><กระทู้ใหม่(4) วัตถุมงคลดีพิธีใหญ่สภาพสวย หลากหลายสายราคาเบา (สรุปรายการ น.1) ><

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์ปิยธโร, 5 มกราคม 2017.

  1. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5013.ของดีมหาพิธีฤกษ์ 9 เสาร์ 9 อังคาร สวยกริ๊บกล่องเดิมๆ
    เหรียญหลวงปู่มั่น หลังหลวงปู่คง วัดเกาะศาลพระ ลป.โต๊ะ,ลพ.กัสสปะ,ลพ.เต๋,ลพ.เงิน ร่วมประจุพลัง

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เหรียญมั่นคง วัดเกาะศาลพระ.JPG

    vm7usa-jpg-jpg.jpg
    6890936-1601c-jpg.jpg
    6890936-37fd9-jpg.jpg
    เหรียญหลวงปู่มั่น หลังหลวงปู่คง จังหวัดราชบุรี พิมพ์กลม เนื้อทองแดงรมน้ำตาล ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นที่ระลึกในการส้รางพระอุโสถ

    พิธีพุทธาภิเษก
    - ฤกษ์ 9 เสาร์ 9 อังคาร เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2518 ณ วัดเกาะศาลพระ โดยพระอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงดังนี้

    1.หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม
    2.หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม นครปฐม
    3.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ
    4.หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี
    5.หลวงพ่อแดง วัดยางเกาะเทพศักดิ์ สมุทรสงคราม
    6.หลวงพ่อคลี่ วัประชาโฆษิตาราม สมุทรสงคราม
    7.หลวงปู่บุญ วัดวังมะนาว ราชบุรี
    8.หลวงพ่อเชย วัดเกาะลอย ราชบุรี
    9.พระครูวชิรกิจโสภณ วัดเขาตะเครา เพชรบุรี
    10.พระราชมุนี (หลวงปู่โฮม) วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ
    11.หลวงปู่เย่อ วัดอาษาสงคราม สมุทรปราการ
    12.พระปัญญาพิศาลเถร(พระอาจารย์สงวน) วัดราชประดิษฐ์ กรุงเทพฯ
    13.พระครูวิชาญชัยคุณ(หลวงพ่อใหญ่) วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท
    14.พระสมุห์รักษ์ (หลวงพ่อรักษ์) วัดศรีรัตนาราม จ.ลพบุรี
    15.พระกัสสปะมุนี (หลวงพ่อกัสสปะ) วัดปิปผลิวนาราม จ.ระยอง
    16. พระครูสุนทรธรรมกิจ วัดแก้วเจริญ จ.สมุทรสงคราม
    17.พระครูภาวนานิเทศน์ วัดเขาวัง จ.ราชบุรี
    18.พระครูเขมานันทมุนี วัดสัตตนารถปริวัตร จ.ราชบุรี
    19.พระครูโสภณศิริคุณ วัดเพลง จ.ราชบุรี


    สภาพสวยกล่องเดิมๆเก่าเก็บ พุทธคุณครอบครบ จากวาระการปลุกเสกสุดยอดสุด แบ่งให้บูชา 250 บาท(พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  2. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5014.ยอดผงวิเศษมหาพิธี เสกในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ 15วัน15คืน
    พระผงปิดตารุ่นแรก พ่อท่านกลั่น วัดเขาอ้อ สร้างน้อย

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    พระปิดตา เขาอ้อ ใหม่ๆ.JPG

    1766331706.jpg
    1766331707.jpg
    1766331708.jpg

    พระผงปิดตา รุ่นแรก พ่อท่านกลั่น วัดเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง เนื้อผงแร่เขี้ยวหนุมาน ผสมผงวิเศษที่อาถรรพ์ และศักดิ์สิทธิ์สารพัดทั่วพื้นภาคใต้ ดำนเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530

    จำนวนการสร้าง 1,999 องค์


    วัตถุมงคลจัดสร้าง
    - พระบูชา อ.ทองเฒ่า
    - แหวน อ.ทองเฒ่า
    - กลีบบัวรุปเหมือนอ.ทองเฒ่า(เนื้อผง)
    - รูปเหมือนลอยองค์เล็กจุดเทียนชัย
    - พระปิดปิดตาเนื้อผงแร่เขี้ยวหนุมาน สร้าง 1,999 องค์
    - พระปิดตามหายันต์(มหาอุด) สร้าง 999 องค์
    - พระปิดตามหาลาภ สร้าง 999 องค์



    พิธีพุทธาภิเษก
    = > ประกอบพิธีครั้งยิ่งใหญ่ใน วันเสาร์ 5 ถึง2ครั้ง ณ วัดเขาอ้อ ในวันเสาร์ 5 ค่ำ เดือน 8 ตรงกับวันที่ 18 มิภุนายน 2531 เวลาดี 9:9 นาที เป็นพธีครั้งประวัติศาสตร์ของสำนักเขาอ้ออันยิ่งใหญ่เป็นพระของเขาอ้ออีกรุ่นหนึ่ง สร้างตามตำรับเขาอ้ออันเกรียงไกร โดยพระคณาจารย์เรืองวิทยาคมสายเขาอ้อ อาทิเช่น
    - หลวงพ่อกลั่น วัดเขาอ้อ (จุดเทียนบูชาครู,จุดเทียนน้ำมนต์)
    - หลวงพ่อแก้ว วัดโคกโดน (ประธานนั่งปรกปลุกเสกบนธรรมาสน์)
    - พระครูกาชาด วัดดอนศาลา (จุดเทียนชัย,จุดเทียนอันเชิญดวงวิญญาณพระปรามาจารย์เขาอ้อทุกองค์)
    - พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา
    - หลวงพ่อคล้อย วัดภูเขาทอง
    - หลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวน
    - หลวงพ่อพรหม วัดบ้านสวน
    - หลวงพ่อเทพ วัดประดู่เรียง
    - หลวงพ่อชวน วัดโคกเนียน
    - พระอาจารย์จรูญ วัดโคกเนียน
    - หลวงพ่อเอียด วัดโคกแย้ม
    - พระอาจารย์เงิน วัดโพรงงู

    ฝ่ายฆาราวาส เช่น

    - อาจารย์แจ้ง เพชรรัตน์ (ร่ายโองการบูชาครู,ดับเทียนชัย)
    - อาจารย์ประจวบ คงเหลือ (ผู้ช่วย)


    สิ่งที่สำคัญยิ่งคือคณาจารย์ผู้มีราชทินนาม พระครู 4 กา 4 ท่านนั่งปลุกเศก 4 ทิศ(ตามตำนานประวัติพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช ท้าวจัตุโลกบาลทั้ง 4 แปลงร่างเป็น อีกา 4 สี รักษาพระบรมธาตุ 4 ทิศ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของ กา 4 ตัวนี้เองพระบรมธาตุ จึงปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์เช่น สงครามมานับพันปีจึงเป็นเหตุให้จะต้องตั้งสมณศักดิ์พระครู 4 รูปเป็นสมมุติ กา 4 ตัว 4 สี เพื่อรักษาพระบรมธาตุ)
    1. พระครูกาเดิม วัดตะเขียนบางแก้ว นั่งปรกด้านทิศเหนือ (พระครูกาเดิม หมายถึง กา สีดำ)
    2. พระครูการาม วัดชายคลอง นั่งปรกด้านทิศใต้ (พระครูการาม หมายถึง กา สีเหลือง)
    3. พระครูกาชาด วัดดอนศาลา นั่งปรกด้านทิศตะวันออก (พระครูชาด หมายถึง กา สีแดง)
    4 พระครูกาแก้ว วัดอินทราวาส นั่งปรกด้านทิศตะวันตก (พระครูกาแก้ว หมายถึง กา สีขาว)


    พิธีอธิษฐานจิตแบบบินเดี่ยว
    - เมื่อวันเสาร์ 5 ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2531 พ่อท่านกลั่น วัดเขาอ้อ ปลุเสก ภายในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เขาอ้อ เป็นระยะเวลา 15วัน 15คืน



    ---------------------------------------------

    พ่อท่านกลั่น วัดเขาอ้อ
    ท่านเป็นชาวนครที่มาบวชเรียนและก็มาศึกษากรรมฐาน มีสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐานทั้งพระเวทวิทยาคมต่างๆที่วัดเขาอ้อในยุคต้นๆ

    ท่านได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์อยู่กับพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน อยุ่นานหลายปี ภายหลังได้ร่ำเรียนตำราวิชาเขาอ้อกับหลวงพ่อคง วัดบ้านสวน หลวงพ่อปาน วัดเขาอ้อ และเรียนตำรับเขาอ้อ แบบครูพักลักจำกับพระอาจารย์อาวุโสสายเขาอ้ออีกหลายองค์ อาทิ พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา และหลวงพ่อเล็ก วัดประดู่เรียง จนมีความเชี่ยวชาญแตกฉานด้านวิทยาคมแห่งสำนักวัดเขาอ้อยิ่ง

    ท่านเป็นพระนักพัฒนา ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ ที่ไม่ให้มีกรรมการวัดเลย และจะไม่ให้กรรมการวัดมาเกี่ยวข้องกับการสร้างวัตถุมงคลใดๆทั้งสิ้น

    ท่านสร้างวัตถุมงคลแต่ละครั้งแต่ละคราวมีเจตนาดี และสิ่งที่ท่านทำไปนั้น ทำให้วัดเขาอ้อ พัฒนาแบบรวดเร็วเลยครับ เพราะเงินที่ได้จากการทำบุญจากผู้ที่มีจิตศรัทธาเป็นจำนวนมาก ท่านนำมาพัฒนาวัดหมด เพื่อส่วนรวม

    ถือว่าในการสร้างวัตถุมงคลของท่านในยุคแรกๆนั้นล้วนแล้วแต่เจตนสดีทั้งสิ้น และมาถึงยุคที่รุ่งเรืองคือยุคปี44-45 ยุคนั่นแรงมาก วัตถุมงที่ท่านสร้างมา ต่างเป็นที่นิยมและยอมรับจากต่างประเทศ หลวงพ่อกลั่น อคฺคธมฺโมนำวิชาความรู้มาสร้างตะกรุด และสีผึ้งซึ่งมีประสบการณ์เด่นชัดทางด้านเมตตามหานิยมสูงในช่วงปลายปี พ.ศ. 2530

    วัตถุมงคลของท่านปรากฎว่ามีความศักดิ์สิทธิ์สูงด้านแคล้วคลาด เมตตามหานิยม และมหาลาภค้าขายดี เป็นที่นิยมเสาะหาอย่างกว้างขวาง



    สภาพสวยเดิมๆ หายากสร้างน้อยครับ คุ้มครองป้องกันภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง แบ่งให้บูชา 399 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)



    (คุณจินดา จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤษภาคม 2026 at 11:38
  3. Karoonsur

    Karoonsur เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กรกฎาคม 2018
    โพสต์:
    425
    ค่าพลัง:
    +270
    จองครับ
     
  4. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,632
    ค่าพลัง:
    +7,881
    ขอจองครับ
     
  5. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474


    [​IMG]
     
