ห้องสนทนา

    1. ในขณะนี้ไม่มีคนอยู่ในห้องสนทนา
      20 เมษายน 2021
      nite @ nite: :p
      21 เมษายน 2021
      "อริยมรรค" @ "อริยมรรค": 1. พยายามใช้ความคิดให้คล่องโดยการพยายาม นำความคิดให้จับเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย มาคิดให้เป็นธาตุใดธาตุหนึ่งใน 4 ธาตุ มี ดิน น้ำ ไฟ ลม ยกตัวอย่างเช่น = จะใช้ธาตุ ดิน แต่เอาไฟมาเผา ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ใช้ความคิดยกมา 1.1) นำความคิดจับยกเอาเส้นผมมาคิดใช้ไฟเผาให้เป็นขี้เถ้าขี้ดิน นั่นคือ ธาตุ ดิน 1.2) คิดทบทวนย้อนกลับไปกลับมาว่ามันเป็นดิน เป็นดิน เป็น ดิน ดินๆๆๆๆๆ ต้องเป็นดินแน่ๆนี่คือความจริงที่ฝืนไม่ได้ 1.3) ทำจนสามารถนึกคิดเห็นในความคิดได้อย่างเชี่ยวชาญและว่องไวในการคิดให้ร่างกายเป็นดิน ให้ตั้งใจเพียรพยายามทำใน 3 ข้อนี้ อาจจะรู้สึกถึงการฝืนของจิตใจไปต่างๆนาๆว่าคงไม่เหมาะกับเราในวิธีนี้ ในอารมณ์ความรู้สึกนี้ที่แสดงขึ้นนั้นได้บ่งบอกชี้ให้เห็นว่าเรากำลังท้อถอยกำลังจะยอมแพ้ แต่ถ้าสามารถก้าวผ่านอาการนี้ไปได้แล้วก็ทำต่อไปทำจนกว่าจะชำนาญในความคิดติดตาตรึงใจว่าความคิดจริงต้องเป็นเช่นนั้นนึกหรือมองเห็นสิ่งใดก็เห็นเป็นเพียงธาตุ ดินขึ้นมาในความคิด สัตว์ บุคคล ต้นไม้ ต่างๆนาๆ เป็นดินเหมือนกันหมดเลย แต่ก่อนที่จะเห็นแบบนั้นอาจจะพบกับอาการทางจิตใจที่มีการขัดขืนและโต้แย้งว่า ไม่ใช่ไม่ใช่ ดิน หากใครพบอาการนี้ก็พอจะรู้ตัวอยู่บ้างแล้วว่า ความเห็นของใจเรามันเห็นไม่ตรงความจริง อาการจะคล้ายเหมือนจะบ้าแต่ไม่บ้ามันเป็นเพียงแค่ใจเรามันไม่ยอมรับความจริง วิธีแก้ ก็คือ ......ไว้ติดตามตอนต่อไป...
