ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โขกกันหนักยิ่งกว่าบ้านเรา
    .
    ⛽ #สถานีบริการน้ำมัน บางแห่ง ฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน
    ___ โดยคิดราคาเกิน 7 หรือแม้กระทั่ง 8 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
    .
    ⛽ ในขณะนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2026 :
    ราคาน้ำมันเฉลี่ย ในแคลิฟอร์เนียอยู่ที่ 5.66 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
    ___ 3.785 ลิตร = 186 บาท หรือลิตรละ 49 บาท
    .
    ⛽ ปั๊มน้ำมันเชฟรอน ในเฟนเนอร์ คิดราคา 9.69 ดอลลาร์
    ___ 3.785 ลิตร = 318 บาท หรือลิตรละ 84 บาท

    ⛽ ปั๊มอีกแห่งในไชน่าทาวน์ของลอสแอนเจลิส คิดราคา 8.71 ดอลลาร์
    ___ 3.785 ลิตร = 286 บาท หรือลิตรละ 75 บาท

    ⛽ ปั๊มอีกแห่งใน Vidal Junction คิดราคา 7.79 ดอลลาร์
    ___ 3.785 ลิตร = 256 บาท หรือลิตรละ 67 บาท

    ตามข้อมูลจาก GasBuddy ซึ่งติดตามราคาทั่วประเทศ

    คำนวณ ตามอัตรา 1 แกลลอน = 3.785 ลิตร
    1 ดอลล่าร์ = 32.88 บาท
    .
    ปัจจุบัน วันที่ 29 มีนาคม 2569
    ___"#ราคาน้ำมันเฉลี่ย" ทั่วประเทศ สำหรับน้ำมัน 1 แกลลอน

    ⛽ #เบนซินธรรมดา อยู่ที่ 3.98 ดอลลาร์
    ____สูงสุดที่ แคลิฟอร์เนีย 5.87 ดอลลาร์

    ⛽ #น้ำมันดีเซล เฉลี่ยต่อแกลลอน อยู่ที่ $ 5.39
    ____สูงสุดที่ แคลิฟอร์เนีย 7.07 ดอลลาร์