  6. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5015.ของดีของ ท่านผู้เข้าสมาธิบัลลังก์ละสังขาร หนุนดวงคุ้มภัยมหาลาภ
    เหรียญรูปเหมือน ท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้ง วัดโพธิ์แมน ปี2529

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เหรียญท่านโพธิ์แจ้ง หใม่ๆ.JPG

    52.jpg

    [​IMG]
    เหรียญรูปเหมือน หลังมนตราญาณทิเบต พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (ท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้ง) วัดโพธิ์แมนคุณาราม กทม. เนื้อทองแดง ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2529


    พุทธคุณ
    - ปกป้องคุ้มครองตน อานุภาพป้องกันอุปัทวอันตราย เป็นเมตตามหานิยม มหาลาภ ขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ มนต์ดำไสยศาสตร์ ช่วยให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้าไปด้วยดีเถิด อำนาจบารมีผู้คนเกรงขาม หนุนดวงหนุนวาสนา



    ------------------------------------------------

    พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง)

    อดีตเจ้าคณะใหญ่คณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทยอดีตเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส และอดีตเจ้าอาวาสผู้ก่อตั้งวัดโพธิ์เย็น (จีนนิกาย) และวัดโพธิ์แมนคุณาราม

    มีนามเดิม ธง อึ้ง เกิดเมื่อวันที่ 16 เดือน 6 จีน ปีขาล พ.ศ.2444 จังหวัดแต้จิ๋วมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน บิดาเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ มารดาจางไทฮูหยิน เกิดในตระกูลเตีย สืบเชื้อสายขุนนาง

    ย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม เข้ารับราชการทหารอยู่ระยะหนึ่ง ขณะรับราชการอยู่เกิด เบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาสจึงตั้งปณิธาน น้อมจิตเข้าสู่พุทธธรรม

    พ.ศ.2470 ขณะนั้นอายุย่างเข้า 26 ปี เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อศึกษาหลักธรรม และสักการะปูชนียสถานต่างๆ พร้อมกับได้สืบเสาะหาพระอาจารย์ที่มีบารมีความรู้
    เมื่อพบจึงถวายตัวเป็นศิษย์ ขอบรรพชาในสำนักพระอาจารย์หล่งง้วน เป็นพระอุปัชฌาย์และบรรพชา เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2471 ที่สำนักสงฆ์ถ้ำประทุน (เช็งจุ้ยยี่) พระพุทธบาท จ.สระบุรี ท่านอาจารย์หล่งง้วน ให้ฉายาท่านว่า“โพธิ์แจ้ง”

    พ.ศ.2477 เดินทางไปประเทศจีน และอุปสมบทเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2477 ที่วัดฮุ่ยกือยี่ มณฑลกังโซว มีพระคณาจารย์กวงย้วก เป็นพระอุปัชฌาย์ศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ 2 ปี จึงเดินทางกลับประเทศไทย

    ในสมัยนั้นพระสงฆ์จีนไม่เป็นที่เลื่อมใสจากพุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวจีนมากนัก พิจารณาเหตุแห่งสภาพนั้น พร้อมทั้งตั้ง สัจจปณิธานที่จะปรับปรุงคณะสงฆ์จีนใหม่เพื่อนำความเลื่อมใสศรัทธาให้บังเกิดขึ้น

    พ.ศ.2491 เดินทางไปประเทศจีนและศึกษาในนิกายวินัยกับพระปรมัตตาจารย์เมี่ยวยิ้ว ซึ่งเป็นสังฆปริณายกรูปที่ 18 และได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆปริณายกรูปที่ 19 ของนิกาย
    สร้างวัดโพธิ์เย็น ตลาดลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และขอพระราชทานวิสุงคาม สีมากับประกอบพิธีผูกพัทธสีมาสำหรับเป็นที่ประกอบการอุปสมบทตามพระวินัยบัญญัติ นับเป็นปฐมฝ่ายจีนนิกายแห่งแรกที่ให้การอุปสมบทแก่กุลบุตร ซึ่งก่อนหน้านี้การอุปสมบทต้องเดินทางไปประเทศจีน

    ต่อมาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ โปรด แต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ฝ่ายจีนนิกายรูปแรก
    พ.ศ.2497 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มี พระบัญชาให้ท่านลงมาครองวัดมังกรกมลาวาส ซึ่งเป็นอารามใหญ่ที่สุดของฝ่ายจีนนิกาย ท่านปกครองดูแลอย่างเรียบร้อย

    ครั้นแล้วจึงมีพระบรมราชโองการโปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นที่ พระอาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่ฝ่ายสงฆ์จีนนิกาย ปกครองคณะสงฆ์จีนในประเทศไทย
    ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2493 เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น และพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2497 เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาสและ เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย พ.ศ.2513 เจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม
    ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2493 ได้รับสมณศักดิ์เป็นหลวงจีนธรรมรสจีนศาสน์ ปลัดซ้าย พ.ศ.2494 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นหลวงจีนคณาณัติจีนพรต ปลัดขวา พ.ศ.2497 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระอาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่ฝ่ายจีนนิกาย
    พ.ศ.2513 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร พุทธปริษัทจีนพิเนต วิเทศธรรมประสิทธิ์ บรมนริศรานุวัตร เจ้าคณะใหญ่ฝ่ายจีนนิกาย
    พ.ศ.2521 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร พุทธบริษัทจีนพิเนตุ วิเทศธรรมประสาท นวกิจพิลาสประยุกต์ ทำนุกจีนประชาวิสิฐ เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย
    ท่านเจ้าคุณอาจารย์ได้อุทิศตนเพื่อพระศาสนาอย่างแท้จริง เป็นเวลายาวนานกว่า 60 ปี

    ท้ายที่สุดอาพาธและถึงแก่มรณภาพเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ย. 2529

    ก่อนท่านเจ้าคุณอาจารย์จะมรณะภาพท่านได้สั่งคณะศิษย์ไว้ว่าเมื่อถึงเวลาอันสมควร ก็ให้เปิดวัชระเจดีย์และอัญเชิญสรีระของท่านออกมาเพื่อให้สานุศิษย์ทั้งหลายได้กราบไหว้บูชา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2539 เจ้าคณะใหญ่สงฆ์จีนนิกายองค์ปัจจุบัน ท่านเจ้าคุณเย็นเต็ก ได้ประกอบพิธีเปิดวัชระเจดีย์เมื่อผู้ร่วมในพิธีทุกท่านได้เห็นสรีระของท่านเจ้าคุณอาจารย์เป็นที่ อัศจรรย์อย่างยิ่ง สรีระของท่านยังคง สมบูรณ์ดี แม้เวลาจะผ่านไปนานถึงสิบปีแล้วก็ตาม แต่ก็ มีเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นอีก ร่างของท่านได้ แบ่งสีสรรเป็นสามสีอย่างชัดเจนคอและ ศีรษะเป็นสีทอง ตัวเป็นสิเงิน จากข้อศอกทั้งสองข้าง และขาทั้งสอง ข้างเป็นสีโกโก้หรือสีของ เมื่อสัมผัสยังนุ่มนิ่มเหมือนเนื้อคนธรรมดา ขณะนี้สรีระของท่านเจ้าคุณอาจารย์ ได้ประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์แมนคุณารามเพื่อให้สานุศิษย์ทั้งหลายได้กราบไหว้บูชา

    ในครั้งนี้มีเหตุการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้นจากการเชิญสรีระของท่านออกมาแล้ว เพื่อรอการปิดทองตามเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคณะใหญ่จีนนิกายองค์ปัจจุบัน ในขณะที่รอก็มีน้ำมันไหลออกมาจากสรีระของท่านทุกวัน ผ้าเหลืองที่พับไว้ให้สรีระท่านรองนั่งเปียกชุ่มโชกทุกวัน และกลุ่มผู้ดูแลและผู้รู้เรื่องทั้งหมดไม่มีใครทราบความสำคัญของกรณีนี้เลย (ในทิเบต ถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและมหาศักดิ์สิทธิ์ พระอาจารย์ผู้บรรลุธรรมถ้าให้น้ำมันออกจากสีรระร่างในลักษณะนี้ ถือว่าพระอาจารย์มอบพระธาตุไว้ให้บรรดาศิษย์เป็นที่ระลึกไว้บูชา น้อยมากที่จะมีกรณีนี้เกิดขึ้น)

    เหตุการณ์นี้ดำเนินอยู่สองปีกว่าเกือบสามปี และผู้ดูแลก็นำผ้าซึ่งเปียกชุ่มน้ำมันจากสรีระของท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้งไปเผาทิ้งหมด ด้วยความไม่รู้ จนเมื่อพระมหาวัชราจารย์โซนัมริมโปเช พระลามะผู้มีความสัมพันธ์กับท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้ง ท่านเป็นหลานของท่านนอร่าริมโปเชผู้เป็นพระอาจารย์ของท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้ง ผู้ซึ่งกลุ่มศิษย์ผู้ดูแลสรีระของท่านเจ้าคุณโพธิ์แจ้งเชิญมาและกราบท่านเป็นพระอาจารย์มาหลายปีแล้ว ท่านมาประเทศไทยประจำทุกปี แต่ครั้งนี้มีกิจทำให้ท่านมาเมืองไทยเมื่อเกิดเหตุนี้แล้วเกือบสามปี ท่านได้รู้เหตุการณ์นี้และได้บอกว่าการให้น้ำมันเช่นนี้ เป็นที่มหายินดีแก่บรรดาลูกศิษย์ของชาวพระอาจารย์ชาวทิเบต เพราะว่าพระอาจารย์ท่านได้มอบพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของท่านให้หมู่ศิษย์ไว้เป็นที่ระลึก กรณีให้น้ำมันนี้จะไม่หยุดจนกว่าหมู่ศิษย์จะรู้เรื่องและเก็บน้ำมันนี้ไว้เป็นที่ระลึก และเมื่อรู้เรื่องแล้ว การให้น้ำมันก็จะหยุดลง และทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น หลังจากที่ท่านวัชราจารย์โซนัมริมโปเช ท่านบอกกล่าวให้รู้ ในวันถัดมาน้ำมันก็ไม่ออกมาอีกเลย ผมได้เก็บน้ำมันพระธาตุนั้นไว้ และได้นำมาสร้างพระเครื่อง และบรรจุไว้ในพระบูชาที่ได้สร้างขึ้น นี่เป็นเหตุการณ์มหัศจรรย์หนึ่งในหลายเรื่องที่ได้เกิดขึ้นซึ่งได้ประสบมากันตนเอง


    ขอบพระคุณข้อมูลประวัติโดยละเอียดจาก
    - https://www.gonghoog.com/main/index.php/8-2012-11-10-06-10-43/5-2012-11-10-06-12-03




    สภาพสวยผิวเดิมๆ เก่าเก็บไม่ได้ใช้ พุทธคุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 270 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  7. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5016.ยอดมวลสารมหาพิธี พระผงสมเด็จ 2520
    หลวงพ่อวิริยังค์ วัดธรรมมงคล ลป.ดุลย,ลป.จวน,พอจ.วัน,ลป.ท่อน ร่วมอธิษฐานจิต

