**พระกรรมฐานสาย ลป.ชอบ ลป.คำดี ลป.หลุย และครูบาอาจารย์สายต่างๆ**//

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Lo_olLo, 12 พฤษภาคม 2016.

  1. muangake

    muangake Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มกราคม 2017
    โพสต์:
    257
    ค่าพลัง:
    +359
    ร่วมบุญรูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญเหนือดวงรัตนจักร 2 ชุดครับ
     
  2. birdyik

    birdyik Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กันยายน 2007
    โพสต์:
    197
    ค่าพลัง:
    +163
    ร่วมทำบุญ 3 ชุดครับ
     
  3. ddon7650

    ddon7650 มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฎฐา มโนมยา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มกราคม 2006
    โพสต์:
    145
    ค่าพลัง:
    +195
    ร่วมบุญ 1 ชุดครับ
     
  4. api_suphot

    api_suphot เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,129
    ค่าพลัง:
    +4,953
    New
    ร่วมบุญรูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญเหนือดวงรัตนจักร 2 ชุดครับ
     
  5. Choocharttee

    Choocharttee สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2021
    โพสต์:
    216
    ค่าพลัง:
    +324
    ร่วมบุญ3ชุดครับ
     
  6. Cajun

    Cajun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ธันวาคม 2015
    โพสต์:
    222
    ค่าพลัง:
    +295
    ร่วมบุญ 5 ชุดครับ
     
  7. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,137
    ค่าพลัง:
    +12,959
    ขออนุญาตสรุปยอดร่วมบุญเบื้องต้น
    รับ "รูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญรัตนจักร"
    ดังนี้ครับ 25 กรกฎาคม 2569

    ***************
    พระประธานพร5-tile.jpg

    *****
    - amarin1978 1
    - popularity 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - พลานุภาพ 1
    - somsakasat 5
    - shaj 2
    -songsakth 3
    - Pcharn 10
    - อาทิตย์03 10
    - yaboyabo 1
    - สิริพงษ์ 5
    - muangake 2
    - birdyik 3
    - ddon7650 1
    - api_suphot 2
    - choocharttee 3
    - Cajun 5

    ****************************
    ต้องขออนุโมทนากับสมาชิกทุกท่านในเบื้องต้นนี้ด้วยนะครับ
    ท่านสมาชิกสามารถโอนปัจจัยร่วมบุญ

    รับ "รูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญรัตนจักร" ได้เลยครับ

    พรุ่งนี้วัน อาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 จะปิดยอดร่วมบุญนะครับ

    และปัจจัยส่วนนี้ผู้เขียนจะน้อมถวายวัดป่าภูหงษ์พร้อมนำพระชุดนี้เข้ากราบขอเมตตา พระอาจารย์พล ธัมมพโล เมตตาอธิษฐานจิตต่อไปอีกหนึ่งวาระครับ
    พุทโธ69.jpg

    ยันต์พุทโธโลกธาตุนี้ โดยทั่วไปจะเรียกว่ายันต์ "พุทโธโลกะวิทู"

    (แปลว่าพระพุทธเจ้าผู้แจ้งโลก) ยันต์นี้อุปเท่ห์ท่านว่า "ชุบชีวิตเปลี่ยนชะตา" ได้เลยทีเดียว
    โดยท่านอาจารย์บุญเลิศท่านได้สืบตำรานี้มาจากหลวงปู่ญาท่านสวน ฉันทโร
    วัดนาอุดม จ.อุบลราชธานี โดยยันต์นี้ได้นำอักษรธรรมอีสานโบราณคำว่า พุทโธ
    มาม้วนเป็นยันต์คล้ายยันต์พุทธม้วนโลกหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า
    ต่างกันแค่ตัวอักษรขอมไทย เป็นตัวอักษรธรรมอีสานเท่านั้น หรือที่เรียกกันว่า

    "ตัวธรรมเสี้ยน เป็นวิชาโบราณทางอีสาน" โดยยันต์นี้โบราณจารย์ท่านว่า
    "กินกะบ่บก จกกะบ่ลง" แปลแบบไทยๆก็คือ "กินก็ไม่หมด มีเงินทองก็ไม่ขาดมือ"

    อนึ่งยันต์นี้ "ยังถือเป็นยันต์นำพาชีวิตให้ล่วงพ้นปัญหาอีกประการ เพราะคำว่าแจ้งโลกของพระพุทธเจ้านี้ ท่านหมายเอาเคล็ดที่ว่า หากมีปัญหาใดๆในชีวิตย้อมลุล่วงไปได้ ดุจดั่งพุทธปัญญาของพระพุทธเจ้าที่แจ้งแล้วซึ่งความมือมัวของกิเลสได้ฉันใด พระพุทธปัญญาที่ทำให้แจ้งโลกนี้ก็ย้อมแก้ทุกปัญหาในชีวิตได้ฉันนั้น ดุจกัน..."