    https://www.facebook.com/share/p/1BCbPLhfaj/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #สรุป การที่น้ำมันขึ้นราคาทุกๆ 1 บาท ต้นทุนค่าขนส่งจะเพิ่ม 3% ถ้าขึ้นรวดเดียว 6 บาท ต้นทุนโลจิสติกส์จะเพิ่ม 18% สิ่งที่จะตามมาคือราคาสินค้า/อาหารทุกประเภทจะขึ้นทั้งหมดอย่างน้อย 10 - 15% ทันที รวดเดียวต่ำๆ +10 บาทหรือมากกว่านั้นเพื่อชดเชยกำไรที่หายไป แต่ค่าแรงเท่าเดิมหรือลดลง
    .
    การปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดทั้งดีเซลและเบนซินรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจไทย
    .
    ต้นทุนการขนส่งจะพุ่งขึ้นประมาณ 18% โดยสูตรคำนวณของภาคขนส่งตามหลักเกณฑ์ของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ประเมินมาตรฐานไว้ว่า "ราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 บาท จะดันให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 3%" ดังนั้น การปรับราคารวดเดียว 6 บาท จะทำให้ต้นทุนลอจิสติกส์พุ่งสูงขึ้นสูงสุดถึง 18%
    .
    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ประเมินทิศทางเดียวกันว่า ค่าขนส่งโดยรวมในระบบเศรษฐกิจจะขยับฐานขึ้นอย่างน้อย 10% ทันที
    .
    อัตราการขึ้นราคาของสินค้าจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสัดส่วนต้นทุนค่าขนส่งของสินค้านั้นๆ (Logistics Cost Ratio) แต่กลุ่มที่จะราคาพุ่งกระฉูดและได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ
    .
    กลุ่มวัสดุก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น กระเบื้อง และท่อพีวีซี สินค้ากลุ่มนี้มีน้ำหนักและปริมาตรมาก ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งด้วยรถบรรทุกคือเส้นเลือดใหญ่ การที่ค่าขนส่งพุ่งขึ้น 18% จะผลักให้ต้นทุนหน้าไซต์งานก่อสร้างดีดตัวขึ้นเร็วกว่าสินค้าประเภทอื่นอย่างเห็นได้ชัด
    .
    กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารสด เช่น ข้าว ปาล์มน้ำมัน เนื้อสัตว์ และไข่ไก่ ที่มีรอบการขนส่งสูง (วันต่อวัน)
    .
    กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านการขนส่ง เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด อาหารกระป๋อง และกระดาษ
    .
    คำถามคือจะกระทบค่าครองชีพขนาดไหน?
    .
    ผลกระทบต่อประชาชนจะอยู่ในระดับ "รุนแรงและทันที" ในรูปแบบของภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนพุ่งสูง (Cost-Push Inflation)
    .
    ค่าเดินทางรายวันของประชาชนที่ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ทั้งรถร่วมฯ วินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ และแท็กซี่ จะมีต้นทุนการวิ่งรถที่สูงขึ้นมาก ซึ่งท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร
    .
    ภาระค่าอาหารและของใช้ที่ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์แบกรับต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นระดับหลักสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ไหว ภาระจะถูกผลักมาที่ผู้บริโภคปลายทาง ทำให้ค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคบนชั้นวางแพงขึ้นทั้งแผง
    .
    กำลังซื้อจะยิ่งหดตัวเมื่อรายจ่ายพื้นฐาน (ค่าเดินทางและอาหาร) พุ่งสูงขึ้นในขณะที่รายได้เท่าเดิม จะทำให้เม็ดเงินที่ประชาชนเหลือไว้จับจ่ายใช้สอยในส่วนอื่นๆ ลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมชะลอตัว
    .
    ถ้ามองให้เห็นภาพในชีวิตประจำวันอย่างก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวกะเพราหมูกรอบ การที่น้ำมันขึ้นรวดเดียว 6 บาท จะทำให้ราคาอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยวปรับขึ้นประมาณขั้นต่ำ 10 บาทต่อจาน/ชาม
    .
    แม้ในทางทฤษฎี ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอาจจะทำให้ต้นทุนอาหารต่อจานเพิ่มขึ้นไม่กี่บาท แต่ในโลกความเป็นจริงมีปัจจัยทางพฤติกรรมของตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
    .
    โดยพฤติกรรมการปรับราคาแบบขั้นบันได หากต้นทุนวัตถุดิบหมู ไก่ ผัก เส้น แพงขึ้นจากค่าขนส่ง สมมติคำนวณแล้วต้นทุนต่อจานเพิ่มขึ้น 2-3 บาท พ่อค้าแม่ค้าจะไม่ปรับราคาข้าวจาก 50 บาท เป็น 52 หรือ 53 บาทครับ เพราะทอนเงินยากและยิบย่อยเกินไป ส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะกลั้นใจรับภาระไว้ก่อน แต่ถ้าน้ำมันพุ่งแรงถึง 6 บาท/ลิตร จะเป็นจุดแตกหักที่ทำให้ร้านอาหารมีเหตุผลเพียงพอที่จะขอขยับราคาขึ้นทีละ 10 บาท หรือบางร้านอาจกระโดดไป 15 บาท ทันที
    .
    โดนผลกระทบจากต้นทุนแฝงรอบด้าน ซึ่งร้านอาหารไม่ได้จ่ายแค่ค่าขนส่งวัตถุดิบจากตลาดสด แต่ยังโดนบวกเพิ่มจากค่าบริการส่งก๊าซหุงต้ม ที่ต้องใช้น้ำมันในการวิ่งรถมาส่งถึงร้าน รวมถึงค่าเดินทางส่วนตัวของพ่อค้าแม่ค้าเองด้วย
    .
    สิ่งที่จะตามต่อมาเป็นโดมิโน่เอฟเฟกต์ เมื่อร้านข้าวสาร ร้านขายหมู ร้านขายผักส่งผ่านต้นทุนค่าขนส่งที่แพงขึ้นมายังร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารตามสั่งก็ไม่มีทางเลือกนอกจากผลักภาระนี้มาที่ผู้บริโภคปลายทาง
    .
    จากก๋วยเตี๋ยวธรรมดาชามละ 55-60 บาท จะขยับเป็น 65-75 บาท หรือถ้าสั่งพิเศษอาจจะทะลุ 80-1-00 บาทได้เลย ซึ่งเมื่อรวมกับค่าเดินทางที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น จะทำให้ค่าครองชีพรายวันของคนทั่วไปตึงตัวอย่างมาก

