ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาตัดพ้อ ลงภาพถ่ายดาวเดียมแล้วอ้างว่า กองทัพไทยได้รื้อถอน-ทำลายบ้านเรือนกัมพูชา ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยกว่า 600 หลังคาเรือน ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย (ฝั่งตรงข้ามจังหวัดสระแก้ว)

    รายงานจากกัมพูชาอ้างว่า ในเดือนมีนาคม 2026 กองทัพไทยได้ใช้รถไถทำลายบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างพลเรือนของชาวกัมพูชาจำนวน 627 หลัง ในหมู่บ้านที่ถูกยึดครอง ได้แก่ หมู่บ้านเปรยชัน, ชุกชัย และบึงตระกวน ในจังหวัดบันเตียเมียนชัย (ฝั่งตรงข้ามจังหวัดสระแก้ว)

    ความเสียหายนี้เกิดขึ้นหลังข้อตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคม 2025 ถูกเปิดเผยจากข้อมูลดาวเทียมและภาพถ่ายที่เผยแพร่ในวันนี้ 5 สิงหาคม 2026 โดย LICADHO (สันนิบาตกัมพูชาเพื่อการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนกัมพูชา) องค์กรดังกล่าวได้ทำการเปรียบเทียบจำนวนบ้านที่บันทึกไว้ในเดือนมกราคม 2026 กับความเสียหายที่มองเห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียมในอีก 2 เดือนต่อมา (มีนาคม)

    องค์กร LICADHO ระบุว่า “กองกำลังทหารไทยได้ใช้รถไถทำลายบ้านเรือนกัมพูชา และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนทันทีหลังจากที่กัมพูชาและไทยบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคม 2025 ความกังวลเหล่านี้เกิดขึ้นจากภาพถ่ายดาวเทียมจากดาวเทียมเซนติเนล-2 ขององค์การอวกาศยุโรป”

    กัมพูชาระบุเพิ่มเติมว่า "การอัปเดตล่าสุดของ Apple Maps แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นว่า บ้านเรือนของกัมพูชา และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนกัมพูชาหลายร้อยหลัง ได้ถูกทำลายในทันทีตั้งแต่ต้นปี 2026 ในพื้นที่ของหมู่บ้านทั้ง 3 แห่งที่กล่าวไปขั้นต้น ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของไทยในขณะนี้" ซึ่งมันดูไม่ยุติธรรม และฝ่ายไทยได้กระทำการเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ปรึกษากัมพูชา เราได้เรียกร้องต่อการละเมิดดินแดนอธิไตยของกัมพูชาหลายครั้งแล้ว แต่ไทยไม่สนใจ และยังมีความตั้งใจที่จะลเมิดดินแดนอธิปไตยของกัมพูชาต่อไป

    จากภาพทั้งหมด LICADHO กล่าวว่า กองทัพไทยได้ทำลายอาคารเกือบ 300 หลังคาเรือนในพื้นที่บึงตะกวน จังหวัดบันเตียเมียนเจย LICADHO ได้แจกแจงรายละเอียดของอาคารที่ถูกทำลายจำนวนมากถึง 627 หลัง ไว้ว่า 1. จำนวน 270 หลังอยู่ในหมู่บ้านชุกเชย 2. จำนวน 299 หลังอยู่ในพื้นที่บึงตระกวน และ 3. จำนวน 58 หลังอยู่ในหมู่บ้านเปรยจัน

    รายงานจาก LICADHO กล่าวว่า “การทำลายบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน โดยหน่วยงานของรัฐที่ควบคุมพื้นที่ (ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นทางทหารอย่างยิ่ง) เป็นสิ่งต้องห้ามภายใต้มาตรา 53 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศคุ้มครองสิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและห้ามการทำลายบ้านเรือนของพลเรือนโดยพลการและการขับไล่ออกจากที่อยู่อาศัยโดยบังคับ ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของที่ดินหรือประเทศใดอ้างสิทธิ์ในที่ดินนั้นก็ตาม” LICADHO มีความเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยมีความผิดทุกรูปแบบ

    องค์กร LICADHO ยังได้แสดงการสนับสนุนแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ที่ออกโดยนายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งระบุว่า “ตามกฎหมายระหว่างประเทศ พลเมืองที่พลัดถิ่นในช่วงความขัดแย้งทางอาวุธมีสิทธิที่จะกลับคืนสู่บ้านของตน”

    LICADHO จึงได้ขอเรียกร้องอีกครั้งให้ทางการไทยยุติการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในกัมพูชา และทำลายบ้านเรือนกัมพูชา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในหมู่บ้านทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของไทยในขณะนี้โดยทันที

    กลุ่มสิทธิมนุษยชนกัมพูชากล่าวเพิ่มเติมว่า “บ้านเรือนของพลเรือนกัมพูชาไม่ควรกลายเป็นเป้าหมายหรือสถานที่ถูกทำลายในข้อพิพาทชายแดน และต้องพิจารณาการชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สิน”

    แถลงการณ์ LICADHO และนักสิทธิมนุษยชนกัมพูชาได้ระบุเพิ่มเติมว่า “เรายังคงเรียกร้องและสนับสนุนให้ทางการกัมพูชาดูแลให้ประชาชนจากพื้นที่เหล่านี้ได้รับการจัดหาที่พักที่เหมาะสมในระหว่างที่พวกเขาต้องพลัดพรากจากบ้านเรือนของตน โดยสอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ”
    FB_IMG_1786008889080.jpg FB_IMG_1786008895256.jpg FB_IMG_1786008899261.jpg
    #ชายแดนไทยกัมพูชา #ชายแดน
    #กัมพูชา #ทหารไทย #ทหารกัมพูชา
    https://www.facebook.com/share/1EeEVtThL4/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประกาศด่วน ⚠ อ่านให้จบนะ ใจความคือชิปหาย.แน่ๆหากไม่ทำอะไร

    FB_IMG_1786056972458.jpg

    นาย Tom Andrews โต้กลับปม เจ้าหน้าที่ไทย อ้างถึงชาวกัมพูชาประมาณ 650,000 คนที่ต้องพลัดถิ่นจากความขัดแย้ง โดยระบุว่าผู้พลัดถิ่นบางส่วนอาศัยอยู่ในดินแดนของไทย
    .
    ⚡ แต่ อย่างไรก็ตาม แม้จะรับทราบมุมมองของประเทศไทยก็อาจจะเป็นการละเมิด ด้านสิทธิมนุษยชน """"ซึ่งมีผลบังคับใช้ไม่ว่าประเด็นการอ้างสิทธิในดินแดนจะยังมีข้อพิพาทกันอยู่หรือไม่ก็ตาม""""
    .
    ✅ แปล (ทุกคำแบบไม่ตัด)
    ผมขอขอบคุณต่อความสนใจที่มีต่อแถลงการณ์ที่ผมเผยแพร่ในการแถลงข่าว ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจล่าสุดในกัมพูชาในฐานะผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา

    ผมยินดีรับฟังความคิดเห็นต่อแถลงการณ์ของผม รวมถึงจากรัฐบาลไทย นั่นคือเหตุผลที่ผมได้ส่งร่างล่วงหน้าของส่วนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนให้รัฐบาลไทยพิจารณา ก่อนการเผยแพร่เป็นเวลา 2 วัน ซึ่งรวมถึงส่วนที่กล่าวถึงการพลัดถิ่นของชาวกัมพูชาด้วย แม้ว่าผมจะไม่ได้รับการตอบกลับต่อการสื่อสารดังกล่าว แต่ผมยังคงเปิดกว้างและยินดีอย่างยิ่งที่จะรับฟังมุมมองของรัฐบาลไทย

    เจ้าหน้าที่ไทยได้โต้แย้งต่อสาธารณะเกี่ยวกับการที่ผมอ้างถึงชาวกัมพูชาประมาณ 650,000 คนที่ต้องพลัดถิ่นจากความขัดแย้ง โดยระบุว่าผู้พลัดถิ่นบางส่วนอาศัยอยู่ในดินแดนของไทย อย่างไรก็ตาม แม้จะรับทราบมุมมองของประเทศไทย ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานของสหประชาชาติ และการกล่าวถึงผู้พลัดถิ่นของผมตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีผลบังคับใช้ไม่ว่าประเด็นการอ้างสิทธิในดินแดนจะยังมีข้อพิพาทกันอยู่หรือไม่ก็ตาม

    ในเดือนหน้า ผมจะจัดทำรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาให้แล้วเสร็จ และผมจะติดต่อรัฐบาลไทยอีกครั้งในระหว่างการจัดทำรายงานดังกล่าว ผมหวังว่าจะมีโอกาสหารือกับเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อรับฟังมุมมองของฝ่ายไทยก่อนที่รายงานของผมจะได้รับการเผยแพร่