    ฉะนั้นยันต์นี้ "ผู้เขียนขออนุญาตท่านอาจารย์บุญเลิศมาประทับใต้ฐานรูปหล่อพระพุทธประทานพรนี้ และท่านก็อนุญาตและจะทำพิธีเฉลิมยันต์ให้อีกวาระด้วยครับ"
    (เฉลิมยันต์ก็คือทำพิธีบวงสรวงยันต์ให้มีพุทธคุณตามตำรานั้นเอง)


    ***ปล.รูปหล่อพระมหากัจจายน์ รุ่นเจริญลาภจะเริ่มทะยอยจัดส่งให้ทุกท่านในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปนะครับ

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กรกฎาคม 2026
  8. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,277
    ค่าพลัง:
    +5,965
    ร่วมบุญ 10 ชุด
     
  9. goodlook

    goodlook Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2010
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +167
    ร่วมบุญ รูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญรัตนจักร" 10 ชุด
     
  10. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,137
    ค่าพลัง:
    +12,959
    ขออนุญาตปิดยอดร่วมบุญเบื้องต้น
    รับ "รูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญรัตนจักร"
    ดังนี้ครับ 26 กรกฎาคม 2569

    ***************
    พระประธานพร-tile999.jpg

    *****
    - amarin1978 1
    - popularity 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - พลานุภาพ 1
    - somsakasat 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - shaj 2 โอนปัจจัยแล้ว
    -songsakth 3
    - Pcharn 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - อาทิตย์03 10
    - yaboyabo 1
    - สิริพงษ์ 5
    - muangake 2
    - birdyik 3
    - ddon7650 1 โอนปัจจัยแล้ว
    - api_suphot 2
    - choocharttee 3
    - Cajun 5 โอนปัจจัยแล้ว

    - SIR2010 8
    - goodlook 8


    ****************************
    ต้องขออนุโมทนากับสมาชิกทุกท่านในเบื้องต้นนี้ด้วยนะครับ
    ท่านสมาชิกสามารถโอนปัจจัยร่วมบุญ

    รับ "รูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญรัตนจักร" ได้เลยครับ


    และปัจจัยส่วนนี้ผู้เขียนจะน้อมถวายวัดป่าภูหงษ์พร้อมนำพระชุดนี้เข้ากราบขอเมตตา พระอาจารย์พล ธัมมพโล เมตตาอธิษฐานจิตต่อไปอีกหนึ่งวาระครับ

    พระประธานพร5.jpg
    ....วันนี้ทางวัดแจ้งมายังผู้เขียนครับว่า "พระอาจารย์มหาสุบิน" ท่านเป็นพระต้นสวดปาฏิโมกข์ในวันอาสาฬหบูชา วัดศรีสุทธาวาสในครั้งนี้ ท่านได้เห็นรูปหล่อพระพุทธประธานพรในพระอุโบสถ ท่านถามกรรมการวัดว่าของใคร ทางกรรมการวัดจึงเรียนบอกท่านไปในรายละเอียด..(ตามที่พระอุปัฏฐากหลวงพ่อสั่งไว้ห้ามใครไปยุ่งของโยมมาฝากสมโภช) ทางท่านมหาสุบินท่านว่า ท่านชอบ "ช่วยแจ้งไปยังผู้สร้างด้วยว่าอาตมา(พระสุบิน)อยากได้ไว้บูชาบ้าง จะบูชาได้อย่างไร" ดังนี้ผู้เขียนจึงแจ้งไปทางกรรมการวัดว่าจะน้อมถวายพระท่านและพระผู้ตรวจปาฏิโมกข์จำนวน 5 ท่าน 5 ชุดไว้เป็นที่ระลึกในโอกาสนี้ด้วยครับ(ยอดจองจึงเต็มพอดีเลยครับ)
    ขอขอบคุณและอนุโมทนาครับ
     
  11. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,137
    ค่าพลัง:
    +12,959
    ขออนุญาตปิดยอดร่วมบุญเบื้องต้น
    รับ "รูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญรัตนจักร"
    ดังนี้ครับ 27 กรกฎาคม 2569

    ***************

    พุทโธ69.jpg
    *****
    - amarin1978 1 โอนปัจจัยแล้ว
    - popularity 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - พลานุภาพ 1 โอนปัจจัยแล้ว
    - somsakasat 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - shaj 2 โอนปัจจัยแล้ว
    -songsakth 3 โอนปัจจัยแล้ว
    - Pcharn 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - อาทิตย์03 10 โอนปัจจัยแล้ว
    - yaboyabo 1 โอนปัจจัยแล้ว
    - สิริพงษ์ 5 โอนปัจจัยแล้ว
    - muangake 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - birdyik 3 โอนปัจจัยแล้ว
    - ddon7650 1 โอนปัจจัยแล้ว
    - api_suphot 2 โอนปัจจัยแล้ว
    - choocharttee 3 โอนปัจจัยแล้ว
    - Cajun 5 โอนปัจจัยแล้ว

    - SIR2010 8 โอนปัจจัยแล้ว
    - goodlook 8 โอนปัจจัยแล้ว


    ****************************
    ต้องขออนุโมทนากับสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ
    ท่านสมาชิกสามารถโอนปัจจัยร่วมบุญ

    รับ "รูปหล่อพระพุทธประทานพรและเหรียญรัตนจักร" ได้เลยครับ


    และปัจจัยส่วนนี้ผู้เขียนจะน้อมถวายวัดป่าภูหงษ์พร้อมนำพระชุดนี้เข้ากราบขอเมตตา พระอาจารย์พล ธัมมพโล เมตตาอธิษฐานจิตต่อไปอีกหนึ่งวาระครับ

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 กรกฎาคม 2026 at 21:33
  12. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,137
    ค่าพลัง:
    +12,959
    ตำรา369.jpg
    **************
    วันนี้ 26-27-28 กรกฎาคม 2569

    ผู้เขียนได้จัดส่ง

    "รูปหล่อพระมหากัจจายน์ เจริญลาภ"
    ให้สมาชิกทุกท่านที่ร่วมบุญครบทุกท่านแล้วนะครับ ส่วนท่านใดอยากได้รหัสไปรษณีย์สามารถแจ้งขอรับทาง PM ได้เลยครับ
    ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ

    ************************

    อุดมวลสาร118.jpg
    ภาพก่อนปิดหมุด ภายในบรรจุมวลสารดังนี้ครับ
    - ดินจากสังเวชนียสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมเทศนา ปรินิพพาน อินเดีย
    - ผงจิตรดา เกศาหลวงปู่ศรีจันทร์
    - เกศาหลวงพ่อมหาสุพัฒน์
     
  13. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,137
    ค่าพลัง:
    +12,959
    TYo111.jpg

    อธิษฐานพระกับเครื่องรางของขลังเหมือนกันหรือไม่
    ผู้เขียนขออนุญาตนำบทสนทนาที่หน้าสนใจระหว่างคณะผู้เขียนที่มีโอกาสได้สนทนากับอาจารย์บุญเลิศ เกี่ยวกับการเสกพระมาเล่าสู่กันฟังครับ
    (สนทนาช่วงที่นำเหรียญรัตนจักรไปฝากทำพิธี)
    ผู้ที่ไปกับคณะผู้เขียนท่านหนึ่งเรียนถาม อ.บุญเลิศว่า : ระหว่างเสกพระที่มีรูปพระพุทธเจ้าหรือพระสงฆ์ กับเสกพวกเครื่องร่างขอขลังที่ไม่มีรูปพระ เสกเหมือนกันไหมครับ?

    อ.บุญเลิศ : ไม่นะ ตำราแต่โบราณมาท่านแยกไว้อย่างชัดเจน รูปลักษณ์ต่างพลังงานก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว ถ้าพระรูปลักษณ์พระนี้พลังงานท่านมีทั่วโลก ท่านมาบำเพ็ญบารมีในโลกแล้วท่านก็ไปแต่ทิ้งพลังงานไว้ ถ้าเป็นพระโพธิ์สัตว์พลังงานก็มากหน่อยเพราะพลังงานยังต่อเนื่องและยังไม่นิพพาน ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ที่ท่านนิพพานไปแล้วก็มากเหมือนกัน แต่ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานและมีความละเอียดสูง(เพราะท่านนิพพานแล้ว) การน้อมพลังงานอาจจะยากหน่อย ครูบาอาจารย์ในอดีตท่านจึงรจนาตำรับตำราต่างๆไว้ ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วิธีที่สามารถเข้าถึงพลังงานนั้นได้ง่ายหน่อยโดยผ่านพิธีกรรมต่างๆ หรือที่เรียกว่า "อุปเท่ห์หรือเคล็ดต่างๆนั้นแหละ" เพื่อให้เป็นเหมือนคีย์เวิร์ด (Keyword) ให้สามารถดึงพลังงานนั้นๆมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ผ่านพลังงงาน(ผู้เสก) ด้วยว่าจะมีกำลังของ "ศีล สมาธิ และปัญญา" มากน้อยขนาดไหนในการนำพลังงานมาอธิษฐาน เพราะผู้เสกหรือผู้ผ่านพลังงานพระนี้ จิตต้องละเอียดด้วยยิ่งจิตละเอียดเท่าใด พลังงานก็ผ่านได้มากเท่านั้น ฉะนั้น "ศีล" เป็นตัวขัดเกลาให้จิตดีให้จิตเหมาะสมที่จะลองรับพลังงาน "สมาธิ" ทำให้จิตละเอียดและสงบมากขึ้น(ปราศจากนิวรณ์) เพื่อให้พลังงานผ่านได้ดีขึ้น สุดท้ายคือ "ปัญญา" ผู้อธิษฐานต้องมีปัญญาด้วย รู้จักคิดค้นคำอธิษฐาน รู้การวางอารมณ์ให้เหมาะสมกับพลังงาน" ปรุงแต่งพลังงานให้เหมาะกับวัตถุมงคลต่างๆ" จึงจะทำให้พระเครื่องหรือวัตถุมงคลชนิดนั้นๆ มีพุทธคุณที่มีประสิทธิภาพ ผู้นำไปบูชาไปใช้ก็เกิดประสิทธิผลได้ นี้คือการเสกพระแบบคราวๆนะ เล่าแบบภาพรวมแต่เวลาทำจริงๆมีรายละเอียดเยอะมาก..

    ผู้ถาม : แล้วพวกเครื่องรางละครับใช้สูตรผ่านพลังงานเหมือนกันไหม?