    https://www.facebook.com/share/14a5WvyYHDk/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 30, 2026 สต็อกเพียบ! พลังงานยันสต็อกน้ำมันไทยใช้นานกว่า 100 วัน ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จัดเข็มข้นกวดขันการกักตุน
    .
    นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยสถานการณ์ราคาพลังงานว่า ยังผันผวนจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงกดดันด้านอุปทานต่อเนื่อง
    .
    ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบดูไบ (27 มี.ค. 69) อยู่ที่ราว 122 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 72% จากช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง ขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล อยู่ในระดับมากกว่า 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเคยพุ่งสูงถึง 240 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 2 เท่า
    .
    สำหรับประเทศไทย ราคาดีเซลอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นราว 30% และแก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 41.05 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 34% โดยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่ามีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน บางประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 100%
    .
    กระทรวงฯ คุมเข้มสกัดฉวยโอกาส ย้ำค่าการตลาดมี.ค.ยังปกติราว 2 บาท แม้ผันผวนตามตลาดโลก สั่งผู้ค้าน้ำมันแสดงราคา-สต็อกชัด เชื่อมข้อมูลผ่าน API แบบใกล้เรียลไทม์ ยืนยันน้ำมันสำรองพอใช้เกิน 100 วัน พร้อมกำกับราคาขายไม่ให้เกินเกณฑ์ สนพ.
    .
    กระทรวงฯ ยืนยันว่า ได้กำกับดูแลค่าการตลาดให้อยู่ในกรอบ โดยค่าเฉลี่ยเดือนมีนาคมยังต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤต ส่วนที่ปรับสูงในบางวันเป็นผลจากความผันผวนของราคาตลาดโลกในระยะสั้น
    .
    ขณะเดียวกัน ได้เร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น ดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล E20 ที่มีราคาถูกกว่าน้ำมันทั่วไปประมาณลิตรละ 5 บาท เพื่อลดต้นทุนภาคธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารจัดการวัตถุดิบไม่ให้กระทบราคาน้ำมันปาล์มบริโภค
    .
    ทั้งนี้ พร้อมสนับสนุนมาตรการรัฐในการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน และย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลราคาพลังงานให้อยู่ในระดับเหมาะสมและลดภาระประชาชน พร้อมรักษาเสถียรภาพพลังงานของประเทศในระยะยาว
    .
    อ่านเพิ่มเติม คลิก https://shorturl.asia/JLGPm
    .
    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #แก๊สโซฮอลE20 #B20 #น้ำมัน #ดีเซล #กระทรวงพลังงาน #น้ำมันดิบ #BTimes
    https://www.facebook.com/share/1GiofKNDtD/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อเศรษฐศาสตร์ต้องพูดภาษาคน
    .
    | คอลัมน์ | สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับโอกาสให้ไปนำเสนองานวิจัยที่ Midwest Economics Association (MEA) Conference ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิชาการทางเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศของสหรัฐฯ และได้เข้าฟังปาฐกถาพิเศษจากศาสตราจารย์ ‘Justin Wolfers’ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังแห่ง University of Michigan-Ann Arbor ในหัวข้อ “Economics for Humans” อันเกี่ยวกับบทบาทของนักเศรษฐศาสตร์ในโลกสาธารณะ
    .
    ผมยอมรับว่าเป็นหนึ่งในปาฐกถาที่ทรงพลัง และทำให้ผู้ฟังที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหมดต้องนำไปคิดต่อไม่น้อย ไม่ใช่เพียงเพราะเนื้อหาคมคายหรือเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน แต่เพราะเขาตั้งคำถามที่สำคัญมากกับคนในวิชาชีพนักเศรษฐศาสตร์อย่างเรา
    .
    คำถามนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นมาก เหตุใดเศรษฐศาสตร์ซึ่งควรช่วยให้สังคมตัดสินใจได้ดีขึ้น จึงกลับไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากสาธารณะเท่าที่ควร?
    .
    ในฐานะคนทำงานด้านเศรษฐศาสตร์ ผมฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย เพราะถ้ามองอย่างตรงไปตรงมา ปัญหาส่วนหนึ่งอาจไม่ได้อยู่ที่คนทั่วไป “ไม่เข้าใจเศรษฐศาสตร์” เพียงอย่างเดียว แต่อาจอยู่ที่พวกเราเองด้วย ที่มักอธิบายโลกในภาษาที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง หรือบางครั้งก็พูดราวกับว่าความแม่นยำทางวิชาการสำคัญกว่าการสื่อสารให้ผู้คนเข้าใจว่าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตเขาอย่างไร
    .
    Wolfers เสนอประเด็นที่น่าขบคิดมาก เขาบอกว่า ในอดีต การสื่อสารสู่สาธารณะอาจง่ายกว่านี้ เพราะสื่อมีไม่กี่ช่องทาง นักเศรษฐศาสตร์ไม่กี่คนก็สามารถเป็น “เสียงหลัก” ในพื้นที่สาธารณะได้ แต่โลกวันนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว ผู้คนไม่ได้รอฟังเฉพาะจากหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์อีกต่อไป พวกเขาอยู่บน YouTube, podcast, TikTok, Instagram, Reddit และแพลตฟอร์มอีกมากมาย
    .
    อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ [คอมเมนต์]
    บทความโดย: สุพริศร์ สุวรรณิก
    .
    #นักเศรษฐศาสตร์ #สื่อสารหลักเศรษฐศาสตร์ #นโยบายเศรษฐกิจ #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/share/1KGrodwc62/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเปิดเกมโจมตี “เส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ” ของประเทศอ่าวเปอร์เซีย