    ผมไม่อาจเน้นย้ำได้มากพอถึงความสำคัญของการยุติความขัดแย้งบริเวณชายแดนโดยเร็วและด้วยสันติวิธี เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับคืนสู่บ้านของตน มีสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัย และได้รับประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจที่การค้าชายแดนสามารถสร้างขึ้นได้

    --------------
    เอกสารฉบับเต็ม ในคอมเม้น

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน
    #เขมรเนรคุณเนรคุณ

    ✅เพจหลัก https://www.facebook.com/beemnews
    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูปเผื่อเฟสหายไป https://www.youtube.com/@beemnew

    https://www.facebook.com/share/p/1DLUfwHK4Q/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านได้โจมตีเป้าหมายที่ถูกระบุว่าเป็น "ฝ่ายศัตรู" ในช่องแคบฮอร์มุซ

    Fars รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1ESf6LTxBA/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นิตยสาร Economist รายงานว่า ประเทศในแอฟริกากำลังทยอยเลิกใช้ดอลลาร์สหรัฐและหันมาใช้เงินหยวนและสกุลเงินท้องถิ่นแทน

    แซมเบียยอมรับค่าธรรมเนียมการทำเหมืองเป็นเงินหยวนแล้ว และกำหนดให้ใช้สกุลเงินท้องถิ่นสำหรับการทำธุรกรรมภายในประเทศ (ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับหรือจำคุก)

    อียิปต์ ไนจีเรียและแอฟริกาใต้ลงนามในข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินหยวนฉบับใหม่ เคนยาเปลี่ยนเงินกู้ดอลลาร์เป็นเงินหยวน ประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 215 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

    ธนาคารสแตนดาร์ดแบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ ได้ดำเนินการธุรกรรมครั้งแรกผ่านระบบการชำระเงินระหว่างธนาคารข้ามพรมแดนของจีนแล้ว ธุรกรรมข้ามพรมแดนด้วยเงินหยวนในแอฟริกาเพิ่มขึ้น 4 เท่าระหว่างปี 2020-2024

    ระบบการชำระเงินทั่วแอฟริกา (PAPSS) เชื่อมต่อธนาคารกว่า 160 แห่งเพื่อชำระการค้าภายในแอฟริกาด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยประหยัดเงินได้ถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

    การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย: บริษัทต่างๆ ต้องแก้ไขสัญญาที่ใช้เงินดอลลาร์ ผู้ส่งออกต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน และบางอุตสาหกรรมขาดเงินดอลลาร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเข้า

    ถึงอย่างไรและแม้ว่าเงินดอลลาร์ยังคงครองส่วนแบ่งหนี้ต่างประเทศถึง 70% แต่เงินควาชาของแซมเบียกลับแข็งค่าขึ้น 15% ในปีนี้ แอฟริกาก็ยังคงเดิมพันกับอนาคตที่มีสกุลเงินหลายขั้ว

    https://www.facebook.com/share/p/186F6zLN4X/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ∆... "ถ้าอิหร่านแพ้สงครามเอล โลกจะเข้าสู่กลียุค... เขาจะรีเซ็ตโลกใหม่"

    ***... หากอิสราเอลและสหรัฐฯ เอาชนะอิหร่านได้อย่างเด็ดขาดในความขัดแย้งปัจจุบัน ตะวันออกกลางและระเบียบโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

    ... หากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้รับชัยชนะเบ็ดเสร็จในสงครามกับอิหร่าน (เช่น เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทำลายศักยภาพทางนิวเคลียร์และทางการทหารของอิหร่านลงได้อย่างสิ้นเชิง)

    เหตุการณ์นี้จะกลายเป็น "จุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21" โดยแบ่งผลกระทบออกเป็น 4 ด้าน

    1)... ด้านการเงินโลก, เงินดอลลาร์ และระบบปิโตรดอลลาร์ (Petrodollar)

    ระบบ Petrodollar ฟื้นตัวและแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล:

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อิหร่าน รัสเซีย และกลุ่ม BRICS พยายามผลักดันระบบ De-Dollarization (การลดการใช้เงินดอลลาร์) โดยการซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวน (Petroyuan) หรือรูเบิล

    หากอิหร่านแพ้สงครามและได้รัฐบาลใหม่ที่ฝักใฝ่ตะวันตก อิหร่านจะกลับมาขายน้ำมันด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทั้งหมด ซึ่งจะสยบกระแส De-Dollarization ในตลาดพลังงาน และตอกย้ำสถานะของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองอันดับ 1 ของโลกต่อไปอีกหลายทศวรรษ

    สถานะทุนสำรองและสินทรัพย์สหรัฐฯ (Safe Haven):

    ความมั่นใจในอำนาจทางทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะพุ่งสูงขึ้น เงินทุนไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในระยะยาว

    ความล้มเหลวของระบบการเงินทางเลือก:

    ระบบการชำระเงินที่ไร้ดอลลาร์ที่อิหร่านเคยร่วมพัฒนากับจีนและรัสเซียจะพังทลายลง ส่งผลให้ชาติตะวันตกสามารถใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน (เช่น SWIFT) เป็นอาวุธกดดันประเทศอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเดิม

    2)... ด้านราคาน้ำมันและราคาพลังงาน
    ผลกระทบต่อตลาดพลังงานจะแบ่งเป็น 2 ระยะ อย่างชัดเจน:

    ระยะสั้น (ช่วงระหว่างและหลังจบสงครามใหม่ๆ):

    ราคาพุ่งสูงชั่วคราว (Price Spike)
    หากช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิดหรือโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเสียหาย ราคาน้ำมันดิบ (Brent) อาจพุ่งสูงเกิน $100–$120 ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อระลอกใหม่ทั่วโลก ชะลอการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ

    ระยะยาว (หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และฟื้นฟูประเทศ): ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างมีเสถียรภาพ (Bearish Energy Market)

    อุปทานน้ำมันทะลักเข้าสู่ตลาด (Supply Glut):

    การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจะทำให้อิหร่าน (ซึ่งมีสำรองน้ำมันดิบใหญ่อันดับ 3 และก๊าซธรรมชาติอันดับ 2 ของโลก) สามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างเต็มกำลังผลิต (3.5–4 ล้านบาร์เรล/วัน หรือมากกว่านั้นเมื่อได้รับการลงทุนใหม่จากบริษัทพลังงานตะวันตก)

    ราคาน้ำมันโลกจะปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับต่ำ (คาดว่า $50–$65 ต่อบาร์เรล): ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

    อำนาจของกลุ่ม OPEC+ ลดลง: OPEC+ จะสูญเสียอำนาจในการคุมราคาน้ำมัน เนื่องจากอิหร่านภายใต้รัฐบาลใหม่จะไม่ให้ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิต และ

    ***... การครองตลาดพลังงานจะกลับไปอยู่ในมือของกลุ่มพันธมิตรสหรัฐฯ-ซาอุดีอาระเบีย+อิสราเอล

    3)... ด้านเศรษฐกิจโลก (Global Economy)

    ความเสี่ยงการเกิดภาวะเงินเฟ้อถดถอย (Stagflation) ลดลงในระยะยาว:

    แม้ช่วงสงครามจะเกิดเงินเฟ้อชั่วคราว แต่เมื่อสงครามจบและพลังงานมีราคาถูกลง จะช่วยลดต้นทุนภาคการผลิตทั่วโลก กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ของประเทศผู้ใช้น้ำมัน เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น ยุโรป และไทย

    การเปิดตลาดการลงทุนและทรัพยากรใหม่:

    อิหร่านซึ่งมีประชากรกว่า 88 ล้านคนและอุดมไปด้วยทรัพยากร จะกลายเป็น "ตลาดใหม่" สำหรับการลงทุนของบริษัทตะวันตก ทั้งในภาคโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี พลังงาน และสินค้าอุปโภคบริโภค

    ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มั่นคงขึ้น:

    เส้นทางการค้าทางทะเลสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง (ซึ่งกลุ่มฮูตีในเยเมนจะหมดผู้สนับสนุนหลักอย่างอิหร่าน) จะกลับมาปลอดภัย การขนส่งสินค้าและพลังงานระหว่างเอเชีย-ยุโรปจะมีต้นทุนค่าประกันภัยและค่าขนส่งที่ลดลงอย่างมาก

    ***4)... ด้านการเมืองระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)

    การล่มสลายของ "แกนแห่งการต่อต้าน" (Axis of Resistance):

    กองกำลังตัวแทน (Proxies) ของอิหร่านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เฮซบอลเลาะห์ (เลบานอน), ฮามาส (ปาเลสไตน์), กองกำลังชีอะห์ในอิรัก และกลุ่มฮูตี (เยเมน) จะสูญเสียแหล่งเงินทุนและอาวุธหลัก นำไปสู่การสูญสิ้นอิทธิพลอย่างรวดเร็ว

