เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 6 เมษายน 2026 at 19:49.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,131
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,897
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,131
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,897
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันมหาจักรีบรมราชวงศ์ ก็คือวันสถาปนาราชวงศ์จักรี ซึ่งมาถึงปัจจุบันนี้ก็มีอายุ ๒๔๔ ปีแล้ว เพราะว่าสถาปนามาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๓๒๕ นานเกินไป..จำไม่ได้..!

    ประเทศไทยของเราต้องบอกว่าโชคดีมาก เนื่องเพราะว่าเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัย ยึดโยงคนไทยเข้าด้วยกัน ขณะที่ประเทศอื่นของเขา สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีอิทธิพลมากเหมือนกับบ้านเรา ถ้าหากว่าไปดูคำทำนายสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่กล่าวถึงราชวงศ์จักรีของเราเอาไว้ ตั้งแต่ "ถิ่นกาขาว ชาววิไล ไทยมหารัฐ" เหล่านี้เป็นต้น

    ปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่ารอบข้างของเราแทบจะใช้เงินไทยกันหมดแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่ประสบความยากลำบากจากภาวะสงคราม มีบางประเทศหรือว่าบางส่วนของบางประเทศ อาจจะมาอาศัยพึ่งพาชนิดที่เรียกว่าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเรา กลายเป็นผืนแผ่นดินที่ขยายเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องไปรบราฆ่าฟันกับใคร

    เรื่องพวกนี้ฟังไว้ถือว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อไปก็แล้วกัน รุ่นของพวกเราถ้าไม่ชิงกลั้นใจตายไปเสียก่อน เราจะต้องได้เห็นอย่างแน่นอน..! เพราะระยะเวลาอีกไม่นานแล้ว ปัจจุบันนี้ทุกคนก็จะเห็นว่า
    "มีคนบ้าถังแตก ไปไล่ตีคนบ้าที่มีสตางค์ แต่โปรดระมัดระวังคนบ้าที่ไม่มีสตางค์จะลงมือด้วย" ถึงเวลานั้น โลกเราก็คงพังบรรลัยไปเป็นครึ่ง ๆ..!

    เรื่องพวกนั้นต้องบอกว่าปล่อยให้เป็นไปตามสภาพของโลก หน้าที่ของเราก็คือทำอย่างไรที่จะรักษาใจของเราเอาไว้ ไม่ให้หวั่นไหว ไม่ให้ฟุ้งซ่านไปกับสิ่งภายนอก โดยเฉพาะต้องมีสติอยู่เฉพาะหน้า เพื่อที่จะแก้ไขเหตุการณ์ทุกอย่าง ให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

    บางทีสามเณรฟังก็อาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ว่าฟังเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ถึงเวลาจะได้รู้ว่าที่เรามาฝึกฝนอบรมกันเป็นเวลา ๑๐ วัน อาจจะสร้างสติเพิ่มขึ้นมาได้นิดหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเสียเลย แต่ว่าพระภิกษุของเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งรัดตนเองให้มั่นคงกว่านี้ พูดง่าย ๆ ว่า ถึงเป็นที่พึ่งของชาวบ้านเขาไม่ได้ ก็อย่าให้เป็นภาระแก่ผู้อื่น..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,131
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,897
    เนื่องเพราะว่ากำลังใจคนเรานั้นแบ่งเป็น ๓ ระดับแบบง่าย ๆ

    ระดับที่ ๑ พึ่งพาตัวเองไม่ได้ เอาแต่พึ่งคนอื่นอย่างเดียว

    ระดับที่ ๒ พึ่งพาตัวเองได้ แต่ให้คนอื่นพึ่งพาไม่ได้

    ระดับที่ ๓ พึ่งพาตนเองได้ และเป็นที่พึ่งของคนอื่นเขาได้

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้จะชัดเจนขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามสภาพของเศรษฐกิจ และภาวะสงครามที่ก่อเกิดขึ้นมา เพียงแต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ บางท่านก็ช่วยเหลือแบบที่ไม่ได้แสดงออกชัดเจน เนื่องเพราะว่าไม่อยากมีภาระ

    แม้แต่ตัวกระผม/อาตมภาพเอง ในปัจจุบันนี้ก็พยายามที่จะเลี่ยงภาระต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ว่าแก่จนขี้เกียจแบกแล้ว..! โดยเฉพาะญาติโยมทั้งหลายที่มาโดยหวังพึ่งพาอย่างเดียว ขอบอกว่าอย่าเสียเวลามาเลย เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพเอางานคณะสงฆ์เป็นใหญ่ ต่อให้อยู่วัดก็ไม่รับแขกภายนอก เสียเวลาเดินทางมาไกลแล้วยังไม่ได้พบ อีกด้วย

    เนื่องเพราะว่าขี้เกียจฟังเรื่องร้อนหู แต่ละคนที่มาก็เอาสารพัดเรื่องของตนเองมาหมกให้ หลายปีที่ทำหน้าที่ตรงนี้มารู้สึกว่าน่าจะเพียงพอแล้ว เนื่องเพราะว่าบุคคลที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามสิ่งที่บอกสิ่งที่สอน ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำกันไป ส่วนบุคคลที่บอกให้ปากฉีกถึงใบหูก็ไม่ฟัง ถ้าอย่างนั้นก็ต้องปล่อยให้ลำบากเสียให้เข็ด..!

