บทความให้กำลังใจ("เข้าใจว่าตนดี นั่นคือมานะเกิด")

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 พฤษภาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,630
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,320
    โยมถามพระตอบ ตอนที่ ๙
    พระไพศาล วิสาโล
    คำถามที่ ๑. กราบนมัสการพระอาจารย์ที่เคารพ หากต้องดูแลญาติผู้ใหญ่ที่ป่วย ซึ่งมีอาการคิดมาก จิตตก และมักจะคิดวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ อยู่เสมอนั้น โยมควรจะมีวิธีดูแลผู้ป่วยและใจตนเองอย่างไรคะ เพราะยิ่งดูแลยิ่งรู้สึกหดหู่และจิตตกตามไปด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์เป็นอย่างยิ่งค่ะ

    ตอบ คุณควรพยายามชักนำให้เขากลับมาอยู่กับปัจจุบัน หันมาชื่นชมหรือยินดีกับสิ่งที่มีอยู่รอบตัว มองเห็นสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่กับตัว มีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในปัจจุบัน รวมทั้งชวนให้เขาระลึกถึงความดีที่เคยทำหรือสิ่งเขาภาคภูมิใจ

    เป็นธรรมดาของผู้ป่วย ใจมักจะลอยไปอดีตบ้าง ไหลไปอนาคตบ้าง เพราะนอนอยู่เฉย ๆ ไม่มีอะไรทำ จิตจึงฟุ้งซ่านได้ง่าย และมักหลงวนอยู่กับเรื่องเดิมที่ฝังใจ (ซึ่งมักเป็นเรื่องลบมากกว่าเรื่องบวก) ผู้ดูแลจึงควรหาเวลาสนทนาพูดคุยกับเขาอยู่เนือง ๆ หรือชวนให้ทำสิ่งที่เป็นกุศล เช่น สวดมนต์ ถ้าทำด้วยกันได้ก็จะดี อย่าปล่อยให้เขาทำคนเดียว วิธีนี้จะดีต่อผู้ดูแลด้วย เมื่อเขาเริ่มคุ้นเคยแล้ว ก็ชวนเขาทำสมาธิด้วยกัน แม้ ๕ นาทีก็ยังดี แต่ควรทำบ่อย ๆ เป็นกิจวัตร จะช่วยให้เขามีสติดีขึ้น

    ส่วนคุณเองก็ควรหมั่นดูใจตนเองบ้าง ดูแลผู้อื่นแล้ว อย่าลืมรักษาใจตนเองด้วย อย่าปล่อยใจจมอยู่กับอดีต/อนาคต หรืออารมณ์ที่เศร้าหมอง พยายามรู้ทันความคิดและอารมณ์ดังกล่าวให้รวดเร็ว แล้วพาใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เวลาทำอะไร ใจก็อยู่กับสิ่งนั้น อย่าเพิ่งไปคิดถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง จะทำให้วิตกกังวลหรือเครียดได้ง่าย

    หากทำได้อย่าที่ว่ามา แม้จะเหนื่อยกาย แต่ใจไม่เหนื่อย แล้วอย่าลืมหาเวลาพักผ่อนหรือปลีกตัวจากการดูแลบ้าง จิตใจจะได้ผ่อนคลาย ที่สำคัญคือเมื่อถึงเวลาพักก็ควรพักจริง ๆ คือพักทั้งกายและใจ อย่าเอาเรื่องผู้ป่วยมาคิดให้เป็นกังวล วางเขาลงไปจากใจบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่ไม่ได้อยู่ดูแลเขา

    ควรเตือนใจตนเองบ้าง ว่าหากเห็นว่าเขาไม่ควรคิดมากหรือวนอยู่กับเรื่องเดิม ๆ คุณก็ไม่ควรทำอย่างนั้นกับตนเอง

    คำถามที่ ๒. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลที่เคารพ ก่อนอื่นโยมกราบขออภัยหากคำถามนั้นไม่เหมาะสมค่ะ โยมอยากทราบว่าจะบาปไหมคะ หากนำหนังสือธรรมะเข้าไปอ่านระหว่างทำธุระในห้องน้ำ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์เป็นอย่างยิ่งที่เมตตาชี้แนะค่ะ