    ***... อิสราเอลกลายเป็นมหาอำนาจเดี่ยวในภูมิภาค:

    (... ตามแนวคิดของไส้อ่อนนิส = The Greater Israel ... อิสราเอลที่ยิ่งใหญ่... )

    ภัยคุกคามทางยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอลจะหมดไป เปิดทางให้เกิด ข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) รอบใหม่ ซึ่งรวมถึงการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่าง อิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย ทำให้เกิดบล็อกพันธมิตรตะวันออกกลางที่แน่นหนา

    ***... ความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ของจีนและรัสเซีย:

    รัสเซีย: สูญเสียพันธมิตรสำคัญที่เคยส่งออกโดรนและขีปนาวุธให้ใช้ในสงครามยูเครน รวมถึงสูญเสียเส้นทางการค้าผ่านระเบียงขนส่งเหนือ-ใต้ (INSTC)

    จีน: จีนจะสูญเสียแหล่งน้ำมันราคาถูกที่เคยซื้อจากอิหร่านผ่านการคว่ำบาตร และแผนยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ในส่วนที่ผ่านตะวันออกกลางจะถูกแทรกแซงโดยอิทธิพลของสหรัฐฯ

    (... จีนจะอ่อนแอลงเรื่อยๆแล้วก็จะกลายเป็นประเทศมหาอำนาจขนาดกลางลดศักยภาพความเป็นคู่แข่งของอเมริกาลง... )

    ... ด่านถัดไปของความขัดแย้ง:

    ***... ชัยชนะเด็ดขาดในตะวันออกกลางจะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถถอนกำลังและหันมามุ่งเน้นยุทธศาสตร์ Pivot to Asia เพื่อปิดล้อมและคานอำนาจกับจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกได้อย่างเต็มที่

    ... ชัยชนะของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน จะส่งผลให้ ดอลลาร์และระบบ Petrodollar กลับมาแข็งแกร่ง ราคาน้ำมันในระยะยาวปรับตัวลดลงอย่างมีเสถียรภาพ ตะวันออกกลางถูกจัดระเบียบใหม่โดยมีสหรัฐฯ-อิสราเอล-ซาอุฯ เป็นแกนหลัก ขณะที่จีนและรัสเซียจะสูญเสียดุลอำนาจในภูมิภาคนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

    (***... พวกเขาจะรีเซ็ตโลกใหม่จัดระเบียบโลกใหม่แล้วก็จะย้ายอำนาจการควบคุมมาที่เอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอเชียแปซิฟิกมากขึ้น... )

    https://www.facebook.com/share/1CkRvQxbT8/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีระลอกใหญ่ใส่ค่ายทหารของฝ่ายรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ในพื้นที่จังหวัดมาริบ (Marib) และฮัฎเราะเมาต์ (Hadramout):

    รายงานในพื้นที่ระบุว่า ฮูตีได้ระดมยิงขีปนาวุธประมาณ 8 ลูก ส่งตรงมาจากจังหวัดอัลเญาฟ์ (Al-Jawf) ควบคู่กับการปล่อยฝูงโดรนเข้าปูพรมพร้อมกัน ไปที่ค่ายทหารในพื้นที่อัลอับร์ (Al-Abr) ทางตะวันออกของมาริบ รวมถึงบริเวณชายแดนอัลวะดีอะฮ์ (Al-Wadiah) โดยเบื้องต้นยืนยันยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 นาย และบาดเจ็บกว่า 50 นาย

    ฮูตีเตือนซาอุดีอาระเบียไม่ให้กระทำการอัน "เขลา" พร้อมเรียกร้องให้กองกำลังเยเมนถอนตัวออกจากค่ายทหารซาอุฯ และยืนยันจะตอบโต้ต่อไปจนกว่าการปิดล้อมเยเมนจะสิ้นสุดลง

    #ข่าวต่างประเทศ #ฮูตี #เยเมน #ซาอุดีอาระเบีย

    https://www.facebook.com/share/1Jh4YXWKa1/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สำนักข่าว Fars News Agency และ Anadolu Agency รายงานความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของรัฐสภาอิหร่าน ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับใหม่ ในการจัดระเบียบการจราจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย:

    สาระสำคัญของร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณา:

    การสั่งห้ามเรือและสินค้า: ห้ามเรือเดินสมุทรจากสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และประเทศที่ถูกกำหนดว่าเป็น "ศัตรู/ปฏิปักษ์" ผ่านช่องแคบ พร้อมสั่งห้ามการขนส่งสินค้าทุกประเภทที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลทั้งทางทหารและพลเรือน

    มาตรการโต้ตอบกลุ่มต่อต้าน: ปิดกั้นเรือหรือสินค้าที่มีส่วนร่วมในการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่ม "แกนแห่งการต่อต้าน" (Axis of Resistance) และปฏิเสธการสัญจรของประเทศหรือบุคคลที่สร้างความเสียหายให้อิหร่านจนกว่าจะชดใช้ค่าเสียหาย

    บทลงโทษและอำนาจควบคุม: กำหนดโทษปรับสูงสุดถึง 20% ของมูลค่าสินค้าหากมีการฝ่าฝืน โดยมอบหมายให้รัฐบาลและกองทัพรับผิดชอบการตรวจตรา การจัดการจราจร ความมั่นคง และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

    ความคืบหน้าแผนการบริหารร่วมอิหร่าน-โอมาน:

    ️ โมเดลระเบียงการเดินเรือกลาง : Fars เผยข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการทูตว่า อิหร่านและโอมานกำลังหารือเพื่อทยอยยกเลิกเลนเดินเรือเหนือ-ใต้แบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้ "ช่องทางเดินเรือกลาง" เพียงช่องทางเดียว

    ⚓ การแบ่งอำนาจบริหาร: หลังช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน อิหร่านจะเป็นผู้บริหารจัดการการจราจรขาเข้า (Inbound) เพียงผู้เดียว ส่วนขาออก (Outbound) จะบริหารจัดการร่วมกันระหว่างอิหร่านและโอมาน

    โครงสร้างการคิดค่าธรรมเนียม: ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเก็บภาษี 3% หรือ 7% จากมูลค่าสินค้า โดยยืนยันว่าการคิดค่าธรรมเนียมจะอิงตาม "บริการทางทะเลที่จัดหาให้จริง" เช่น การประกันภัย การเติมน้ำมันเชื้อเรือ (Bunkering) และบริการด้านสิ่งแวดล้อม

    #ข่าวต่างประเทศ #อิหร่าน #โอมาน #สหรัฐอเมริกา #ช่องแคบฮอร์มุซ #Orbitwire

    https://www.facebook.com/share/p/1Ed9i8irba/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สำนักข่าว The Washington Post เปิดเผยรายงานเจาะลึกอ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายราย ชี้ให้เห็นถึงอัตราการสูญเสียยุทโธปกรณ์นำวิถีระยะไกลของกองทัพสหรัฐฯ ในยุทธการตะวันออกกลางที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์:

    ATACMS หมดคลัง: กองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธวิถีโค้ง tactical ballistic missile รุ่น ATACMS ไปมากกว่า 1,300 ลูก ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการเปิดฉากความขัดแย้งกับอิหร่าน จนทำให้คลังสะสมของขีปนาวุธรุ่นนี้อยู่ในสภาวะร่อยหรอจน "แทบไม่เหลืออยู่เลย"

    ขีปนาวุธชนิดอื่นถูกใช้หนัก: นอกเหนือจาก ATACMS แล้ว ในเดือนแรกของการสู้รบ สหรัฐฯ ยังใช้ขีปนาวุธร่อน Tomahawk ไปมากกว่า 850 ลูก รวมถึงขีปนาวุธสกัดกั้นภัยทางอากาศอย่าง Patriot และ THAAD รวมกันอีกกว่า 1,000 ลูก

    กระทบยุทธศาสตร์และพันธมิตร: สภาวะคลังอาวุธตึงตัวอย่างหนัก กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝ่ายวางแผนต้องทบทวนและชะลอปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อความสามารถของสหรัฐฯ ในการจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศสนับสนุนประเทศพันธมิตรอย่างยูเครน

    การหมดไปของขีปนาวุธ ATACMS สะท้อนถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง "อัตราการใช้งานจริง" กับ "ความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ" เนื่องจากขีปนาวุธนำวิถีแม่นยำสูงต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตทดแทนนานหลายปี การที่คลังอาวุธหลักถูกใช้จนเกือบหมด จึงลดทอนศักยภาพการป้องปราม (Deterrence) ของสหรัฐฯ บนสมรภูมิอื่นในโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    #ข่าวต่างประเทศ #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #ATACMS #Orbitwire

    https://www.facebook.com/share/p/1XkCBs4P5S/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ช่องทาง Telegram ของยูเครนรายงานว่า อาคารคลังสินค้าเกือบทั้งหมดในเมืองโบรวารี แคว้นเคียฟ ถูกทำลายลงอย่างหนักจากการโจมตี

