ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซีย ประกาศล้างแค้น สงครามยกระดับ เตรียมโจมตีครั้งใหญ่ตอบโต้เคียฟ ฐานยูเครนส่งโดรนกว่า 200 ลำถล่มมอสโก

    20 มิถุนายน 2569 สงคราม #รัสเซียและยูเครน เข้าสู่จุดตึงเครียดรอบใหม่ หลังยูเครน #โจมตีทางอากาศ ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่อกรุงมอสโก โดยใช้ฝูงโดรนมากกว่า 200 ลำโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์หลายจุด ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และการระเบิดที่ #โรงกลั่นน้ำมัน สำคัญใกล้เมืองหลวงรัสเซีย ขณะที่ทางการรัสเซียประกาศชัดว่าจะตอบโต้ด้วยปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ต่อยูเครนในระยะต่อไป
    .
    CNBC รายงานว่า การโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 18 มิถุนายนถึงเช้าวันที่ 19 มิถุนายน เป้าหมายหลักคือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเชื้อเพลิงของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญในการสนับสนุนสงคราม
    .
    #ควันดำปกคลุมมอสโก #สนามบินหยุดบิน หลายแห่ง
    ภาพจากพื้นที่เกิดเหตุแสดงให้เห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นเหนือโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก หลังถูกโดรนโจมตีจนเกิดไฟไหม้รุนแรง
    .
    เจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดเผยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 16 คน ขณะที่สนามบินหลัก 4 แห่งของมอสโกต้องระงับเที่ยวบินชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
    .
    หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ การโจมตีครั้งนี้ไม่ต่างจากการส่งฝูงเครื่องบินไร้คนขับจำนวนมหาศาลเข้าโจมตีศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศโดยตรง ถือเป็นการส่งสัญญาณว่ายูเครนมีขีดความสามารถโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียได้มากกว่าที่ผ่านมา
    .
    รัสเซียขู่ตอบโต้หนักกว่าเดิม
    เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ กล่าวระหว่างการประชุมที่เมืองคาซานว่า รัสเซียจะเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้สิ่งที่มอสโกเรียกว่า "การก่อการร้ายของเคียฟ"

    เขาระบุว่า ก่อนหน้านี้ วลาดิมีร์ #ปูติน ประกาศไว้อยู่แล้วว่ารัสเซียจะโจมตีเป็นระลอกต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพทางทหารของยูเครนโดยตรง
    .
    นักวิเคราะห์มองว่าคำประกาศดังกล่าวอาจหมายถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อน โดรนพลีชีพ และอาวุธพิสัยไกลต่อเมืองสำคัญของยูเครนในช่วงหลายวันข้างหน้า
    .
    ตลอดปีที่ผ่านมา ยูเครนเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการสู้รบบนแนวหน้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย
    .
    เหตุผลสำคัญคือ #รายได้จากน้ำมันและก๊าซ ยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจรัสเซีย และเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร
    .
    การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันจึงเปรียบเสมือนการตัดท่อน้ำเลี้ยงเครื่องจักรสงครามของมอสโก
    .
    ด้าน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวสมเหตุสมผล ในการตอบโต้ต่อการโจมตีของรัสเซียที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในกรุงเคียฟ
    .
    ผู้นำยูเครนยืนยันว่ากองทัพของตนมุ่งเป้าไปยังสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนสงครามของรัสเซีย ไม่ใช่พลเรือน พร้อมย้ำว่าการโจมตีระยะไกลของยูเครนมีความแม่นยำมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    .
    ช่องโหว่ใหม่ของระบบป้องกันรัสเซีย
    รายงานจาก Institute for the Study of War หรือ ISW ระบุว่า การที่โดรนยูเครนสามารถเจาะเข้าสู่พื้นที่ซึ่งมีระบบป้องกันหนาแน่นอย่างมอสโกและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กได้บ่อยครั้งขึ้น สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย
    .
    นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้รัสเซียยังคงมีศักยภาพทางทหารเหนือกว่า แต่สงครามโดรนกำลังเปลี่ยนรูปแบบการสู้รบอย่างมีนัยสำคัญ เพราะอาวุธราคาถูกสามารถสร้างความเสียหายต่อเป้าหมายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้
    .
    ทรัมป์ส่งสัญญาณช่วยเหลือยูเครนเพิ่ม
    ในอีกด้านหนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าได้หารือกับทั้งเซเลนสกีและปูตินในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าจะพยายามสนับสนุนกระบวนการยุติสงคราม
    .
    ทรัมป์ระบุว่าทั้งสองฝ่ายสูญเสียกำลังพลจำนวนมาก และถึงเวลาที่ต้องหาทางออกผ่านการเจรจาทางการทูต
    .
    ล่าสุด #หน่วยข่าวกรองและกองทัพหลายประเทศในยุโรป จับตาการตอบโต้ของรัสเซียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคำขู่ของมอสโกมักตามมาด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายขนาดใหญ่ภายในยูเครน
    .
    ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเตือนว่า การโจมตีมอสโกครั้งล่าสุดอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามปีที่ 4 เพราะแสดงให้เห็นว่ายูเครนสามารถสร้างแรงกดดันต่อใจกลางอำนาจของรัสเซียได้โดยตรง ขณะที่รัสเซียเองก็มีแนวโน้มตอบโต้ด้วยกำลังที่รุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความหวังในการยุติสงครามในระยะสั้นยังคงห่างไกล
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1D8qdmVqVo/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หนุ่มสาวมะกัน “เลิกอาย” อยู่บ้านพ่อแม่ “รุ่งกว่า”

    แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เศรษฐกิจเป็นเหตุ หนุ่มสาวอเมริกันเริ่มเปลี่ยนค่านิยม ย้ายกลับบ้านพ่อแม่มากขึ้น บอกตัวเอง “ไม่ใช่เรื่องน่าอาย” แต่เป็นการวางแผนการเงินที่ชาญฉลาด

    เว็บไซต์ Realtor.com รายงานเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2026 โดยอ้างผลสำรวจของบริษัท SpareFoot ซึ่งสอบถามคนรุ่น Gen Z และมิลเลนเนียลจำนวน 981 คน พบว่า 58 เปอร์เซ็นต์เคยย้ายกลับไปอยู่กับครอบครัวหลังออกจากบ้าน และ 15 เปอร์เซ็นต์เคยย้ายกลับมากกว่าหนึ่งครั้ง

    75 เปอร์เซ็นต์ของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามมองว่าการอยู่กับครอบครัวหรือแชร์ที่พักกับผู้อื่น เป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ดี และ 26 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าตั้งใจย้ายกลับบ้านเพื่อเก็บเงินโดยเฉพาะ

    ผลสำรวจยังพบว่า 63 เปอร์เซ็นต์ไม่รู้สึกอับอายกับการอยู่บ้านพ่อแม่อีกต่อไป โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ยังไม่สามารถแยกตัวไปอยู่ตามลำพังได้คือค่าที่อยู่อาศัยที่สูงเกินเอื้อม รายได้ไม่เพียงพอ การผ่อนชำระหนี้การศึกษา และความยากลำบากในการเก็บเงินดาวน์บ้าน

    ข้อมูลของสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันชาวอเมริกันอายุ 18-34 ปี ราว 33 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่กับพ่อแม่ โดยรัฐที่มีสัดส่วนสูงที่สุด ได้แก่ นิวเจอร์ซีย์ 44.1 เปอร์เซ็นต์, คอนเนตทิกัต 41.3 เปอร์เซ็นต์ และแคลิฟอร์เนีย 39.1 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงทั่วประเทศ.