    ตอบ คุณนำหนังสือธรรมะไปอ่าน ไม่ว่าในห้องพระ ห้องนอน หรือห้องน้ำ รวมทั้งไม่ว่าในท่าใด นั่ง ยืน หรือนอน หากทำด้วยความเคารพในธรรม เห็นคุณค่าของธรรม มีความใฝ่รู้ในธรรม ย่อมไม่เป็นบาป เพราะเป็นการกระทำด้วยจิตที่เป็นกุศล จะว่าไปแล้วการทำเช่นนั้นดีกว่าการปล่อยใจให้ฟุ้งซ่าน จนเป็นอกุศลหรือเกิดความทุกข์ (ซึ่งมักเกิดกับผู้คนเวลาทำกิจส่วนตัวในห้องน้ำ) การทำอะไรก็ตามเพื่อให้จิตเป็นกุศล เกิดสติและปัญญา ย่อมเป็นสิ่งดีทั้งนั้น ไม่ว่าอยู่ในสถานที่ใดเวลาใดก็ตาม

    คำถามที่ ๓. กราบนมัสการพระอาจารย์ไพศาลที่เคารพ หากที่บ้านทำธุรกิจที่ผิดศีล คือขายสุรา และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องช่วยขายด้วยในบางครั้ง ผมไม่อยากขาย ไม่อยากผิดศีล แต่ก็ห้ามคนที่บ้านไม่ได้ ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ หากคิดว่าสักแต่ขายตามหน้าที่ อย่างนี้จะได้ไหมครับ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์มากครับ

    ตอบ หากคุณเลี่ยงไม่ได้ จำต้องขายเหล้าด้วยความจำเป็น ก็ควรทำด้วยใจที่ไม่ยินดี หรือไม่ดีใจที่มีเงินเข้าร้าน ขณะเดียวกันก็ควรหาทางช่วยเหลือทางบ้านให้ห่างไกลจากธุรกิจชนิดนี้เท่าที่จะทำได้ เช่น ชี้ให้เห็นโทษที่เกิดจากเหล้า ไม่ว่าโทษที่เกิดกับผู้ซื้อ(หรือผู้บริโภค) และโทษที่เกิดกับผู้ขาย รวมทั้งแนะนำทางเลือกที่ดีกว่าการขายเหล้า

    ผู้ค้าเหล้าจำนวนมากขายสินค้าชนิดนี้เพราะเห็นว่ารายได้ดี ทำกำไรได้มากกว่าสินค้าชนิดอื่น จำนวนไม่น้อย “เสพติด”กำไรที่ได้จากเหล้า จนถอนตัวได้ยาก ในกรณีเช่นนั้นควรใช้วิธีค่อย ๆ “ถอน” คือ ขายให้น้อยลง (หรือสั่งเข้าร้านให้น้อยลง) แล้วหาสินค้าหรือธุรกิจชนิดอื่นมาทดแทน หากมีความเพียร ทุ่มเทเวลาและสติปัญญาให้กับสินค้าหรือธุรกิจชนิดใหม่มากขึ้น ในที่สุดก็จะทำรายได้ทดแทนเหล้าได้ ถ้าคุณมีกำลังก็ลองหาสินค้าตัวใหม่มาเข้าร้าน หรือทำธุรกิจอย่างใหม่มาเสริม หากทำได้ดี จนครอบครัวของคุณเห็นว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหรือน่าสนใจกว่า ก็ง่ายที่เขาจะเลิกขายเหล้าและมาทำธุรกิจใหม่ดังกล่าว
    :- https://www.visalo.org/article/5000s15_2.html
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,630
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,320
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,630
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,320
    อดทนต่อคำล่วงเกิน
    พระนางมาคันทิยาให้สินจ้างแก่ชาวนครทั้งหลายแล้วกล่าวว่า "ท่านทั้งหลายพร้อมกับพวกผู้ชายที่เป็นทาสและกรรมกร จงด่าจงบริภาษพระสมณโคดม ผู้เสด็จเที่ยวเข้ามาภายในพระนคร ให้หนีไป."

    พวกมิจฉาทิฏฐิผู้ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัยได้ติดตามพระพุทธเจ้า ต่างตระโกนด่า

    "เจ้าเป็นโจร เจ้าเป็นคนพาล เจ้าเป็นคนหลง เจ้าเป็นอูฐ เจ้าเป็นโค เจ้าเป็นลา เจ้าเป็นสัตว์นรก เจ้าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน สุคติไม่มีสำหรับเจ้า ทุคติเท่านั้นอันเจ้าพึงหวัง."

    พระอานนท์ได้กราบทูลคำนี้กะพระศาสดาว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชาวนครเหล่านี้ ย่อมด่า ย่อมบริภาษเราทั้งหลาย, เราทั้งหลายไปในที่อื่นจากพระนครนี้เถิด."