    มีการเปิดเผยรายชื่อบริษัทและสาขาของภาคธุรกิจในยูเครนบางส่วนที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย:

    ค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต: Novus, Rozetka, Fozzy Group, Silpo Food, Epicentr-K

    ขนส่งและโลจิสติกส์: Nova Poshta, BROKBRIDGE, Raben Ukraine

    แบรนด์สินค้าและภาคอุตสาหกรรม: INTERTOP, PUMA, Liqui Moly Ukraine, โรงงาน Plastmas, Eurobeton

    สงครามบั่นทอนกำลังได้ก้าวเข้าสู่เฟสใหม่โดยสมบูรณ์ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การทำลายคลังสินค้า ระบบโลจิสติกส์ และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งหมด

    #รัสเซีย #ยูเครน #Orbitwire

    https://www.facebook.com/share/p/1E5i1zK4nX/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ด้วยเหตุผลบางอย่าง รัฐบาลชุดก่อนไม่เคยคิดที่จะปิดสถานกงสุลรัสเซียทั้งสามแห่งในโปแลนด์”: รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ ซิกอร์สกี เตือนถึงความเป็นไปได้ที่ความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซียจะแตกหักเนื่องจากข้อเสนอที่จะย้ายสถานทูตรัสเซีย

    “ซิกอร์สกีกล่าวว่า หากตัวแทนของพรรค PiS ต้องการย้ายสถานทูตรัสเซีย พวกเขาต้องประกาศเจตนารมณ์ที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับมอสโกอย่างเปิดเผย:

    ‘ใช่, อาจเห็นด้วยว่าสถานทูตตั้งอยู่ในสถานที่ที่ยั่วยุ แต่ถ้าพวกเขาต้องการย้ายสถานทูต พวกเขาต้องประกาศอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซีย หากปราศจากสิ่งนี้ การตัดสินใจดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ หากนั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ พวกเขาต้องพูดออกมาอย่างเปิดเผย เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดในสหภาพยุโรปหรือนาโตตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซีย’ รัฐมนตรีกล่าว”

    06/08/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1F9kjxFLJa/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ส่อรุมกินโต๊ะ ซาอุ-สหรัฐ-ชาติอาหรับพันธมิตรซาอุได้กลิ่นกลุ่มกบฎฮูตีและกองกำลังติดอาวุธในอิรักหนุนโดยอิหร่าน จ่อร่วมโจมตีทั้งภาคเหนือและภาคใต้ซาอุฯ ล็อกเป้าพลเรือน โรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือ สนามบินในซาอุฯ BTimes

    Aug 7, 2026 รุมกินโต๊ะ! ซาอุดิอาระเบียยกระดับปฏิบัติการทางทหาร หน่วยข่าวกรองชี้ชัด กลุ่มกบฎฮูตีจับมือกองกำลังติดอาวุธในอิรักจ่อบุกโจมตีภาคเหนือและภาคใต้ซาอุฯ เล็งเป้าหมายที่อยู่ของพลเรือนและพื้นที่เศรษฐกิจ

    เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองระดับสูงทางทหารและงามความมั่นคงแห่งชาติซาอุดิอาระเบียคาดว่ากลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน และกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในอิรัก ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มได้รับการสนับสนุนจากกองกําลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งชาติอิหร่านจะร่วมกันเปิดปฏิบัติการโจมตีภาคเหนือและภาคใต้ของซาอุดิอาระเบีย

    เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองในซาอุอิอาระเบียและสหรัฐอเมริการวมถึงในประเทศพันธมิตรกลุ่มอ่าวอาหรับ เปิดเผยว่าเป้าหมายในการโจมตีร่วมกันในครั้งนี้จะอยู่ที่สถานที่พลเรือน และพื้นที่เศรษฐกิจ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ท่าเรือ และสนามบินในประเทศซาอุดิอาระเบีย ในขณะที่ กองทัพซาอุดิอาระเบียเปิดเผยว่า พบการเคลื่อนย้ายโดรนและขีปนาวุธในบริเวณแนวชายแดนในฝั่งของกองกำลังดังกล่าว ซึ่งเป็นการยืนยันสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับปฏิบัติการร่วมโจมตีจากทั้งสองทิศทาง

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยต่อไปว่า ความร่วมมือระหว่างซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอเมริกาอยู่ในระดับสูงมากในทุกระดับ รวมถึงการปฏิบัติงานกับศูนย์บัญชาการกลาง กองทัพสหรัฐอเมริกา หรือ CENTCOM ที่สำคัญ ซาอุดิอาระเบียพร้อมที่จะใช้มาตรการที่จําเป็นทั้งหมดเพื่อตอบสนองต่อการรุกรานใดๆก็ตามจากกลุ่มกองกำลังที่ได้รับการสนับสุนจากอิหร่าน

    ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ซาอุดิอาระเบียโจมตีร่วมกับ CENTCOM โจมตีกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านที่ตั้งอยู่ในประเทศอิรัก หลังจากกลุ่มกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้โจมตีด้วยโดรนใส่เป้าหมายโรงกลั่นน้ํามัน และฐานที่ตั้งกองกำลังทหารสหรัฐอเมริกาในซาอุดิอาระเบีย

    ด้านความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบีย และกลุ่มกบฎฮูตีในประเทศเยเมน ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มดังกล่าวที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่านประกาศการปิดล้อมทางเรือในทะเลแดง และอ้างว่ามีการโจมตีเรือและเป้าหมายทางทหารของซาอุดิอาระเบียหลายครั้ง ขณะที่กองทัพซาอุดิอาระเบียตอบโต้ด้วยการโจมตีมส่กลุ่มกบฎฮูตีเมื่อเร็ว ๆ นี้
    #ซาอุดีอาระเบีย #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #BTimes

    https://www.facebook.com/share/188Tvn7ccB/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เดือด จะจับพวกปล่อยข่าวว่าคลังอาวุธสหรัฐหร่อยหรอเข้าคุกให้ได้ !!

    FB_IMG_1786061108794.jpg
    "สหรัฐฯ มียุทธภัณฑ์ (คลังกระสุนและอาวุธ) อยู่มหาศาล โดยเฉพาะอาวุธบางประเภท ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้กำลังผลิตและส่งเข้ามายังสหรัฐฯ อีกเพียบตามที่ต้องการ บริษัทผลิตอาวุธก็กำลังสร้างโรงงานขึ้นมาเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติเรา สำหรับพวกหนอนบ่อนไส้ที่เอาข้อความขายชาติพวกนี้ไปปล่อย กำลังถูกตามล่าตัวอยู่นะ บอกได้เลยว่างานนี้โดนยัดคุกยาวๆแน่ !
    ประธานาธิบดี DJT"

    https://www.facebook.com/share/p/1PQRHPLhcu/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #คำสารภาพจาก "อดีตเมียฝรั่ง" ที่วันนี้ชีวิตพัง เพราะติดเด็กบาร์โฮสต์

    คุณรู้ไหมว่า หนึ่งในหลุมพรางที่ฝังชีวิตสาวพัทยาได้มิดที่สุด ไม่ใช่บ่อนคาสิโน หรือแอปพนันออนไลน์

    แต่มันคือ อารมณ์ชั่ววูบกับผู้ชายบางคน

    บ่ายวันหนึ่งผมบังเอิญเจอ 'แอน' (นามสมมุติ) อดีตมาดามเมียฝรั่ง ยืนอยู่หน้าโรงรับจำนำ

    เป็นโรงรับจำนำของรัฐบาล ซึ่งเธอมาบ่อยจนแทบจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้แล้ว

    ไม่ได้มาไถ่ของนะ แต่มาจำนำทองสลึงสุดท้าย เพื่อเอาเงินไปหมุนจ่ายค่าเช่าห้อง

    ผมเลยชวนแอนนั่งกินกาแฟร้านหน้าหาด ฝั่งตรงข้ามมีศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่คนเมืองนี้นับถือ

    เธอเล่าให้ฟังว่า... ชีวิตที่มีฝรั่งโอนเงินให้ใช้เดือนละ 80,000 มันพังทลายลงมาได้ยังไง?