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เด็จเก่า ลพ.วิริยังค์.JPG
    พระสมเด็จ หลวงพ่อวิริยังค์ วัดธรรมมงคล กรุงเทพ เนื้อผงพุทธคุณ108 ผสมข้าวก้นบาตร ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ.2520

    มวลสารศักดิ์สิทธิ์
    - มวลสารสำคัญนอกเหนือจากผงพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้นับการอธิษฐานจิตจากครูบาอาจารย์แล้ว ยังมีผงที่บดจากข้าวก้นบาตรของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่ขาว อนาลโย และ หลวงปู่เทศน์ เทศรังสี รวมอยู่ด้วย


    พุทธาภิเษก
    => เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2520 เนื่องในโอกาสงานฉลองพระมหาเจดีย์และมีพิธีพุทธาภิเศกรวมกับพระบูชาพระพุทธรูปจำลอง ภปร. ถือว่าเป็นงานพิธีใหญ่พิธีหนึ่ง


    ประกอบด้วยครูบาอาจารย์ในสายกรรมฐานหลายท่านอาทิ
    - หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม เป็นประธานในพิธี
    - พระอาจารย์วัน อุตโม วัดถ้ําอภัยดํารงธรรม
    - พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก)
    - พระอาจารย์วิริยัง สิรินธโร วัดธรรมมงคล
    - หลวงปู่หลอด ปโมทิโต วัดใหม่เสนา
    - หลวงปู่ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน
    - หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน วัดป่าโสตถิผล
    เป็นต้น



    *******************************************


    ประวัติโดยย่อ หลวงพ่อวิริยังค์

    หลวงพ่อวิริยังค์ เดิมชื่อ วิริยังค์ บุญฑีย์กุล เกิดวันที่ 7 ม.ค.2463 ที่บ้านพักบริเวณสถานีรถไฟปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี (สถานีสระบุรี ในปัจจุบัน) ท่านเป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน ของท่านขุนเพ็ญภาษชนารมณ์ และนางมั่น บุญฑีย์กุล

    เนื่องด้วยท่านขุนเพ็ญภาษชนารมณ์ ผู้เป็นบิดา เข้ารับราชการเป็นนายสถานีรถไฟ จึงจำเป็นจะต้องโยกย้ายที่อยู่ไปประจำที่อื่นอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวก็ต้องย้ายติดตามไปด้วย เมื่อครั้งบิดาได้ย้ายมาประจำอยู่ ณ สถานีรถไฟบ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมานับว่าเป็นความโชคดีของครอบครัว บุณฑีย์กุล ที่ได้มาพบกับพระอาจารย์ ฝ่ายกรรมฐานรูปสำคัญ และท่านยังเป็นถึงศิษย์ของ “หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ” อีกด้วย นั้นคือ “พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ” และด้วยบิดามารดาของด.ช.วิริยังค์ เป็นผู้มีความชอบในการทำบุญ เข้าวัดฟังธรรมอยู่อย่างสม่ำเสมอ

    ด.ช.วิริยังค์ จึงมีโอกาสได้ติดตามท่านทั้งสองไปวัดบ้าง แต่ก็ด้วยวัยที่ยังเด็กเกินไป ในขณะนั้นจึงทำให้ ยังไม่มีความสนใจในการปฏิบัติสมาธิเลยหากแต่ยังคงชอบเที่ยวเล่นสนุกไปตามประสาของเด็กทั่วๆ ไป ด.ช.วิริยังค์ เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดสุปัฏนาราม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ต้องมาเรียนที่นี่เพราะ บิดาได้รับคำสั่งให้ย้าย ไปปฏิบัติราชการณ สถานีรถไฟวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และที่โรงเรียนวัดสุปัฏนารามนี่เอง ด.ช.วิริยังค์ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ทั้งกีฬา และการสมัครเป็นลูกเสือชาวบ้าน หรือแม้แต่กระทั่งเข้าโบสถ์ฟังธรรมในวันพระ แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่ได้ให้ความสนใจ ในการเข้าวัดฟังธรรมมากนัก พยายามที่จะหาวิธีหลีกเลี่ยงอยู่เป็นประจำเรียกว่า “พอหลบหนีได้ก็หลบหนีไป” กันเลยทีเดียว

    เมื่อ ด.ช.วิริยังค์ เรียนจบชั้นประถมศึกษาพอที่จะอ่านออกเขียนได้แล้ว บิดา มารดาก็ส่งให้ไปอยู่วัดกลาง (ปัจจุบันคือ วัดนารายณ์มหาราช) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อฝากเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ปลัดตา ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางในขณะนั้น ณ วัดกลางแห่งนี้ ด.ช.วิริยังค์ มีความมุมานะในการเรียนบาลีไวยากรณ์ เป็นอย่างมาก แต่ด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัด และมักจะโดนเพื่อน ๆ เด็กวัดด้วยกันกลั่นแกล้งอยู่เสมอ ๆ ทำให้ ด.ช.วิริยังค์ เคยหนีออกจากวัดมาแล้ว แต่เมื่อย้อนกลับมานึก ถึงอาจารย์ปลัดตาที่ท่านรักและให้ความเมตตามาโดยเสมอทำให้ ด.ช.วิริยังค์ กลับตัวและพยายามทำดีตั้งหน้าตั้งตาเรียนบาลีไวยากรณ์กับท่านอย่างตั้งใจ

    สมาธิครั้งแรกกับการเปลี่ยนแปลงชีวิต
    หลังจากที่เด็กชายวิริยังค์ เล่าเรียนบาลีไวยากรณ์กับท่านอาจารย์ปลัดตา ณ วัดกลาง ได้สำเร็จแล้ว บิดาก็ได้มารับกลับไปอยู่ที่บ้าน ณ บ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาเพื่อให้มาช่วยเหลืองานที่บ้าน จนในวันหนึ่งได้รับการร้องขอจาก น.ส.ขลิบ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้หญิงในหมู่บ้านเดียวกันที่ ด.ช.วิริยังค์ มีความสนิทสนมอย่างมาก ให้ช่วยเป็นเพื่อนไปวัดป่าสว่างอารมณ์ เพราะต้องไปต่อมนต์กับพระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ทุกๆ คืน เช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่เนื่องจากวันนี้เพื่อนๆ ของเธอนั้นเสร็จธุระไปก่อน จึงได้ไปที่วัดกันหมดแล้ว น.ส.ขลิบ จึงขอให้ ด.ช.วิริยังค์ ช่วยเดินไปส่งที่วัดป่าสว่างอารมณ์ด้วยความที่ ด.ช.วิริยังค์ ยังไม่คุ้นเคยกับสำนักปฏิบัติธรรมกรรมฐาน จึงทำให้ไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมเมื่อเข้าไปถึงศาลาวัด ก็เข้าไปนั่งปะปนกับผู้หญิงที่กำลังนั่งต่อมนต์กัน พระอาจารย์กงมา จึงกล่าวว่า
    “วิริยังค์ นี่เธอทำไมไปนั่งข้างผู้หญิง เธอนั่งที่นั้น ต้องกราบก้นผู้หญิงมานั่งที่นั่งของผู้ชายทางนี้”
    ด้วยความตกใจที่จะต้องเข้าไปนั่งใกล้ พระอาจารย์เป็นครั้งแรก บวกกับการที่อยากจะกลับบ้านแต่ก็ไม่กล้ากลับ เพราะกลัวผี สร้างความลำบากใจ ทั้งรำคาญและหงุดหงิดให้แก่ ด.ช.วิริยังค์ เป็นอย่างยิ่ง ด.ช.วิริยังค์ จึงมานั่งรำพึงในใจว่า “เราจะไม่มาอีกแล้วๆๆ” นานเท่าไรไม่ทราบ ก็บังเกิดเหตุอัศจรรย์ใจ ปรากฎว่าจิตของ ด.ช.วิริยังค์ รวมสงบนิ่งลง พลันปรากฎมีอีกร่างหนึ่ง เดินออกจากร่างกายเดิม ลงจากศาลาเดินไปตามลานวัด และหยุดยืนอยู่ ณ บริเวณที่ปัจจุบันเป็นสถานที่สร้างอุโบสถ ปรากฎมีลมชนิดหนึ่งพัดโชยเข้ามาสู่ใจ ทำให้เกิดความสุข อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ทันใดนั้นเอง ด.ช.วิริยังค์ ถึงกับอุทานออกมาว่า “คุณของพระพุทธศาสนายังปรากฎอยู่ถึงปัจจุบันนี้หรือ ?” จากนั้นจึงเดินกลับมายังศาลาที่นั่งอยู่ มองไปที่ร่างกายจึงนึกขึ้นว่า เราจะกลับเข้าร่างเดิมได้ยังไง ทันใดนั้นเองก็พลันรู้สึกตัวขึ้น ได้แต่นั่งรำพึงในใจว่า “อัศจรรย์ใจจริงๆ ทำไมถึงดีอย่างนี้ๆ” นับแต่นั้นเป็นต้นมา ด.ช.วิริยังค์ ก็ได้เปลี่ยนนิสัยเก่าโดยสิ้นเชิง เริ่มเข้าวัดฟังธรรม จำศีลสวดมนต์ภาวนาเรื่อยมานับแต่วันนั้น

    ตอนต่อสู้ในช่วงบวชเป็นสามเณร
    เมื่ออายุได้ 14 ปี จากที่ ด.ช.วิริยังค์ ได้รับรสพระสัจธรรมอันเกิดจากสมาธิ และการสวมมนต์ภาวนา รักษาศีล ก็ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในคุณของพระพุทธศาสนายิ่งขึ้นเพิ่มความศรัทธาในการที่จะออกบรรพชา เป็นสามเณรเป็นกำลัง หลังจากที่บิดามารดาได้อนุญาตแล้ว พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ จึงได้นำบวชเป็นชีปะขาว และนำไปบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 16 ปี ณ วัดสุทธจินดา จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พระธรรมฐิติญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2478 หลังจากบรรพชาแล้ว ส.ณ.วิริยังค์ ก็มาพักอยู่ที่วัดป่าสาลวันก่อน

    ซึ่งในขณะนั้นถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของการเผยแผ่การปฏิบัติธรรมกรรมฐาน โดยมี (พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์) พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นเจ้าอาวาส เพื่อความสะดวก ในการทำหนังสือสุทธิ จากนั้นจึงลาพระอุปัชฌาย์กลับไปวัดป่าสว่างอารมณ์ตามเดิม เมื่อย้ายกลับมาวัดป่าสาลวัน แล้ว ส.ณ.วิริยังค์ ก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างเข้มงวดเป็นอย่างมาก โดยมี พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ได้เมตตาอบรมสั่งสอนวิชากรรมฐาน ส่งผลให้การบำเพ็ญความเพียร ของสามเณรวิริยังค์ ได้พัฒนาขึ้นไปตามลำดับอย่างน่าพอใจ นับเป็นความโชคดีอีกครั้งหนึ่งของ สามเณรวิริยังค์ เนื่องจากพระอาจารย์กงมา มีกิจนิมนต์ไปกรุงเทพฯ แต่ด้วยความเป็นห่วงศิษย์ จึงนำสามเณรวิริยังค์ ไปฝากไว้กับ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าศรัทธารวม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อฝึกปฏิบัติข้อวัตรต่าง ๆ รวมถึงการปฏิบัติด้านสมาธิให้พัฒนายิ่งขึ้น พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้ชื่อเป็นพระผู้มีพลังจิตแก่กล้า และที่สำคัญท่านก็ยังเป็นศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ อีกด้วย