    #สยามทาวน์ #คนไทยในต่างแดน #คนไทยในอเมริกา #คนไทยแอลเอ #ค่าครองชีพ #คนรุ่นใหม่ #ซื้อบ้าน #แคลิฟอร์เนีย #อสังหาริมทรัพย์ #เศรษฐกิจสหรัฐ

    https://www.facebook.com/share/p/1DwWfbij2D/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บริษัท #ASML Holding NV ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ผลิตชิปของเนเธอร์แลนด์ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดจากสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยในการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ โฮเวิร์ด ลุตนิค ได้แสดงความกังวลต่อผู้นำระดับสูงของ ASML ว่า #เครื่องมือผลิตชิประดับสูงสุด รุ่นหนึ่งของบริษัทอาจเล็ดลอดเข้าไปใน "#จีน" แล้ว ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อจำกัดการส่งออกที่สหรัฐฯ กำหนดขึ้น

    ในการประชุม ลุตนิค ได้แสดงความกังวลต่อผู้บริหารของ ASML เกี่ยวกับเครื่องมือการพิมพ์ด้วยแสงอัลตราไวโอเลตแบบเข้มข้น หรือ EUV ของบริษัท ซึ่งระบบ EUV นี้ถูกใช้โดยบริษัทต่างๆ เช่น Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. ในการผลิตโปรเซสเซอร์สำหรับบริษัทต่างๆ เช่น Nvidia Corp. และ Apple Inc.

    ASML ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ส่งระบบเหล่านี้ไปยังจีน เนื่องจากข้อจำกัดที่กำหนดขึ้นในสมัยรัฐบาล ทรัมป์ เทอมแรก

    ASML ได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของลุตนิค โดยอธิบายว่าเครื่องมือดังกล่าวซึ่งมีขนาดพอๆ กับรถโรงเรียน ถูกผลิตในจำนวนจำกัด และจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องจากพนักงานของ ASML นั้น ไม่มีอยู่ในประเทศจีนแน่นอน ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ

    ด้านโฆษกของ ASML ระบุว่า บริษัทพูดคุยกับรัฐบาลทุกประเทศ และไม่เคยส่งเครื่อง EUV ไปยังประเทศจีนเลย

    ยังไม่ชัดเจนว่า ฝ่ายบริหารของ ทรัมป์ ต้องการอะไรจาก ASML ซึ่งขณะนี้กำลังพยายามพิสูจน์ว่าไม่มีเครื่อง EUV อยู่ในจีน และให้ข้อมูลที่จะช่วยยุติประเด็นเรื่องเครื่อง EUV ในประเทศจีนได้

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ไม่ได้ตอบคำถามหลายข้อเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงประเด็นที่ว่าทางหน่วยงานมีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่ามีเครื่อง EUV อยู่ในจีน

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในรัฐบาล ทรัมป์ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า พวกเขามีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ASML ไม่ได้กระทำการด้วยความสุจริตใจ เช่น การส่งออกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือ EUV ไปยังประเทศจีน ซึ่ง ASML ยืนกรานปฏิเสธกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เหล่านี้ยังปฏิเสธคำขอหลายครั้งจากบลูมเบิร์กที่ขอดูหลักฐานการจัดส่ง โดยอ้างถึงความละเอียดอ่อนของข้อมูลและแหล่งที่มา พวกเขายังปฏิเสธที่จะบอกว่าพวกเขาได้เห็นหลักฐานของระบบ EUV ในจีนจริงๆ หรือไม่

    ความกังวลอย่างต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐมนตรี ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกเจ้าหน้าที่อเมริกันกล่าวหาว่ากิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ หาก ASML ยังไม่สามารถคลายความกังวลของวอชิงตันได้ สถานการณ์นี้อาจเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

    เอกสารที่บลูมเบิร์กตรวจสอบระบุว่า ปัจจุบันมีเครื่อง EUV จำนวน 314 เครื่องที่ใช้งานอยู่ทั่วโลก โดย 26 เครื่องได้ถูกปลดระวางแล้ว และไม่มีเครื่องใดอยู่ในประเทศจีนเลย เอกสารดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า ASML สามารถตรวจจับ "การหยุดชะงัก การทำงานผิดปกติ หรือการสูญเสียการเชื่อมต่อ" ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ EUV ของบริษัทได้โดยอัตโนมัติ และลูกค้า "ไม่สามารถถอด ขนส่ง และย้ายระบบ EUV ได้หากปราศจากการมีส่วนร่วมของ ASML เนื่องจากขั้นตอนการจัดการเฉพาะทาง"