    น้องก็สารภาพตามตรงว่าติดผู้ชาย ผู้ชายบาร์โฮส

    แต่บาร์โฮสต์พัทยาไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่า ไม่ได้ขายความเป็นไฮโซ หรือขายเหล้าดีๆอะไรหรอก

    แต่มันขาย "อำนาจและการเป็นคนสำคัญ"

    พี่ลองนึกภาพตามหนูนะ ผู้หญิงทำงานกลางคืนอย่างเรา ต้องคอยเอาใจแขก ต้องทนโดนเอาเปรียบตลอด

    แต่พอผลักประตูเข้าไปในบาร์โฮสต์...กติกาจะเปลี่ยนทันที จะมีผู้ชายมายืนเรียงแถวให้ "จิ้มเลือก"

    เด็กพวกนี้ถูกเทรนมาอย่างดี คอยชงเหล้า ซับปากให้ พาไปเข้าห้องน้ำ ดูแลเธอเหมือนเป็นองค์หญิง

    มันเป็นการเติมเต็ม "อีโก้" ของคนที่เคยต้องก้มหน้าหาเงิน

    แต่จุดที่ทำให้ชีวิตมาดามพังจริงๆ คือระบบ "การรันดริ้งค์"

    อันนี้คือสิ่งที่น้องเล่าให้ฟัง ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน เพราะผมก็ไม่เคยซื้อดื่มให้บาร์โฮส

    เธอซื้อดริ้งค์ละ 200-300 บาท ถ้าไม่เหมาดริ้งค์ล็อกตัวมันไว้ พีอาร์ร้านก็จะมาดึงตัวเด็กเราไปนั่งโต๊ะอื่น

    ระบบนี้แหละที่ออกแบบมาให้ผู้หญิง หึงหวงและแข่งกันเปย์

    คืนนั้นหนูนั่งอยู่ โต๊ะข้างๆ เป็นสาววัยรุ่น เรียกเด็กของหนูไปนั่งด้วย ศักดิ์ศรีมาดามมันค้ำคอพี่ หนูจะยอมให้เด็กวัยรุ่นมาหยามดึงผู้ชายหนูไปได้ไง

    คืนนั้น แอนเรียกกัปตันร้านมาสั่งลุย เปิดแบล็คขวดนึง แล้วรันดริ้งค์ให้เด็กพี่ 100 ดริ้งค์

    แอนได้ความสะใจ ได้หน้า และได้เด็กโฮสต์กลับมานั่งซบไหล่ ชงเหล้าให้เหมือนเดิม

    บิลคืนนั้นจบที่เกือบ 30,000 แอนรูดบัตรที่ผูกกับบัญชีฝรั่งจ่ายไปแบบสวยๆ

    แต่ตื่นเช้ามา ความจริงก็มาเคาะประตู เพราะฝรั่งที่อยู่อังกฤษเห็นข้อความแจ้งเตือน ยอดรูดบัตร 30,000 ตอนตีสองครึ่งที่ผับไทย

    เขาไม่ใช่คนโง่...

    เขาโทรมาเช็ก ตัวแอนก็ไม่กล้าพูดความจริง จนสุดท้ายวันหนึ่งเขาบินมาถึงพัทยา และขอเลิกรากันอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เหลือเยื่อใย

    แล้วเด็กโฮสต์คนนั้นล่ะ?

    พอหนูทักไปบอกว่า ไม่มีเงินในบัญชีแล้ว ไม่มีตังค์ ขอไปหาที่ห้องได้มั้ย

    มันอ่าน แต่ไม่ตอบอะไรเลยอ่ะพี่

    คืนต่อมาหนูแอบไปดูที่ร้าน...มันก็ไปนั่งชงเหล้า ป้อนน้ำแข็ง ให้กับอีเด็กโต๊ะข้างๆ ที่หนูเคยทุ่มเงินแข่งชนะมานั่นแหละ

    น้องแอนกล่าวประโยคทิ้งท้าย ก่อนจะเดินข้ามไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่หน้าชายหาด

    สังคมกลางคืนอ่ะ บางคนยอมหมดตัว เพื่อซื้อ "ภาพลวงตา" ที่ตัวเองรู้อยู่เต็มอกว่า มันไม่มีจริง

    มันเป็นแค่อีโก้ และความเสี้ยนชั่วคราวแค่นั้น

    แค่นั้นจริงๆ
    .

    .

    ## เรียบเรียงและถ่ายทอดโดย
    พี่ภาส เพจเดินรอบพัทยา ##

    https://www.facebook.com/share/1DLq6BSLzu/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【จีนไล่เก็บภาษี "เงินนอกประเทศ" ย้อนหลังทะลุ 25 ปี — เมื่อคลังตึงตัว ความมั่งคั่งนอกชายฝั่งไม่มีที่ให้ซ่อน】


    ทางการจีนกำลังเดินหน้าไล่เก็บภาษีจากรายได้และผลตอบแทนการลงทุนในต่างประเทศของกลุ่มคนมั่งคั่ง ในระดับที่กว้างและเข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยบางกรณีย้อนหลังไปไกลถึงปี 2000 หรือกว่า 25 ปี ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ นายธนาคารจีน ที่ปรึกษาภาษี และผู้บริหารสำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัว (family office) หลายราย


    รายงานระบุว่าเม็ดเงินภาษีที่จีนพยายามตามเก็บครั้งนี้อาจสูงถึงระดับหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นพร้อมกับการรัดกุมการควบคุมเงินทุนไหลออกนอกประเทศ


    ** อายัดบัญชีไว้ก่อน จ่ายครบแล้วค่อยปลดล็อก**


    นายธนาคารรายหนึ่งทางภาคใต้ของจีนบอกกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ธนาคารต้องประสานงานกับหน่วยงานภาษีถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินในต่างประเทศของลูกค้ารายใหญ่ และในบางกรณีบัญชีของผู้ฝากเงินรายใหญ่ถูกอายัดไว้จนกว่าเจ้าหน้าที่จะพอใจว่าภาษีที่ผูกกับทรัพย์สิน บัญชี และทรัสต์ในต่างประเทศได้ชำระครบแล้ว


    แหล่งข่าวรายเดียวกันระบุว่า แนวปฏิบัติที่พบคือผู้มีฐานะมักเลือกจ่ายภาษีและค่าปรับเป็นเงินสดทันที เพื่อให้บัญชีกลับมาใช้งานได้


    ช่วงเวลาที่ถูกตรวจสอบย้อนหลังแตกต่างกันไปในแต่ละราย ผู้บริหารสำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัวแห่งหนึ่งในเซินเจิ้นเปิดเผยว่า ลูกค้าของเขาถูกเรียกให้ชำระภาษีจากกำไรของทรัพย์สินนอกชายฝั่งในช่วงปี 2017 ถึง 2022 โดยไม่มีการชี้แจงว่าเหตุใดจึงเจาะจงช่วงเวลาดังกล่าว


    ** เป้าหมายวันนี้คือหุ้นสหรัฐฯ ผ่านช่องทางฮ่องกง พรุ่งนี้อาจเป็นบ้านและบัญชีธนาคาร**


    ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐานรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า จุดโฟกัสของการตรวจสอบในเวลานี้อยู่ที่คนจีนฐานะดีที่ซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ผ่านช่องทางนอกชายฝั่งอย่างฮ่องกงเป็นหลัก และมีความเป็นไปได้ที่ขอบเขตจะขยายต่อไปยังบัญชีธนาคารในต่างประเทศและอสังหาริมทรัพย์นอกประเทศในอนาคต


    ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรการที่ทยอยออกมาก่อนหน้านี้ เดือนกรกฎาคม 2026 กระทรวงการคลังและสำนักงานภาษีแห่งชาติของจีนออกประกาศร่วมกำหนดกฎเกณฑ์ภาษีชุดใหม่ครอบคลุมทรัพย์สินที่โอนเข้าสู่ทรัสต์นอกชายฝั่ง ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมั่งคั่งใช้ปกป้องทรัพย์สินมายาวนาน โดยรายได้ที่เกิดจากทรัสต์นอกชายฝั่งจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 20% ในหลายขั้นตอน


    ** กรมธรรม์ฮ่องกงโดนด้วย — ตลาดลอนดอนตอบสนองทันที**


    ต่อมาสำนักข่าวไฉซิน (Caixin) รายงานว่า หน่วยงานภาษีในกรุงปักกิ่งและเมืองหางโจวได้เริ่มจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตรา 20% จากผลตอบแทนของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ซื้อในฮ่องกงแล้ว โดยมีกรณีตัวอย่างที่ผู้ถือกรมธรรม์ในจีนแผ่นดินใหญ่ถูกเรียกเก็บภาษีจากดอกเบี้ยเบี้ยประกันที่ชำระล่วงหน้า


