ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หนอนบ่อนไส้ล้างบางรังสายลับ: 13 ปีที่อเมริกากลัวจนหัวหด เมื่อหัวหน้าหน่วย ‘จับสายลับ’ แปรพักตร์หนีซบอิหร่าน

    กลายเป็นแฟลชข่าวดังสะเทือนวงการข่าวกรองโลกอีกครั้ง เมื่อจู่ ๆ ในช่วงกลางเดือนนี้ #สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ #FBI ได้ตัดสินใจสะบัดใบประกาศจับพร้อมตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อล่าตัวอดีตสายลับหญิงวัย 47 ปีที่แปรพักตร์และ “อันตรธานหายตัวไปในกลีบเมฆ” ณ ประเทศ #อิหร่าน ตั้งแต่ 13 ปีที่แล้ว

    นี่ไม่ใช่คดีทหารหนีทัพธรรมดา แต่เป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนวงการสปาย เพราะเธอคนนี้คืออดีตหัวกะทิระดับตัวแม่ของหน่วย "#ต่อต้านข่าวกรอง" (Anti-Intelligence) ที่มีหน้าที่เด็ดหัวหนอนบ่อนไส้โดยตรง ทว่าสุดท้ายกลับกลายมาเป็นผู้ระเบิดพิกัดรังสายลับของ #อเมริกา ในตะวันออกกลางจนเกลี้ยงกระดาน ซึ่งชำแหละปมลึกแสบจี๊ดได้ดังนี้:

    1. โปรไฟล์ระดับ ‘กุญแจผี’ ที่กำข้อมูลชี้เป็นชี้ตายในตะวันออกกลาง

    ผู้หญิงที่ทำเอาทำเนียบขาวนอนไม่หลับมาตลอดทศวรรษมีชื่อว่า Monica Witt (โมนิกา วิตต์) ชะตากรรมและมันสมองของเธอคือสิ่งที่เพนตากอนฟูมฟักมากับมือ:

    -ขุนศึกสายลับ 11 ปี: เธอรับราชการใน #กองทัพอากาศสหรัฐฯ ยาวนานกว่าทศวรรษ ผ่านการฝึกหลักสูตรจารกรรมขั้นสูงสุด และที่สำคัญคือ "พูดภาษาเปอร์เซีย (Farsi) ได้อย่างแตกฉาน"

    -หัวหน้าหน่วยจับหนอน: ตำแหน่งสุดท้ายของเธอคือเจ้าหน้าที่พิเศษในหน่วยสืบสวนพิเศษกองทัพอากาศ (AFOSI) หน้าที่หลักคือการลากไส้สายลับสองหน้าและคัดกรองคนทรยศในกองทัพ นั่นหมายความว่า สมองของเธอคือฮาร์ดดิสก์เคลื่อนที่ที่บันทึก "รายชื่อจริงและนามแฝง" ของสายลับอเมริกันทุกคนที่แฝงตัวอยู่ในตะวันออกกลาง รวมถึงโค้ดเนมโครงการลับสุดยอดของห้าเหลี่ยม

    2. ข้อความสั้นสะท้านโลก: "ฉันกลับบ้านแล้ว"

    จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนขั้วเกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อเธอตอบรับคำเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการ "New Horizon" ในอิหร่าน ซึ่งอเมริกาตราหน้าว่าเป็นรังนกต่อของหน่วยข่าวกรองปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในการล่อซื้อบุคลากรตะวันตก

    -วาจาตลบหลัง FBI: ตอนที่เธอกลับมาและโดน FBI เรียกเข้าห้องดำไปปรับทัศนคติ โมนิกาตบปากรับคำอย่างดิบดีว่าจะไม่แพร่งพรายความลับ แต่พอถึงปี 2013 เธอแอบตีตั๋วเที่ยวเดียวบินลัดฟ้าซบกรุงเตหะราน ทันทีที่เครื่องลงจอด เธอส่งข้อความสั้นหาผู้ประสานงานชาวอิหร่านว่า “Home(ถึงบ้านแล้ว)” ก่อนจะไปโผล่หน้าหราบนวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกา ดัดหลังลูกพี่เก่าจนหน้าหงาย

    3. มหกรรม ‘ระเบิดพิกัด’ ล้างบางเครือข่าย CIA ในตะวันออกกลาง

    ความน่ากลัวที่แท้จริงไม่ใช่แค่การที่เธอหนีไปออกทีวี แต่อยู่ที่ “ของขวัญวันแรกพบ” ที่เธอยื่นให้อิหร่าน ซึ่งตามสำนวนฟ้องของอัยการสหรัฐฯ ในปี 2019 ระบุว่าเสียหายยับเยินระดับวินาศสันตะโร:
    -แจกพิมพ์เขียวระบบล่าสายลับ: โมนิกาเอาความรู้ทั้งหมดที่อเมริกาใช้จับสายลับ ไปดีไซน์เป็น “คู่มือหลบหลีกและแผนการไล่ล่าสายลับอเมริกัน” ให้แก่อิหร่านโดยเฉพาะ

    -ชี้เป้าแฮกเกอร์ถล่มเพื่อนเก่า: เธอแชร์ข้อมูลส่วนตัว จุดอ่อน และพฤติกรรมของอดีตเพื่อนร่วมงานในเพนตากอน ส่งผลให้แฮกเกอร์อิหร่านสามารถทำ Cyber-Phishing เจาะระบบความมั่นคงสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำจับวาง จนเครือข่ายสายลับที่อเมริกาลงแรงสร้างมาหลายสิบปีในตะวันออกกลางต้องเป็นอัมพาตทันที

    การที่ FBI ต้องควักเงิน 200,000 ดอลลาร์มาตั้งรางวัลนำจับในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ ไม่ใช่เพราะพวกเขาคิดว่าจะจับเธอได้หรอก แต่มันคือ ‘การส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและไร้กำลัง’ ต่างหาก! สิ่งที่อเมริกากลัวจนตัวสั่นมาตลอด 13 ปี คือความจริงที่ว่า ‘คนที่รู้ทันกลวิธีของอเมริกาดีที่สุด ได้กลายไปเป็นมันสมองให้ศัตรูหมายเลขหนึ่ง’ เครือข่ายข่าวกรองที่สร้างขึ้นด้วยอำนาจเงินและการข่มขู่ขืนใจประเทศอื่น สุดท้ายมักจะพังทลายลงด้วยปัญหา ‘#วิกฤตศรัทธา’ ของคนในองค์กรเอง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงเริ่มมองเห็นความย้อนแย้งของวาทกรรมเสรีภาพที่กองทัพตนเองเอาไปทิ้งระเบิดใส่ชาวบ้าน

    การแปรพักตร์ของ Monica Witt จึงเปรียบเสมือนกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่า ระเบียบความมั่นคงของพญาอินทรีที่ดูเกรียงไกรภายนอก เนื้อในกลับผุกร่อนและพร้อมจะโดนคนในบ้านดัดหลังได้ทุกเมื่อ ยิ่งอเมริกาพยายามไล่ล่าเธอเท่าไหร่ ก็ยิ่งประจานความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของตัวเองให้โลกหัวร่อมากเท่านั้น

    #ChinaFocus

    Ref.: CBS News/FBI Official Announcement (May 14, 2026)

    https://www.facebook.com/share/1DqLER11CC/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯระงับขายอาวุธไต้หวัน 1.4 หมื่นล้าน ดีลแลกเปลี่ยนสุดแสบของทรัมป์ที่ทุบโต๊ะสั่งสอน DPP

