เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 6 กรกฎาคม 2026 at 21:47.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ มีเรื่องสำคัญที่อยากจะเรียนถวายพระเณร และบอกกล่าวแก่ญาติโยมทั้งหลาย ซึ่งน่าจะบอกกล่าวครั้งเดียว จดได้จำได้ก็แล้วไป จดไม่ได้จำไม่ได้ ก็ไปงมหากันเอาทีหลังก็แล้วกัน..!

    เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา ลูกศิษย์ท่านหนึ่งก็คือ "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ที่กระผม/อาตมภาพเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ ท่านได้รับบัญชาจากหลวงพ่อพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ให้เดินทางไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดพุทธาราม เกาะกวม ประเทศสหรัฐอเมริกา

    ท่านไปถึงก็ได้ส่งรูปสถานที่มาให้ พอกระผม/อาตมภาพเห็นก็บอกว่าพายุจะเข้า ท่านจึงไปรีบหาข้อมูล แล้วก็ได้ความว่าจะมีไต้ฝุ่นบาหวี่เข้ามาที่เกาะกวม หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวพายุลูกนี้ก็ยกระดับขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ความเร็วลมเหนือศูนย์กลางประมาณ ๒๗๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง ถือว่าเป็นไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงมากในรอบหลายสิบปี

    กระผม/อาตมภาพก็ยังคิดอยู่ว่าจะช่วยเหลือท่านอย่างไรดี ? ปรากฏว่าวันนี้ต้องไปประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยหลักธรรมในพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล ๕) ของคณะสงฆ์หนกลาง ถ้าหลายท่านสังเกต จะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพนั่งเงียบอย่างเดียว ไม่พูด ไม่คุย ไม่แสดงความเห็นอะไรในที่ประชุมทั้งสิ้น เนื่องเพราะว่าหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ท่านมา บอกว่าวิธีช่วยเหลือพอจะมีอยู่ เนื่องเพราะว่าประชาชนที่เกาะกวมนั้น แทบจะไม่มีชนชาติอเมริกันเลย..!

    พูดมาถึงตรงนี้ ทุกท่านก็คงคิดว่า "เกี่ยวอะไรด้วย ?" ก็เพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามหนัก ๆ ทั่วโลก พูดง่าย ๆ ก็คือสร้างเวรสร้างกรรมเอาไว้มาก อยู่ในระยะที่จะต้องชดใช้ แต่ว่าชาวเกาะกวมนั้นส่วนใหญ่ก็คือชนพื้นเมืองและคนจากที่อื่น

    วิธีที่พอจะช่วยเหลือได้ก็คือให้ขอความช่วยเหลือจากเทวดา ๗ องค์ ก็คือ สีตเทพบุตร อุณหเทพบุตร วายุเทพบุตร วลาหกเทพบุตร ปชุนนเทพบุตร และ วรุณเทพบุตร พร้อมกับหัวหน้าทีม คือ นางมณีเมขลา โดยที่จะต้องสร้างความดีตอบแทน ก็คือไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ ทำวัตร เจริญพระกรรมฐาน รักษาศีลภาวนาอย่างไรก็ตาม ต้องอุทิศให้ท่านทั้ง ๗ นี้เป็นหลัก แล้วขอร้องท่านทั้งหลายว่า
    "ถ้าไม่เกินวิสัย ก็ขอให้ช่วยให้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้เบี่ยงออกจากเกาะกวมไปด้วย"
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    ประมาณเวลาเที่ยงตรงของประเทศไทย กระผม/อาตมภาพก็แจ้งทางไลน์ให้ท่านปิงทราบว่า "พอที่จะช่วยให้พายุเบี่ยงเบนไปได้ แต่ว่าผลกระทบจากการยุ่งเกี่ยวกับกรรมของชาวบ้านส่วนใหญ่ แบ่งกันคนละครึ่งแล้วกัน..!" มาวันนี้ประมาณ ๖ โมงเย็นเมืองไทย ท่านปิงส่งข่าวมาว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้เบี่ยงจากเกาะกวมไป ๓๐๖ กิโลเมตร พูดง่าย ๆ ก็คือแทนที่คลื่นจะกระหน่ำเข้าหาเกาะ ความสูง ๑๐ กว่าเมตร ซึ่งก็สึนามิดี ๆ นั่นเอง ก็กลายเป็นว่าแค่เป็นคลื่นลมแรงธรรมดา แล้วก็มีผลกระทบจากฝนบ้าง

    เพียงแต่ว่าสิ่งทั้งหลายที่หลวงปู่ปานท่านบอกมา กระผม/อาตมภาพเผื่อให้ท่านทั้ง ๗ และบริวาร อยู่ในลักษณะที่ว่าถ้าสวดมนต์ทำวัตร รักษาศีล เจริญภาวนาอะไร
    ขอให้ท่านทั้งหลายอนุโมทนาได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว

    แล้วก็ให้เลยไปถึงท้าวจาตุโลกบาลทั้ง ๔ พร้อมอินทกะและบริวาร ซึ่งเป็นเทวดารักษาโลกนี้ ตลอดจนท่านปู่พระอินทร์ที่เป็นราชาของเทวดาทั้งปวง เพียงแต่ว่าหลัก ๆ ถ้าเกี่ยวกับเรื่องของดินฟ้าอากาศ ก็ต้อง ๗ ท่านที่กล่าวมาเป็นหลัก ขอให้ทุกท่านกำหนดจดจำเอาไว้ด้วย เพราะว่ากระผม/อาตมภาพเองก็อายุกาลผ่านวัยมากขึ้น ถึงเวลาสมองชำรุด อาจจะมีการหลงลืมไปบ้าง..!

