เรื่องเด่น คนโปรดของมาร

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 12 พฤษภาคม 2021.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,805
    กระทู้เรื่องเด่น:
    517
    ค่าพลัง:
    +66,057
    ?temp_hash=4b250221ef9dbebd4f789aa16b26952a.jpg





    #คนโปรดของมาร
    "คนโปรดของมาร" เป็นอย่างไร ? ขอให้ลูกหลานหลวงปู่ใหญ่ทุกคน จงสดับตรับฟัง หรือ อ่านพระธรรมเทศนาด้วยพินิจพิเคราะห์อย่างยิ่ง ดังต่อไปนี้ เถิดฯ
    ลูกหลานคนใดที่ติดตามฟังเทศนาหลวงปู่อยู่เสมอ ย่อมจักพบว่า หลวงปู่เทศนาเรื่องมาร ซึ่งอยู่บนสวรรค์ชั้นสูงสุด คือ ปรนิมมิตวสวัตตี มีพญามารเป็นประมุข พญามารตนนี้นี่เองเป็นจอมทัพยกทัพหมู่มารมาผจญกับเจ้าชายสิทธัตถะก่อนพระองค์จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
    เมื่อพ่ายแพ้แก่เจ้าชายสิทธัตถะ และเจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พญามารตนนี้พร้อมด้วยบริวารมิได้หายไปไหน แต่กลับไปครองสวรรค์ชั้น 6 เหมือนดังก่อนเก่า หากแต่ลดบทบาทลงเล็กน้อย เพราะเมื่อพ่ายแพ้เพราะโลกและจักรวาลได้มีพระพุทธเจ้าเป็นดวงประทีปแล้ว ความมืดมิดแห่งมารก็ต้องลดเลือนลง
    ความจริงแห่งพระสัทธรรมมีอยู่ว่า โลกและจักรวาล มีขาวคู่ดำ มีมืดคู่สว่าง และมีพุทธะคู่กับมาร
    ผู้ใดใฝ่ที่จะอยู่กับความสว่างหรือฝ่ายพุทธะ จุดหมายปลายทางคือ สุญญตา ความยึดมั่นถือมั่น สังขารหรือภพภูมิทั้งสิ้น สูญหมด ไม่เหลือเชื้อให้ต้องมาเกิดแก่เจ็บตายอีกต่อไป
    เมื่อเป็นเช่นนี้ มารจึงไม่ยอม เพราะมารต้องการทาสช่วงใช้
    หากมีสิ่งใดมาตัดรอน ทำลายห่วงโซ่หรือร่างแหของมารที่ไว้สำหรับผลิตหรือครอบงำทาสช่วงใช้ของมารแล้ว มารย่อมจักแค้นเคืองเป็นที่สุด
    วิสัยของมารนั้นแม้อยู่บนสวรรค์ชั้นสูงสุด นอกจากครอบงำสวรรค์ชั้นรอง ๆ ลงมาจนถึงมนุษย์และสัตว์ดิรัจฉานแล้ว มารยังสามารถเบียดเบียนบีฑาไปถึงชั้นพรหมที่อยู่เหนือตนขึ้นไป แต่เป็นพรหมระดับล่าง ได้อีกด้วย
    เพราะพรหมระดับล่างนั้น คุณธรรมแห่งพรหมหรือพรหมวิหาร ๔ ยังไม่เข้มแข็ง หรือ พรหมบางองค์ก็ยังอ่อนแออยู่ จึงมักถูกมารเข้าแทรกได้บ่อย ๆ
    มารเข้าแทรกพรหมก็เพื่อชักพาสัตว์ที่เกิดและอาศัยอยู่ในพรหมนั้นมาเป็นทาสช่วงใช้ของตน นั่นเอง
    พญามารและหมู่มารต้องการทาสช่วงใช้ เพื่อธำรงสถานะสูงส่งของตนไว้มิให้เสื่อมสูญพังทลาย เพราะระบบของมารเป็นระบบที่ต้องอาศัยสัตว์อื่นมาเชิดชูค้ำจุน ความเป็นตัวตนของมาร หรือสถานะอันสูงส่งของมาร จึงจะธำรงอยู่ได้
    แต่สำหรับฝ่ายพุทธะแล้ว มิต้องการเช่นนั้นเลยเป็นอันขาด.. เพราะพุทธะคือผู้ รู้-ตื่น-เบิกบาน สามารถธำรงอยู่ได้ด้วยอิสระเสรีภาพ มิต้องอาศัยสิ่งใดมาค้ำจุน ดำเนินอยู่ได้โดยลำพัง เมื่อถึงคราจักต้องดับทั้งหมดทั้งสิ้น หรือเรียกว่าปรินิพพาน ก็คือสูญสลายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เหลือเชื้อให้กลับมากำเนิดเพื่อเป็นทุกข์อีก
    มารทั้งหมดย่อมถูกอวิชชาครอบอยู่