    กลายเป็นแผ่นดินไหวทางการเมืองระลอกใหญ่ที่สุดทุบเกาะไต้หวันจนแตกตื่นกันทั้งบาง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนเปิดหน้าประกาศกลางสภาซีเนตว่า “สหรัฐฯ สั่งระงับดีลขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.2 แสนล้านบาท) ชั่วคราว” โดยอ้างเหตุผลว่าต้องสำรองกระสุนไปใช้ในตะวันออกกลาง แต่อัตลักษณ์ที่แท้จริงของหมากกระดานนี้คือ “ใบสั่งย้าย” จากทำเนียบขาวที่มอง #ไต้หวัน เป็นเพียงเศษชิ้นส่วนบนโต๊ะเจรจากับปักกิ่ง

    นี่คือการดัดหลังยุทธศาสตร์ “พึ่งพาอเมริกา” ของไล่ ชิงเต๋อ (赖清德) อย่างไร้ความปราณี ซึ่งสามารถชำแหละความจริงออกเป็น 3 ประเด็นดังนี้:

    1. ตรรกะย้อนแย้งที่ฟังไม่ขึ้น: อ้างกระสุนหมด แต่ส่งให้ยูเครนหน้าตาเฉย

    คำแถลงของ Hung Cao รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือสหรัฐฯ ที่ระบุว่าต้องหยุดส่งอาวุธให้ไต้หวันเพื่อสำรองไปใช้ในปฏิบัติการ “Epic Fury” ในตะวันออกกลางนั้น ถูกบรรดานักวิเคราะห์ชั้นนำฉีกหน้ากากทันควัน:

    -ข้ออ้างบังหน้าการเมือง: หนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph ของอังกฤษแฉว่า ข้ออ้างเรื่องกำลังการผลิตไม่พอเป็นเพียง “ข้ออ้างระบายอารมณ์” เพราะดีล 1.4 หมื่นล้านนี้สภายังไม่ได้อนุมัติเข้าไลน์ผลิตจริงด้วยซ้ำ

    -สองมาตรฐาน: ในวันเดียวกันนั้นเอง (21 พฤษภาคม) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กลับอนุมัติขายระบบขีปนาวุธมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ให้ #ยูเครน ได้อย่างหน้าตาเฉย พิสูจน์ชัดว่าคำว่า “กระสุนไม่พอ” มีไว้ใช้ปฏิเสธไต้หวันประเทศเดียว

    2. สัญญาทาสแลกเปลี่ยน: เมื่อ “ไต้หวัน” เป็นแค่ชิปบนตักของทรัมป์

    ชนวนเหตุที่แท้จริงเพิ่งเกิดขึ้นหลังจาก #โดนัลด์ทรัมป์ จบทริปเยือนปักกิ่งอย่างเป็นทางการสัปดาห์ที่แล้ว และได้ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ถึงดีลอาวุธชิ้นนี้แบบขวานผ่าซากว่า “ผมอาจจะอนุมัติ หรืออาจจะไม่... มันคือ 'ชิปต่อรอง' ชิ้นสำคัญ ขึ้นอยู่กับว่าจีนจะทำอย่างไร” ตามด้วยประโยคทุบโต๊ะว่า “ผมไม่อยากเห็นใครเดินหน้าสู่อิสรภาพ (แยกตัวเป็นเอกราช) เราต้องเดินทางตั้ง 9,500 ไมล์เพื่อไปทำสงคราม ผมไม่อยากทำแบบนั้น”

    คำพูดนี้ทำลาย “ภาพลวงตา” ที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เพียรพยายามล้างสมองประชาชนมาตลอดว่า #อเมริกาจะมาปกป้องไต้หวันด้วยหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ความจริงเปิดเผยแล้วว่า สำหรับทรัมป์ ไต้หวันคือสินค้าที่มีไว้ “ขาย” หรือ “แลกเปลี่ยน” ผลประโยชน์เพื่อลดหนี้ 38 ล้านล้านดอลลาร์ของอเมริกาเท่านั้น

    3. สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของ ไล่ ชิงเต๋อ: จ่ายค่าคุ้มครองแต่ได้ความว่างเปล่า

    สภาไต้หวันเพิ่งจะกัดฟันผ่าน “งบประมาณพิเศษกลาโหม” มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อเตรียมเงิน 14,000 ล้านไปประเคนให้อเมริกาตามที่วอชิงตันเร่งรัด ทว่าพอเงินพร้อม อเมริกากลับขยิบตาแช่แข็งดีลทันที:

    -ผู้นำใบ้กิน: เมื่อวานนี้ (22 พฤษภาคม) แฟลชข่าวดังระเบิดทั่วเกาะ ไล่ ชิงเต๋อ โดนนักข่าวรุมจี้ถามข้ามหัว เจ้าตัวทำเป็นหูทวนลมแกล้งไม่ได้ยินและรีบเดินหนีเข้างานทันที ขณะที่โฆษกทำได้เพียงแก้ตัวว่า “ยังไม่ได้รับแจ้งเป็นทางการ”

    หมัดน็อกจากฝ่ายค้าน: ส.ส. สวี เฉี่ยวซิน (徐巧芯) จากพรรคก๊กมินตั๋ง สับแหลกกลางสภาว่า ดีลนี้ล่มไม่เกี่ยวกับ #สงครามอิหร่าน แต่เป็นเพราะ ไล่ ชิงเต๋อ ไม่สามารถทำให้วอชิงตันเชื่อใจได้ว่าจะไม่พาอเมริกาไปตายในสงครามแยกตัวเป็นเอกราช “นี่คือการโดนความจริงระหว่างประเทศตบหน้าอย่างจัง เป็นพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชนเพื่อโกงคะแนนเสียงที่เฮงซวยที่สุด!”

    "นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่แสดงให้เห็นว่า ในสายตาของมหาอำนาจโลก ความมั่นคงของประเทศเล็ก ๆ เป็นเพียงตัวเลขในบัญชีดุลการค้าเท่านั้น

    ปัจจุบัน ‘ทั้งโลกเหลือแค่อเมริกาชาติเดียว’ ที่ยังยอมขายอาวุธให้ไต้หวัน ซึ่งลึก ๆ แล้ว ไต้หวันรู้ดีว่าอาวุธเหล่านั้นไม่มีนัยยะทางการทหารในการต่อกรกับ #กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ที่คุมน่านน้ำน่านฟ้าแบบเบ็ดเสร็จรอบเกาะได้เลย แต่มันคือการ ‘จ่ายค่าคุ้มครอง’ เพื่อซื้อความอุ่นใจและเอามาโฆษณาชวนเชื่อหลอกประชาชนในคูหาเลือกตั้งว่า ‘อเมริการักเรา’

    รายงานจากสถาบันระดับโลกอย่าง Brookings Institution โดยดร. คาวานา (Cavanaugh) ชี้ชัดว่า นโยบาย ‘ยุทธศาสตร์คลุมเครือ’ (Strategic Ambiguity) ของสหรัฐฯ มันหมดอายุและแบกรับต้นทุนไม่ไหวแล้ว หากเกิดสงครามบนเกาะพื้นที่กว้างแค่ 3 หมื่นกว่าตารางกิโลเมตร ที่ไม่มีพื้นที่ให้ทหารเคลื่อนพลแนวลึก อเมริกาต้องสังเวยชีวิตทหารและสูญเสียทางเศรษฐกิจนับล้านล้านดอลลาร์ แลกกับเกาะที่ไม่ได้เป็นผลประโยชน์แกนหลัก (Core Interest) ของตนเอง

    เมื่อทรัมป์เปลี่ยนเกาะไต้หวันจาก ‘พันธมิตรค้ำประกัน’ ให้กลายเป็น ‘ป้ายราคาประมูลขาย’ ฉากหน้าของการทูตแบบสร้างภาพลวงตาของพรรครัฐบาลไต้หวันจึงพังทลายลงทันที ปากบอกพร้อมรบแต่ผู้นำเดินหนีนักข่าว วิ่งหาทางออกไม่เจอ นี่แหละจุดจบของการฝากชีวิตไว้กับลมปากของนักเลงข้ามโลก!"