    รายงานดังกล่าวทำให้หุ้นสถาบันการเงินที่พึ่งพาลูกค้าจีนแผ่นดินใหญ่ร่วงแรงในการซื้อขายที่ลอนดอนวันที่ 5 สิงหาคม หุ้นพรูเด็นเชียล (Prudential) ร่วงระหว่างวันมากถึง 13% ก่อนปิดลบ 6.4% หุ้นเอชเอสบีซี (HSBC) ร่วงระหว่างวันถึง 6% ปิดลบ 4.7% ส่วนสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) ปิดลบ 1.6% ตามข้อมูลของไฉซิน ขณะที่วันถัดมาหุ้นเอไอเอ (AIA) ในตลาดฮ่องกงร่วงมากถึง 9.2% และดัชนีฮั่งเส็งปรับตัวลงราว 1.7% ในช่วงเช้า


    เหตุผลอยู่ที่โครงสร้างรายได้ — ฮ่องกงคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของกำไรก่อนภาษีของเอชเอสบีซี และราว 26.5% ของรายได้สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ส่วนพรูเด็นเชียลมีฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่รวมกันคิดเป็นราว 54% ของกำไรจากธุรกิจใหม่


    ** ทำไมต้องเป็นตอนนี้ — รูรั่วทางการคลัง**


    ไฟแนนเชียลไทมส์วิเคราะห์ว่า การเร่งไล่เก็บภาษีระดับโลกครั้งนี้เกิดขึ้นบนฉากหลังของรายได้จากการขายที่ดินที่ลดลงอย่างหนักและการเติบโตของรายได้ทางการคลังที่ชะงักงัน ปักกิ่งจึงพยายามอุดช่องว่างงบประมาณด้วยการขยายการจัดเก็บภาษีจากรายได้ทั่วโลกของพลเมืองตนเอง


    ตัวเลขทางการบ่งชี้ว่ายุทธศาสตร์นี้เริ่มให้ผล รายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของจีนในปี 2025 เพิ่มขึ้น 11.5% ขณะที่รายได้ภาษีโดยรวมโตเพียง 0.8%


    เย่ หย่งชิง ทนายความด้านภาษีในนครเซี่ยงไฮ้ ให้ความเห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลได้เพิ่มความเข้มงวดอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดน การรายงานรายได้จากต่างประเทศ และการควบคุมเงินตราต่างประเทศ พร้อมใช้แนวทางเข้มงวดในลักษณะเดียวกันกับทรัสต์นอกชายฝั่ง โดยรายงานระบุว่าทิศทางนี้ทำให้ระบบภาษีจีนขยับเข้าใกล้แบบจำลองของสหรัฐฯ ที่เก็บภาษีจากรายได้ทั่วโลกของผู้เสียภาษี


    ** เครื่องมือไม่ใช่คน แต่คือข้อมูล**


    สิ่งที่ทำให้การไล่เก็บย้อนหลังเป็นไปได้จริงคือโครงสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินระหว่างประเทศ จีนเข้าร่วมมาตรฐาน CRS (Common Reporting Standard) ตั้งแต่ปี 2017 และเริ่มรับข้อมูลบัญชีการเงินของผู้เสียภาษีจีนจากสถาบันการเงินในกว่า 100 เขตอำนาจศาลโดยอัตโนมัติตั้งแต่เดือนกันยายน 2018 ทั้งชื่อ ยอดคงเหลือ เงินปันผล และดอกเบี้ย


    ข้อมูลเหล่านั้นถูกเก็บสะสมไว้หลายปีก่อนจะเริ่มถูกนำมาใช้บังคับจริงจัง เดือนพฤศจิกายน 2025 สำนักงานภาษีท้องถิ่นอย่างน้อย 6 แห่ง รวมถึงปักกิ่งและเซินเจิ้น ออกแถลงการณ์เนื้อหาแทบเหมือนกัน ระบุว่าได้ "เตือนและให้คำแนะนำ" ประชาชนบางส่วนให้แจ้งรายได้จากต่างประเทศและชำระภาษีค้าง โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) ในการคัดกรองเป้าหมาย


    ** อ่านสัญญาณสำหรับไทย**


    ประเด็นนี้ไม่ได้ไกลตัวไทยอย่างที่คิด ด้วยเหตุผลสองชั้น


    ชั้นแรก ไทยเข้าร่วม CRS แล้ว โดยพระราชกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศด้านภาษีอากร พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 31 มีนาคม 2566 และไทยเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีการเงินอัตโนมัติครั้งแรกในเดือนกันยายน 2566 หมายความว่าข้อมูลบัญชีของผู้ที่มีสถานะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของจีนซึ่งเปิดไว้กับสถาบันการเงินในไทย อยู่ในขอบข่ายที่ถูกรายงานและแลกเปลี่ยนได้ตามกรอบเดียวกันนี้


    ชั้นที่สอง หากขอบเขตการตรวจสอบขยายไปถึง "อสังหาริมทรัพย์นอกประเทศ" ตามที่แหล่งข่าวคาดการณ์ ประเทศไทยซึ่งเป็นปลายทางหลักแห่งหนึ่งของเงินทุนจีนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ย่อมอยู่ในสมการโดยอัตโนมัติ และเป็นจุดที่ควรจับตาว่าจะกระทบต่อดีมานด์คอนโดมิเนียมและการถือครองทรัพย์สินผ่านโครงสร้างตัวแทนอย่างไร


    ในอีกด้านหนึ่ง แรงกดดันจากการไล่เก็บภาษีย้อนหลังและการคุมเงินทุนไหลออกที่เข้มขึ้น อาจผลักให้ความมั่งคั่งบางส่วนเลือกเส้นทางที่ทึบแสงกว่าเดิม แทนที่จะเป็นช่องทางที่ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ประเทศปลายทางต้องเตรียมรับมือด้วยเช่นกัน


    ที่มา: Financial Times (5 ส.ค. 2026), Caixin Global, Bloomberg, SCMP, กรมสรรพากร (แนวปฏิบัติ CRS), โพสต์ของบัญชี @whyyoutouzhele

    https://www.facebook.com/share/1EaRNBo1ZY/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【เงินฝาก 173 ล้านล้านหยวน แต่คนจีนไม่กล้าใช้ — ตัวเลข "เฉลี่ยหัวละ 1.2 แสนหยวน" ที่ซ่อนความเหลื่อมล้ำไว้ข้างใน】

    เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 สื่อการเงินจีน "เก๋อหลงฮุ่ย" เผยแพร่บทความชื่อ *"เงินฝากภาคครัวเรือน 173 ล้านล้าน ทำไมการบริโภคถึงไม่ฟื้น?"* ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ต่อโดยบัญชี "หลี่เหล่าซือปู้ซื่อหนี่เหล่าซือ" (@whyyoutouzhele) จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงวงกว้างในโลกออนไลน์จีน

    เงินกองใหญ่ที่ไม่ไหลออกมา

    ข้อมูลจากธนาคารกลางจีนระบุว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ยอดเงินฝากภาคครัวเรือนจีนอยู่ที่ 173.48 ล้านล้านหยวน (ราว 780 ล้านล้านบาท) เฉลี่ยแล้วประมาณ 124,000 หยวนต่อหัว (ราว 558,000 บาท) เฉพาะครึ่งปีแรกปีนี้มีเงินฝากใหม่เพิ่มขึ้น 7.59 ล้านล้านหยวน

    แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของสังคมกลับขยายตัวเพียง 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดสินเชื่อภาคครัวเรือนติดลบ 1.3% นั่นคือประชาชนฝากเงินมากขึ้น กู้น้อยลง และใช้จ่ายเท่าเดิม

    บทความชี้ว่าสาเหตุไม่ใช่เพราะคนจีน "ขี้เหนียว" แต่เพราะราคาบ้านที่ลดลง การจ้างงานที่ไม่มั่นคง และหลักประกันด้านบำนาญ การรักษาพยาบาล และการศึกษาที่ไม่เพียงพอ บีบให้ครัวเรือนทั่วไปต้องเก็บเงินสดสำรองไว้เผื่อตกงาน เจ็บป่วย และแก่ชรา

    "เฉลี่ยหัวละ 1.2 แสนหยวน" คือตัวเลขที่หลอกตา

    ประเด็นหลักของบทความคือ ตัวเลขค่าเฉลี่ยปิดบังการกระจุกตัวของความมั่งคั่งอย่างรุนแรง และมีชุดข้อมูลหนึ่งที่ถูกยกมาอธิบายบ่อยที่สุด นั่นคืองบการเงินของธนาคารเจาซาง (China Merchants Bank) ซึ่งเป็นธนาคารรายย่อยรายใหญ่ที่สุดของจีน

    ณ สิ้นปี 2567 ธนาคารแห่งนี้มีลูกค้ารายย่อยรวม 210 ล้านราย คิดเป็น 14.9% ของประชากรจีนทั้งประเทศ ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าระดับ "จินขุยฮวา" หรือดอกทานตะวันทอง (ผู้มีทรัพย์สินรวมเฉลี่ยรายวันตั้งแต่ 500,000 หยวนขึ้นไป) เพียง 5.23 ล้านราย หรือ 2.49% ของลูกค้าทั้งหมด