    สูงสุดของมารคือพญามาร มิใช่เขาไม่รู้จักพุทธะ แต่เป็นเพราะเขารู้นั่นเอง เขาจึงหวาดเกรงว่า พุทธะจะมากวาดต้อนทาสช่วงใช้ของเขาไป
    ในคราที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมี พญามารจึงส่งบริวารมาขัดขวาง สร้างอุปสรรคทุกประการเพื่อมิให้ผ่านด่านไปได้
    แม้กระทั่งตอนที่พระโพธิสัตว์บารมีเต็มเปี่ยมแล้ว ก่อนจะตรัสรู้ พญามารถึงขนาดต้องยกทัพใหญ่มหึมายาตรามา หมายผจญเอาชนะพระโพธิสัตว์ให้จงได้
    เมื่อพระโพธิสัตว์ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า โปรดสัตว์ ประกาศพระศาสนา อยู่นั้น มารก็ยังคงมารังควานอยู่ตลอด เพราะไม่ต้องการให้พระพุทธเจ้าโปรดสัตว์เป็นจำนวนมากเกินไป เพราะทาสช่วงใช้ของตนจะน้อยลง มารยอมไม่ได้
    พญามาร หรือ มารชั้นย่อมลงมา มักมีสัตว์ที่ถือเป็น "ทาสคนโปรด" ไว้สำหรับช่วงใช้ต่อเนื่องกันลงมา ให้ไปหลอกล่อสัตว์อื่นด้วยเพทุบาย ต่าง ๆ นานา ให้สัตว์ที่ "พุทธจิต" อ่อนแอ ตกมาเป็นทาสของมาร
    ทาสช่วงใช้คนโปรดของมารนั้น มีหลากหลายประเภท แทบทั้งหมดทำงานรับใช้มารอย่างถวายหัว แต่อาจไม่รู้ว่าตนทำงานรับใช้มารอยู่ เพราะด้วยความเห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรว่าเป็นดอกบัว นั่นแล
    ทาสช่วงใช้ของมาร ย่อมต้องมีชีวิตหรูหรา มีสถานะสูง เพื่อชักจูงล่อลวงสัตว์ให้ตกมาเป็นทาสได้ง่าย
    ขอให้ลูกหลานจงสังเกตเถิดว่า...
    กาลสมัยแห่งกลียุคเช่นเพลานี้ เหล่าทาสช่วงใช้คนโปรดของมาร จักเฉิดฉาย ลอยไปลอยมา มีสถานะสูงส่ง มากเป็นพิเศษ เพื่อประกอบกิจทำลายสัตว์ผู้ใฝ่พุทธะที่อาจคุณธรรมยังอ่อนแออยู่ และเพื่อชักจูงสัตว์ผู้มิรู้อิโหน่อิเหน่ใด ๆ หรือ ไร้เดียงสา มาเป็นพวก เป็นทาสช่วงใช้ต่อ ๆ กันลงไป มิให้สิ้นสุด
    ถ้อยคำเทศนาของหลวงปู่ใหญ่ดังกล่าวมาทั้งหมดนั้น เป็นถ้อยทิพย์ เพื่อเผยสภาวะแห่งสัทธรรมอันซ่อนเร้นอยู่ให้ลูกหลานรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันมาร มิใช่ให้ไปเพ่งโทษใครว่าเป็นมาร เพราะแม้ใครเป็นมาร เราก็ต้องมีพรหมวิหารต่อเขามิเสื่อมคลาย หากยังมีมิจฉาทิฏฐิ หมิ่นหยามใคร อยู่ เราก็ยังเป็นมารประเภทใดประเภทหนึ่งอยู่นั่นเอง
    ฝ่ายพุทธะ จักต้อง รู้-ตื่น-เบิกบาน อย่างเข้มแข็ง มีพรหมวิหารอย่างดีเยี่ยมไปถึงขั้นอัปปมัญญา มีความสะอาด-สว่าง-สงบ เป็นเจ้าเรือนแห่งจิตวิญญาณอย่างอมตะ คือ ไม่เสื่อมคลายทลายลง
    ฝ่ายมารทำหน้าที่อย่างมิจฉาทิฏฐิตามธรรมชาติของกฎสากลสัทธรรม
    ฝ่ายพุทธะก็ต้องทำหน้าที่อย่างสัมมาทิฏฐิเช่นกัน นั่นคือ หน้าที่ตามหลักแห่ง ทาน, ศีล, ภาวนา พร้อมด้วย พรหมวิหาร ๔ และ สังคหวัตถุ ๔
    ถ้าผู้ใดมัวแต่หลับใหลอยู่ อ้างว่าปล่อยวาง ไม่ทำหน้าที่ตามหลักคุณธรรม หรือทำหน้าที่อย่างมิจฉาทิฏฐิ ก็ย่อมเป็นมารแอบอ้างเป็นพุทธะ ซึ่งจะได้รับโทษรุนแรงร้ายกาจยิ่งนัก ในวาระต่อไป อย่างแน่นอน
    นะลูกหลานเอ๊ยฯ
    ----------------------
    #ธรรมเทศนาหลวงปู่เทพโลกอุดร
    #หลวงปู่เทพโลกอุดร
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...