    #ChinaFocus

    Ref.: Alja Zeera/Newsweek

    https://www.facebook.com/share/p/1YB9gXW81b/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ก็คงเป็นคนนี้แหละ Kevin Warsh ประธาน Fed คนถัดไปต่อจากพาวเวลล์ ครึ่งปีหลังระวังกันไว้หน่อย อย่าหลงคิดว่าถ้านโยบายดอกเบี้ยผ่ิอนคลาย แปลว่าหุ้นจะขึ้น
    .

    สิ่งที่ต้องดูและสำคัญมากคือ Fed Balance Sheet เผื่อใครไม่ได้สังเกตุ หลัง Fed หยุดทำ QT เป็นต้นมา Fed มีการทำ QE อ่อนๆ เพื่อดูแลสภาพคล่องมาตลอด แต่หาก Kevin Warsh ยืนยันว่าจะลด B/S ล่ะก็ ต่อให้ลดดอกเบี้ย ก็ไม่ได้หมายความว่าสภาพคล่องตลาดจะผ่อนคลายนะ
    .

    หลังเขาเข้ารับตำแหน่ง เราคงต้องดูนโยบายกันให้แน่นอนอีกครั้ง ว่าโดยรวมแล้วตัวนโยบายนั้นผ่อนคลายหรือตรึงเครียด การใช้อัตราดอกเบี้ยมาตัดสินง่ายๆ นั้น ตัดสินไม่ได้อีกต่อไปแล้วค่ะ

    https://www.facebook.com/share/1H3vU1dx18/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ∆... "ตลาดพันธบัตรอเมริกากลิ่นเน่าโชยมาแต่ไกล... หนี้ เงินเฟ้อ พาทัวร์นรกแน่"

    ***... ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยง

    ... แม้ว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในช่วงขาขึ้น พวกเขากำลังชี้ให้เห็นถึง "ความไม่สอดคล้องกัน" ครั้งใหญ่ในวอลล์สตรีท

    ขณะนี้ พฤษภาคม 2026 ตลาดหุ้นกำลังเฉลิมฉลองผลกำไรของบริษัทที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการเติบโตอย่างมหาศาลของโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI)

    แต่เบื้องหลัง ตลาดพันธบัตร ซึ่งทำหน้าที่เป็นรากฐานของระบบการเงินโลก กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรง

    ***... ประเด็นหลักอยู่ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากหนี้ภาครัฐจำนวนมาก อัตราเงินเฟ้อที่ดื้อรั้นจากสงครามกับอิหร่าน และการใช้จ่ายสาธารณะจำนวนมหาศาล

    ... นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญกังวล และ "การล่มสลายของตลาดพันธบัตร" อาจฉุดตลาดหุ้นลงได้ในที่สุด

    ***1)... ลักษณะของ "ความเสี่ยง" ในตลาดพันธบัตร

    ในตลาดพันธบัตร เมื่อราคาลดลง อัตราผลตอบแทน (อัตราดอกเบี้ย) จะสูงขึ้น ขณะนี้ อัตราผลตอบแทนกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

    (*... แปลว่าไม่มีใครอยากซื้อพันธบัตรอเมริกาแล้วนั่นเอง... )

    > ... อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทะลุ 4.5% ไปอยู่ที่ประมาณ 4.60% แล้ว

    >... อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นเหนือ 5% แตะระดับสูงสุดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงก่อนวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008

    >... นี่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังเรียกร้องอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมากก่อนที่จะยอมให้รัฐบาลสหรัฐฯ กู้ยืมเงิน ... พวกเขาทำเช่นนี้เพราะภาระหนี้รวมของรัฐบาลกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และภาวะเงินเฟ้อที่คงที่หมายความว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ง่ายๆ

    2) ... เหตุใดตลาดพันธบัตรจึงมีอิทธิพลเหนือตลาดอื่นๆ

    ตลาดหุ้นอาจเพิกเฉยต่อตลาดพันธบัตรได้ชั่วคราว

    แต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ตลอดไป

    ***... เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็น "อัตราดอกเบี้ยปลอดความเสี่ยง" ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานพื้นฐานสำหรับต้นทุนการกู้ยืมเงินทั่วทั้งเศรษฐกิจโลก

    (... Bond yield : มันคือสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจชั้นดี
    เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงถึง 5% จะก่อให้เกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ที่อันตราย:)

    >... แรงดึงดูดของตลาดหุ้น: หากนักลงทุนสามารถได้รับผลตอบแทน 5% ที่รับประกันและปราศจากความเสี่ยงเพียงแค่ถือพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ พวกเขาก็จะมีแรงจูงใจน้อยลงที่จะเสี่ยงซื้อหุ้นที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะดึงเงินทุนออกจากตลาดหุ้นโดยธรรมชาติ

    >... ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทที่สูงขึ้น:

    บริษัทต่างๆ พึ่งพาการกู้ยืมเพื่อเป็นทุนในการเติบโต อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นหมายความว่าการออกพันธบัตรของบริษัทจะมีราคาแพงขึ้นอย่างมาก

    ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งในขณะนี้สำหรับบริษัทเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ต้องการเงินทุนราคาถูกหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่

    >... ข้อจำกัดของผู้บริโภค:

    เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของผู้บริโภคก็พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน อัตราดอกเบี้ยจำนองคงที่ 30 ปีโดยเฉลี่ยยังคงสูงกว่า 6%

    ซึ่งทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวและลดการใช้จ่ายของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน

    3)... อันตรายจาก "ความประมาท"

    ปัจจุบันตลาดหุ้นซื้อขายอยู่ที่ระดับสูงมาก โดยดัชนี S&P 500 ซื้อขายอยู่ที่มากกว่า 21 เท่าของกำไรในอนาคต
    (... กลิ่นฟองสบู่แตกกำลังโชยมา= สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 16 เท่า)

    นักวิเคราะห์เตือนว่านักลงทุนในตลาดหุ้นกำลังประมาทอย่างมาก พวกเขามุ่งเน้นไปที่ผลประกอบการของบริษัทที่สดใส และเดิมพันว่าการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก (เช่น การปิดกั้นการขนส่งทางเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ) จะคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว

    ***... คำเตือนหลักจากผู้เชี่ยวชาญคือ ตลาดพันธบัตรกำลังประเมินราคาเงินเฟ้อระยะยาวเชิงโครงสร้างและหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล

    ในขณะที่ตลาดหุ้นกำลังประเมินราคาอนาคตที่เติบโตอย่างรวดเร็วและไร้ที่ติ

    หากเงินเฟ้อยังคงสูงและผลตอบแทนยังคงเพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นจะถูกบังคับให้เผชิญกับความเป็นจริงในที่สุด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการปรับฐานอย่างรุนแรง

    >... บทเรียนจากประวัติศาสตร์:

    ในทางเศรษฐศาสตร์ "ตลาดพันธบัตร" มักถูกมองว่าเป็น "เงินทุนอัจฉริยะ" เพราะถูกครอบงำโดยผู้เล่นสถาบันขนาดใหญ่ที่มุ่งเน้นเฉพาะคณิตศาสตร์ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงมหภาค เมื่อตลาดพันธบัตรเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ตลาดหุ้นมักจะได้รับผลกระทบตามมาในไม่ช้า