    ช่วงเป็นพระภิกษุ
    นับแต่บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ประพฤติธรรมฝึกปฏิบัติกรรมฐาน อุปัฏฐากรับใช้พระอาจารย์ อายุของสามเณร วิริยังค์ก็ร่วงเลยมาเหมาะสมแก่การอุปสมบทเป็นพระภิกษุ พระอาจารย์กงมา ท่านจึงเมตตาจัดเตรียมการอุปสมบทให้อย่างง่าย ๆ ณ วัดทรายงาม (อุทกสีมากลางทะเล) บ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยมี พระปัญญาพิศาลเถระ (หนู) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาทองสุข สุจิตฺโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    อุปสมบทเป็นพระภิกษุได้ 1 พรรษา มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าอยากที่จะพบและศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ การทำสมาธิจากพ่อแม่ครูอาจารย์ “หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ” เป็นอย่างมาก จึงรบเร้าพระอาจารย์กงมา ให้เมตตาช่วยนำไปฝากให้ประพฤติปฏิบัติ กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ ซึ่งในขณะนั้นท่านพำนักอยู่ ณ วัดบ้านโคก ตำบลตองโขบ อำเมือง จังหวัดสกลนคร แต่ในใจก็นึกกล้าๆ กลัวๆ เพราะได้ยินกิตติศัพท์ เล่าลือมาว่า
    1. ท่านอาจารย์มั่น รู้จักใจคน จะนึกจะคิดอะไรทราบหมด
    2. ท่านอาจารย์มั่น ท่านดุยิ่งกว่าใครๆ ทั้งสิ้น
    3. ท่านอาจารย์มั่น ท่านเทศนาในธรรมปฏิบัติยอดกว่าใคร ๆ ทั้งนั้น
    4. ท่านอาจารย์มั่น ท่านปฏิบัติตัวของท่านเป็นตัวอย่างแก่ศิษย์อย่างยอดเยี่ยมยอด
    5. ท่านอาจารย์มั่น ท่านจะต้องไล่พระที่อยู่กับท่านถ้าหากทำผิด แม้แต่ความผิดนั้นไม่มากแต่เป็นเหตุให้เสื่อมเสีย

    แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติสมาธิ ที่หวังจะให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ตนเองและผู้อื่น ดังที่ได้ตั้งปนิธานไว้แล้ว ความกลัวทั้งหลายก็ไม่อาจมาขวางกั้น ความมุ่งมั่นตั้งใจในการเสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ ท่านผู้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งยุค ในด้านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน อย่างองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ ลงได้เลยประกอบกับนึกถึงคำพูดของพระอาจารย์กงมา ที่ได้เมตตากล่าวแก่ท่านว่า “วิริยังค์ หลวงปู่มั่นท่านเป็นปรมาจารย์ และเป็นอาจารย์ของเรา สมาธิทุกๆ ขั้นตอน ผมได้สอนท่านไปหมดแล้ว ต่อไปนี้ท่านจะได้เรียนสมาธิกับท่านปรมาจารย์ ท่านอย่าประมาท จงปฏิบัติหลวงปู่มั่นแบบถวายชีวิต ท่านจะได้ความรู้อย่างกว้างขวางยิ่งกว่าที่ผมสอนอีกมากนัก” พบพระอาจารย์ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันยิ่งใหญ่

    ในที่สุดแล้วความปรารถนาของพระวิริยังค์ ก็สำเร็จผลดังตั้งใจ ณ วัดบ้านโคก ตำบลตองโขบ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร อันเป็นสถานที่มงคลที่ท่าน ได้พบกับ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ มีโอกาสอยู่ศึกษาพระธรรมวินัย ข้อวัตร และการปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน และในขณะเดียวกันก็ได้รับหน้าที่อันสุดประเสริฐของตัวท่านเอง คือ “การเป็นพระอุปัฏฐากรับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ อยู่เป็นเวลาทั้งสิ้น 4 ปี” ในช่วงเวลานี้เองที่ท่านได้มีโอกาสได้จดบันทึกคำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ อันสุดแสนประเสริฐและเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันอย่างกว้างขวาง ในชื่อหนังสือ “มุตโตทัย”

    นอกจากการได้รับโอกาสให้เป็นพระอุปัฏฐากแล้ว พระวิริยังค์ยังได้รับโอกาสครั้งสำคัญสุดในชีวิตของท่านเอง นั้นคือ การได้ออกเดินธุดงค์ กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ สองต่อสอง โดยมีจุดหมายปลายทางที่วัดเลียบ (วัดบูรพาราม) จังหวัดอุบลราชธานี อันจะเป็นสถานที่ถวายพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พระมหาเถระผู้เป็นพระอาจารย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ นั้นเองการเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงปู่มั่นในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันสำคัญที่พระวิริยังค์ จะได้ปฏิบัติสมาธิให้พัฒนามากยิ่งขึ้น รวมถึงได้มีโอกาสเรียนถามปัญหาข้อธรรมและข้อปฏิบัติต่างๆ ทั้งตื้น ลึก หนา บาง ที่ได้นำมาสั่งสอนอบรมศิษย์ ทั้งพระภิกษุ สามเณร และฆราวาสจนถึงปัจจุบัน นับเป็นการธุดงค์ที่ล่ำค่าสุดจะประมาณนำมาพรรณนาความได้เลย

    นับเป็นเวลากว่า 4 ปี ที่พระวิริยังค์ ได้อยู่อุปัฏฐากรับใช้ใกล้ชิด “หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ” และที่เคยได้อุปัฏฐากรับใช้ “พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ” ผู้ที่ท่านนับถือว่าเป็น พระอาจารย์องค์แรก เป็นเวลา 8 ปี รวมเป็นเวลากว่า 12 ปี ท่านได้ใช้โอกาสที่ได้รับนี้ พยายามศึกษาพระธรรมวินัย ข้อวัตร และหลักการปฏิบัติสมาธิ ทั้งอย่างหยาบ อย่างละเอียด ตื้น ลึก หนา บาง จนเป็นที่แน่ใจแล้วในหลักการและแนวทางการปฏิบัติ จึงได้กราบลาพระอาจารย์แสวงหาความวิเวกส่วนตัวตามแต่โอกาสจะอำนวย แม้พระอาจารย์ก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกัน วิชาสมาธินี้ เป็นวิชาที่เลิศ และประเสริฐโดยแท้ แต่หากจะรู้เพียงคนสองคนแม้เป็นสิ่งที่มีค่ามากเพียงใด ก็คงต้องหายไปจากโลกนี้ไปสักวัน

    เมื่อมานึกถึงสิ่งนี้หลวงพ่อวิริยังค์ ก็บังเกิดจิตเมตตาอยากที่จะเผยแผ่วิชาสมาธินี้ให้แก่ชาวโลก สมดังปณิธานที่มั่นคงตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ในระหว่างปี พ.ศ.2529-2534 ท่านได้พัก ณ วิทยาลัยสงฆ์น้ำตกแม่กลาง (วัดเทพเจติยาจารย์ ในปัจจุบัน) อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ท่านได้มีเวลาทบทวนหลักการต่าง ๆที่ได้เคยไตร่ถามอัตถปัญหาสมาธิ พร้อมทั้งคำแนะนำจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ จึงได้เขียนเป็นตำราสมาธิขึ้นมา เรียกชื่อว่า “หลักสูตรครูสมาธิ” เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 เล่ม โดยรวมหลักการปฏิบัติอันเป็นทฤษฎี นับตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ขั้นกลาง และขั้นสูง ตามลำดับ อันแพร่หลายไปทั่วประเทศไทยแล้วกว่า 110 สาขา ในปัจจุบัน (พ.ศ.2557) ภายใต้นาม “สถาบันพลังจิตตานุภาพ” และ ขยายไปยังต่างประเทศถึง 8 สาขา ทั้งใน ประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา

    ปัจจุบันหลวงพ่อได้ถึงแก่การมรณภาพ ในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563 สิริอายุ 100 ปี 11 เดือน 15 วัน 80 พรรษา



    สภาพสวยเดิมๆ เก่าเก็บไม่ได้ใช้ พุทธคุณและศิริมงคลดีนักแล แบ่งให้บูชา 270 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)



    (คุณจินดา จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 พฤษภาคม 2026 at 21:31
  8. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,632
    ค่าพลัง:
    +7,881
    ขอจองครับ
     
  9. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5017.กันมหาภัยกันนิวเคลียร์ แบบพิเศษบรรจุเกศาหายาก มงคลวัตถุแห่งพระคาถาวันโลกดับ
    พระนาคปรกร่มเย็น หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย พุทธคุณกันนิวเคลียร์และสรรพภัย

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ปรกร่มเย็น ใหม่ ๒1.jpg
    พระนาคปรกร่มเย็น หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย ดำเนินการจัดสร้างโดย คุณอำพล เจน แห่งสำนักห้วยไผ่ เนื้อผงมหาพุทธคุณ,ผสมผงเกสร, ผสมว่าน,ผงขี้เหล็กไหล และมวลสารอื่นๆอีกมากมาย ใต้ฐานบรรจุเกศา

    วัตถุประสงค์การจัดสร้าง : เพื่อนำปัจจัยในการบำรุงวัดธาตุมหาชัยทั้งหมด

    พุทธลักษณะ
    เป็นพิมพ์พระสังกัจจายณ์ปิดตาทรงสังฆาฏิ ประทับบนบัลลังก์งู
    ด้านหลัง : บรรจุหัวใจพระคาถาวันโลกดับ บทเดียวกับในตะกรุดที่ฝังชุดพิมพ์พระโพธิบุญญา

    ใต้ฐาน : ประทับยันต์สี่เหลี่ยมกันภัย ของหลวงปู่คำพันธ์(ผูกและย่อมาจากพระคาถาที่ประทับในพระธาตุพนม) พร้อมทั้งบรรจุผงตะไบทอง, พลอยกิมบ่เสี้ยง, ก้อนและผงขี้เหล็กไหล, ว่านมหามงคล


    โดยทำพระขึ้นทั้งหมด 3 พิมพ์ คือ พิมพ์พระนาคปรกร่มเย็น, พิมพ์พระโพธิบุญญา(พระประธานวัดแก่งตอย) กับพิมพ์พระปิดตาบัลลังก์งู (ฐานเป็นงู) จำนวนการสร้าง พิมพ์ละไม่เกิน 2,000องค์ โดยเฉพาะพระปิดตาบัลลังก์งู ได้ถวายหลวงปู่คำพันธ์เพื่อบำรุงวัดธาตุมหาชัยทั้งหมด ท่านที่ต้องการพระปิดตาบัลลังก์งูต้องไปขอรับเองที่วัดธาตุมหาชัย

    หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ
    เมตตาอธิษฐานจิตเดี่ยว ในระหว่างพรรษาโดยดำเนินการปลุกเสกระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 25 พฤศจิกายน ปีพ.ศ.2539 พระชุดนี้จึงเป็นชุดที่ลงไว้ด้วยพุทธคาถาวันโลกดับ ซึ่งเป็นบทที่หลวงปู่ใช่ในการอธิษฐานจิตวัตถุมงคลอย่างแท้จริง


    คาถากันภัยของหลวงปู่ขาวมีดังนี้
    “ทิตะศีลาคันธะมังกะโร กะระกะลาสาสะติ โสตะถิโหคะหะคะเน”


    ข้อมูลจาก : งานเขียนของคุณอาอำพล เจน ... จากหนังสือศักดิ์สิทธิ์ฉบับที่ 339 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2540ปรกร่มเย็นกับหัวใจพุทธคาถาวันโลกดับ


    สภาพสวยเดิม พิมพ์คมยันต์ชัดลึกไม่ผ่านการใช้งาน มีกดไม่ติดบ้างเล็กๆน้อยๆ มวลสารอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการเคารพบูชา ผสมผสานกับงานศิลป์ชั้นครูของ คุณอำพล เจน ด้วยแล้วลงตัวสุดๆ แบ่งให้บูชา 850 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ



    (คุณจินดา จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 พฤษภาคม 2026 at 16:53
  10. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5018.สวยคมผิวปรอทเดิมๆ(1โค้ด) เหรียญท่านเจ้าคุณนร น.ว.ม.
    ลป.โต๊ะ,พระสังฆราชวาส,ลป.เส่ง,ลพ.ฑูรย์ เมตตาอธิษฐานจิต

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เหรียญ นวม 1โค้ด1.jpg

    img_1063-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg.jpg

    img_1064-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg.jpg

    เหรียญท่านเจ้าคุณนร ธมมวิตกโกภิกขุ น.ว.ม. ดอกบัว2ข้าง วัดเทพศิรินทร์ทราวาส กทม. เนื้อทองแดงรมดำ ตอก 1โค้ด (ตอกโค๊ดตัว อุ ด้านหลังขวา) ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 เพื่อเป็นที่ระลึกวันเสด็จพระราชกุศลเปิดอาคารโรงเรียน น.ว.ม.ราชานุสรณ์

    จำนวนการสร้าง
    - เนื้อทองคำ จำนวน 9 องค์
    - เนื้อเงิน 50 องค์
    - เนื้อทองแดง 3 แบบ (ทองแดงรมดำ ทองแดงชุบนิเกิ้น ทองแดงผิวไฟ)สร้างรวมกัน 10,000 องค์


    พิธีพุทธาภิเษก
    - ประกอบพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่ เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2515 ณ. วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพ โดยมีสมเด็จพระวันรัต(ปุ่น ปุณณสิริ) เป็นประธานสงฆ์ ท่านเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร จุดเทียนกระบะมุก และมีคณาจารย์จำนวนมากร่วมปลุกเสก เช่น
    - หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    - ท่านเจ้าคุณโพธิวรคุณ วัดโพธินิมิตร
    - พระพุทธโฆษาจารย์(วาส) องค์สมเด็จพระสังฆราช,
    - หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยานิมิตร
    - พระธรรมไตรโลกกาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์ เป็นต้น


    สภาพสวยผิวปรอทเดิมๆเก่าเก็บไม่ผ่านการบูชา พุทธคุณครอบครบ จากวาระการปลุกเสกสุดยอดสุด แบ่งให้บูชา 456 บาท(พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 พฤษภาคม 2026 at 16:57
  11. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,632
    ค่าพลัง:
    +7,881
    ขอจองครับ
     
  12. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5019.มหามวลสารพิธีโบราณ ยอดอิทธิฤิทธิ์บุญฤิทธิ์ คุ้มภัยหนุนดวง(๑)
    พระยอดขุนพลรุ่นแรก หลวงพ่อศักดิ์ชัย วัดลิ้นทอง

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ยอดขุนพล ศักดิ์ชัย ๑1.jpg

    get_auc3_img.jpg
    get_auc3_img.jpg
    get_auc3_img.jpg
    get_auc3_img.jpg
    get_auc3_img.jpg
    พระยอดขุนพลรุ่นแรก หลวงพ่อศักดิ์ชัย วัดลิ้นทอง จังหวัดอ่างทอง เนื้อผงมหาพุทธคุณสีเหลืองนวล โรยผงแร่ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546

    พุทธศิลป์

    ด้านหน้า : เป็นพิมพ์รุปพระพุทธเจ้าประทับบนบัลลังค์ในท่ามารวิชัย มีเทวดาเบื้องซ้ายกางกรด เบื้องขวากระทำอัญชลี
    ด้านหลัง : เป็นรูปมหาปราบ คือจักรแก้วกำลังผันอยู่ในพระขรรค์เพชร อันตั้งอยู่บนหลังราชสีห์ พุทธคุณท่าบอกสั้นๆว่า "พระยอดขุนพลเป็นยอดแห่งคนทั้งหลาย เป็นยอดคน เป็นหัวหน้าเป็นเจ้านายเขา อยู่สูงกว่าเขา เหนือกว่าสบายกว่า

    จัดสร้างทั้งหมด 3 เนื้อ
    - เนื้อขาว เด่นคำข้าวฤาษี
    - เนื้อน้ำตาลแดง เด่นคำหมากฤาษี
    - เนื้อเหลืองนวล เด่นผสมผงและว่านมหาเสน่ห์ฤาษี
    - แบบพิเศษ เนื้อเหลืองนวล ฝังแผ่นทองคำแท้ลงมหามนต์ 116 องค์



    ประวัติการสร้าง
    พระยอดขุนพล เป็นพระเครื่องชั้นสูง มีขั้นตอน สูตรมวลสาร วิธีทำ วิธีเสกที่สลับซับซัอนมาก ศักดิ์สิทธิมาก สมัยโบราณพระเถระผู้มีวิา หรือพราหมณ์ผู้เรืองเวทย์ ฤาษีเฒ่าจะเป็นผู้สร้างถวายพระมหากษัตริย์หรือแม่ัพนายกองที่สำคัญเท่านั้น ถือว่าเป็นพระเครื่องคู่บารมี โดยหมายให้เป็นรูปพระพุทธเจ้าผู้เป็นเอกของโลก เป็นยอดของมนุษย์ เทวดา มาร พรหม ทั้งหลาย จึงเป็นยอดขุนพลที่แม้แต่เทวดาพรหมทุกชั้นฟ้ายังต้องกราบ

    หลวงพ่อตั้งใจสร้างพระพิมพ์ยอดขุนพลเพื่อสืบตำราอาจารย์ยุคเก่า โดยได้เก็บรวบรวมของมงคลแร่ศักดิ์ ชนิด สิทธิ์ และลบถมผงวิเศษโดยเฉพาะเพ่อใช้ทำพระยอดขุนพลโดยตรง เช่น

    1. ผงหัวใจโลกุตระรรม 19 ชนิด เช่น
    ผงหัวใจพระพุทธเจ้า/ผงหัวใจพระสัจธรรม/ผงหัวใจพระอริยะสงฆ์อิสีติสะสาวก80รูป/ผงยอดศีล/ยอดสมาธิยอดปัญญา/ผงหัวใจรันไต/หัวใจพระวินัย/หัวใจปาฎิโมกข์/หัวใจนิพพาน

    2. ผงหัวใจเทพ-พรหมผู้มีฤิทธิ์ 29ชนิด เช่น
    หัวใจพระอิสวร/พระนารายณ์/พระพรหม/พระฤาษี/ยักษ์/เทวดา/เสรษฐี/พระกาฬ/ผงนารายณ์ตรึงไตรจักร/ผงนารายณ์ตรึงไตรภพ/ผงพระเจ้าห้ามทุกข์/ผงพระเจ้าตวาดป่าหิมพานต์/ผงหัวใจอิทธิคุณ9/ผงหัวใจมหาปราบทั้ง18/หัวใจบุรุษ8จำพวก/หัวใจมเหศักดิ์

    3. ผงด้านพราหมณ์-ฤาษี อีกหลาาย10ชนิด
    /ผงที่เกิดอิทธิฤิทธิ์/ผงที่เสริมตบะเดชะ เกิดกำลังเสริมกำลัง เกิดปัญญาเสริมปัญญา เกิดทรัพย์เสริมทรัพย์ เกิดมงคลเสริมมงคล28

    ผงเหล่านี้หลวงพ่อใช้เวลาลบ-ถม รวบรวมเป็นเวลานานและใส่ลงไปในพระยอดขุนพลทั้งหมด จนท่าผสมผงลงไปทุกชนิดจนหมดแล้วท่านได้นำขันใบเล้กๆมาตักผงคืนไปครึ่งขัน โดยบอกว่า"เก็บไว้บูชาหน่อยนึง ข้าเห็นผงแล้วเสียดาย" พระยอดขุนพลทุกองค์กดพิมพ์ตามฤกษ์มงคลที่เป็นมหัตฤกษ์ ทั้งงฤกษ์เกิดฤิทธิ์เกิดเดช เกิดโภคทรัพย์

    มวลสารทั้งหมด ใช้น้ำมนต์ 7สาย 7ท่ามาเป็นตัวประสาน


    พุทธคุณ
    - โดดเด่นในเรื่องของการเป็นยอดคน เน้นด้านอิทธิฤิทธิ์ บุญฤิทธิ์ ด้านการปกครอง ต่อสู้ขจัดอุปสรรค ขจัดภัยพิบัติ คุ้มครองทรัพย์สินเงินทอง เป็นมหาปราบคือปราบศัตรูอยู่เหนือศัตรูคู่แข่ง จิตใจจะหนักแน่น สุขุมเยือกเย็น เข้มแข็ง บังเกิดสติปัญญาสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยังคุ้มครองดวงชะตา ทั้งตัวเราและคนในบ้าน ไม่ให้ตกต่ำ กันและแก้อาถรรพ์คุรผีคุรคน บังเกิดสง่าราศรี เป็นต้น



    สภาพสวยเดิม พิมพ์คมยันต์ชัดลึกไม่ผ่านการใช้งาน มีกดไม่ติดบ้างเล็กๆน้อยๆ มวลสารอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการเคารพบูชา แบ่งให้บูชา 250 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ




    (คุณวิคิด จองแล้วครับ)



    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2026 at 23:46
  13. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5020.สุดยอดเมตตา โชคลาภ ค้าขาย หนุนดวงดีนักแล (New2)
    เหรียญนั่งพาน หลวงปู่บุญศรี วัดใหม่ศรีสุทธาวาส อธิษฐานจิต 3 เดือน

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    mmtb8e-jpg-jpg.jpg
    [​IMG]

    เหรียญนั่งพาน หลวงปู่บุญศรี อินทวัณโณ(ลพ.ฤาษีลิงเล็ก) วัดใหม่ศรีสุทธาวาส จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อทองแดง ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2539 จัดสร้างถวายโดยคณะองค์การเภสัช (ศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่บุญศรี) ออกแบบโดย คุณสุชีพ