    พระศาสดา. ไปไหน อานนท์?
    พระอานนท์. สู่นครอื่น พระเจ้าข้า.

    พระศาสดา. เมื่อมนุษย์ทั้งหลายในที่นั้น ด่าอยู่ บริภาษอยู่, เราจักไปในที่ไหนอีก อานนท์?
    พระอานนท์. สู่นครอื่นแม้จากนครนั้น พระเจ้าข้า.

    พระศาสดา. เมื่อมนุษย์ในที่นั้น ด่าอยู่ บริภาษอยู่ เราทั้งหลายจักไปในที่ไหน (อีก) เล่า อานนท์?
    พระอานนท์. สู่นครอื่นแม้จากนครนั้น (อีก) พระเจ้าข้า.

    พระศาสดา. อานนท์ การทำอย่างนั้นไม่ควร อธิกรณ์เกิดขึ้นในที่ใด
    เมื่อมันสงบแล้วในนั้นนั่นแหละ การไปสู่ที่อื่นจึงควร, อานนท์ ก็เขาพวกไหนเล่า ย่อมด่า?

    พระอานนท์. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชนทั้งหมดจนกระทั่งทาสและกรรมกร ย่อมด่า.

    พระศาสดาตรัสว่า "อานนท์ เราเป็นเช่นกับช้างที่เข้าสู่สงคราม การอดทนต่อลูกศรที่แล่นมาจาก ๔ ทิศเป็นภาระของช้างที่เข้าสู่สงครามฉันใด, ชื่อว่าการอดทนถ้อยคำที่ชนทุศีลแม้มากกล่าวแล้ว เป็นภาระของเราฉันนั้นเหมือนกัน"

    เราจักอดกลั้นคำล่วงเกิน เหมือนช้างอดทนต่อลูกศร
    ที่ตกจากแล่งในสงครามฉะนั้น, เพราะชนเป็นอันมากเป็นผู้ทุศีล.
    ชนทั้งหลาย ย่อมนำสัตว์พาหนะที่ฝึกแล้วไปสู่ที่ประชุม
    พระราชาย่อมทรงสัตว์พาหนะที่ฝึกแล้ว, บุคคลผู้อดกลั้นคำล่วงเกินได้ ฝึก (ตน) แล้ว
    เป็นผู้ประเสริฐในมนุษย์ทั้งหลาย, ม้าอัสดร ๑ ม้าสินธพผู้อาชาไนย ๑ ช้างใหญ่ชนิดกุญชร ๑
    ที่ฝึกแล้วย่อมเป็นสัตว์ประเสริฐ แต่บุคคลที่มีตนฝึกแล้วย่อมประเสริฐกว่า (สัตว์พิเศษนั้น).
    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=47074

     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    60,630
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,320
    "เข้าใจว่าตนดี นั่นคือมานะเกิด"

    "ผู้ใดเข้าใจว่าตนดีแล้ว" นั่นยังไม่ทันดี ถ้าหากเข้าใจว่าดีแล้ว "คนนั้นเรียกว่ามานะเกิดขึ้นแล้ว" อย่างพระสารีบุตรเทศน์ให้ พระโมคคัลลานะ ท่านบอกว่า "ท่านถือว่าท่านมีฤทธิ์เดชมีปฏิหาริย์ อันนั้นเรียกว่า มานะ" คือเกิดบรรลุวิเศษวิโส "ครั้นท่านถือว่า รู้รอบหมดทุกสิ่งทุกอย่างอันนั้นคือ ทิฏฐิ ท่านจงละทิฏฐิ มานะนั้นเสีย" แล้วจะอยู่เป็นสุข ลองดู

    "ท่านวิเศษวิโสถึงขนาดนั้น มีฤทธิ์ปาฏิหาริย์ มีอำนาจปาฏิหาริย์เหาะเหินเดินอากาศได้ ดำดินบินบนได้ ก็เป็นจริงอย่างนั้น" ท่านเป็นจริงอย่างนั้นจริง ๆ "แต่หากว่าถืออันนั้นแล้ว มันเป็นมานะ เป็นทิฏฐิในตัว ละทิฏฐิมานะนั้นแล้ว" นั่นละจะอยู่เย็นเป็นสุข .. "

    "วิธีชำระจิต"
    (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
    :- https://www.dhammathai.org/monktalk/dbview.php?No=3538
     

แชร์หน้านี้

Loading...