    อ.บุญเลิศตอบ : พวกเครื่องรางนี้ถ้าเป็นพวกรูปลักษณ์สัตว์หรือรูปลักษณ์ที่เป็นตัวละครในวรรณคดี ตรงนี้ครูบาอาจารย์ผู้ท่านรจนาตำรา "ท่านได้ผูกสูตรและพลังงาน" ในสัตว์หรือรูปลักษณ์ตัวในวรรณคดีไว้ในตำราแล้ว เพราะตำราที่ใช้ ใช้กันทุกวันนี้บางตำรามีอายุตั้ง1000กว่าปีเลยนะ บางตำราก็4-5 ร้อยปี เพราะโบราณจารย์ในสมัยก่อน หลายท่านไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรืออาจารย์ฆราวาส "ท่านต่างมีอภิญาญาณบารมีเข้มแข็งกันอยู่แล้ว" การที่ท่านจะแต่งตำราขึ้นมาได้ ท่านต้องมองเห็นพลังงานประเภทนั้นๆก่อนหรือไม่ก็ถามเทวดาก่อน เมื่อได้ความอย่างไรท่านจึงมาแต่งมาเขียนให้เป็นตำรา ก่อนจะเขียนตำนานและที่ไปที่มาในภายหลัง เพื่อเป็นอุบายน้อมไปถึงพลังงานสิ่งนั้นๆ(เขียนตำราเพื่อผูกกับพลังงาน) แล้วท่านก็มั่นใจแล้วว่าพลังงานนั้นนำมาใช้ได้ผลเป็นรูปธรรมจริง "ท่านจึงแต่งตำราการสร้างการเสกมาให้คนรุ่นหลังอย่างเราๆได้ใช้กัน" ส่วนใครจะทำถึงมาก ทำถึงน้อยอันนี้แล้วแต่คนละ ฮ่าๆ(ท่านหัวเราะ) เพราะบางคนจริตไม่ให้ วาสนาไม่ได้ต่อให้ท่องได้จำได้หมดตำรา บางครั้งจิตไม่ถึงก็เสกไม่ขึ้น ส่วนการเสกนี้ก็ต่างจากรูปพระอยู่ คือรูปพระท่านมีต้นพลังงานอยู่แล้วคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์พระโพธิ์สัตว์ อะไรเหล่านี้ชัดเจน แต่ถ้าพวกรูปสัตว์ พวกลิง วัวธนู ควายธนู ช้างม้า อะไรพวกนี้ "โบราณท่านให้ตั้งรูปตั้งนามอาการ32ก่อน" เพื่อสร้างตัวตนให้มันเกิดขึ้น ตั้งรูปก็คือธาตุ4 ตั้งนามก็คือขันธ์5 และอาการ32 ก็คือส่วนประกอบของอวัยวะน้อยใหญ่ไล่ตั้งแต่เส้นผมไปถึงกระดูกเลยละ นี้ถ้าพวกรูปลักษณ์สัตว์ หรือรูปลักษณ์ตัวละครในวรรณคดีก็จะต้องตั้งแบบนี้ก่อน เช่น หนุมาน หรือ แก้วหน้าม้า อย่างงี้เป็นตัวในวรรณคดีไทย ก็ต้องใช้สูตรพื้นฐานอย่างนี้เป็นต้น แล้วเมื่อตั้งรูปนามแล้ว "ตำราว่าไว้อย่างไรก็ต้องว่าไปแบบนั้น มีเคล็ดมีอุปเท่ห์อะไรบ้างวางจิตอย่างไร" ก็ต้องทำตามนั้นถึงเป็นการเข้าถึงพลังงานนั้นๆได้ เหมือนคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ครูบาอาจารย์ท่านตั้งไว้ให้ทำตาม "เพื่อให้เครื่องรางนั้นๆสำริดผลมีคุณวิเศษขึ้นมาตามที่ตำราว่าไว้"


    อ.บุญเลิศอธิบายต่อว่า : ส่วนเรื่องเส้นพลังงานว่ามีมาจากไหน อันนี้ก็สุดวิสัยที่คนธรรมดาจะรู้ได้ "โลกนี้จักวาลนี้เกิดมาเป็นล้านล้านปี มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย มันย้อมมีพลังงานลึกๆลับๆแฝงอยู่แล้ว" แต่มันอยู่ที่ว่า "ท่านผู้นั้นจะมีอภิญญาญาณเข้าถึงหรือค้นพบมาได้หรือไม่" อย่างหนุมานนี้ จริงๆก่อนจะมีวรรณกรรมรามายณะหรือรามเกียรติ์ก็แล้วแต่ "อดีตหลายพันหลายล้านปีก่อนโน้นอาจจะมีลิงยักษ์หรือพลังงานที่เป็นรูปลักษณ์ลิงอะไรสักอย่างที่มีมาก่อนมีมนุษย์ก็ได้" ที่มีฤทธิ์มากกำลังมา แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นหายไปเพราะความสิ้นไปตามหลักธรรมชาติ แต่พลังงานไม่ได้ศูนย์ไปด้วยนะ มันแค่อาจจะเปลี่ยนรูปไปตามกาลเวลา "แล้ววันดีคืนดีก็มีครูบาอาจารย์ได้อภิญญาไปพบไปเห็นเส้นพลังงานนี้เข้า" แล้วทำอย่างไรละถึงอธิบายคุณลักษณะของสิ่งที่ท่านเห็นให้คนทั่วไปได้รับรู้ด้วย "ท่านก็ต้องแต่งเรื่องอธิบายให้คนได้อ่าน" เช่น หนุมานเป็นลิงขาว มีฤทธิ์เดชมาก เจ้าชู เป็นทหารเอกพระราม จนพระรามมอบบ้านเมืองมาให้ปกครอง ซึ่งพลังงานตรงนี้ท่านจึงเอาไปผูกเป็นว่า หนุมานมีฤทธิ์พลังงานเป็นตบะเป็นที่ยำเกรง หนุมานเจ้าชูพลังงานเป็นเสน่ หนุมานได้ปกครองบ้านเมืองพลังงานคือสมบัติมากมายเป็นโชคลาภเงินทอง ไปทำนองนั้นแหละแล้วแต่ใครจะมีปัญญาน้อมพลังงานมาผูกเอาได้ ฮ่าๆ(ท่านเราะ) ครูบาอาจารย์ท่านจึงทำรูปหนุมาน วิชาหนุมาน ให้เป็นสื่อพลังงานนั้นๆไงละ....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 กรกฎาคม 2026 at 06:07
  14. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,137
    ค่าพลัง:
    +12,959
    boonlerss1.jpg