    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า พวกเขามีหลักฐานว่า ASML ได้ส่งอุปกรณ์พิเศษที่ใช้ในการขนส่งเครื่อง EUV ไปยังประเทศจีน รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่อาจใช้ในระบบ EUV ด้วย แต่หลักฐานการส่งออกเหล่านั้นมีความละเอียดอ่อนเกินกว่าจะเปิดเผยได้

    โฆษกของบริษัทปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ โดยกล่าวว่า “ASML ไม่เคยส่งเครื่อง EUV ไปยังจีน และเราก็ไม่เคยส่งส่วนประกอบ โมดูล หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในเครื่อง EUV ไปยังประเทศจีนเช่นกัน”

    การที่จีนขาดเครื่องมือ EUV อาจเป็นข้อจำกัดที่ยากที่สุดเพียงอย่างเดียวที่บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ จำกัด ผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำและคู่แข่งสำคัญของ Nvidia ในประเทศจีนต้องเผชิญ เมื่อไม่นานมานี้ หัวหน้าฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ของหัวเว่ยเพิ่งออกมาแถลงต่อสาธารณชนเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักถึงนวัตกรรมของบริษัทในการผลิตชิปโดยไม่ต้องใช้เครื่อง EUV ของ ASML

    หากระบบ EUV เข้าไปถึงประเทศจีนได้จริง นั่นจะเป็นหนึ่งในการละเมิดมาตรการควบคุมที่นำโดยสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการเข้าถึง AI ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อกองทัพของปักกิ่ง ซึ่งเป็นการละเมิดที่ร้ายแรงที่สุด

    บลูมเบิร์กได้สอบถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ทรัมป์ ว่า หากพวกเขามีหลักฐานที่บ่งชี้ว่านี่เป็นกรณีดังกล่าว ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ จึงไม่ดำเนินนโยบายที่เข้มงวดกว่านี้ หรือใช้บทลงโทษใดๆ แต่พวกเขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

    ที่มา: บลูมเบิร์ก

    https://www.facebook.com/share/1KiYh7MMcS/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ป้ากลับมาแล้ว(หลังจากหายไปเกือบเดือนอ้างป่วย) กลับมาพร้อมกับคำเตือนซึ่งเตือนครั้งที่ล้านแปด.. นาบีอุลลินาหัวเรือแบงก์ชาติรัสเซียเตือน! เงินเฟ้อจ่อพุ่งแรง เซ่นพิษวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน-งบประมาณรัฐบาลบานปลายจากสงคราม ส่งสัญญาณปิดฉากยุคดอกเบี้ยขาลง

    เอลวิรา นาบีอุลลินา (Elvira Nabiullina) ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจของรัสเซียในอนาคตอันใกล้นี้ "เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" โดยมีปัจจัยเร่งสำคัญมาจากวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง และการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐที่บานปลายเกินกว่าแผนที่วางไว้

    ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซียระบุในงานแถลงข่าวว่า ความเสี่ยงด้านงบประมาณขาดดุลนั้น "เริ่มส่งผลกระทบแล้ว" และยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับขนาดของผลกระทบที่จะตามมา ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสงครามเพิ่มขึ้นอีกถึง 4-5 ล้านล้านรูเบิล ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่เคยบันทึกไว้ในกฎหมายงบประมาณฉบับเดิมอย่างมาก

    นอกเหนือจากปัญหางบประมาณแล้ว ปัญหาราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นยังเป็นอีกหนึ่งตัวจุดชนวนเงินเฟ้อที่น่ากังวล โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติรัสเซีย (Rosstat) เผยว่า ราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกในรัสเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1% ต่อสัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว และนับตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นไปแล้วถึง 6.6% ซึ่งถือเป็นอัตราที่เร็วกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 2 เท่า ท่ามกลางรายงานข่าวว่ามีภูมิภาคในรัสเซียมากกว่า 50 แห่งที่กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมันเบนซิน
    "อัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนนี้จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ว่ารัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการที่จำเป็น แต่การฟื้นฟูอุปทานน้ำมันให้กลับมาสู่ภาวะปกติอาจต้องใช้เวลา" นาบีอุลลินากล่าว พร้อมเสริมว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเบนซินส่งผลกระทบอย่างอ่อนไหวต่อความคาดหวังด้านเงินเฟ้อ ของทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ

    จากปัจจัยลบดังกล่าว ธนาคารกลางรัสเซียจึงตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพียง 0.25% (25 bps) มาอยู่ที่ระดับ 14.25% ต่อปี ซึ่งถือเป็นการปรับลดในอัตราที่น้อยที่สุดในรอบ 9 การประชุมที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์มองว่านี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า "วัฏจักรการลดดอกเบี้ยของรัสเซียอาจสิ้นสุดลงแล้ว"
    โซเฟีย โดเนตส์ (Sofya Donets) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก T-Investments คาดการณ์ว่า หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของรัสเซียจะยังคงยืนเหนือระดับ 13% ไปจนถึงสิ้นปี หรืออาจแตะ 13.5% ในฉากทัศน์ที่ย่ำแย่ ขณะที่เอลวิรา นาบีอุลลินา ยอมรับว่า แผนการปรับลดดอกเบี้ยกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 7.5% - 8.5% ภายในปี 2028 อาจต้องถูกเลื่อนออกไป
    ในขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์อย่าง คิริลล์ โรดิโอนอฟ (Kirill Rodionov) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความเสี่ยงจากการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งทำให้การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางยากลำบากยิ่งขึ้น เนื่องจากธนาคารกลางไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเสี่ยงทางการคลังได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันและ "คำขอจากฝ่ายบริหารระดับสูง" ในการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ต้องการให้สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจเช่นกัน

    https://ru.themoscowtimes.com/2026/...a-ivzrivnogo-rosta-rashodov-byudzheta-a198737

    https://www.facebook.com/share/p/1AQaqMZySA/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำไม “เอกนิติ” สั่งรื้อแผนลงทุน Data Centers?

    เพราะมีปัญหาเรื่องใช้พลังงานและน้ำอย่างหนัก อีกทั้งยังมีปัญหาปล่อยความร้อนสูงและก่อปัญหามลภาวะ อีกทั้งยังไม่ได้จ้างงานคนไทยมากอยากที่กล่าวอ้าง!

    ทั่วโลกกำลังทบทวนเรื่องนี้ ไทยช้าไม่ได้!

    Suthichai Live 18.00 น.

    https://www.facebook.com/share/1EaBrw7kdj/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กุ้งก้ามแดง โผล่กว๊านพะเยา จำนวนมาก ทำกุ้งฝอยหายเกือบเกลี้ยง อ.เจษฎ์ เตือน เอเลี่ยนสปีชีส์น้อง ๆ ปลาหมอคางดำ หากพบหรือจับได้ ควรนำมาประกอบอาหารกินหรือกำจัดทันที