    แล้วเรื่องของการยุ่งกับเวรกรรมของคนส่วนใหญ่ ก็ยังไม่ทราบว่าผลกระทบจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ด้วยความที่เคยมีวิสัยพระโพธิสัตว์ ก็คือเพื่อความอยู่สุขของคนหมู่มาก ถึงเราจะทุกข์ยากก็ต้องยอม แม้กระทั่งในการลาพุทธภูมิ เมื่อถึงวาระที่ ๓ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสอนุญาตก็จริง

    แต่ท่านบอกว่า "งานเก่าให้ทำไปก่อน" ก็แปลว่าในเรื่องที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับกรรมของชาวบ้าน อย่างไรเสีย ถ้าเคยมีวิสัยเดิมมาก็อดไม่ได้ที่จะต้องไป "เสือก" แต่คราวนี้การกระทำครั้งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ครูบาอาจารย์ท่านสั่ง กระผม/อาตมภาพก็พิจารณาไปว่า "ทำไมต้องเป็นหลวงปู่ปาน ?" ปรากฏว่าหลวงปู่ปานท่านยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ จะไปตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถัดจากพระศรีอริยเมตไตรย ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การที่ท่านบอกวิธีช่วยคนหมู่มากก็เป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยของท่าน
    แต่ถ้าเป็นพระอริยเจ้า ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป จะไม่ยุ่งกับเรื่องที่เป็นกฎของกรรม
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,611
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,962
    เราท่านทั้งหลายจึงพึงศึกษาและตระหนักไว้ด้วยว่า ของบางอย่างแม้ว่าวาระกรรมจะมาถึง แต่ถ้าหากว่าท่านศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาดีพอ ก็สามารถผ่อนหนักเป็นเบา ผ่อนเบาให้หายได้

    แต่อย่างที่กระผม/อาตมภาพเคยเตือนหลายท่านไว้แล้วว่า
    ถ้าจะยุ่งกับเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็ต้องดูตัวเองด้วยว่า เรามีราคาพอที่พรหมเทวดาท่านจะเกรงใจหรือไม่ ? แล้วเดือนนี้กระผม/อาตมภาพยังต้องเดินทางไปต่างประเทศ ๒ รอบ ถ้าไปโดนเอาคืนที่โน่น..ก็เป็นอันว่ารับเละไปคนเดียว..!

    แต่ในเมื่อเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ทำไปแล้วไม่มีคำว่าเสียใจ หลักการของกระผม/อาตมภาพจะเป็นอย่างนี้ตลอดมา ก็คือ
    "ทำแล้วไม่เสียใจ แต่จะเสียดายถ้าไม่ได้ทำ เนื่องเพราะว่าทุกสิ่งที่ทำลงไป ถ้าถูกต้อง เราก็ได้กำไร ถ้าผิดพลาด เราก็ได้บทเรียน ครั้งต่อไปจะได้แก้ไขและทำให้ถูกต้อง"

    เพียงแต่อยากจะยกตัวอย่างเพื่อให้ทุกท่านได้ตระหนักเอาไว้ว่า
    พระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกาของเราทั้งหลาย ถ้าหากว่าตั้งใจรักษาศีล ปฏิบัติธรรมจริง ๆ โดยเฉพาะถ้าหวังความหลุดพ้น เทวดา นางฟ้า พรหมทั้งหลาย ตลอดจนกระทั่งครูบาอาจารย์บนพระนิพพาน ท่านเต็มใจสนับสนุนทั้งสิ้น

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่การช่วยเหลือให้เราเข้าถึงมรรค เข้าถึงผล แต่ว่าอำนวยความสะดวกในสิ่งที่ไม่เกินวิสัยที่ท่านจะก้าวล่วง การปฏิบัติธรรมของเราจึงไม่ใช่แค่มรรคผลส่วนตัวเท่านั้น ถ้าเราสามารถรักษากาย วาจา ใจ ให้สงบระงับลงได้ กระแสเย็นที่รวมตัวกันอยู่นั้น อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยเหลือคนส่วนหนึ่งในบริเวณนั้นได้ หรือถึงจะช่วยคนอื่นไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็นภาระแก่ใคร

    แล้วเรื่องของภัยธรรมชาติเหล่านี้ก็จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบรรดาประเทศที่เคยก่อสงครามหนัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลกครั้งที่ ๑ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ตลอดจนกระทั่งการล่าเมืองขึ้น และการก่อสงครามเพื่อประโยชน์ของตัวเองที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้จะสนองคืนเขาแบบทันตาเห็น
    เนื่องเพราะว่าสิ่งที่ทำมา พอรวมตัวกันมากเข้า ๆ ก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ ถึงวาระออกดอกออกผล คุณจะต้องการหรือไม่ต้องการก็ต้องได้รับ..!

    พวกเราทั้งหลายจึงพึงตระหนักเอาไว้ถึงภัยในวัฏฏสงสารทั้งหลายเหล่านี้ว่า ถ้าตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ เราไม่สามารถที่จะล่วงพ้นจากกองทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ได้ ไม่สามารถที่จะก้าวพ้นภัยทั้งหลายเหล่านี้ได้ เกิดอีกกี่ชาติก็เจอแต่เรื่องแบบนี้ ควรที่จะพอกันทีหรือยัง ? ควรที่จะเร่งรัดปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากภัยอันตรายเหล่านี้หรือยัง ? ก็ขึ้นอยู่กับความตื่นรู้ของทุกท่านเอง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...