    พลังงานพรหม พลังงานพระ
    แตกต่างกันหรือไม่ ?
    ...เมื่อประมาณ 4 ปีก่อนผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนากับท่านอาจารย์บุญเลิศ ที่บ้านพักท่านในอำเภอภูเรือ ในช่วงหนึ่งระหว่างสนทนา อ.บุญเลิศท่านเล่าว่า "หลังจากที่หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช มรณะภาพลง(ปี2522) ท่านก็ทราบจากลูกศิษย์ลูกหาในสายวัดประดู่ทรงธรรมที่รุ่นๆกันว่า "วัดสะแก" นี้ก็ลูกหม้อสายวัดประดู่ทรงธรรม มีครูบาอาจารย์หลายท่านอยู่ที่นั้นพากันไปต่อวิชาได้ ทั้ง หลวงปู่ใหญ่ วัดสะแก(มรณะภาพปี2525) ทั้งหลวงปู่สี วัดสะแก(มรณะภาพปี2526) หลวงปู่ดู่ วัดสะแก(มรณะภาพปร2533) หลังจากนั้นอาจารย์บุญเลิศก็เลยลองไปกราบครูบาอาจารย์ที่นี้ไปกับเพื่อนอีก 2 คนที่เรียนมาด้วยกัน ไปทีแรกไปเจอหลวงปู่สีห์ พินทสุวัณโณก่อนที่กุฏิท่าน หลังจากกราบท่านแล้ว อ.บุญเลิศกับเพื่อนก็รายงานตัวว่าเป็นใครมาจากไหน จากนั้นท่าน(หลวงปู่สีห์)ก็พยักหน้ารับทราบ แล้วก็เล่าเรื่องต่างๆให้คณะที่ไปด้วยกันฟัง แต่ท่านจะพูดไปหยุดไปเพราะท่านพูดไม่ค่อยเก่งแต่ท่านพูดได้เรื่อยๆนึกอะไรออกท่านก็พูดท่านมีเมตตามาก เมื่อท่านเล่าไปในเรื่องต่างๆ อ.บุญเลิศจึงได้ทราบในตอนนั้นเองว่าท่าน(หลวงปู่สีห์) กับ อาจารย์เฮง ไพลวัลย์ อาจารย์ฆราววาส ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม ซึ่งก็เป็นสายวัดประดู่ทรงธรรมเช่นกัน ทั้งหลวงปู่สีห์และอาจารย์เฮง เป็นสหธรรมมิกกัน(เพื่อนกัน) เรียนวิชามาสายเดียวกันและมีอาจารย์คนเดียวกัน คือหลวงพ่อกลั่นและมีความเชี่ยวชาญชำนาญมากเกี่ยวกับวิชาสาย "พระพรหมสิทธิ" โดยท่านทั้ง 2 สามารถเชิญญาณบารมี "พระพรหมที่อยู่พรหมโลกมาประสิทธิ" ในวัตถุมงคลได้และมีคุณวิเศษเกิดความมหัศจรรย์เป็นที่ประจักษ์กับผู้ที่นำไปบูชามากต่อมาก (วัตถุมงคลที่ท่านสร้างรูปพระพรหมของทั้ง2ท่านมีราคาหลักแสนถึงหลักล้านในปัจจุบัน)

    5336.jpg

    9999.jpg
    ...อ.บุญเลิศเล่าต่อว่า "หลังจากนั้นมาท่านก็แวะเวียนไปกราบครูบาอาจารย์ที่วัดสะแกนี้หลายต่อหลายครั้งตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา แต่ที่ท่านไปกราบบ่อยที่สุดคือหลวงปู่ใหญ่ วัดสะแก(เจ้าอาวาสในเวลานั้น) และหลวงปู่สีห์ เท่านั้นไม่ได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่ดู่เลย ส่วนหลวงปู่ใหญ่เคยไปขอความรู้จากท่านหลายครั้ง แต่ท่านจะเน้นหนักมากด้านการฝึกวิปัสสนากรรมฐาน และในช่วงนั้นท่านก็เริ่มอาพาธแล้วช่วงประมาณปี 2523-2524 การเข้าไปพบไปกราบท่านจึงน้อยลง"

    หลวงปู่ใหญ่.jpg

    ....อ.บุญเลิศเล่า "จริงๆผม(อ.บุญเลิศ) เคยว่าจะกราบขอเรียนวิชาอัญเชิญพระพรหมกับหลวงปู่สีห์อยู่หลายครั้ง แต่ก็เคอะเขินที่จะกราบขอท่านเรียน เพราะผมได้ยกขันครูฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับหลวงพ่อเทียมไปแล้ว แต่ด้วยความที่ระยะเวลาพบเจอท่านน้อย(อ.บุญเลิศไปช่วงปั้นปลายชีวิตหลวงพ่อเทียมแล้ว) หลายวิชาก็ยังอยากเรียนอยู่ เหมือนที่เขาว่า
    "อายครูไม่รู้วิชา"นั้นแหละ ฮ่าๆ(ท่านหัวเราะ) เราไม่ค่อยกล้าเอ่ยปากขอเรียนวิชากับครูบาอาจารย์ท่านมาก เพราะช่วงที่ผม(อ.บุญเลิศ) ไปกราบครูบาอาจารย์ที่อยุธยาก็เข้าบั้นปลายชีวิตของครูบาอาจารย์ทั้งหลายแล้ว มีอยู่วันหนึ่งผมเข้าไปกราบ หลวงปู่สีห์ตอนนั้นท่านนั่งอยู่เก้าอี้หวายหน้ากุฏิท่าน พอกราบท่านเสร็จท่านก็พูดโพล่งออกมาก่อนเลยว่า
    "พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านนิพพานไปแล้วคุณวิเศษของท่านละเอียดมากเอา(พลังงาน)มาใช้ได้ยาก ไม่เหมือนพระพรหมคุณวิเศษมีอยู่(พลังงาน)ไม่หายไปไหนยังช่วยคนได้ยังแวะเวียนมาหาได้...."