    https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10291206
    https://www.facebook.com/share/18nMjF78id/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แผนอพยพศูนย์ข้อมูลลงใต้ทะเล ทางรอดหรือระเบิดเวลาลูกใหม่ของสิ่งแวดล้อมกันแน่
    .
    | Sustainability | เอไอช่วยให้เราสามารถทำงานที่เคยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันให้เสร็จได้ในเวลาแค่อึดใจ หรือเล่นสนุกด้วยการสร้างภาพตลกขบขันด้วยเอไอได้ในเวลาไม่กี่วินาที แต่เบื้องหลังของเอไอคือ ศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานและทรัพยากรมหาศาล บริโภคน้ำจืดจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก
    .
    Mordor Intelligence ระบุว่า ศูนย์ข้อมูลเอไอใช้น้ำไปแล้วเกือบ 1 ล้านล้านลิตร หรือประมาณ 264 พันล้านแกลลอนในปี 2025 เพียงปีเดียว ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำที่คนอเมริกัน 1.8 ล้านคนใช้ตลอดทั้งปี และเรื่องนี้กำลังกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างชุมชนหลายแห่งกับบริษัทเทคโนโลยี
    .
    แนวคิดที่จะสร้างศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ (underwater data centers) จึงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยอาศัยน้ำทะเลเพื่อระบายความร้อน ลดการใช้พลังงาน และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
    .
    แนวคิดเรื่องการย้ายศูนย์ข้อมูลลงไปแช่น้ำเพื่อระบายความร้อนไม่ได้เริ่มขึ้นในห้องประชุมของบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่เริ่มจากแนวคิดเล็กๆ ในงานระดมสมองของไมโครซอฟท์เมื่อปี 2014 โดยวิศวกรชื่อ ‘ฌอน เจมส์’ อดีตทหารเรือของกองทัพสหรัฐฯ เสนอความเห็นว่า หากต้องการระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็น่าจะลองยกศูนย์ข้อมูลไปไว้ในมหาสมุทรเสียเลย
    .
    แม้ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำจะช่วยลดการใช้น้ำจืดและไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็มีความท้าทายหลายประการ เช่น การบำรุงรักษาที่ยากลำบาก (ต้องใช้ ROV หรือหุ่นยนต์ใต้น้ำ) ความเสี่ยงจากสภาพอากาศทะเลและการกัดกร่อน
    .
    อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]
    ที่มาภาพ: microsoft
    รายงานโดย: สุนิสา กาญจนกุล
    .
    #underwaterdatacenters #ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ #AI #ผลกระทบสิ่งแวดล้อม #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    แผนอพยพศูนย์ข้อมูลลงใต้ทะเล ทางรอดหรือระเบิดเวลาลูกใหม่ของสิ่งแวดล้อมกันแน่

    คลิก https://thaipublica.org/2026/06/sunisa76-underwater-data-centers/

    #underwaterdatacenters #ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ #AI #ผลกระทบสิ่งแวดล้อม #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/share/1c2yM1JJ2R/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! อิหร่านประกาศ

    "ปิดช่องแคบฮอร์มุซ"

    รอบใหม่อีกครั้ง !

    อิหร่านประกาศปิดการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้หลังอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในภูมิภาค

    อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน อิหร่านได้ส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยัง สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเตรียมเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ หลังจากก่อนหน้านี้การหารือต้องถูกเลื่อนออกไปจากเหตุปะทะในเลบานอน

    ด้าน JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้สหรัฐฯ ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่าอิหร่านได้ดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ และคาดว่าตัวเขาจะเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการเจรจาภายในไม่กี่วันข้างหน้า

    สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพที่ขัดแย้งกันของอิหร่าน ซึ่งในด้านหนึ่งกำลังเพิ่มแรงกดดันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ขณะที่อีกด้านหนึ่งยังคงเปิดช่องทางการทูตกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งในภูมิภาค

    https://www.facebook.com/share/1JdJAxk2ig/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สิงคโปร์รุกฆาต Gold Hub ไทยพลาดโอกาสทองอีกครั้ง ?
    จากข้าวถึงยาง จากน้ำมันถึงทองคำ ผู้ชนะไม่ใช่แค่คนมีของ แต่คือคนสร้างระบบ

    ข่าวการเดินหน้าของสิงคโปร์สู่การเป็นศูนย์กลางทองคำของเอเชีย อาจดูเหมือนเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่สำหรับไทย ข่าวนี้ควรถูกมองเป็น Wake Up Call เพราะในขณะที่สิงคโปร์กำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทองคำระดับโลก ไทยยังไม่มีภาพที่ชัดเจนว่าต้องการยืนอยู่ตรงไหนในอุตสาหกรรมนี้

    รายงานจาก CNA ระบุว่า ความต้องการจัดเก็บทองคำในสิงคโปร์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากนักลงทุนและสถาบันในอินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มพิจารณาสิงคโปร์เป็นสถานที่จัดเก็บทองคำสำรองมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเปลี่ยนแปลงของระเบียบเศรษฐกิจโลก

    ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) กำลังพัฒนาระบบชำระราคาและหักบัญชีสำหรับธุรกรรมทองคำนอกตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับธนาคารชั้นนำระดับโลก ขณะที่ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เตรียมเปิดบริการรับฝากทองคำสำรองสำหรับธนาคารกลางและหน่วยงานภาครัฐต่างประเทศ รวมถึงปรับกฎเกณฑ์เพื่อดึงดูดเงินทุนจากกองทุนและ Family Office ทั่วโลกเข้าสู่ระบบทองคำของประเทศ