    แต่ลูกค้ากลุ่ม 2.49% นี้ถือครองทรัพย์สินภายใต้การบริหารของธนาคารถึง 81.89% ของทั้งหมด ขณะที่ลูกค้าทั่วไปอีกราว 204 ล้านราย มีทรัพย์สินเฉลี่ยเพียงรายละประมาณ 13,300 หยวน (ราว 60,000 บาท) ส่วนลูกค้าระดับไพรเวตแบงกิ้ง (ทรัพย์สินตั้งแต่ 10 ล้านหยวนขึ้นไป) มี 169,100 ราย หรือไม่ถึง 0.08% ของลูกค้าทั้งหมด

    เมื่อดูย้อนหลัง 16 ปี สัดส่วนจำนวนลูกค้ากลุ่มจินขุยฮวาเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จาก 0.86% ในปี 2550 เป็น 2.49% ในปี 2567 แต่สัดส่วนทรัพย์สินที่คนกลุ่มนี้ถือครองพุ่งจาก 54.92% ในปี 2550 ขึ้นไปแตะระดับกว่า 82% ตั้งแต่ปี 2559 และทรงตัวสูงเรื่อยมา

    ช่องว่างบำนาญ 3 ระบบ

    อีกชุดข้อมูลที่ถูกเผยแพร่คู่กันคือระดับบำนาญรายเดือนของคนแต่ละกลุ่ม ซึ่งเก๋อหลงฮุ่ยจัดทำจากสมุดสถิติแรงงานจีนฉบับปี 2024 โดยข้อมูลปี 2566 ระบุว่า

    • ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ราว 6,350 หยวนต่อเดือน (ราว 28,600 บาท)
    • ลูกจ้างภาคเอกชน/รัฐวิสาหกิจ ราว 3,264 หยวนต่อเดือน (ราว 14,700 บาท)
    • ผู้ประกันตนกลุ่มประชาชนเมืองและชนบท ราว 71 หยวนต่อเดือน (ราว 320 บาท)

    เสียงในช่องคอมเมนต์

    ปฏิกิริยาของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจีนใต้โพสต์ดังกล่าวสะท้อนความรู้สึกร่วมอย่างชัดเจน เช่น "เงินฝากพวกนี้เป็นของคนส่วนน้อย", "ช่องว่างรวยจนมันห่างมาก คนส่วนใหญ่ไม่มีงานไม่มีรายได้ อย่าว่าแต่เงินฝากก้อนโตเลย โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว", "การกระจายไม่เป็นธรรม", "เงินฝากส่วนใหญ่เป็นของข้าราชการในระบบ", "นอกจากความมั่งคั่งกระจุกตัวแล้ว วัยชราก็ไม่มีหลักประกัน" และ "สิ่งที่คนกลุ่มใหญ่ซึ่งอยากบริโภคถือครองอยู่ คือหนี้สิน ไม่ใช่เงินฝาก"

    มีความเห็นหนึ่งที่ถูกส่งต่อมากเป็นพิเศษ เขียนแบบประชดว่า "ก็ข่าวบอกทุกวันว่ามั่นคงและดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมเลยนึกว่าไม่จำเป็นต้องบริโภค"

    โจทย์ที่ยังไม่มีคำตอบ

    ข้อถกเถียงนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ปักกิ่งกำลังผลักดันมาตรการกระตุ้นการบริโภค โดยหวังดึงเงินฝากมหาศาลออกมาหมุนในระบบเศรษฐกิจ แต่ทั้งบทวิเคราะห์และเสียงสะท้อนของประชาชนชี้ไปทางเดียวกันว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "เงินไม่พอในระบบ" แต่อยู่ที่เงินไม่ได้อยู่ในมือคนที่มีแนวโน้มจะใช้จ่าย และคนที่ถือเงินไว้ก็ไม่กล้าใช้ ตราบใดที่หลักประกันเรื่องบำนาญ การรักษาพยาบาล และการศึกษายังไม่แน่นอน

    ที่มา: เก๋อหลงฮุ่ย (www.gelonghui.com), ฐานข้อมูลโกวกู่ (www.gogudata.com), สมุดสถิติแรงงานจีนฉบับปี 2024, รายงานประจำปี 2567 ของธนาคารเจาซาง, ข้อมูลสถิติการเงินครึ่งปีแรก 2569 ของธนาคารกลางจีน, ไฉซิน, อี้ไฉ และบัญชี @whyyoutouzhele

    https://www.facebook.com/share/p/182sQecNZq/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ปฏิเสธทันควัน! อิหร่านยื่นร่างข้อตกลงห้ามเรือสหรัฐฯ-อิสราเอลผ่านฮอร์มุซ สวนทางข่าวบวกก่อนหน้าที่คาดว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลง

    https://www.facebook.com/share/1EtJkQ4V6t/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลจีนออกกฎช็อกมหาเศรษฐี งัดมาตรการรีดภาษีกองทรัสต์ในต่างประเทศ 20% แบบสายฟ้าแลบ ขีดเส้นตายเคลียร์ย้อนหลังภายใน 22 ต.ค. นี้

    https://www.facebook.com/share/p/18fb7WXc2L/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ↘️ หุ้นเอเชียยังอ่วม หุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่นกอดคอร่วงแรง นักลงทุนแห่เทขายหุ้นเทคฯ Kioxia และ SK Hynix ที่ดิ่งหนักเกือบ 10%

    https://www.facebook.com/share/p/19Nyt4CLLj/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้บริหารสหรัฐว้าบุกเนปิดอว์เจรจาจัดตั้งรัฐว้า-หารือกับ “มินอ่องหล่าย”สร้างชาติใหม่รูปแบบสหพันธรัฐ-เผยเร่งปราบแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติ-ยาเสพติด
    ----------
    สำนักข่าว SHAN รายงานเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569ว่า ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 พรรคสหรัฐว้า (United Wa State Party - UWSP) ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองของกองกำลังสหรัฐว้า (United Wa State Army-UWSA) ได้เดินทางไปหารือสันติภาพกับคณะกรรมการเจรจาเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งชาติ (The National Solidarity and Peacemaking Negotiation Committee - NSPNC) ของทางการพม่า ที่โรงแรม Horizon Lake View ในกรุงเนปีดอว์ โดยเป็นการพบกันครั้งที่สองระหว่างตัวแทนของทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2564

    มีรายงานว่าตัวแทนของฝ่ายว้าคือ ’Xiao Guoan’ รองประธานพรรคสหรัฐว้า เป็นผู้นำในการเจรจาการเมืองและการทหาร โดยการเดินทางไปหารือกับทางการพม่าในครั้งนี้เนื่องจากว้าต้องการร้องขอก่อตั้งเป็นรัฐว้า

    ขณะที่ Eleven Media Group รายงานว่า ผู้แทนของว้ายังได้เข้าพบกับ พล.แ.มินอ่องหล่ายด้วย โดยประเด็นสำคัญมุ่งเน้นไปที่ความมุ่งมั่นของรัฐบาลใหม่ในการสร้างเสถียรภาพและสันติภาพที่ยั่งยืนทั่วประเทศ รวมถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเจรจากับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม ทั้งซึ่งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างชาติใหม่บนพื้นฐานของประชาธิปไตยและระบบสหพันธรัฐที่ประชาชนปรารถนาต้องการจะเห็นพร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนเป็นรากฐานของเป้าหมายดังกล่าว

    สื่อพม่ายังรายงานว่า การประชุมยังได้กล่าวถึงมาตรการที่เข้มข้นขึ้นของรัฐบาลในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และการหลอกลวงทางออนไลน์ รวมไปถึงการพนันออนไลน์ทั่วประเทศ รวมถึงโครงการต่อต้านยาเสพติด

    ด้านคณะผู้แทนของว้าชี้แจงว่า ทางการว้าได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดในเขตว้าเพื่อกำจัดกิจกรรมการพนันออนไลน์และการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา นายพล ‘หย่าเป้’ ตัวแทนของ NSPNC พร้อมคณะได้พบกับผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐว้าที่สำนักงานใหญ่ของว้าที่เมืองป๋างซาง ในรัฐฉาน โดยกองทัพพม่ากล่าวในแถลงการณ์ว่า ว้าให้การสนับสนุนกระบวนการสันติภาพของรัฐบาลเนปีดอว์ และจะยังคงสนับสนุนการปราบปรามกับยาเสพติดและการฟอกเงินออนไลน์ต่อไป เพื่อให้สถานการณ์การเมืองระหว่างทางการพม่าและว้าดีขึ้นมากว่าเก่า มีความจำเป็นจะต้องหารือกันเพิ่มเติม โดยข้อเรียกร้องของว้านั้น ทางฝ่ายกองทัพพม่าได้อธิบายและตอบไปว่า จำเป็นจะต้องดำเนินการภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญปี 2551 โดยฝ่ายพม่าจะทำทุกวิถีทางที่สามารถดำเนินการได้