    สำหรับเหรียญรุ่นนี้
    ศิษย์องค์การเภสัช ได้ช่วยกันออกแบบ ร่างแบบแล้วได้นำไปให้หลวงปู่บุญศรีดู หลวงปู่ท่านก็พอใจและก็ได้อนุญาตให้จัดสร้าง

    เหรียญรุ่นนี้ จะมีเนื้อทองคำ เนื้อเงินลงยา เนื้อทองเหลือง เนื้อทองแดง นำมาปั๊มจัดสร้างที่กรุงเทพฯ แล้วก็ได้นำไปให้หลวงปู่บุญศรีอธิษฐานจิต “ปลุกเสกไตรมาส” 3 เดือน ถือว่านานพอสมควร หลวงปู่ท่านก็เมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกให้เป็นอย่างดี เหรียญรุ่นนี้ออกแบบได้สวยงามเป็นอย่างมาก เจตตนาการจัดสร้างก็บริสุทธิ์ “จัดสร้างมาเพื่อแจก” ให้กับผู้ร่วมบุญผ้าป่าวัดใหม่ศรีสุทธาวาส เป็นเหรียญที่ดีทั้งนอกและใน

    หลวงปู่ได้ทำพิธีในวันเสาร์ 5 คือ วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2539



    ประสบการณ์ความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญรุ่นนี้

    $$$ พนักงานขับรถบริษัท $$$


    เมื่อประมาณวันที่ ๑๓ พ.ค. ๕๕ .. นายสุรศักดิ์ มีสมบัติ อายุ ๓๓ ปี เป็นพนักงานขับรถบริษัท ได้มีประสบการณ์จากวัตถุมงคลหลวงปู่บุญศรี.

    .คือ. พี่โอส์ได้เล่าประวัติของหลวงปู่ให้ฟัง..และได้มอบวัตถุมงคลของหลวงปู่ไว้แก้ดวงและเป็นของขวัญวันเกิด ๒๒ เมษายน.

    และแนะนำว่า..เมื่อรับวัตถุมงคลหลวงปู่ไปแล้ว.ต้องตักบาตรพระ ๙ องค์เป็นสังฆทาน ถวายหลวงปู่ เทวดาประจำพระ ผู้มีพระคุณ เทวดาประจำตัว และ ปล่อยปลา ๓๙ ตัว..
    ..นายสุรศักดิ์..ก็รับปากและทำตามที่แนะนำ

    พออยู่มาไม่นาน..นายสุรศักดิ์ก็ได้มาเล่าให้พี่โอส์ฟังว่า.
    .ตั้งแต่วันนั้น.วันที่ผมได้รับวัตถุมงคลของหลวงปู่มาไว้บูชา. ผมรู้สึกอุ่นใจมากๆจนบอกไม่ถูก เจ้านายผู้หญิงที่ผมขับรถให้เป็นชาวต่างชาติ และเป็นคนเจ้าระเบียบ ตรงเวลา และเวลาขับรถก็ไม่ให้เกิน ๙๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง.

    ...พนักงานที่ขับรถให้จะอึดอัดใจเป็นอย่างมาก... ๓ เดือนเปลี่ยนพนักงานขับรถไป ๒ คน ส่วนผม.คือนายสุรศักดิ์ เป็นคนที่ ๓ รู้สึกว่าตั้งแต่บูชาวัตถุมงคลหลวงปู่ติดตัวมา.. จะไม่โดนบ่น โดนว่า แถมยังไปบอกกับสามีของเค้าว่า (ที่เป็นฝรั่ง) บอกว่าผมขับรถดี ถูกใจ...
    .นายสุรศักดิ์..บอกว่าปกติไม่เคยแขวนพระเลย.. พระหลวงปู่คือองค์แรกที่แขวนขึ้นคอบูชาติดตัว. พระหลวงปู่ดีจริงๆ เมตตาสุดๆ ..

    ..บูชาแล้วเห็นผล.. จากที่ไม่เคยได้.ก็ได้.จากที่ไม่เคยเจอ.ก็เจอ..คือ ได้ทิป และก็มีคนพาไปเลี้ยงข้าวบ่อยมาก .. รู้สึกว่าชีวิตมีความสุข.. หยั่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน


    ----------------------------------

    $$$ คนดวงดี $$$


    ครั้งหนึ่งบ้านผมหลังคารั่วหลายแผ่น..และต้องเปลี่ยนหลังคาใหม่..และติดตั้งเสาวีที..ต้องใช้เงินเป็นหมื่น...

    .นายสุรศัดิ์. เป็นคนที่ไม่เล่นการพนัน . เค้าจึงอธิษฐานขอบารมีบอกกล่าวหลวงปู่ว่า "ขอให้คนที่บ้านถูกหวย" ด้วยเทอญ .. เพื่อจะได้นำเงินมาซ่อมแซมหลังคาบ้านและติดตั้งเสาวีที

    ..ถ้ามีความศรัทธาหลวงปู่จริงๆ ย่อมเห็นผล...หวยงวดประจำวันที่ ๑ พ.ค. ๕๕ หรือ วันที่ ๒ นี่แหละ เลขท้าย 3 ตัวออก 501 และเลข 2 ตัวออก 29 ถ้าจำไม่ผิด .. ปรากฏว่า.. แม่ของนายสุรศักดิ์ ถูกเลข 3 ตัวโต๊ด และเลข 2 ตัว ล่าง/บน. ได้เงินสดๆ มาถึงสี่หมื่นกว่าบาท..

    .เท่านั้นยังไม่พอ. แถมถูกทั้งพ่อและแม่เลย. เพราะต่างคนต่างซื้อ.
    ทุกวันนี้เค้าและครอบครัวต่างก็ศรัทธาหลวงปู่บุญศรีเป็นอย่างมาก . บูชาพระหลวงปู่ติดตัวตลอด . ไม่มีห่างกาย . แถมยังย้ำว่า ."พระของหลวงปู่ดีจริง" บูชาแล้วเห็นผล

    ขอให้ทุกคนจำไว้..."ถ้าเราศรัทธาจริง หลวงปู่ท่านก็เมตตาจริง"




    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก
    - กลุ่มลูกศิษย์ หลวงปู่บุญศรี อินทวัณโณ



    สภาพสวยเดิมๆ โดดเด่น สุดยอดเมตตา โชคลาภ ค้าขาย หนุนดวงดีนักแล ตามตำรับโบราณ แบ่งให้บูชา 345 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)





    (คุณวิคิด จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2026 at 23:45
  14. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5021.ของดีสายวัดท่าซุง สุดยอดมวลสารมหาพิธีศาตราวุธ
    พระควัมปติมหาวชิระคุณ พระอาจารย์ยุคลธรณ์ สำนักสงฆ์เจโตวิมุตติ

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    พระปิดตา อาจารย์ยุคล.jpg

    ฝอยพระปิดตา2.jpg
    พระควัมปติมหาวชิระคุณ พระอาจารย์ยุคลธรณ์ สำนักสงฆ์เจโตวิมุตติ (วัดป่าเขาดิน) จังหวัดกาญจนบุรี เนื้อผงวิเศษล้วน ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2557

    วัตถุประสงค์
    - พระอาจารย์ยุคลธรณ์ ดำริสร้างขึ้นเพื่อจัดหาปัจจัยสบทบโครงการก่อสร้างเสนาสนะ ภายในสำนักสงฆ์เจโตวิมุตติ และงานบุญเนื่องด้วยสมเด็จองค์ปฐม ดังนี้
    1. ปลดหนี้ค่าที่ดินวัด
    2. มหาอุโบสถขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2 ไร่
    3. สร้างสมเด็จองค์ปฐมเนื้อสัมฤทธิ์หน้าตัก 6 เมตร ประดิษฐานเป็นพระประธานในมหาอุโบสถ
    4. โรงทาน, หอฉันทาวิสุทธิ์ เพื่อรองรับผู้มาปฏิบัติธรรม
    5. โครงการสร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก 4 ศอก จำนวน 108 องค์
    6. สร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก 8 ศอก ณ วัดวังโพธิการาม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

    พระควัมปติสร้างด้วยกัน 3 ลักษณะ
    1. พระควัมปติ (พระปิดตา) เนื้อมวลสารล้วน ร่วมบูชาองค์ละ 200 บาท สร้างจำนวน 4,240 องค์
    2. พระควัมปติ (พระปิดตา) เนื้อมวลสารล้วน ฝังตระกรุดเงิน ร่วมบูชาองค์ละ 400 บาท สร้างจำนวน 300 องค์
    3. พระควัมปติ (พระปิดตา) เนื้อมวลสารล้วน ฝังตระกรุดทองคำ ร่วมบูชาองค์ละ 600 บาท สร้างจำนวน 460 องค์


    มวลสารศักดิ์สิทธิ์
    - ผงอิฐยอดเจดีย์พระธาตุดอยตุง
    - ผงอิฐพระธาตุดอยสุเทพ ได้มาเมื่อครั้งที่มีการบูรณะเจดีย์พระธาตุดอยสุเทพเมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้ว
    - ผงปูนช่อฟ้าใบระกาอุโบสถวัดพระธาตุดอยตุง
    - ผงทองคำเปลวที่ปิดพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์แรกของวัดท่าซุง จ. อุทัยธานี สมัยหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่
    - ผงปิดทองพระศรีอริยะเมตไตย วัดท่าซุง จ. อุทัยธานี
    - มวลสารพระผงอภิมหามงคล
    - ผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ประกอบด้วย ผงจักรพรรดิ หลวงปู่ดู่, ผงพุทธคุณ พระราชพรหมยาน, ผงเกสรดอกไม้มงคลกว่า 3,000 ชนิด
    - ผงจักรพรรดิหลวงปู่ดู่
    - ผงแป้งเสกหลวงปู่ บุดดาถาวโร
    - ผงแร่เหล็กน้ำพี้ ได้มาจากบ่อน้ำพี้ จังหวัดอุตรดิตถ์
    - ผงแร่ข้าวตอกพระร่วง ได้มาจาก จ. สุโขทัย
    - ผงแร่เขาอึมครึม อ. บ่อพลอย จ. กาญจนบุรี
    - ผงตะไบเหล็กสัตตะวชิระโลหะของพระอาจารย์ยุคลธรณ์
    - ผงยาจินดามณีของพระอาจารย์ยุคลธรณ์
    - ผงไม้ฟ้าผ่า ไม้ชิ้นนี้เป็นไม้ปีบที่ถูกฟ้าผ่ายืนต้นตาย
    - ผงไม้แก่นมะขามโปร่งฟ้า
    - ผงผลึกสายฟ้าที่เกิดจากสายฟ้าผ่าลงในดินทรายและชานหมากพระเดชพระคุรหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
    - น้ำมันชาตรีสมเด็จองค์ปฐม วัดท่าซุง จ. อุทัยธานี
    - ผงตะไบชนวนสมเด็จองค์ปฐมวัดท่าซุง
    - ผงตะไบชนวนพระปัจเจกพุทธเจ้า สำนักสงฆ์เจโตวิมุตติ
    - ผงตะไบชนวนด้ามดาบวชิระพรหม เป็นต้น