    เมื่อมองภาพรวม สิ่งที่สิงคโปร์กำลังทำไม่ใช่ธุรกิจทองคำ แต่คือการสร้าง "ระบบทองคำ" ระบบที่เชื่อมการเก็บรักษา การส่งมอบ การชำระราคา การซื้อขายระหว่างสถาบัน การบริหารสภาพคล่อง และตลาดการเงินเข้าไว้ด้วยกัน

    นี่คือจุดที่ไทยต้องหันกลับมามองตัวเอง เพราะประเทศไทยมีต้นทุนที่แข็งแรงอยู่แล้ว เรามีเยาวราช หนึ่งในศูนย์กลางค้าทองคำที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเชีย มีเครือข่ายร้านทองทั่วประเทศ มีวัฒนธรรมการออมทองที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน มีการนำเข้า ส่งออก และซื้อขายทองคำในระดับสูง รวมถึงมีผู้ประกอบการที่อยู่กับอุตสาหกรรมนี้มายาวนาน

    แต่สิ่งที่ไทยมี คือ "ตลาด" ขณะที่สิ่งที่สิงคโปร์กำลังสร้าง คือ "ระบบ"

    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไทยสร้างความแข็งแกร่งในฐานะตลาดทองคำ ส่วนสิงคโปร์กำลังสร้างความแข็งแกร่งในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทองคำ ไทยมีผู้ซื้อและผู้ขาย แต่สิงคโปร์กำลังดึงธุรกรรมของผู้เล่นทั่วโลกให้ไหลผ่านประเทศของตัวเอง ไทยมีทองคำอยู่ในมือประชาชน แต่สิงคโปร์กำลังเชื่อมทองคำเข้ากับระบบการเงินระหว่างประเทศ ไทยมีวัฒนธรรมการถือครองทอง แต่สิงคโปร์กำลังสร้างอุตสาหกรรมการเงินบนฐานของทองคำ

    นี่คือความแตกต่างระหว่าง "ตลาดทองคำ" กับ "Gold Hub"

    และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเผชิญสถานการณ์ลักษณะนี้

    ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลกมานานหลายสิบปี แต่ศูนย์กลางการซื้อขาย การบริหารความเสี่ยง และกลไกราคาอ้างอิงระดับโลกกลับอยู่ที่สิงคโปร์ ไทยผลิต คนอื่นสร้างตลาด ไทยขายวัตถุดิบ คนอื่นสร้างระบบ

    ภาพเดียวกันเกิดขึ้นกับข้าว ไทยเคยเป็นมหาอำนาจส่งออกข้าวของโลก แต่เวียดนามใช้เวลาหลายปีพัฒนาพันธุ์ข้าว โลจิสติกส์ มาตรฐาน และห่วงโซ่อุปทาน จนขยับขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่สูสีในตลาดโลก การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ใครปลูกได้มากกว่าอีกต่อไป แต่อยู่ที่ใครสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า

    ภาคท่องเที่ยวก็ไม่ต่างกัน ไทยมีนักท่องเที่ยวมากกว่า แต่สิงคโปร์สร้างตัวเองเป็นศูนย์กลางการเงิน ศูนย์กลางการประชุม ศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ และศูนย์กลางความมั่งคั่งของภูมิภาค ไทยชนะในเรื่องปริมาณ แต่สิงคโปร์ชนะในเรื่องมูลค่า

    บทเรียนเดิมกำลังกลับมาอีกครั้งในอุตสาหกรรมทองคำ

    ขณะที่ไทยยังแข็งแรงในฐานะตลาดซื้อขายทองคำ สิงคโปร์กำลังขยับขึ้นไปสู่การเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทองคำ ตั้งแต่ระบบรับฝาก การชำระราคา การซื้อขายระหว่างธนาคาร การบริหารสภาพคล่อง ไปจนถึงการเป็นสถานที่จัดเก็บทองคำสำรองของธนาคารกลาง