    ...อ.บุญเลิศ "ตอนนั้นบอกตรงๆว่าไม่เข้าใจนัก เพราะเวลาเราเรียนวิชาในสายวัดประดู่ทรงธรรม บวงสรวงอะไรครูต้นก็ต้องเป็นพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ส่วนจะเชิญเทพหรือครูอะไรมาประสิทธิก็ค่อยว่ากล่าวกันอีกที แต่อยู่ๆหลวงปู่สีห์มาบอกพลังงานพระพุทธเจ้านี้มายากได้อย่างไร? ผม(อ.บุญเลิศ) จึงกราบเรียนถามท่าน(ถามหลวงปู่สีห์) ท่านเมตตาตอบสั้นๆว่า พระพุทธเจ้าเข้านิพพานไปแล้ว พระพรหมเทพทั้งหลายยังอยู่ แต่ยังงัยก็ต้องเคารพพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วท่านก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ..."

    "....จนเมื่อท่านมรณะภาพในปี 2526 ผม(อ.บุญเลิศ) ก็ไม่ได้สอบได้ถามอะไรท่านอีก จนหลวงพี่ใย(หลวงพ่อลำใย สัญญโม วัดสะแก) ท่านแนะนำผมให้ไปหาหลวงปู่ดู่ ไปกราบท่านดูอะไรที่สงใสก็สอบถามท่านได้ ด้วยที่ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้แวะเข้าไปกราบหลวงปู่ดู่ที่กุฏิ เพราะหลวงปู่ดู่ท่านมีคณะลูกศิษย์ลูกหามาหาจำนวนมาก มาทีเป็นคณะหลายสิบคนเลยก็มี เลยเกรงว่าอาจจะไม่สะดวกนักในการเข้าสนทนาเรื่องใดๆ แต่หลวงพี่ใยท่านบอกว่ามันแล้วแต่ช่วง ช่วงคนไม่เยอะก็มีแล้วเดียวมาก็ให้บอกหลวงพี่ใยท่านจะพาเข้าไปกราบ..."

    "...นับจากหลวงปู่สีห์มรณะภาพ หลวงปู่ใหญ่มรณะภาพ ผม(อ.บุญเลิศ) ก็ทิ้งห่างการเข้าวัดสะแกนานเลย เป็นปีเพราะช่วงนั้นทำงานอยู่ด้วยที่กรุงเทพ(รับราชการในกระทรวงศึกษากองงานวัฒนธรรม ณ เวลานั้นยังไม่เป็นกระทรวง) จนเมื่อปี 2529 ก็มีเหตุให้ไป จังหวัดอยุธยาอีกครั้ง เพราะไปร่วมงานไหว้ครูที่วัดประดู่ทรงธรรม ในการไปครั้งนั้นจึงได้มีโอกาสแวะเข้ากราบหลวงปู่ดู่ที่วัดสะแกครั้งแรก เพราะจะเข้าไปกราบครูบาอาจารย์ด้วย(กุฏิหลวงปู่สี หลวงปู่ใหญ่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์บรรจุอัฐิไว้) ไปตอนนั้นก็ไม่ได้บอกหลวงพี่ใยหรอก เพราะหาท่านไม่เจอ ผม(อ.บุญเลิศ) หลังจากกราบครูบาอาจารย์แล้วผมกับเพื่อนที่ไปด้วยกันก็คุยกันว่า ไหนๆก็มาแล้วเข้าไปกราบหลวงพ่อดู่กันสักหน่อย พอไปถึงท่านก็นั่งอยู่หน้ากุฏิของท่านที่เป็นชานพักยื่นออกมา พอดีวันนั้นมีคณะมาคณะเดียวดูๆหน้าจะเป็นพ่อแม่ลูกมั๊ง? เอาสังฆทานมาถวายท่าน พอพวกผมไปถึง ก็นั่งลงกราบท่านอยู่ด้านหลังคณะที่มาก่อน ดูเหมือนว่าคณะที่มาก่อนจะพยามขยับออกให้พวกเรา แต่ผมก็บอกไปว่าตามสบายครับ ท่าน(หลวงปู่ดู่) ตอนนั้นท่านกำลังเหมือนจะคุยกับโยมผู้ชายที่มาก่อนอยู่ พวกเราก็เลยได้นั่งฟังด้วย ซึ่งอยู่ๆหลวงปู่ท่านก็พูดขึ้นมาว่า
    "นั้นนะ(ท่านชี้นิ้วไปที่รูปหล่อพระพรหมที่มีพระพุทธเจ้าประทับบนเศียรในกุฏิท่าน) เห็นไหมพระพุทธเจ้าอยู่เหนือพระพรหมนั้น พลังงานพระพุทธเจ้าไม่ศูนย์ไม่หายไปไหนน่ะ ท่านนิพพานแต่พุทธานุภาพยังอยู่ อยู่จนหมดศาสนา นี้เรียกว่าพลังเหนือพลัง ผม(อ.บุญเลิศ) ได้ยินหลวงปู่ดู่ท่านพูดตอนนั้นก็อุทาน โห่!! หลวงปู่ท่านไม่ธรรมดารู้ใจเราได้ด้วยว่าเราสงใสเรื่องพลังงานพระพุทธเจ้าอยู่ว่านิพพานแล้วศูนย์ไหม? ท่านพูดดังเลยนะตอนนั้น ผมก็ไม่รู้ละว่าก่อนหน้านั้นท่านคุยอะไรกับโยมผู้ชาย แต่ตอนพวกเราไปนั่งท่านถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา พอพวกเรานั่งอยู่สักพักไม่เกิน 15 นาทีคณะครอบครัวที่มาก่อนก็กราบลาท่าน คณะพวกเรา 3 คนก็เลยขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆท่าน ท่านถามว่ามาจากไหนกันพวกผมก็แนะนำตัวไป ท่านก็รินน้ำชาไป ก่อนเพื่อนผมที่ไปด้วยกันจะถามท่านว่า...."