    ทั้งนี้ตามแผนการทำงาน 100 วันที่ พล.อ.มินอ่องหล่ายขึ้นเป็นประธานาธิบดีของประเทศ ทางกลุ่ม NSPNC อ้างว่า ได้พบหารือกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ 13 กลุ่มแล้ว นอกจากนี้กองกำลังโกก้าง MNDAA และพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA ก็มีแผนที่จะเดินทางไปหารือกับทาง NSPNC ในเดือนสิงหาคมนี้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะอ้างหารือสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธ แต่อีกด้านหนึ่งกองทัพพม่ายังคงโจมตีทางอากาศต่อพลเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา กองทัพพม่ายังคงโจมตีทางอากาศในหมู่บ้านฉ่วยเล เมือนถั่นด่วย รัฐอาระกัน เป็นเหตุให้มีพลเรือนเสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กวัย 1 ขวบรวมอยู่ด้วย
    https://www.facebook.com/share/1EQQiSgpJL/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,798
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สารพัดองค์กรภาคประชาชนเคลื่อนไหวประณาม “มินอ่องหล่าย”เยือนไทย-แฉปล้นแรงงานพม่าหัวละ 1-3 พันผ่านระบบธนาคารเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ทหารเข่นฆ่าประชาชน-วอนอาเซียนหนักแน่นหลักการฉันทามติ 5 ข้อ
    ----------
    เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เครือข่าวสิทธิด้านแรงงานข้ามชาติในนามกลุ่ม Bright Future ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการสานสัมพันธ์กับอาชญากรเผด็จการทหารเมียนมา และเรียกร้องให้ปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติ โดยระบุว่า เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านถึงที่สุดต่อการที่รัฐบาลไทยให้การต้อนรับและสานสัมพันธ์กับ พล.อ. มิน อ่อง หล่าย และตัวแทนจากสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ซึ่งเป็นรัฐบาลผด็จการทหารที่ปล้นอำนาจและเข่นฆ่าประชาชนของตนเอง การที่รัฐบาลไทยเลือกจับมือกับผู้ที่มีเลือดประชาชนเปื้อนมือ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนของไทยในเวทีโลก แต่ยังเป็นการเปิดทางให้เผด็จการทหารเมียนมาใช้อำนาจข้ามแดนมา "ขูดรีดและกดขี่" แรงงามข้ามข้ามชาติที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านกระบวนการทําเอกสารรับรองบุคคล (CI-Cenificate of Identity) ซึ่งมีความทุจริตและการขูดรีดผ่านศูนย์ CI ที่รัฐบาลไทยปล่อยปละละเลย

    แถลงการณ์ระบุว่า ในขณะนี้แรงงานพม่าในไทยกำลังเผชิญกับการขูดรีดอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการสมคบคิดกันระหว่างเผด็จการเมียนมาและกลุ่มผลประโยชน์ในไทย โดยการบังคับปล้นทรัพย์ผ่านระบบธนาคาร (กฎโอนเงิน 25%) โดยรัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกกฎระเบียบที่ไร้มนุษธธรรม บังคับให้แรงงานในไทยต้องโอนเงินอย่างน้อย 1 ใน 4 (25%) ของรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศในช่วง 3 เดือน กลับเข้าบัญชีครอบครัวผ่านระบบธนาคารที่รัฐบาลทหารรับรอง เพื่อแลกกับการต่อใบอนุญาตทำงานเมื่อครบวาระ 4

    “นี่คือการบังคับให้แรงงานหาเงินมาเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนกองทัพ เพื่อนำไปซื้ออาวุธมาเข่นฆ่าประชาชนทางบ้านเกิด ขบวนการนายหน้าเถื่อนที่ศูนย์ CI นอกเป็นการขูดรีดจากรัฐบาลทหารแล้ว ยังต้องเผชิญกัญกับแก๊งนายหน้าที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อบังคับเก็บเงินใต้โต๊ะแบบไม่มีใบเสร็จอีก 1,000 -3,000 บาทต่อคน เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการในศูนย์ CI ได้ หากใครปฏิเสธที่จะจ่ายส่วยนี้ก็จะถูกกีดกันไม่ให้เข้ารับบริการ แม้ว่าแรงงานเหล่านั้น จะทำการจองคิวผ่านระบบและจ่ายค่าธรรมเนียมตามประกาศของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตาม”แถลงการณ์ของ กลุ่ม Bright future ระบุ

    แถลงการณ์ระบุว่า นอกจากวิกฤตของแรงงานแล้ว ขอประนามการกระทำของรัฐบาลทหารเมียนมาในการรุกรานปราบปราบประชาชน เช่น ฆ่าด้วยการทิ้งระเบิดใส่พลเรือน เผาหมู่บ้าน และการจับกุมทรมานผู้เห็นต่างทางการมืองจำนวนมาก เป็นอาชญากรรมสงครามที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ความไม่สงบที่เกิดจากกองทัพเมียนมา ทำให้เกิดคลื่นผู้ลี้ภัยและยังเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย

    1. ยุติการสานสัมพันธ์กับเผด็จการทหาร ยุติการให้ความร่วมมือ การต้อนรับ และการรับรองความชอบ ธรรมของ พล.อ. มิน อ่อง หล่าย และคณะรัฐบาลไทยควรยืนเคยงข้างประชาชนเมียนมา ไม่ใช่อาชญากรสงคราม 2. ยกเลิกการใช้เอกสารรับรองบุคคล (C1-Cerififificate of Ideminy) ให้รัฐบาลไทยรับรองสิทธิการทำงานและการพำนักด้วย โดยการออกเอกสารอนุญาตทำงาน "บัตรสีชมพู" เพียงใบเดียวแทน โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตเมียนมาภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา เพื่อตัดวงจรไม่ให้รัฐบาลเผด็จการได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากหยาดเหงื่อของแรงงานพม่าในไทย

    3. ขอให้รัฐบาลไทยเตรียมการรับรองอำนาจการบริหารของรัฐบาลที่ชอบธรรมของประชาชนเมียนมา และสนับสนุนโครงสร้างการปกครองตนเองในอนาคต

    ทั้งนี้ในระหว่างเวลา 13.00 น.-14.00 น.เครือข่าย Bright Future ได้นับรวมตัวกันที่บริเวณหน้าอาคารสหประชาชาติ(UN) ถนนราชดำเนิน เพื่อจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้าน พล.อ.มิน อ่อง หล่าย

    ขณะที่ 17 องค์กรภาคประชาชน อาทิ Solidarity Collective TH ,SEM (Spirit in Education movement),สมัชชาคนจน ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการมาเยือนไทยของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย โดยระบุว่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วิกฤตในเมียนมาไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในประเทศ หากแต่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค การมอบความชอบธรรมหรือผลประโยชน์ให้รัฐบาลทหารเมียนมา ไม่ได้ทำให้ภูมิภาคสงบสุข หากกลับยิ่งยืดเยื้อความรุนแรง หล่อเลี้ยงสงคราม และทำให้ประชาชนต้องเผชิญความทุกข์ทรมานต่อไป ความมั่นคงที่แท้จริงของประเทศไทยและภูมิภาค ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนของตนเอง แต่ต้องตั้งอยู่บนสันติภาพ ความยุติธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

    แถลงการณ์ระบุว่า เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินนโยบายต่อสถานการณ์เมียนมาให้สอดคล้องกับ ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน (ASEAN Five-Point Consensus) หยุดส่งผ่านรายได้และผลประโยชน์ให้รัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมทบทวนความร่วมมือและข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์หรือสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารเมียนมา โดยรับฟังข้อเรียกร้องของแรงงานเมียนมาในประเทศไทย

    “รัฐบาลไทยต้องยืนยันอย่างชัดเจนว่า การหารือกับฝ่ายเมียนมาจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ลี้ภัย ผู้แสวงหาที่พักพิง และผู้หนีภัยการสู้รบ รวมถึงผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยขอให้รัฐบาลไทยยึดหลักการห้ามผลักดันกลับไปเผชิญอันตราย หรือหลักการ non-refoulement รวมทั้งปฏิเสธการสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารเมียนมา เราขอเรียกร้องให้อาเซียนดำเนินบทบาทที่จริงจังในการยุติความรุนแรง และยืนหยัดต่อหลักการที่ว่า การยึดอำนาจด้วยกำลังและการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนไม่ควรได้รับการยอมรับหรือสร้างความชอบธรรมผ่านเวทีระหว่างประเทศ”แถลงการณ์ระบุ
    https://www.facebook.com/share/p/18F13VveLV/
     

แชร์หน้านี้

Loading...