    พิธีบรมโพธิศาตราภิเษก
    - เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2557 โดย พระอาจารย์ยุคลธรณ์ สำนักสงฆ์เจโตวิมุตติ (วัดป่าเขาดิน) จังหวัดกาญจนบุรี



    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก
    - https://palungjit.org/threads/ร่วมบ...ารมี-วชิระคุณ-มวลสารพระปัจเจกพุทธเจ้า.531562/
    - https://palungjit.org/threads/เชิญร...ฟื้นเหล็กสัตตะวชิระโลหะเพื่อ-๖-งานบุญ.518526/



    สภาพสวยเก่าเก็บ โดดเด่น สุดยอดเมตตา โชคลาภ ค้าขาย หนุนดวงดีนักแล ตามตำรับโบราณ แบ่งให้บูชา 250 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  15. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5021.ของดีเมืองนคร สร้างตามตำราโบราณพุทธคมเขาอ้อ
    รูปหล่อโบราณพระพิฆเนศศิลปะนคร รุ่นแรก หลวงปู่บุญให้ วัดท่าม่วง

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    พระพิฆเนศ พ่อท่านบุญให้ วัดท่าม่วง.JPG

    476370572_1622307662499299_4898535584227126786_n.jpg
    476238054_1622307275832671_987254640341505448_n.jpg

    รูปหล่อโบราณพระพิฆเนศศิลปะนคร รุ่นแรก หลวงปู่บุญให้ วัดท่าม่วง จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อชนวนโลหะทองแดงเถื่อน ตอกโค้ด รันนัมเบอร์ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2549

    พุทธคุณ
    - ทางด้าน เเคล้วคลาด เมตตา ค้าขาย โชคลาภ การงานการเงิน เป็นเทพเเห่งความสำเร็จทุกประการ


    หลวงปู่บุญให้ ปทุโม หรือ พระครูพิศาลวิหารวัตร วัดท่าม่วง

    ถือเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอีกรูป และได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้า ท่านได้รับการถ่ายทอดพุทธาคมจาก พระครูทักษิณธรรมสาร ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ หลวงพ่อจับ วัดท่าลิพง นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้ศึกษาไสยเวทพุทธาคมในสำนักเขาอ้อจากครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ พระครูกาชาด วัดดอนศาลา, พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา พ่อท่านทอง เป็นต้น



    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก
    - https://uauction4.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=83&qid=76419



    สภาพสวยเก่าเก็บ โดดเด่นทางด้าน เเคล้วคลาด เมตตา ค้าขาย โชคลาภ การงานการเงิน เป็นเทพเเห่งความสำเร็จทุกประการ แบ่งให้บูชา 280 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  16. วิคิด

    วิคิด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2012
    โพสต์:
    819
    ค่าพลัง:
    +1,174
    จอง
     
  17. วิคิด

    วิคิด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2012
    โพสต์:
    819
    ค่าพลัง:
    +1,174
    จอง
     
  18. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474
    5022.คัดพิเศษ Super เกษา สวยเดิมๆเลี่ยมกรอบพร้อมบูชา
    พระผงรูปเหมือน รุ่นพิเศษ 72พรรษา หลวงพ่อวิริยังค์ วัดธรรมมงคล

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ผงเหมือน ลพ.วิริยังค์.JPG
    พระผงรูปเหมือน รุ่นพิเศษ 72พรรษา หลวงพ่อวิริยังค์ วัดธรรมมงคล หลวงพ่อวิริยังค์ วัดธรรมมงคล กรุงเทพ เนื้อผงพุทธคุณ108 ผสมข้าวก้นบาตร โรยเกศา ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ.2535



    *******************************************


    ประวัติโดยย่อ หลวงพ่อวิริยังค์

    หลวงพ่อวิริยังค์ เดิมชื่อ วิริยังค์ บุญฑีย์กุล เกิดวันที่ 7 ม.ค.2463 ที่บ้านพักบริเวณสถานีรถไฟปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี (สถานีสระบุรี ในปัจจุบัน) ท่านเป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน ของท่านขุนเพ็ญภาษชนารมณ์ และนางมั่น บุญฑีย์กุล

    เนื่องด้วยท่านขุนเพ็ญภาษชนารมณ์ ผู้เป็นบิดา เข้ารับราชการเป็นนายสถานีรถไฟ จึงจำเป็นจะต้องโยกย้ายที่อยู่ไปประจำที่อื่นอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวก็ต้องย้ายติดตามไปด้วย เมื่อครั้งบิดาได้ย้ายมาประจำอยู่ ณ สถานีรถไฟบ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมานับว่าเป็นความโชคดีของครอบครัว บุณฑีย์กุล ที่ได้มาพบกับพระอาจารย์ ฝ่ายกรรมฐานรูปสำคัญ และท่านยังเป็นถึงศิษย์ของ “หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ” อีกด้วย นั้นคือ “พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ” และด้วยบิดามารดาของด.ช.วิริยังค์ เป็นผู้มีความชอบในการทำบุญ เข้าวัดฟังธรรมอยู่อย่างสม่ำเสมอ

    ด.ช.วิริยังค์ จึงมีโอกาสได้ติดตามท่านทั้งสองไปวัดบ้าง แต่ก็ด้วยวัยที่ยังเด็กเกินไป ในขณะนั้นจึงทำให้ ยังไม่มีความสนใจในการปฏิบัติสมาธิเลยหากแต่ยังคงชอบเที่ยวเล่นสนุกไปตามประสาของเด็กทั่วๆ ไป ด.ช.วิริยังค์ เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดสุปัฏนาราม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ต้องมาเรียนที่นี่เพราะ บิดาได้รับคำสั่งให้ย้าย ไปปฏิบัติราชการณ สถานีรถไฟวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และที่โรงเรียนวัดสุปัฏนารามนี่เอง ด.ช.วิริยังค์ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ทั้งกีฬา และการสมัครเป็นลูกเสือชาวบ้าน หรือแม้แต่กระทั่งเข้าโบสถ์ฟังธรรมในวันพระ แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่ได้ให้ความสนใจ ในการเข้าวัดฟังธรรมมากนัก พยายามที่จะหาวิธีหลีกเลี่ยงอยู่เป็นประจำเรียกว่า “พอหลบหนีได้ก็หลบหนีไป” กันเลยทีเดียว

    เมื่อ ด.ช.วิริยังค์ เรียนจบชั้นประถมศึกษาพอที่จะอ่านออกเขียนได้แล้ว บิดา มารดาก็ส่งให้ไปอยู่วัดกลาง (ปัจจุบันคือ วัดนารายณ์มหาราช) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อฝากเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ปลัดตา ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางในขณะนั้น ณ วัดกลางแห่งนี้ ด.ช.วิริยังค์ มีความมุมานะในการเรียนบาลีไวยากรณ์ เป็นอย่างมาก แต่ด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัด และมักจะโดนเพื่อน ๆ เด็กวัดด้วยกันกลั่นแกล้งอยู่เสมอ ๆ ทำให้ ด.ช.วิริยังค์ เคยหนีออกจากวัดมาแล้ว แต่เมื่อย้อนกลับมานึก ถึงอาจารย์ปลัดตาที่ท่านรักและให้ความเมตตามาโดยเสมอทำให้ ด.ช.วิริยังค์ กลับตัวและพยายามทำดีตั้งหน้าตั้งตาเรียนบาลีไวยากรณ์กับท่านอย่างตั้งใจ

    สมาธิครั้งแรกกับการเปลี่ยนแปลงชีวิต
    หลังจากที่เด็กชายวิริยังค์ เล่าเรียนบาลีไวยากรณ์กับท่านอาจารย์ปลัดตา ณ วัดกลาง ได้สำเร็จแล้ว บิดาก็ได้มารับกลับไปอยู่ที่บ้าน ณ บ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาเพื่อให้มาช่วยเหลืองานที่บ้าน จนในวันหนึ่งได้รับการร้องขอจาก น.ส.ขลิบ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้หญิงในหมู่บ้านเดียวกันที่ ด.ช.วิริยังค์ มีความสนิทสนมอย่างมาก ให้ช่วยเป็นเพื่อนไปวัดป่าสว่างอารมณ์ เพราะต้องไปต่อมนต์กับพระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ทุกๆ คืน เช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่เนื่องจากวันนี้เพื่อนๆ ของเธอนั้นเสร็จธุระไปก่อน จึงได้ไปที่วัดกันหมดแล้ว น.ส.ขลิบ จึงขอให้ ด.ช.วิริยังค์ ช่วยเดินไปส่งที่วัดป่าสว่างอารมณ์ด้วยความที่ ด.ช.วิริยังค์ ยังไม่คุ้นเคยกับสำนักปฏิบัติธรรมกรรมฐาน จึงทำให้ไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมเมื่อเข้าไปถึงศาลาวัด ก็เข้าไปนั่งปะปนกับผู้หญิงที่กำลังนั่งต่อมนต์กัน พระอาจารย์กงมา จึงกล่าวว่า
    “วิริยังค์ นี่เธอทำไมไปนั่งข้างผู้หญิง เธอนั่งที่นั้น ต้องกราบก้นผู้หญิงมานั่งที่นั่งของผู้ชายทางนี้”
    ด้วยความตกใจที่จะต้องเข้าไปนั่งใกล้ พระอาจารย์เป็นครั้งแรก บวกกับการที่อยากจะกลับบ้านแต่ก็ไม่กล้ากลับ เพราะกลัวผี สร้างความลำบากใจ ทั้งรำคาญและหงุดหงิดให้แก่ ด.ช.วิริยังค์ เป็นอย่างยิ่ง ด.ช.วิริยังค์ จึงมานั่งรำพึงในใจว่า “เราจะไม่มาอีกแล้วๆๆ” นานเท่าไรไม่ทราบ ก็บังเกิดเหตุอัศจรรย์ใจ ปรากฎว่าจิตของ ด.ช.วิริยังค์ รวมสงบนิ่งลง พลันปรากฎมีอีกร่างหนึ่ง เดินออกจากร่างกายเดิม ลงจากศาลาเดินไปตามลานวัด และหยุดยืนอยู่ ณ บริเวณที่ปัจจุบันเป็นสถานที่สร้างอุโบสถ ปรากฎมีลมชนิดหนึ่งพัดโชยเข้ามาสู่ใจ ทำให้เกิดความสุข อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ทันใดนั้นเอง ด.ช.วิริยังค์ ถึงกับอุทานออกมาว่า “คุณของพระพุทธศาสนายังปรากฎอยู่ถึงปัจจุบันนี้หรือ ?” จากนั้นจึงเดินกลับมายังศาลาที่นั่งอยู่ มองไปที่ร่างกายจึงนึกขึ้นว่า เราจะกลับเข้าร่างเดิมได้ยังไง ทันใดนั้นเองก็พลันรู้สึกตัวขึ้น ได้แต่นั่งรำพึงในใจว่า “อัศจรรย์ใจจริงๆ ทำไมถึงดีอย่างนี้ๆ” นับแต่นั้นเป็นต้นมา ด.ช.วิริยังค์ ก็ได้เปลี่ยนนิสัยเก่าโดยสิ้นเชิง เริ่มเข้าวัดฟังธรรม จำศีลสวดมนต์ภาวนาเรื่อยมานับแต่วันนั้น

