ “ช้า”

    เช่น ปีที่แล้วราคาสินค้าเคยพุ่งแรงมาก ปีนี้แม้ราคาจะเริ่มนิ่ง แต่ YoY อาจยังสูงอยู่ เพราะกำลังเทียบกับฐานเดิม

    เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation)

    นอกจากดูเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว Fed ยังดู “เงินเฟ้อพื้นฐาน”

    คือการตัดสินค้าบางประเภทที่ผันผวนออก เช่น

    อาหาร พลังงาน

    เหตุผลคือ ราคาน้ำมันหรืออาหารอาจขึ้นลงจากปัจจัยชั่วคราว เช่น สงคราม ภัยแล้ง หรือปัญหา Supply Chain

    Fed ต้องการดูว่า “แรงกดดันเงินเฟ้อที่แท้จริง” ยังอยู่หรือไม่

    เช่น

    น้ำมันขึ้นเพราะสงคราม → อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว

    แต่ค่าเช่า ค่าแรง บริการต่างๆ ขึ้นต่อเนื่อง → อาจเป็นเงินเฟ้อที่ฝังตัว

    CPI กับ PCE ต่างกันยังไง?

    ตัวเลขเงินเฟ้อหลักของสหรัฐฯ มี 2 ตัวที่นักลงทุนต้องรู้

    CPI (Consumer Price Index)

    เป็นตัวเลขที่วัดราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่ายจริง

    เช่น

    ค่าอาหาร น้ำมัน ค่าเช่า รถยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค

    ข้อดีคือเข้าใจง่ายและออกเร็ว

    จึงเป็นตัวเลขที่ตลาดหุ้นให้ความสนใจมาก

    PCE (Personal Consumption Expenditures)

    เป็นตัวเลขที่ Fed ใช้เป็นเป้าหมายหลักในการดูเงินเฟ้อ

    PCE มีความยืดหยุ่นกว่า CPI เพราะคำนึงถึงพฤติกรรมผู้บริโภค

    เช่น

    ถ้าราคาเนื้อวัวแพงขึ้น คนอาจเปลี่ยนไปซื้อไก่แทน

    PCE จะสะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมนี้มากกว่า

    ทำไมนักวิเคราะห์มองว่าเงินเฟ้อรายเดือนต่ำกว่า 0.2% คือระดับที่ Fed สบายใจ?

    เป้าหมายของ Fed คือเงินเฟ้อประมาณ 2% ต่อปี (ตัวเลขนี้ Fed ประกาศเป็นทางการ)

    ส่วนตัวเลข 0.2% ต่อเดือน เป็นเกณฑ์คร่าวๆ ที่นักวิเคราะห์ใช้เทียบ ไม่ใช่ตัวเลขที่ Fed ประกาศตรงๆ

    ถ้าราคาเพิ่มขึ้นไม่เกิน 0.2% ทุกเดือน

    เมื่อคิดรวมทั้งปี จะใกล้เคียงกับระดับเงินเฟ้อที่ Fed ต้องการ

    แต่ถ้าเงินเฟ้อรายเดือนอยู่ที่

    +0.4% ต่อเดือน

    เมื่อสะสมทั้งปี เงินเฟ้อจะสูงกว่า 4%

    ดังนั้น Fed จึงไม่ได้ดูแค่ตัวเลขว่า “ปีนี้เงินเฟ้อกี่เปอร์เซ็นต์” แต่ดูว่าแรงกดดันกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง

    นักลงทุนควรดูเงินเฟ้อแบบไหน?

    สำหรับตลาดหุ้น นักลงทุนควรดูหลายตัวประกอบกัน

    MoM Inflation → ดูว่าเงินเฟ้อกำลังเร่งขึ้นหรือชะลอลง
    YoY Inflation → ดูภาพใหญ่และแนวโน้มระยะยาว
    Core Inflation → ดูว่าเงินเฟ้อฝังตัวหรือไม่
    PCE Inflation → ดูว่า Fed มีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยอย่างไร
    เงินเฟ้อภาคบริการ → สำคัญมาก เพราะมักลดลงช้ากว่าสินค้า

    ทีนี้มาดูสถานการณ์จริงตอนนี้กัน

    Core PCE ดู Dovish แต่ยัง Dovish แบบ “เฉียดๆ”

    นักลงทุนควรระวังหากราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวขึ้นแม้ตัวเลข Core PCE ล่าสุดจะออกมาต่ำกว่าคาด และช่วยให้ตลาดมองว่า Fed มีโอกาสผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน

    เหตุผลที่ยังต้องระวังมีดังนี้

    Core PCE ที่ออกมาต่ำกว่าคาดนั้น ต่ำกว่าคาดเพียงเล็กน้อย โดยอยู่ที่ 0.141% MoM
    หากเพิ่มขึ้นเพียง 0.01% ก็จะถูกปัดขึ้นเป็น 0.2% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลข “ตามคาด” ทันที
    กล่าวคือ ตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดนั้น ไม่ได้ห่างจากที่ตลาดคาดการณ์มากนัก

    เงินเฟ้อภาคบริการ (Services PCE) ลดลงเหลือ 0.13% MoM
    แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 24 เดือนที่อยู่ที่ 0.29% MoM อย่างชัดเจน
    ตัวเลขเดือนนี้อาจได้รับผลจากปัจจัยฤดูกาลและราคาน้ำมันที่ลดลงชั่วคราว จึงอาจยังไม่สะท้อนแนวโน้มที่ชะลอลงอย่างถาวร

    นักวิเคราะห์บางรายจึงใช้โมเดลที่เรียกว่า Core PCE Pathway เพื่อประมาณการแนวโน้มระยะต่อไป

    หาก Services PCE กลับไปเคลื่อนไหวใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 0.29% ต่อเดือน
    เงินเฟ้อพื้นฐานยังมีแนวโน้มวิ่งอยู่บนเส้นทางประมาณ 3.5% ต่อปี ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed ค่อนข้างมาก

    ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
    หากราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวขึ้น และราคาสินค้าเริ่มเร่งตัวอีกครั้ง
    แรงกดดันเงินเฟ้ออาจกลับมาเป็น Hawkish ได้ในระยะถัดไป

    https://www.facebook.com/share/p/1EJGPmYAbX/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงเผชิญแรงขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลง 1.5% ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวม (Market Cap) หายไปกว่า 17.7 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 112,000 ล้านดอลลาร์

    https://www.facebook.com/share/p/1Cw3jh5Vx5/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่าน
    ห้ามเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล
    เข้าฮอร์มุซ-จุดชนวนใหม่
    .
    อิหร่านจะห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และชาติอื่น ๆ ที่เป็นภัยต่ออิหร่าน แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุข้อห้ามนี้ในร่างข้อตกลงอิหร่าน-โอมานว่าด้วยการเปิดการสัญจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเกือบได้ข้อสรุปสุดท้ายแล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นทันที ถึงแม้ฝ่ายสหรัฐฯ คาดหวังว่าความขัดแย้งกับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้
    .
    เครือข่ายข่าวโทรทัศน์ CNBC ของสหรัฐฯ รายงาน อ้างอิงร่างข้อตกลงอิหร่าน-โอมานดังกล่าวโดยอิหร่านนำออกเผยแพร่เมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) ซึ่งระบุด้วยว่า อิหร่านจะห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าอิหร่านจะได้รับค่าปฏิกรรมสงครามที่ฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569
    .
    หลังการเผยแพร่ร่างข้อตกลงดังกล่าวของอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นในวันนี้ (7 ส.ค.) จากที่ปรับลดลงแล้วภายหลังสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดหวนโจมตีซึ่งกันกันต่อเนื่องเป็นเวลาราว 2 สัปดาห์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยราคาน้ำมันดิบชั้นดี Brent งวดส่งมอบเดือนต.ค. 2569 พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 1.25 ขึ้นมาอยู่ที่ 83.52 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
    .
    ส่วนราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนก.ย. 2569 ก็พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 1.10 ขึ้นไปอยู่ที่ 78.14 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล รายงานชี้ว่า กรณีที่โรงกลั่นน้ำมันสำคัญ 2 แห่งของรัสเซียถูกยูเครนโจมตีเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ก็มีส่วนทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
    .
    รายงานชี้ด้วยว่า การที่ปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียของสหรัฐฯ ลดเหลือ “0” เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนก.ค. 2569 นับจากปี 2528 ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ดีดให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอีก เนื่องจากผู้ค้ากังวลว่า เหตุปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกสะดุดลงอีก
    .
    ทางด้านหนังสือพิมพ์เดอะสเตรทไทมส์ของสิงคโปร์รายงาน อ้างอิงคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) ซึ่งสำนักข่าว Reuters นำออกเผยแพร่ว่า เขาเชื่อว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลว่า ทรัมป์ทราบเกี่ยวกับข้อห้ามที่ระบุในร่างข้อตกลงอิหร่าน-โอมานแล้วหรือไม่
    .
    ทรัมป์แถลงด้วยว่า สหรัฐฯ ยังมีสต็อคอาวุธบางชนิดอย่างไม่จำกัด อาทิ กระสุน และระเบิดที่มีอานุภาพร้ายแรง แต่ยอมรับว่า คลังอาวุธยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ตึงตัวลงเล็กน้อย และว่าขณะนี้ภาคธุรกิจการผลิตอาวุธของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีกหลายแห่ง รวมถึงโรงงานผลิตขีปนาวุธ Patriot และ Tomahawk
    .
    #ช่องแคบฮอร์มุซ #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #อิสราเอล #ตะวันออกกลาง #TL #ทันโลกกับไทยพีบีเอส #ThaiPBS #ทันโลกกับThaiPBS