    พรหม11.jpg


    ...เพื่อน อ.บุญเลิศถามหลวงปู่ดู่ "ที่ว่าพลังเหนือพลังเมื่อสักครู่คือยังงัยครับหลวงพ่อ"

    ...อ.บุญเลิศบอกว่า "หลวงปู่ท่านยิ้ม ก่อนจะส่งถ้วยน้ำชาให้กิน....ดูท่านนั่งพิจารณาอยู่สักครู่ก่อนจะตอบว่า "ก็พลังพระพุทธเจ้าเป็นพุทธบารมีสร้างมาหลายแสนหลายล้านกัปป์อสงไขย ย้อมมากกว่าพลังบุญ ของเทพพรหมทั้งหลายอยู่แล้วพลังบุญที่มากมายขนาดนี้จะศูนย์ไปได้อย่างไร พวกที่จะไปเป็นพรหมได้นั้นบางทีไม่ต้องอาศัยการบำเพ็ญอะไรมากก็เป็นพรหมได้ ถ้าทำสมาธิจนได้
    "ฌาน" เพราะพรหมอยู่ได้ด้วยกำลังของฌาน พวกฤาษีก็ไม่ได้บำเพ็ญบารมีอะไรมากแต่พวกเขามีกำลังฌาน เมื่อตายไปก็ไปอยู่ที่ชั้นพรหมด้วยกำลังของฌานสมาธิ จนบางทีเข้าใจว่าธรรมชาตินี้ไม่มีเกิดไม่มีดับพรหมนี้สูงสุดแล้ว จนพระพุทธเจ้าไปโปรดพรหมที่มีมิจฉาทิฐิ ไปปราบ ไปเทศนาจนเข้าใจยอมรับคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง เกิด-ดับ อย่างท้าวพกาพรหมนั้นงัย..."

    ....อ.บุญเลิศเล่าต่อว่า "หลังจากหลวงปู่อธิบายเสร็จท่านก็เงียบไปสักพัก ก่อนท่านจะพูดต่อว่า นี้ละพุทธบารมี มีเต็มไปหมดเพราะพุทธบารมีนี้จะอยู่ไปจนถึงหมดศาสนา เมื่อเวลาจะหมดศาสนาพระบรมสารีริกธาตุก็จะรวมตัวกันก่อนเกิดพุทธนิมิตรครั้งสุดท้าย แล้วจะมีเพลิงเผาแล้วจึงหายไปเพื่อเปลี่ยนผ่านไปยุคพระศรี(พระศรีอริยเมตไตรพระพุทธเจ้า) หลวงปู่ทวดจะไปเป็นพระศรีในอนาคตตอนนี้ก็ต้องเดินตามรอยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเหมือนกัน แม้หลวงปู่ทวดบารมีจะเต็มแล้ว(พระโพธิ์สัตว์บารมีเต็ม) รอตรัสรู้แต่ก็ยังต้องกราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันอยู่ เพราะถ้าไม่มีบารมีพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันศาสนาจะสืบมาถึงทุกวันนี้หรือ ก็เพราะมีบารมีสืบต่อกันมาตั้งแต่พระพุทธเจ้าในอดีต มีพระธรรมสืบมาจนถึงพระสงฆ์สืบพลังงานนั้นๆมาเหมือนวิ่งต่อไม้
    ยังงันละ
    (ท่านหมายถึงวิ่งผลัด) ...."

    .....อ.บุญเลิศบอก ตอนนั้นผมก็ถามหลวงปู่แทรกขึ้นเพราะยังติดใจที่หลวงปู่สีห์ท่านบอก
    "แล้วกำลังพรหมละครับเต็มโลกเหมือนกันไหม"

    ...หลวงปู่ดู่เมตตาตอบ "พรหมบางพวกก็มีบารมีมาก พรหมบางพวกก็มีบารมีน้อย พรหมบางพวกก็หมดบารมีมาเกิดเป็นหมูก็มี ไม่แน่นอนเหมือนพระพุทธเจ้าที่ท่านไม่เสื่อม แต่พรหมมีจำนวนมากกำลังฌานจึงมีมาก มีทั้งพรหมมิจฉาทิฐิ มีทั้งพรหมสัมมาทิฐิ ด้วยกำลังฌานของพรหมนี้แหละ "จึงมีฤทธิ์" ดลบันดาลให้คนได้สิ่งที่ปรารถนา คนทั่วไปเลยคิดว่าพรหมนี้มีพลังงานมากกว่าพระพุทธเจ้า เพราะดลบันดาลสิ่งที่ต้องการได้มากกว่าตอบสนองกิเลสได้มากกว่า แต่มันไม่มั่นคงหรอกเสื่อมได้ แต่พลังงานพระพุทธเจ้าคงที่ไม่เสื่อม"