    ตอนต่อสู้ในช่วงบวชเป็นสามเณร
    เมื่ออายุได้ 14 ปี จากที่ ด.ช.วิริยังค์ ได้รับรสพระสัจธรรมอันเกิดจากสมาธิ และการสวมมนต์ภาวนา รักษาศีล ก็ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในคุณของพระพุทธศาสนายิ่งขึ้นเพิ่มความศรัทธาในการที่จะออกบรรพชา เป็นสามเณรเป็นกำลัง หลังจากที่บิดามารดาได้อนุญาตแล้ว พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ จึงได้นำบวชเป็นชีปะขาว และนำไปบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 16 ปี ณ วัดสุทธจินดา จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พระธรรมฐิติญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2478 หลังจากบรรพชาแล้ว ส.ณ.วิริยังค์ ก็มาพักอยู่ที่วัดป่าสาลวันก่อน

    ซึ่งในขณะนั้นถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของการเผยแผ่การปฏิบัติธรรมกรรมฐาน โดยมี (พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์) พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นเจ้าอาวาส เพื่อความสะดวก ในการทำหนังสือสุทธิ จากนั้นจึงลาพระอุปัชฌาย์กลับไปวัดป่าสว่างอารมณ์ตามเดิม เมื่อย้ายกลับมาวัดป่าสาลวัน แล้ว ส.ณ.วิริยังค์ ก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างเข้มงวดเป็นอย่างมาก โดยมี พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ได้เมตตาอบรมสั่งสอนวิชากรรมฐาน ส่งผลให้การบำเพ็ญความเพียร ของสามเณรวิริยังค์ ได้พัฒนาขึ้นไปตามลำดับอย่างน่าพอใจ นับเป็นความโชคดีอีกครั้งหนึ่งของ สามเณรวิริยังค์ เนื่องจากพระอาจารย์กงมา มีกิจนิมนต์ไปกรุงเทพฯ แต่ด้วยความเป็นห่วงศิษย์ จึงนำสามเณรวิริยังค์ ไปฝากไว้กับ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าศรัทธารวม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อฝึกปฏิบัติข้อวัตรต่าง ๆ รวมถึงการปฏิบัติด้านสมาธิให้พัฒนายิ่งขึ้น พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้ชื่อเป็นพระผู้มีพลังจิตแก่กล้า และที่สำคัญท่านก็ยังเป็นศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ อีกด้วย

    ช่วงเป็นพระภิกษุ
    นับแต่บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ประพฤติธรรมฝึกปฏิบัติกรรมฐาน อุปัฏฐากรับใช้พระอาจารย์ อายุของสามเณร วิริยังค์ก็ร่วงเลยมาเหมาะสมแก่การอุปสมบทเป็นพระภิกษุ พระอาจารย์กงมา ท่านจึงเมตตาจัดเตรียมการอุปสมบทให้อย่างง่าย ๆ ณ วัดทรายงาม (อุทกสีมากลางทะเล) บ้านหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยมี พระปัญญาพิศาลเถระ (หนู) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาทองสุข สุจิตฺโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    อุปสมบทเป็นพระภิกษุได้ 1 พรรษา มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าอยากที่จะพบและศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ การทำสมาธิจากพ่อแม่ครูอาจารย์ “หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ” เป็นอย่างมาก จึงรบเร้าพระอาจารย์กงมา ให้เมตตาช่วยนำไปฝากให้ประพฤติปฏิบัติ กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ ซึ่งในขณะนั้นท่านพำนักอยู่ ณ วัดบ้านโคก ตำบลตองโขบ อำเมือง จังหวัดสกลนคร แต่ในใจก็นึกกล้าๆ กลัวๆ เพราะได้ยินกิตติศัพท์ เล่าลือมาว่า
    1. ท่านอาจารย์มั่น รู้จักใจคน จะนึกจะคิดอะไรทราบหมด
    2. ท่านอาจารย์มั่น ท่านดุยิ่งกว่าใครๆ ทั้งสิ้น
    3. ท่านอาจารย์มั่น ท่านเทศนาในธรรมปฏิบัติยอดกว่าใคร ๆ ทั้งนั้น
    4. ท่านอาจารย์มั่น ท่านปฏิบัติตัวของท่านเป็นตัวอย่างแก่ศิษย์อย่างยอดเยี่ยมยอด
    5. ท่านอาจารย์มั่น ท่านจะต้องไล่พระที่อยู่กับท่านถ้าหากทำผิด แม้แต่ความผิดนั้นไม่มากแต่เป็นเหตุให้เสื่อมเสีย

    แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติสมาธิ ที่หวังจะให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ตนเองและผู้อื่น ดังที่ได้ตั้งปนิธานไว้แล้ว ความกลัวทั้งหลายก็ไม่อาจมาขวางกั้น ความมุ่งมั่นตั้งใจในการเสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ ท่านผู้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งยุค ในด้านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน อย่างองค์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ ลงได้เลยประกอบกับนึกถึงคำพูดของพระอาจารย์กงมา ที่ได้เมตตากล่าวแก่ท่านว่า “วิริยังค์ หลวงปู่มั่นท่านเป็นปรมาจารย์ และเป็นอาจารย์ของเรา สมาธิทุกๆ ขั้นตอน ผมได้สอนท่านไปหมดแล้ว ต่อไปนี้ท่านจะได้เรียนสมาธิกับท่านปรมาจารย์ ท่านอย่าประมาท จงปฏิบัติหลวงปู่มั่นแบบถวายชีวิต ท่านจะได้ความรู้อย่างกว้างขวางยิ่งกว่าที่ผมสอนอีกมากนัก” พบพระอาจารย์ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันยิ่งใหญ่

    ในที่สุดแล้วความปรารถนาของพระวิริยังค์ ก็สำเร็จผลดังตั้งใจ ณ วัดบ้านโคก ตำบลตองโขบ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร อันเป็นสถานที่มงคลที่ท่าน ได้พบกับ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ มีโอกาสอยู่ศึกษาพระธรรมวินัย ข้อวัตร และการปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน และในขณะเดียวกันก็ได้รับหน้าที่อันสุดประเสริฐของตัวท่านเอง คือ “การเป็นพระอุปัฏฐากรับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ อยู่เป็นเวลาทั้งสิ้น 4 ปี” ในช่วงเวลานี้เองที่ท่านได้มีโอกาสได้จดบันทึกคำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ อันสุดแสนประเสริฐและเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันอย่างกว้างขวาง ในชื่อหนังสือ “มุตโตทัย”

    นอกจากการได้รับโอกาสให้เป็นพระอุปัฏฐากแล้ว พระวิริยังค์ยังได้รับโอกาสครั้งสำคัญสุดในชีวิตของท่านเอง นั้นคือ การได้ออกเดินธุดงค์ กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ สองต่อสอง โดยมีจุดหมายปลายทางที่วัดเลียบ (วัดบูรพาราม) จังหวัดอุบลราชธานี อันจะเป็นสถานที่ถวายพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พระมหาเถระผู้เป็นพระอาจารย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ นั้นเองการเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงปู่มั่นในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันสำคัญที่พระวิริยังค์ จะได้ปฏิบัติสมาธิให้พัฒนามากยิ่งขึ้น รวมถึงได้มีโอกาสเรียนถามปัญหาข้อธรรมและข้อปฏิบัติต่างๆ ทั้งตื้น ลึก หนา บาง ที่ได้นำมาสั่งสอนอบรมศิษย์ ทั้งพระภิกษุ สามเณร และฆราวาสจนถึงปัจจุบัน นับเป็นการธุดงค์ที่ล่ำค่าสุดจะประมาณนำมาพรรณนาความได้เลย

    นับเป็นเวลากว่า 4 ปี ที่พระวิริยังค์ ได้อยู่อุปัฏฐากรับใช้ใกล้ชิด “หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ” และที่เคยได้อุปัฏฐากรับใช้ “พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ” ผู้ที่ท่านนับถือว่าเป็น พระอาจารย์องค์แรก เป็นเวลา 8 ปี รวมเป็นเวลากว่า 12 ปี ท่านได้ใช้โอกาสที่ได้รับนี้ พยายามศึกษาพระธรรมวินัย ข้อวัตร และหลักการปฏิบัติสมาธิ ทั้งอย่างหยาบ อย่างละเอียด ตื้น ลึก หนา บาง จนเป็นที่แน่ใจแล้วในหลักการและแนวทางการปฏิบัติ จึงได้กราบลาพระอาจารย์แสวงหาความวิเวกส่วนตัวตามแต่โอกาสจะอำนวย แม้พระอาจารย์ก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกัน วิชาสมาธินี้ เป็นวิชาที่เลิศ และประเสริฐโดยแท้ แต่หากจะรู้เพียงคนสองคนแม้เป็นสิ่งที่มีค่ามากเพียงใด ก็คงต้องหายไปจากโลกนี้ไปสักวัน

    เมื่อมานึกถึงสิ่งนี้หลวงพ่อวิริยังค์ ก็บังเกิดจิตเมตตาอยากที่จะเผยแผ่วิชาสมาธินี้ให้แก่ชาวโลก สมดังปณิธานที่มั่นคงตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ในระหว่างปี พ.ศ.2529-2534 ท่านได้พัก ณ วิทยาลัยสงฆ์น้ำตกแม่กลาง (วัดเทพเจติยาจารย์ ในปัจจุบัน) อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ท่านได้มีเวลาทบทวนหลักการต่าง ๆที่ได้เคยไตร่ถามอัตถปัญหาสมาธิ พร้อมทั้งคำแนะนำจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถระ จึงได้เขียนเป็นตำราสมาธิขึ้นมา เรียกชื่อว่า “หลักสูตรครูสมาธิ” เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 เล่ม โดยรวมหลักการปฏิบัติอันเป็นทฤษฎี นับตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ขั้นกลาง และขั้นสูง ตามลำดับ อันแพร่หลายไปทั่วประเทศไทยแล้วกว่า 110 สาขา ในปัจจุบัน (พ.ศ.2557) ภายใต้นาม “สถาบันพลังจิตตานุภาพ” และ ขยายไปยังต่างประเทศถึง 8 สาขา ทั้งใน ประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา

    ปัจจุบันหลวงพ่อได้ถึงแก่การมรณภาพ ในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563 สิริอายุ 100 ปี 11 เดือน 15 วัน 80 พรรษา



    สภาพสวยเดิมๆ เก่าเก็บไม่ได้ใช้ พุทธคุณและศิริมงคลดีนักแล แบ่งให้บูชา 555 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณจินดา จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 พฤษภาคม 2026 at 00:28
  19. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,632
    ค่าพลัง:
    +7,881
    ขอจองครับ
     
  20. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,248
    ค่าพลัง:
    +14,474

    [​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...