    นี่คือการแข่งขันคนละระดับ ไทยแข่งขันในตลาดทองคำ ขณะที่สิงคโปร์กำลังแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลางของระบบทองคำ

    ในวันที่ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งสะสมทองคำ ในวันที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ผลักให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ และในวันที่เงินทุนโลกกำลังมองหาศูนย์กลางใหม่สำหรับการจัดเก็บและซื้อขายทองคำ สิงคโปร์เลือกเดินเกมรุก ส่วนไทยยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

    ข่าวนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องความสำเร็จของสิงคโปร์ แต่เป็นสัญญาณเตือนของไทย เพราะหากประเทศยังไม่สามารถเปลี่ยนจุดแข็งที่มีอยู่ให้กลายเป็นระบบที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ Gold Hub อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งโอกาสที่ไทยเคยมี และปล่อยให้ประเทศอื่นนำไปต่อยอดจนกลายเป็นความได้เปรียบทางเศรษฐกิจในระยะยาวอีกครั้ง

    #GoldHub #ทองคำ #Singapore #CentralBank #ธนาคารกลาง #SGX #MAS #เศรษฐกิจไทย #FundFlow #MoneyFlow #BusinessTomorrow
    https://www.facebook.com/share/p/1BDhmMuvQh/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เพิ่งจะดีใจได้ไม่ถึง 48 ชั่วโมง มหากาพย์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาครุกรุ่นอีกรอบ

    โดยทางอิหร่านประกาศ "ปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบสองแบบฉับพลัน" ด้วยความโกรธแค้นที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าทิ้งระเบิดใส่เลบานอนอย่างหนัก ส่งผลให้สถานการณ์พลิกกลับมาตึงเครียดขั้นสุดทันที

    โดยกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของรัฐ สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งทันที หลังจากที่เพิ่งปล่อยให้เรือแทงเกอร์แล่นผ่านไปได้เพียงวันเดียว

    อิหร่านประณามว่าสหรัฐฯ "ไร้ความจริงใจ" และ "ละเมิดข้อตกลงอย่างชัดเจน" เนื่องจากไม่สามารถควบคุมพันธมิตรอย่างอิสราเอลให้หยุดยิงในเลบานอนได้ พร้อมขู่ว่า "หากการรุกรานยังไม่หยุด เรามีแผนการตอบโต้ในขั้นต่อไปเตรียมไว้แล้ว"

    หลังจากประกาศปิดช่องแคบไม่กี่นาที อิหร่านก็กลับลำส่งคณะผู้แทนเจรจาบินด่วนสู่เมืองบือร์เกินชต็อก (Bürgenstock) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทันที (หลังจากที่เลื่อนมาจากวันศุกร์) โดยการเจรจาทางเทคนิคที่มีปากีสถานและกาตาร์เป็นตัวกลางจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์นี้

    นาย Esmail Baghaei โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ส่งสัญญาณผ่านสื่อชัดเจนว่า การไปสวิสฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่ไปเพื่อประนีประนอม แต่ไปเพื่อ "ทวงถาม" ให้สหรัฐฯ ทำตามสัญญา และย้ำว่า "ถ้าเงื่อนไขหลัก (การหยุดยิงและถอนทหารอิสราเอล) ไม่ได้รับการปฏิบัติ ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MOU) ทั้งหมดนี้จะถือเป็นโมฆะ"

    กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนประกาศตัวเลขว่า ยอดผู้เสียชีวิตรวมในสงครามรอบนี้ทะลุ 4,000 รายไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ ปธน. เนแทนยาฮู ของอิสราเอล ยังคงย้ำคำเดิมว่าจะไม่ถอนทหารจนกว่าภัยคุกคามจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะหมดไป

    Mr.Messenger รายงาน

    https://www.facebook.com/share/17e7Ynked1/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,124
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อัปเดต!! JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คาดว่าจะเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ในวันเสาร์นี้ เพื่อเข้าร่วมการเจรจากับอิหร่านในวันพรุ่งนี้

    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า MB Ghalibaf ประธานรัฐสภาอิหร่าน ก็คาดว่าจะเข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

    https://www.facebook.com/share/1CdFhMisdW/
     

แชร์หน้านี้

Loading...