    https://www.facebook.com/share/1ctLx8wiCb/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเครนเผยทหารอาสาต่างชาติ 16,000 นายจาก 72 ประเทศ ร่วมรบในกองทัพ

    เดอะพับลิกโพสต์ / 6 ส.ค. – เจ้าหน้าที่ทหารยูเครนเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีอาสาสมัครต่างชาติราว 16,000 นายจาก 72 ประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพยูเครน โดยเกือบ 40% เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา

    สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์-ยูเครน รายงานอ้าง โอลฮา รีชตีโลวา ผู้ตรวจการสิทธิทหารของยูเครน ว่า กองกำลังต่างชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกองทัพยูเครน ท่ามกลางสงครามกับรัสเซียที่ดำเนินมาเป็นปีที่ 4

    รีชตีโลวาระบุว่า อาสาสมัครต่างชาติประมาณ 40% มาจากประเทศในลาตินอเมริกา ขณะที่ที่เหลือเดินทางมาจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก รวม 72 ประเทศ

    ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า กองทัพยูเครนมีกำลังพลรวมประมาณ 880,000 นาย
    .

    ** ยูเครนตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนทหารต่างชาติ

    เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีไคโล ฟีโดรอฟ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมยูเครนในขณะนั้น เปิดเผยแผนเพิ่มสัดส่วนทหารต่างชาติในหน่วยจู่โจมและหน่วยทหารราบให้มีสัดส่วนถึง 50%

    ยูเครนยังเดินหน้าดึงดูดอาสาสมัครจากทั่วโลก ด้วยการเสนอค่าตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เพื่อเข้าร่วมกองทัพ

    รัฐบาลยูเครนจัดตั้ง "กองพลนานาชาติ" (International Legion) ขึ้นในปี 2022 ไม่นานหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เพื่อเปิดรับอาสาสมัครต่างชาติเข้าร่วมรบเคียงข้างกองทัพยูเครน

    https://m.facebook.com/story.php?st...8NWwn25JBl&id=100063689734216&mibextid=NOb6eG
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,817
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ช็อก! สูญเสียงาน 23,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม สวนทางที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ สูญเสียตำแหน่งงาน 23,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 83,000 ตำแหน่ง

    ขณะเดียวกัน ตัวเลขการจ้างงานของเดือนมิถุนายนถูกปรับลดลงเหลือเพียง 20,000 ตำแหน่ง จากที่เคยรายงานไว้สูงกว่านี้

    แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานจะอ่อนแอ แต่อัตราว่างงานกลับลดลงจาก 4.2% เหลือ 4.1% ซึ่งสวนทางกับความคาดหมายของตลาด

    รายงานที่น่าผิดหวังนี้ เพิ่มความกังวลว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังชะลอตัว และอาจทำให้การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซับซ้อนมากขึ้น เพราะต้องหาจุดสมดุลระหว่าง ตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง กับ เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

    https://www.facebook.com/share/198VaWyEyd/
     

แชร์หน้านี้

Loading...