    ...อ.บุญเลิศเล่าว่า "หลวงปู่หยุดไปสักพัก แล้วอธิบายต่อ เหมือนน้ำเปล่ากับเหล้านั้นแหละ น้ำเปล่าดื่มเข้าไปไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้เกิดความสดชื่นเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ แต่เหล้ามันก็น้ำเหมือนกันแต่เป็นน้ำที่ปรุงแต่งสี มันหวือหว่าเวลาดื่มแล้วมันตื่นเต้นมากกว่า ฟองเยอะกว่า(เข้าใจว่าท่านหมายถึงโซดา)น่าสนใจมากกว่า แต่ดื่มแล้วมันมีแต่โทษ แต่คนชอบเพราะตอบสนองความต้องการรื่นเริงได้มากกว่า พลังงานพระพุทธเจ้าก็เหมือนน้ำเปล่าดูเหมือนไม่มีอะไรแต่พลังงานดีกว่าพลังงานอื่นๆ เหล้าอาจจะหวือหว่าแรกๆ แต่ก็เสื่อมได้เป็นโทษได้ในภายหลัง... "

    ....อ.บุญเลิศถามต่อ
    "แล้วพลังงานเทพ พรหม ที่เป็นสัมมาทิฐิ มีบารมีบ้างไหมครับ"

    ...หลวงปู่ดู่เมตตาตอบ "ก็มีละสิ อย่างท้าวสหัมบดีพรหม ท้าวพกาพรหม นี้ก็เป็นพระอริยะเจ้าแล้ว แล้วก็มีพรหมอีกมากที่เป็นพระอริยะเจ้ารอเข้าพระนิพพานก็มาก พรหมหลายพวกยังดูแลศาสนาอยู่หมดศาสนาค่อยเข้านิพพานก็มาก พรหมบางพวกรอพระศรีก็ไม่น้อย พรหมทั้งหลายนี้ล้วนเป็นสัมมาทิฐิทั้งนั้น มีฤทธิ์มากด้วย ท่านล้วนเป็นลูกศิษย์ เป็นสาวกพระพุทธเจ้าเหมือนกัน อย่างท้าวสหัมบดีพรหม ก็เป็นผู้ทูลข้อให้พระพุทธเจ้าโปรดโลก แต่พุทธวิสัยของพระพุทธเจ้าท่านไม่มีประมาณอยู่แล้ว ท่านต้องโปรดโลกอยู่แล้ว แต่ท้าวสหัมบดีพรหมอยู่มาตั้งแต่พระ
    พุทธเจ้า
    กัสสปะ ท้าวสหัมบดีพรหมจึงมาถามข้อธรรมะเรื่องสติปัฏฐานสี่กับพระพุทธเจ้าที่ท่านเพิ่งตรัสรู้ พระพุทธเจ้าท่านจึงพิจารณาได้ว่าคนมีหลายประเภทสอนยากบาง ง่ายบางเหมือนดอกบัว ท่านจึงพิจารณาด้วยพุทธวิสัยเลือกในข้อธรรมะที่จะสอนให้เหมาะสมกับบุคคลที่จะสอนมากกว่า ไม่ใช่ท้าวสหัมบดีพรหมไปทูลขอเพราะเห็นว่าพระพุทธเจ้าท่านจะไม่โปรดโลก ไม่ใช่นะ แต่ท้าวสหัมบดีพรหมเหมือนไปทูลถามข้อธรรมะ เลยทำให้พระพุทธเจ้าท่านเห็นถึงลำดับของสติปัญญาคนที่ต่างกันมากกว่า..."

    อ.บุญเลิศท่านก็ตัดบทในระหว่างคุยกับผู้เขียนตรงนี้เลยครับว่า "ท่านก็ได้ความรู้ทั้งข้อธรรมกับหลวงปู่ดู่พอสมควรแล้ว ในวันนั้นก็สนทนากับหลวงปู่ดู่หลายเรื่องแต่เมื่อดูท้องฟ้าเริ่มมืดจึงขอกราบลาท่านกลับ ท่านก็เมตตาให้พรแล้วแจกพระผงสีขาวๆคนละองค์ ก่อนท่านจะบอกว่า "ให้เอาไปทำงานที่บ้าน"......"

    ปล.อาจารย์บุญเลิศบอกว่า "คำว่าทำงานของหลวงปู่ดู่ คือการนั่งกำพระภาวนาไตรสรณคมณ์"...

    หมายเหตุ **บันทึกความทรงจำนี้ผู้เขียนได้ขออนุญาตแล้วครับ

     
  15. Lo_olLo

    Lo_olLo เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    3,137
    ค่าพลัง:
    +12,959
    20260802_140926.jpg
    ...วันนี้ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.20 น. ผู้เขียนและคณะเข้ากราบนมัสการ ท่านหลวงพ่อพล ณ วัดป่าภูหงษ์ ในการนี้น้อมถวายเครื่องเวชภัณฑ์ยา ผ้าสบงขัน(หนาและใหญ่กว่าผ้าอาบน้ำฝนและเป็นผ้าเนื้อดี) ถวายไฟฉายขนาดอันใหญ่แบบชาร์จแบตเตอรี่ และ ปัจจัยจำนวน 5000 บาทแก่วัดในการนี้ด้วยครับ

    ....หลวงพ่อพล ธัมมโล ท่านเป็นครูบาอาจารย์ลูกศิษย์ หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ หลวงพ่อคูณ สุเมโธ ครูบาอาจารย์สายวัดป่าบ้านตาดครับ

    ร่วมกันอนุโมทนากันอีกครั้งครับ

    20260802_141031.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...