    น่าเสียดายที่ว่าพุทธศาสนิกชนของเรานั้น ร้อยละ ๗๐ - ๘๐ จะมีเฉพาะในส่วนของศรัทธา ปัญญาแทบจะหาไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงมีโอกาสที่จะโดนหลอกลวงให้เสียหายได้ง่ายที่สุด บุคคลที่มีปัญญา บางทีก็ทนแรงเสียดทานของสังคมไม่ได้ ก็เลยพลอยที่จะเป๋ออกนอกลู่นอกทางไปด้วย..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,131
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,078
    ค่าพลัง:
    +26,897
    หลายอย่างในบ้านเราปัจจุบันต้องบอกว่าขับเคลื่อนด้วย "ดราม่า" ก็คือกระแสสังคมที่รุมกันถล่มแบบไม่ลืมหูลืมตา บางเรื่องก็ใช่ หลายเรื่องก็ไม่ใช่ อย่างเรื่องของหลวงตาสิ้นคิด ที่โดนดำเนินคดีเพราะว่าบุกรุกพื้นที่ป่า ความจริงท่านไปสร้างที่พักสงฆ์เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว พอถึงเวลาทางป่าไม้เข้าไป เพื่อที่จะดำเนินการตรวจสอบวัดพื้นที่ให้ถูกต้อง จะได้ทำการขออนุญาตใช้ให้เป็นกิจลักษณะ

    แต่ปรากฏว่าถึงเวลาแล้ว พื้นที่ซึ่งท่านก่อสร้างกุฏิที่พักไว้ กว้างใหญ่เกินกว่าที่จะอนุญาตได้ง่าย จึงมีการขอลดพื้นที่ลงเพื่อที่จะขอหนังสืออนุญาตได้โดยสะดวก ในส่วนอื่นที่อยู่นอกเขตที่ขอ ทั้ง ๆ ที่ทำไว้ตั้งแต่แรก แต่กลายเป็นว่าโดนข้อหาบุกรุก..!

    อีกส่วนหนึ่งก็คือดราม่าที่ลูกสาวทิ้งพ่อแม่เอาไว้ที่ท่ารถ คนก็ด่ากระจาย โดยที่ไม่ได้ดูว่าพ่อแม่นั้นมีความประพฤติแสบสันต์ขนาดลูกไม่เอาอย่างไร ?! เนื่องเพราะว่าแม้แต่ลูกชายที่พ่อแม่รักนักหนา ขนาดยอมก่อหนี้มาเพื่อลูกชาย ลูกชายยังบอกว่าไม่เอา ลูกสาวรับภาระในการใช้หนี้ในการผ่อนบ้านให้ทุกอย่าง พ่อแม่ก็มีแต่หน้าที่สร้างหนี้ต่อไป พอได้เงินไม่ทันใจ ก็เอาบ้านที่ลูกสาวอุตส่าห์ผ่อนให้เป็นที่อยู่ไปขาย ถึงเวลาเอาเงินไปให้ลูกชายจนหมด แล้วก็จะมาขอพึ่งพาลูกสาว เพราะว่าลูกชายพึ่งไม่ได้..!

    ลูกสาวก็คงเหนื่อยใจ ระอาใจเต็มทีจึงไม่รับ ติดต่อไปหาลูกชาย ลูกชายก็ไม่รับ..! เพราะรู้ความประพฤติของบุพการีเป็นอย่างดี แต่ว่าชาวเน็ตของเราไม่สนใจ
    อะไรที่ผิดไปจากที่กูคิด กูต้องด่าเอาไว้ก่อน กลายเป็นว่าสร้างเวรสร้างกรรมใส่ตัว โดยที่ไม่รู้ความจริงเสียเลยก็มาก..!

    ส่วนท้ายนี้ที่อยากจะบอกถึงญาติโยมทั้งหลายที่อยู่ต่างประเทศก็คือว่า ถ้ายังไม่คิดจะกลับประเทศไทยก็ไม่ต้องกลับแล้ว มีวัตถุมงคลอะไรที่ตนเองมั่นใจก็ติดตัวไว้แล้วภาวนาให้หนัก ส่วนจะรอดหรือไม่รอดนั้นก็แล้วแต่เวรแต่กรรม..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...