      23 เมษายน 2021
      thsf7 @ thsf7: โพส
      24 เมษายน 2021
      อนัตตา @ อนัตตา: ที่จะห้ามไม่ให้คิดไม่ให้นึกนั้น ห้ามไม่ได้เด็ดขาด ธรรมดาของจิตมันต้องมีคิดมีนึก แต่หากมีสติควบคุมจิตอยู่เสมอ คิดนึกอะไรก็รู้ตัวอยู่ทุกขณะ เรียกว่า "บริกรรมภาวนา" มีสติคุมจิตอยู่ทุกขณะ จนกระทั่งเป็น "มหาสติปัฏฐาน" จะยืน เดิน นั่ง นอน ในอิริยาบถใดๆ ทั้งหมด มีสติรอบตัวอยู่เสมอโดยที่ไม่ได้ตั้งใจให้มีสติ แต่มันเป็นของมันเอง สติ ควบคุมจิตไปในตัว . หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี_/|\_ _/|\_ _/|\_
      24 เมษายน 2021
      whiteberry @ whiteberry: สาธุ
      26 เมษายน 2021
      "อริยมรรค" @ "อริยมรรค": 2. วิธีแก้คือ.... ทำแบบนั้นเหมือนเดิมแต่จะต้องเพิ่มวิธีการพิจาราณาให้มากขึ้น 2.1 ) พยายามแยกตามแบบอสุภะ หรือจะเรียกว่า ม้างกายก็ได้ หลังจากที่ฝึกใช้ความคิดเกี่ยวกับชิ้นส่วนอสุภะ เช่น ชิ้นส่วนเนื้อ ชิ้นส่วนหนัง ฯลฯ จนชำนาญในความคิด การม้างกายจึงง่ายต่อการม้าง อย่างเช่นการจะหยิบเนื้อหนังจะจับกระดูกฉีกหรือดึงออกจากกันก็สมจริงในความคิด 2.2 ) ถ้าทำตามขั้นตอนในทั้งหมดนั้นจนชำนาญแล้ว เริ่มลองวิชาได้เลยโดยการแยกนอกแยกใน ทุกสิ่งภายนอกจะสัตว์สิ่งของหรือต้นไม้พยายามฝึกแยกให้หมดสลับมาแยกในกายอีกสลับไปมาแยกจน รู้สึกว่าไม่รู้จะแยกอะไรอีกแล้วเพราะแยกจนเห็นชัดในความคิดหมดแล้วชำนาญจนน่าเบื่อแล้วเบื่อกับการที่ต้องแยกแบบเดิมๆ แต่บางบุคคลอาจะไม่รู้สึกแบบนั้นเพราะรู้สึกหรือเห็นอาการความคิดที่มันขัดขืนก็มีขัดขืนในทางที่ไม่ยอมรับความจริง ไม่ว่าจะเห็นแบบนั้นหรือไม่ก็ตามให้ยอมทนสภาพน่าเบื่อหรือทนเห็นอาการแปลกๆเหล่านั้นไปจะเกิดอะไ รขึ้นก็อย่าใส่ใจให้ฝืนทำไป 2.3 ) หลังจากฝืนแล้วจนเกินความอัศจรรย์ใจเช่น เดินไปที่ไหนก็เห็นแต่สิ่งที่พังทลายไปต่อหน้าต่อตาบางรายอาจจะตกใจบ้างกลัวบ้างเพราะไม่เคยเห็นมาก่อนเดินผ่านต้นไม้ก็เห็นไม้นั้นแตกสลายพังทลายเป็นดินเป็นผงไปต่อหน้าต่อตาเห็นหมาเห็นคนเดินผ่านก็ไม่เห็นเป็นคนเหมือนคนตายซากที่เดินได้ 2.4 ) ถ้าไม่สามารถแยกกระดูกให้เป็นดินได้ก็ให้พยายามแยกให้ทะลุกระดูกลงไปให้ได้แต่ถ้าแยกเห็นกระดูกเป็นผงได้อยู่แล้ว เลื่อนขั้นต่อไปคือ 2.5 ) พยายามน้อมจิตใจมาที่ร่างกายที่เราอาศัยอยู่นี้ว่า ร่างกายนี้เป็นแค่ดิน ดิน ดินๆๆๆๆ... น้อมใจแบบไม่โกหกใจตัวเองต้องน้อมมามองจริงๆ นอกจากเราแล้วไม่มีใครรู้ไปกับเรามีแต่เราเท่านั้นที่รู้ที่ทำอยู่เพราะฉะนั้นโกหกไปก็เปล่าประโยชน์ ความจริงก็คือความจริง จริงจนฝืนไปไหนไม่ได้ มองจนเกิดความรู้ขึ้นด้วยความจากการพิจาราณาทั้งหมดที่ได้ฝึกมาตั้งแต่ต้นนั้น ความรู้การพิจาราณาทั้งมวลที่ฝึกมาตั้งแต่ต้นมันจะหลอมรวมตัวกันประชุมกันขึ้นมาเรียกว่าเต็มรอบของการพิจาราณาการ การประชุมครั้งนี้จะอัศจรรย์ยิ่งกว่าที่ผ่านมาทั้งหมด.....ไม่บอกเอาไว้ถึงจะรู้เอง
      26 เมษายน 2021
      "อริยมรรค" @ "อริยมรรค": 3. หลังจากพบเส้นทางตรงดิ่งแล้วจะเห็นกิเลสทุกตัวที่ติดอยู่ในจิตใจตนเองและจะรู้ว่าต้องละตัวไหนก่อนตัวไหนหลังแต่จะยังไม่รู้วิธีละ จึงต้องยกกิเลสตัวแรกขึ้นมาที่รู้ว่าต้องละตัวแรกนั้นมาหาวิธีละทำยังไงจึงจะละให้ได้ จะหาด้วยกลอุบายแบบไหนก็ดี แต่จะอยู่ที่กลอุบายใดๆจะจัดการได้ แต่จะจัดการด้วยการไม่พยายามจัดการ จะจัดการก็จะต้องจัดการด้วยปัญญาเท่านั้น เหมือนกับการพิจาราณาอสุภะแบบไหนจึงจะได้พบความจริงในสิ่งนั้นๆหรือข้อนั้นๆ สิ่งไหนที่เป็น อกุศล เกิดขึ้นหากมีสติเห็นก็ดับหากไม่มีสติก็ติดเป็นห่วงโซ่ยาวไกล อกุศลเห็นได้ชัดดีกว่า กุศล หากเป็น กุศล ก็มักจะเพลิดเพลินไปเป็นห่วงโซ่เช่นกันเพราะไม่มีสติเฝ้ามองเห็น หาก อกุศลและกุศล เกิดขึ้นมีสติรับรู้ไฟก็ดับ ดับๆๆๆ อยู่เรื่อยๆ ดับแล้วดับอีก ดับจนมันเห็นตัวมันเอง จิตอยู่ส่วนจิต ใจอยู่ส่วนใจ อารมณ์อยู่ส่วนอารมณ์ ต่างฝ่ายต่างอยู่แต่จะทำงานร่วมกันเหมือนท้องฟ้ากับพื้นดิน ต่างฝ่ายต่างทำงานร่วมกัน ใครจะมองว่ามั่วก็ขออภัยด้วยนะครับ
      29 เมษายน 2021
      5 พฤษภาคม 2021
      killuazx @ killuazx: ช่วยด้วยค่ะคือปกติเป็นคนสัมผัสที่6แบบนี้ได้อยู่ แต่ช่วงนี้ชอบโดนปลุกทุกวันโกนกับวันพระ เป็นอย่างนี้ตลอดในช่วงนี้ค่ะ (หนูดวงตก) แต่วันนี้หมดความอดทนแล้วค่ะ หนูต้องทำงานตอนเช้าแล้วตื่นไม่ไหวเหนื่อยเพลีย ไม่อยากแช่งเค้า มีวิธีแก้มั้ยคะ เป็นตลอดเบื่อมากแล้วค่ะ
      5 พฤษภาคม 2021
      Jerusale @ Jerusale:
      ทำบุญและแผ่เมตตาให้เค้าไปครับแล้วบอกเค้าว่าอย่าได้มารบกวนกันเลย
      7 พฤษภาคม 2021
      7 พฤษภาคม 2021
      7 พฤษภาคม 2021
      15 พฤษภาคม 2021 at 20:42
      ไห่เฉากุหลาบไฟ @ ไห่เฉากุหลาบไฟ: อยากกลับเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?
      16 พฤษภาคม 2021 at 21:18
      Chuang simnin @ Chuang simnin: คิดดูก่อน

    คุณต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน จึงจะสนทนาได้

    Loading...