    (***... และเมื่อวิกฤตการเงินล่มสลายมันก็จะกระทบกับประชาชนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... เพราะว่าพวกชนชั้นสูงเขาได้ออกแบบให้การเงินของโลกมันเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์เด็ดดอกไม้ที่หนึ่ง ก็สะเทือนไปถึงอีกทีหนึ่งทั่วโลก... )

    https://www.facebook.com/share/p/1KwBWfea9B/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เผยว่า "สหรัฐ–อิหร่าน“
    ตอนนี้มีโอกาส “50-50” ระหว่าง

    1) บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
    2) ทำสงครามกันรอบใหม่

    Donald Trump เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านอยู่ในจุด “50-50” ระหว่าง

    การบรรลุข้อตกลงร่วมกัน
    หรือ
    การกลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารอีกครั้ง

    รายงานจาก Axios ระบุว่า ทรัมป์อาจตัดสินใจภายในวันพรุ่งนี้ หลังเตรียมหารือกับทีมที่ปรึกษาระดับสูง รวมถึง Steve Witkoff, Jared Kushner และรองประธานาธิบดี JD Vance

    ทรัมป์กล่าวว่า มีโอกาสเกิด “ข้อตกลงที่ดี” ได้ แต่ก็เตือนเช่นกันว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐอาจตอบโต้ “หนักกว่าที่อิหร่านเคยเจอ”

    คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางการเจรจาเกี่ยวกับ

    โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
    การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
    และความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz

    ตลาดทั่วโลกกำลังจับตาการตัดสินใจครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลโดยตรงต่อ

    ราคาน้ำมัน
    ทองคำ
    เงินเฟ้อ
    Bond Yield
    และตลาดหุ้นทั่วโลก

    หากดีลเกิดขึ้นจริง อาจช่วยคลายแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ชั่วคราว

    แต่หากการเจรจาพังลง ความเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลางอาจกลับมารุนแรงอีกครั้งทันที

    https://www.facebook.com/share/p/1DbnWMCTsp/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! ทรัมป์กำลังเรียกประชุมด่วนผู้นำประเทศเหล่านี้ เพื่อหารือเรื่องสงครามอิหร่านตอนนี้เลย

    - ซาอุดีอาระเบีย
    - กาตาร์
    - สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
    - อียิปต์
    - ตุรกี
    - ปากีสถาน

    จับตาว่าจะมีการแถลงอะไรตามมา



    มีรายงานว่า Donald Trump เตรียมจัดการประชุมทางโทรศัพท์ครั้งสำคัญในวันเสาร์นี้ กับผู้นำจาก

    ซาอุดีอาระเบีย
    กาตาร์
    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
    อียิปต์
    ตุรกี
    และปากีสถาน

    การรวมตัวของประเทศสำคัญในตะวันออกกลางและเอเชียครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของ “การประสานงานระดับสูง” ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย

    นักวิเคราะห์คาดว่า วาระหลักอาจครอบคลุม

    การลดความเสี่ยงสงคราม
    เสถียรภาพด้านพลังงาน
    ช่องแคบ Hormuz
    และความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน

    จังหวะเวลาที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ รวมถึงรายชื่อประเทศที่เข้าร่วม ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การหารือครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในความพยายามสำคัญเพื่อป้องกันการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค

    https://www.facebook.com/share/p/1Gsb3zagxq/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "รัสเซีย" กำลังอาจเตรียมโจมตียูเครนครั้งใหญ่ด้วยขีปนาวุธ Oreshnik

    เซเลนสกี รายงานว่าข่าวกรองจากยูเครน สหรัฐ และยุโรป เตือนเข้ามา

    https://www.facebook.com/share/p/1BiGz4b28T/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ทรัมป์" ยอมไม่ไปงานแต่งลูกชาย เพราะประเทศกำลังอยู่ในสงคราม และภารกิจประเทศสำคัญกว่า
    https://www.facebook.com/share/p/1BRPHYhFGN/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่เรื่องของสหรัฐ เป็นแค่เรื่องของอิหร่านกับประเทศชายฝั่งในภูมิภาคเท่านั้น”

    โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ประกาศ

    https://www.facebook.com/share/p/14fTVqBhdWh/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตามาเรีย ยุทธศาสตร์เชิงลึกที่ไม่ใช่แค่เรื่องชลประทาน กับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเขมร

    เนื่องจากในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวการสร้างเขื่อนกั้นห้วยตามาเรียในช่วงแรกข่าวออกมาในทำนองว่ากองทัพไปคุยกับกรมชลประทานวางแผนที่จะอ่างเก็บน้ำบริเวณห้วยตามาเรีย

    จริงๆคนคิดแผนนี้ผมก็ยอมรับว่าเป็นคนเก่งครับ เพราะยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว ถึงสี่ตัว

    แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง ออกตัวก่อนนนะครับ นักวิเคราะห์ชื่อดังหลายคนได้มีการออกมาพูดเรื่องการสร้างอ่างเก็บน้ำและวิเคราะห์กันไปมากมาย ตอนนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องปิดหรือความลับทางยุทธศาสตร์

    กองทัพเองก็ออกมาประกาศเองว่ามีแผนจะสร้าง

    ผมไม่ใช่คนเปิดประเด็นเพราะฉนั้นอย่ามาด่ากันนะครับ555

    และอีกอย่างทหารเขมรมุกกะนูยมันก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้แผนของเรา มันรู้ว่าเราเตรียมจะทำอะไรกับมัน (ถ้ามันโง่มันมายึดดินแดนเราไม่ได้เยอะขนาดนี้หรอกครับ จริงไหม)

    เพราะตอนนี้มีกระแสข่าวว่าเขมรมุกกะนูยจะไม่ยอมให้เราสร้างอ่างเก็บน้ำนี้เด็ดขาด

    ทำไมมันถึงไม่อยากให้เราสร้าง คนไทยต้องทราบและช่วยกันพลักดันให้เกิดอ่างเก็บน้ำตามาเรีย

    เข้าเรื่องเลย
    หากต้องการเข้าใจเรื่องการสร้างอ่างเก็บน้ำต้องเข้าใจภูมิประเทศบริเวณนั้นครับ

    ดูตามภาพ
    ฝั่งตะวันออกคือเขาพระวิหาร ซึ่งโดยยอดสูงสุดสูงซึ่งเป็นที่ตั้งปราสาทสูงประมาณ 640 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และจากจุดนั้นพื้นที่จะลาดต่ำลงไปทางเหนือครับ มันจะมีร่องห้วยตามาเรียไหลผ่าน เลยจากห้วยตามาเรียไปทางเหนือนิดเดียวจะมีฐาน ตชด.ของไทยอยู่

    ฝั่งตะวันตกคือภูมะเขือ สูงประมาณ 600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และจากจุดยอดสุดพื้นที่จะลาดต่ำลงไปทางเหนือเช่นกันครับ

    ตรงกลางระหว่างภูมะเขือและเขาพระวิหารจะเป็นช่องเขาที่ ห้วยตามาเรียที่ไหลลงจากเขาพระวิหารจะไหลลงตรงช่องเขานี้ครับ (พูดให้เข้าใจง่ายๆคือมีทั้งภูมะเขือและเขาพระวิหารขนาบซ้ายขวาร่องเข้านี้)

    โดยน้ำในห้วยจะไหลย้อนขึ้นไปทางเหนือลงสู่ที่ต่ำในฝั่งประเทศไทย

    ซึ่งภูมิประเทศของช่องเขาตามาเรียจะมีจุดสูงอยู่ที่ช่องคานม้า(ทางใต้สุดซึ่งพวกกะนูยขึ้นมายึดครอง อยู่ ณ ตอนนี้ ที่มีถนนขึ้นเขาพระวิหาร)

    ตรงช่องคานม้าจะมีความสูงประมาณ 340 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

    จากปลายช่องคานม้า พื้นที่จะค่อยๆลาดต่ำไปทางเหนือ จนไปถึงบริเวณที่แคบที่สุดของช่องเขา (ซึ่งเหมาะแก่การสร้างเขื่อนหรือทำนบกั้นน้ำ) บริเวณนั้นจะสูงประมาณ 270 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

    จะเห็นได้ว่าความสูงของทั้งสองจุดนี้จะห่างกันประมาณ 70 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่สามารถเก็บน้ำได้สูงสุด

    หากมีการสร้างตัวคันดินอ่างเก็บน้ำจริง

    ประโยชน์แรกที่ไทยจะได้รับคือกักเก็บน้ำให้ทหารมีน้ำใช้ เกษตรกรในพื้นที่แถบนั้นมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี

    ประโยชน์ที่สองให้น้ำเป็นปราการป้องกันเขมรรุกล้ำในพื้นที่ช่องเขาตามาเรียครับ
    เพราะตรงช่องเขามันจะกลายเป็นผืนน้ำไปหมด ส่วนทหารไทยก็มีฐานอยู่สองฝั่งของเขาที่ภูมะเขือและพระวิหารคอยควบคุมพื้นที่ (ถ้าเขมรมันจะเข้ามาทางเรือทหารจากฝั่งฐานภูมะเขือ และ ตชด.ในฝั่งเขาพระวิหารจะต้องเห็น)

    ประโยชน์ที่สามคือ ด้วยความสูงในพื้นที่ช่องคานม้าที่อยู่ปลายสุดของช่องเขาห้วยตามาเรียซึ่งมีความสูงประมาณ 340 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

    หากฝ่ายไทยสร้างเขื่อนกั้นตรงจุดที่แคบที่สุดของช่องเขา ซึ่งตรงนั้นสูงประมาณ 270 เมตร (มีความสูงต่างกัน 70 เมตร)

    แล้วถ้าสร้างเขื่อนให้มีความสูงสัก 80-90 เมตร

    ถ้าดูจากเส้นชั้นความสูงหากการกักเก็บน้ำเต็มที่ น้ำจะสูงจนท่วมฐานทหารเขมรที่ประจัญหน้ากับทหารไทยที่ตามาเรียในปัจจุบันไปจนถึงแถวช่องคานม้า (ใครที่ห่วงว่าจะท่วมฐานทหารไทยที่ช่องตามาเรีย เราก็แค่ย้ายฐานขึ้นไปเสริมกำลังบนเขาพระวิหารไม่งั้นก็ภูมะเขือแทน หรือ สามารถลดย้ายกำลังพลส่วนนี้ไปอยู่ในแนวรบอื่นที่สำคัญต่อไป)

    ซึ่งอย่างที่บอกถ้ากักน้ำดีๆ น้ำอาจจะสูงท่วมไปถึงช่องคานม้าและอาจจะท่วมบางส่วนของถนนทางขึ้นเขาพระวิหารของเขมร (โดยเฉพาะจุดที่ต่ำกว่าเส้นชั้นความสูง 350 เมตร)

    ประโยชน์ข้อที่ 4 สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้กับเพื่อนบ้านอย่างเขมร โดยถ้าหากเราไม่ระบายน้ำเลย แล้วปล่อยให้น้ำท่วมสูงขึ้นไปอีก จนเลยเส้นชั้นความสูงที่ 340 เมตร

    ช่องทางแถวช่องคานม้าจะกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน น้ำจะล้นอ่างเก็บน้ำแล้วไหลลงสู่เขมรแทน น้ำที่ไหลลงก็จะสร้างน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงไปตามหน้าผาและถนนหนทางที่จะขึ้นมายังช่องคานม้าและเขาพระวิหาร สร้างความตื่นตาตื่นใจและหวาดเสียวให้ให้กับเขมรแน่นอน 555

    ผมคิดว่าเรื่องเขมรมันไม่ยอมให้ไทยสร้างง่ายๆแน่นอนครับ มันต้องขัดขวางทุกอย่าง หรือแม้แต่อาจจะเกิดการปะทะกันด้วยซ้ำหากไทยเริ่มสร้าง ตามที่นักวิเคราะห์หลายคนออกมาพูด

    ส่วนตัวผมเห็นว่าการสร้างมีข้อดีมากครับ การที่ ทบ.ออกมาให้ข่าวว่ามีแผนจะสร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่งหากสร้างได้ข้อครหาที่ว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราต้องรอแดกขี้เขมร ก็จะบรรเทาเบาบางลงไป เพราะแสดงให้เห็นว่าเรามีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไทยอย่างสมบูรณ์ กลับกันแต่ถ้าออกมาพูดแล้วสร้างไม่ได้ ก็เสียหมาและถูกประชาชนด่าหยามเหยียดว่าแดกขี้ เล่นขี้ เขมรต่อไป

    แต่ทางเราก็มีข้อควรระวังเช่นกัน หากสร้างเขื่อนเสร็จก็ต้องระวังป้องกันตัวตัวเขื่อนอ่างเก็บน้ำให้ดี

    เพราะหากฝ่ายกัมพูชามันต้องล่ออ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นที่แรกๆถ้ารบกันในอนาคต เพราะมันสามารถโจมตีถึงตัวเขื่อนและทำความเสียหายให้กับตัวเขื่อนหรือคันดินอ่างเก็บน้ำได้แน่นอน เนื่องจากระยะไม่ไกลเกือนวิถีปืนใหญ่และจรวดขอลมัน แล้วก็อาจจะทำให้เกิดเขื่อนแตกน้ำทะลักลงมาได้ครับ

    ฝ่ายไทยต้องสร้างเขื่อนให้แข็งแรงทนต่อการโจมตี มีมาตรการในการป้องกัน มีการติดตั้งระบบต่อต้านจรวด โดรน

    แต่ถ้าเขมรมันกล้ายิงเขื่อนจริง มันก็เท่ากับเปิดโอกาสความชอบธรรมให้เราสามารถรุกลึกเข้าไปในดินแดนเขมร หรือเข้าไปทิ้งระเบิดลึกถึงพนมเปญก็ยังได้เพื่อจัดการภัยคุกคามต่อประชาชนชาวไทยครับ ซึ่งเขมรก็ต้องคิดให้ดีหากอ่างเก็บน้ำสร้างเสร็จแล้วมันจะมายิงใส่

    ส่วนตัวผมสร้างไปเหอะครับ ถือว่าเราจะได้สนับสนุนเขมรเพื่อนบ้านที่แสนน่ารักของเรา เขาจะได้มีแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มใหม่เป็นน้ำตกยักษ์ตามาเรียไหลลงตรงช่องคานม้า
    FB_IMG_1779588458572.jpg FB_IMG_1779588461482.jpg FB_IMG_1779588463566.jpg FB_IMG_1779588465714.jpg
    https://www.facebook.com/share/1E1h5euWvC/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข้อตกลงสันติภาพแห่งตะวันออกกลาง … ใกล้แล้ว !!!

    เมื่อเช้านี้ ท่าน President Trump แจ้งว่า
    FB_IMG_1779588588799.jpg
    I am in the Oval Office at the White House where we just had a very good call with President Mohammed bin Salman Al Saud, of Saudi Arabia, Mohammed bin Zayed Al Nahyan, of The United Arab Emirates, Emir Tamim bin Hamad bin Khalifa Al Thani, Prime Minister Mohammed bin Abdulrahman bin Jassim bin Jaber Al Thani, and Minister Ali al-Thawadi, of Qatar, Field Marshal Syed Asim Munir Ahmed Shah, of Pakistan, President Recep Tayyip Erdoğan, of Türkiye, President Abdel Fattah El-Sisi, of Egypt, King Abdullah II, of Jordan, and King Hamad bin Isa Al Khalifa, of Bahrain, concerning the Islamic Republic of Iran, and all things related to a Memorandum of Understanding pertaining to PEACE. An Agreement has been largely negotiated, subject to finalization between the United States of America, the Islamic Republic of Iran, and the various other Countries, as listed.

    Separately, I had a call with Prime Minister Bibi Netanyahu, of Israel, which, likewise, went very well.

    Final aspects and details of the Deal are currently being discussed, and will be announced shortly. In addition to many other elements of the Agreement, the Strait of Hormuz will be opened.

    ผมอยู่ที่ห้อง Oval Office ในทำเนียบขาว ได้หารือกับ

    - เจ้าชายมกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน,
    - ประธานาธิบดีแห่งยูเออี โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด,
    - ผู้นำกาตาร์ เอมีร์ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี, นายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี, รัฐมนตรีอาลี อัล-ทาวาดี,
    - จอมพลอาซิม มูนีร์ แห่งปากีสถาน,
    - ประธานาธิบดีแอร์โดอันแห่งตุรกี,
    - ประธานาธิบดีเอล-ซิซีแห่งอียิปต์,
    - กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน และ
    - กษัตริย์ฮาหมัดแห่งบาห์เรน

    เกี่ยวกับอิหร่าน และประเด็นใน “บันทึกความเข้าใจเพื่อสันติภาพ” (Memorandum of Understanding for PEACE)

    ข้อตกลงระหว่างสหรัฐ อิหร่าน และประเทศต่าง ๆ ข้างต้น ได้เจรจาไปมากแล้ว ใกล้เสร็จเต็มที รอการปรับรายละเอียดขั้นสุดท้าย

    ผมยังได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีบิบี เนทันยาฮู ของอิสราเอล ซึ่งเป็นการหารือที่ดีมากเช่นกัน

    รายละเอียดสุดท้ายทั้งหมด กำลังอยู่ระหว่างการตกลง และจะประกาศในเร็ว ๆ นี้ เพื่อปิดดีล

    ที่สำคัญใต้ข้อตกลงนี้ — ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้ง!

    ……..

    นี่คงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ท่านประธานาธิบดีไม่ไปงานแต่งลูกชาย

    เพื่อให้เกิดการหารือหลายฝ่าย

    ครั้งนี้เป็นการแยกเจรจา 2 ทาง

    เพื่อนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพ

    โดยคุยกับ

    (1) กลุ่มพันธมิตรตะวันออกกลาง

    (2) อิสราเอล

    ที่น่าสังเกต ไม่มีผู้แทนอิหร่าน !!!

    มารอดูกันครับว่า …

    รายละเอียดของข้อตกลงคืออะไร

    เป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อนำไปสู่การเจรจา

    หรือมีข้อตกลงสำคัญๆ ในนั้น

    ที่สำคัญ ช่องแคบจะเปิดทันที แบบไม่มีเงื่อนไขหรือไม่

    ท้ายสุด มาติดตามกันต่อครับว่า …

    รอบนี้จะลุล่วงด้วยดีหรือไม่

    อิหร่านจะยอมจริงหรือไม่

    สหรัฐจะยอมถอยบ้างหรือไม่

    หรือสุดท้าย … ล้มเช่นเดิม

    เพราะฝั่งอิหร่านบอกว่า สหรัฐจะเอาให้หมด

    ”It is never over till it ‌is ⁠done.“

    อย่าเพิ่งฉลองดีใจ ยังไม่จบ จนกระทั่งจบจริง

    ส่วนท่าน President ก็ยืนคำขาดก่อนเจรจา

    “I think one of two things will happen: either I hit them harder than they have ever been hit, or we are going to sign a deal that is good.”

    “ผมคิดว่ามีอยู่แค่ 2 ทาง — หนึ่ง ผมจะถล่มพวกเขาหนักที่สุด แบบที่เขาไม่เคยโดนมาก่อน หรือ สอง เราจะเซ็นข้อตกลงที่ดีมาก (สำหรับอเมริกา)”

    ไม่มีทางเลือกอื่น

    บอกว่า 50/50 ระหว่าง 2 ทางแพร่งนี้

    ……

    จริงๆ แล้ว

    เมื่อลองคิดดู

    เรื่องนี้วนไปวนมา

    เจรจาใกล้สำเร็จ ใกล้มากแล้ว เจรจาล่ม

    ถ้าจบจริง

    ต้องมีสัญญาณสั่งถอนทัพสหรัฐ

    ถ้ากองทัพยังคงอยู่ตรงนั้น

    แสดงว่า ยังไม่แน่ใจ

    ข้อตกลงสามารถล่มได้

    พร้อมถล่มเมื่อสั่ง

    ความรุนแรงพร้อมกลับมา

    เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

    #Trump #MOU #MiddleEast

    https://www.facebook.com/share/1FF9BP71k5/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! ทรัมป์อยู่ธรรมเนียมขาว มีเสียงปืน ดังหลายนัดใกล้ธรรมเนียมขาวสหรัฐฯ FBI หลายหน่วยระดมเข้าปิดล้อมพื้นที่

    https://www.facebook.com/share/p/1BTJqWk6gz/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มาอีกละ! ควงปืนจะฝ่าด่านเข้าทำเนียบขาว ถูกหน่วยอารักขายิงดับ! (คนเดียวกับที่โดนจับกลางปีก่อน เพราะลอบเข้าไป)..ทรัมป์ยังอยู่ดีมีสุข

    https://www.reuters.com/world/us/us...es-reports-shots-near-white-house-2026-05-23/
    https://www.bloomberg.com/news/arti...-gunshots-near-white-house?srnd=homepage-asia

    https://www.facebook.com/share/18jaLi9hUL/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Facebook Post Content
    ความตึงเครียดทางทหารทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรัสเซียตัดสินใจใช้อาวุธเชิงยุทธศาสตร์โจมตีเมืองหลวงของยูเครน
    รัสเซียยิงขีปนาวุธ Oreshnik ถล่มเคียฟ ส่งสัญญาณเตือนตะวันตกขณะสหรัฐฯ ติดพันวิกฤตอิหร่าน

    มีรายงานว่า กองทัพรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงแบบติดตั้งหัวรบปลีกแยก (MIRVs) รุ่น "Oreshnik" จำนวน 2 ลูก เข้าใส่พื้นที่ภูมิภาคเคียฟของยูเครน ภาพเหตุการณ์เบื้องต้นจากโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นหัวรบหลายลูกพุ่งตกลงในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขีปนาวุธชนิดนี้มีศักยภาพในการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์และยากต่อการสกัดกั้นด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศในปัจจุบัน

    การโจมตีด้วยขีปนาวุธ Oreshnik ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก โดยก่อนหน้านี้มีการบันทึกการใช้งานเพียง 2 ครั้ง ได้แก่ การโจมตีเมืองดนีโปรในเดือนพฤศจิกายน 2024 และเมืองลวิฟในเดือนมกราคม 2026 การตัดสินใจยิงขีปนาวุธระดับยุทธศาสตร์พร้อมกันถึง 2 ลูกพุ่งเป้าไปที่เมืองหลวงของยูเครนในคืนเดียว จึงถูกประเมินว่าเป็นการยกระดับความตึงเครียดที่สำคัญ

    นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ประเมินว่า จังหวะเวลาของการโจมตีครั้งนี้มีความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลาง เพื่อรับมือกับความขัดแย้งในอิหร่านภายใต้การนำของอยาตุลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี การโจมตีของมอสโกจึงอาจไม่ใช่เพียงข้อความทางทหารที่ส่งถึงประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนถึงชาติตะวันตกด้วย

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในพื้นที่กรุงเคียฟ และมีการประกาศเตือนภัยคุกคามจากขีปนาวุธ Oreshnik อย่างเป็นทางการ
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การยืนยันชนิดของขีปนาวุธที่ตกกระทบเป้าหมายอย่างเป็นทางการ ว่าเป็นรุ่น Oreshnik จำนวน 2 ลูกตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเบื้องต้นหรือไม่
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ขอบเขตความเสียหายของเป้าหมายทางทหารและตัวเลขผู้เสียชีวิตในพื้นที่

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – สื่อหลักหลายแห่งรายงานการโจมตีและการเตือนภัยตรงกัน แต่ภาพเหตุการณ์และรายละเอียดอาวุธเฉพาะรุ่นยังรอการตรวจสอบจากกองทัพ
    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, Kyiv Independent, Ukrainska Pravda

    https://www.facebook.com/share/p/18SrpoqRGr/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Facebook Post Content

    สัญญาณสันติภาพครั้งใหญ่ในตะวันออกกลางอาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ หลังผู้นำสหรัฐฯ เผยความคืบหน้าข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกับอิหร่าน

    ดอนัลด์ ทรัมป์ ประกาศความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงสันติภาพตะวันออกกลางระยะสุดท้าย เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็ววันนี้

    มีรายงานว่า ประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าตนเองได้ต่อสายตรงพูดคุยและหารือร่วมกับผู้นำหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีวาระสำคัญเกี่ยวกับอิหร่านและกรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในพื้นที่

    ผู้นำสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการเจรจาและบรรลุข้อตกลงไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ โดยในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการปรับแก้รายละเอียดร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ อิหร่านภายใต้การนำของอยาตอลลาห์ โมจตาบา คาเมเนอี รวมถึงกลุ่มประเทศร่วมภูมิภาค ซึ่งรายละเอียดขั้นสุดท้ายกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างใกล้ชิดและจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในไม่ช้า

    นอกเหนือจากมิติด้านความมั่นคงแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเน้นย้ำว่า หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของข้อตกลงฉบับนี้คือแผนการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นช่องแคบยุทธศาสตร์สำคัญอันดับหนึ่งของโลกในการขนส่งพลังงาน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check

    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: ประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social แถลงเรื่องการโทรศัพท์หารือกับผู้นำตะวันออกกลางเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพและการเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ท่าทีและการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝั่งอิหร่านโดยอยาตอลลาห์ โมจตาบา คาเมเนอี รวมถึงรายละเอียดและเงื่อนไขผูกพันในร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ดังกล่าว
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: วันเวลาที่แน่ชัดในการลงนามข้อตกลงและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นรูปธรรม

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – มีหลักฐานเป็นคำแถลงโดยตรงจากผู้นำสหรัฐฯ บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ แต่ยังคงต้องรอแถลงการณ์ร่วมหรือการยืนยันจากประเทศภาคีอื่นที่เกี่ยวข้อง

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Truth Social

    https://www.facebook.com/share/p/1E2dJ9rZ1g/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Facebook Post Content
    ด่วน! เกิดเหตุระทึกขวัญบริเวณทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา จนต้องประกาศล็อกดาวน์ฉุกเฉิน
    ทำเนียบขาวสั่งล็อกดาวน์ด่วน สื่อมวลชนต้องหลบภัย หลังเกิดเหตุยิงปะทะกว่า 30 นัด

    มีรายงานว่า ทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกาได้เข้าสู่สภาวะล็อกดาวน์ฉุกเฉินในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุยิงปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) ได้สั่งการให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในอาคารหาที่กำบัง พร้อมสั่งห้ามเข้าออกพื้นที่โดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

    เบื้องต้นสื่อหลักในสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ต้องสงสัยได้เปิดฉากยิงใส่ป้อมรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ ส่งผลให้เกิดการยิงตอบโต้กันเพื่อระงับเหตุ รวมแล้วมีเสียงปืนดังขึ้นราว 30 นัด มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งรวมถึงตัวผู้ก่อเหตุด้วย โดยในขณะเกิดเหตุ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) พำนักอยู่ภายในทำเนียบขาวและปลอดภัยดี

    ล่าสุด สถานการณ์เบื้องต้นอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงและตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กำลังเร่งสืบสวนหาแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรอบพื้นที่ทำเนียบขาวต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เกิดเหตุยิงกันบริเวณป้อมรักษาความปลอดภัยใกล้ทำเนียบขาว ส่งผลให้ต้องประกาศล็อกดาวน์ฉุกเฉิน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในสถานที่ขณะเกิดเหตุ
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: อาการบาดเจ็บของผู้ที่เกี่ยวข้อง และยอดรวมการยิงปะทะที่ระบุว่าสูงถึง 30 นัด
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: แรงจูงใจเบื้องหลังการก่อเหตุและเครือข่ายความเชื่อมโยงของผู้ต้องสงสัย

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – สื่อกระแสหลักชั้นนำในสหรัฐฯ รายงานตรงกันและมีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: CBS News / Associated Press

    https://www.facebook.com/share/p/1B4TJXJm4B/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Facebook Post Content
    ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังโฆษกกระทรวงกลาโหมอิหร่านออกโรงเตือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการไม่ยอมรับสิทธิทางนิวเคลียร์ของประเทศ

    ความล้มเหลวในการยอมรับสิทธิของอิหร่าน จะนำมาซึ่งความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมสำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

    มีรายงานว่า พลตรี เรซา ทาลาอี-นิก โฆษกกระทรวงกลาโหมและโลจิสติกส์กองทัพอิหร่าน ได้แถลงตอบโต้ถ้อยแถลงของฝั่งสหรัฐฯ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกเหนือจากการยอมรับข้อเรียกร้องของประเทศอิหร่าน และตระหนักถึงสิทธิ์อันชอบธรรมตามกฎหมาย ซึ่งท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพในกรุงอิสลามาบัด เพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026

    ท่าทีอันแข็งกร้าวของเตหะรานครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ขู่ว่าจะรื้อฟื้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์ในอิหร่านอีกครั้ง หากอิหร่านปฏิเสธที่จะลงนามในข้อตกลงยุติสงครามภายใต้เงื่อนไขขั้นเด็ดขาดของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด และการส่งมอบคลังวัสดุนิวเคลียร์เกือบทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ตลอดจนการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร

    ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ประเมินว่า การเผชิญหน้ารอบใหม่นี้กำลังดำเนินไปในลักษณะการวัดใจทางยุทธศาสตร์ (Brinkmanship) โดยทางอิหร่านภายใต้การนำของผู้นำสูงสุดคนใหม่ อยาตอลลาห์ มอจตาบา คาเมเนอี ยังคงยึดมั่นในข้อเสนอ 14 ประการของตนเอง และปฏิเสธที่จะโอนอ่อนตามแรงกดดันทางทหารและการคว่ำบาตร โดยเตือนว่าสหรัฐฯ จะต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียทางเศรษฐกิจและกองทัพที่รุนแรงกว่าเดิมหากตัดสินใจเปิดฉากโจมตีรอบใหม่

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: กระทรวงกลาโหมอิหร่านออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ และเตือนโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องความล้มเหลว โดยสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญภาวะตึงเครียด
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดความคืบหน้าเชิงลึกของร่างข้อตกลงสันติภาพฉบับใหม่ที่มีกาตาร์และปากีสถานเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ข้อมูลการประเมินความเสียหายทั้งหมดของคลังแสงและขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านหลังจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของโฆษกกระทรวงกลาโหมอิหร่านและท่าทีล่าสุดของทำเนียบขาวได้รับการยืนยันและรายงานตรงกันโดยสำนักข่าวระดับโลกทั้ง Reuters, Associated Press (AP) และสำนักข่าวเอกเทศของอิหร่าน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters, AP, The Times of Israel, Iran International

    https://www.facebook.com/share/p/1JYBf9UiVh/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพรัสเซียเปิดฉากถล่มแนวรบซูมีอย่างหนักด้วยอาวุธความร้อนทำลายล้างสูง
    รัสเซียส่งระบบปืนใหญ่เทอร์โมบาริก TOS-1A ถล่มฐานที่มั่นทหารและศูนย์ควบคุมโดรนยูเครนในภูมิภาคซูมี คาดเพิ่มความได้เปรียบในแนวหน้า

    กองทัพรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี Vladimir Putin ได้ส่งระบบปืนใหญ่ยิงจรวดหลายลำกล้องเทอร์โมบาริกชนิด TOS-1A ภายใต้สังกัดหน่วยป้องกันนิวเคลียร์ ชีวะ และเคมี เข้าโจมตีเป้าหมายสำคัญของกองทัพยูเครนในพื้นที่ภูมิภาคซูมี (Sumy Region) ทางตอนเหนือของยูเครนอย่างรุนแรงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

    มีรายงานว่า ปฏิบัติการของหน่วยปืนใหญ่เทอร์โมบาริกดังกล่าวสามารถทำลายฐานที่มั่นหลักของกองทัพยูเครนได้ทั้งหมด 5 แห่ง พร้อมทั้งกวาดล้างศูนย์ควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรนของยูเครนได้อีก 4 จุด ซึ่งทางผู้บังคับกองร้อยรัสเซียในพื้นที่ระบุว่า การโจมตีด้วยอาวุธชนิดนี้ช่วยเปิดทางและสนับสนุนการรุกคืบของทหารราบรัสเซียตลอดแนวรบได้อย่างมีนัยสำคัญ

    ด้านสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ซูมียังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพยูเครนภายใต้การนำของประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky พยายามตรึงกำลังและตอบโต้กลับในบางจุด ขณะที่การโจมตีด้วยอาวุธหนักของรัสเซียส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและการกระจายกำลังพลของยูเครนในพื้นที่ชายแดนอย่างหนักหน่วง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัสเซียมีการใช้งานระบบปืนใหญ่เทอร์โมบาริก TOS-1A ในการทำลายเป้าหมายภาคพื้นดินในสมรภูมิต่างๆ และมีการสู้รบอย่างรุนแรงในภูมิภาคซูมีตลอดเดือนพฤษภาคม 2026
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ตัวเลขความเสียหายที่ระบุว่าทำลายฐานที่มั่น 5 แห่ง และศูนย์โดรน 4 แห่งภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นรายงานจากฝั่งผู้บังคับบัญชากองทัพรัสเซียเพียงฝ่ายเดียว
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การกวาดล้างกำลังพลและศูนย์ควบคุมโดรนของยูเครนได้อย่างเบ็ดเสร็จตามที่สื่อรัสเซียกล่าวอ้าง

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – มีรายงานและหลักฐานการเคลื่อนไหวทางทหารจากแนวหน้า แต่ตัวเลขความเสียหายอย่างเป็นทางการยังได้รับการยืนยันจากสื่อหลักเพียงบางส่วน และต้องรอการตรวจสอบพิกัดความเสียหายทางดาวเทียมเพิ่มเติม

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: TASS, ISW

    https://www.facebook.com/share/p/1DYAgC4bBA/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โตเกียวเตรียมปิด "จุดบอด" เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยฝูงโดรนเตือนภัยล่วงหน้า หวังรับมือการขยายอิทธิพลทางทะเลของกองทัพเรือจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ญี่ปุ่นเดินหน้าแผนวางกำลังโดรนสอดแนมบนเกาะห่างไกล หวังจับตาความเคลื่อนไหวทางเรือของจีน

    มีรายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ กำลังพิจารณาแผนการวางกำลังอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรนที่ติดตั้งระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้า (Airborne Early Warning Radar) บนเกาะอีโวจิมาและเกาะชิชิจิมาในหมู่เกาะโอกาซาวาระ ซึ่งตั้งอยู่บนแนวเส้นยุทธศาสตร์สำคัญในมหาสมุทรแปซิฟิก การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการตรวจการณ์และปิดจุดบอดทางความมั่นคงในพื้นที่ที่กองทัพเรือจีนเข้ามาปฏิบัติการทางทหารบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา

    แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นเปิดเผยว่า โดรนรุ่น MQ-9B SeaGuardian ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ เป็นตัวเก็งอันดับหนึ่งที่จะถูกนำมาใช้ในภารกิจนี้ เนื่องจากมีความสามารถในการบินลาดตระเวนได้ยาวนานกว่า 30 ชั่วโมงในทุกสภาพอากาศ โดยเรดาร์ลอยฟ้าเหล่านี้จะทำงานควบคู่ไปกับระบบเรดาร์เคลื่อนที่บนภาคพื้นดิน เพื่อตรวจจับเป้าหมายระยะไกลและเพดานบินต่ำ ซึ่งเป็นข้อจำกัดเดิมของระบบเรดาร์บนเรือรบและสถานีชายฝั่งทั่วไป

    ทางด้านความเคลื่อนไหวของจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้มีการเพิ่มระดับความถี่ในการส่งหมู่เรือรบและเรือบรรทุกเครื่องบินเข้ามายังพื้นที่นอกแนวเกาะที่สอง (Second Island Chain) อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักวิเคราะห์ความมั่นคงมองว่า แผนพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบไร้คนขับภายใต้กรอบงบประมาณป้องกันประเทศปี 2026 ของญี่ปุ่น เป็นการเร่งสร้าง "โล่ป้องกันชายฝั่ง" เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในช่องแคบไต้หวันและพื้นที่โดยรอบ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนการลงทุนในงบประมาณป้องกันประเทศปี 2026 เพื่อพัฒนาระบบไร้คนขับ และมีแนวคิดในการจัดหาโดรน MQ-9B SeaGuardian มาใช้ในภารกิจตรวจการณ์ทางทะเล
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: กำหนดการและกรอบเวลาที่แน่ชัดในการเคลื่อนย้ายและติดตั้งระบบเรดาร์เคลื่อนที่ รวมถึงโดรนเตือนภัยล่วงหน้าไปยังเกาะอีโวจิมาและเกาะชิชิจิมาภายในปีงบประมาณปัจจุบัน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การเผชิญหน้าโดยตรงทางทหารระหว่างโดรนของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นและเรือรบของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในบริเวณหมู่เกาะโอกาซาวาระ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสื่อหลักระดับ Tier 1 ของญี่ปุ่นอย่าง Yomiuri Shimbun และสำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำมีข้อมูลที่ตรงกันเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์และการจัดสรรงบประมาณป้องกันประเทศ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: The Yomiuri Shimbun, The Defence Blog

    https://www.facebook.com/share/p/18pos7CsTu/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,484
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถ้ามีใครบอกแบบนี้ เขมรสามารถ กู้ยืมเงินเพื่อมาพัฒนาประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศได้เอง เพราะสัดส่วนหนี้สินสาธารณะน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย เอาเงินที่รัฐบาลไทยต้องไปกู้ยืมมา ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยมหาศาล มาใช้พัฒนาประเทศไทย และความเป็นอยู่ของประชาชนไทยดีกว่า

    -----
    มนุษย์ กัวใจเขมร? ปกป้องนักเรียนกัมพูชา เรียกร้องให้ไทย มอบทุนการศึกษานักเรียนเขมร 800 ล้าน

    พร้อมถามคนไทย ถ้าลูกหลานท่านกินข้าวกับผักทุกวัน จะรู้สึกอย่างไร? ‎
     

แชร์หน้านี้

Loading...