    มีรายงานว่าท่อส่งน้ำมัน Habshan–Fujairah ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกโจมตี ส่งผลให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่ใช้เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซเริ่มได้รับผลกระทบโดยตรง

    ภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันว่าเกิดไฟไหม้ที่สถานีปั๊มอย่างน้อย 2 จุดบนท่อส่งดังกล่าว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขนส่งน้ำมันดิบจากอาบูดาบีไปยังท่าเรือฟูไจราห์ โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เท่ากับว่า UAE ไม่สามารถใช้เส้นทางนี้เป็นทางเลือกได้อย่างเต็มที่อีกต่อไป

    ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่าอิหร่านอาจกำลังขยายเป้าหมายไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอื่น ๆ ของพันธมิตรสหรัฐในภูมิภาค โดยเฉพาะท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย เช่น Petroline (East-West Pipeline) ซึ่งขณะนี้ถือเป็นเส้นทางหลักที่ยังคงใช้งานได้

    เหตุการณ์นี้บ่งชี้ว่า อิหร่านกำลังมุ่งโจมตี “ทุกช่องทางสำรอง” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อบีบให้การส่งออกน้ำมันของภูมิภาคกลับไปผูกติดกับจุดยุทธศาสตร์เดียว และเพิ่มแรงกดดันต่อทั้งตลาดพลังงานและพันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลาง
    FB_IMG_1774881889745.jpg FB_IMG_1774881892488.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1E5LLYjKUe/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไหนบอกไม่ลักหลับ!!
    ประกาศกลางดึกอีกแล้ว พรุ่งนี้ขึ้นน้ำมันดีเซล 1.80 บาท/ลิตร ทะลุลิตรละ 40.74 บาท

    https://www.facebook.com/share/1GrLh4QTdT/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เกาหลีใต้เตรียมงัดมาตรการ "สลับวันวิ่งรถ" ทั่วประเทศ หลังราคาน้ำมันโลกจ่อทะลุ 130 ดอลลาร์

    อ่านต่อที่นี่
    https://www.amarintv.com/news/social/542168

    #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจโลก #ราคาน้ำมัน #เกาหลีใต้ #วิกฤตพลังงาน #สงครามตะวันออกกลาง #AmarinTV #amarintvonline #ข่าวอมรินทร์ออนไลน์
    https://www.facebook.com/share/p/1BT9iAwasP/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่มีงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพชาวอเมริกัน แต่กลับมีงบประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์สำหรับทำสงครามเพื่ออิสราเอล

    พรรครีพับลิกันของทรัมป์กำลังพิจารณาปรับลดงบประมาณด้านสาธารณสุขของรัฐบาลกลาง เพื่อนำเงินไปสนับสนุนร่างงบประมาณที่อาจจัดสรรสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.2 ล้านล้านบาท) สำหรับสงครามกับอิหร่าน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายด้านผู้อพยพ

    แนวคิดดังกล่าวยังอยู่ในขั้นหารือ และมีแนวโน้มจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองอย่างหนัก เนื่องจากอาจถูกมองว่าเป็นการ “ตัดงบด้านสุขภาพของประชาชน” เพื่อนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายด้านสงคราม

    ที่มา: Axios


    https://www.facebook.com/share/p/1FjHVJ1pna/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    EU ต่ออายุคว่ำบาตรอิหร่านอีก 1 ปี — ส่งสัญญาณการเมืองชัด

    สภาของ
    Council of the European Union
    มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อ 30 มีนาคม 2569

    ให้ ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อ Iran ออกไปอีก 1 ปี

    มาตรการสำคัญที่ยังคงใช้ต่อ ได้แก่

    • แช่แข็งทรัพย์สิน บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • ห้ามเดินทางเข้าสหภาพยุโรป
    • ห้ามส่งออกเทคโนโลยีที่อาจใช้ทางทหาร
    • ควบคุมการค้าพลังงานบางประเภท รวมถึงน้ำมันและปิโตรเคมี

    ในแถลงการณ์ร่วม
    European Union ระบุว่า

    > สหภาพยุโรปยังคงสนับสนุนความปรารถนาของประชาชนอิหร่าน
    ที่ต้องการอนาคตซึ่งสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ได้รับการเคารพและปกป้อง

    การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารระหว่าง
    Iran กับ
    United States และ
    Israel

    หลายฝ่ายมองว่านี่คือการเลือกใช้ แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมือง
    แทนการเข้าร่วมสงครามโดยตรง

    แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า

    มาตรการคว่ำบาตรที่ยืดเยื้อ
    อาจทำให้ ประชาชนอิหร่านได้รับผลกระทบหนักขึ้น
    โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญแรงกดดันจากสงคราม

    สรุปสั้น ๆ

    ยุโรปเลือกเดินเกม คว่ำบาตรต่อเนื่อง
    เพื่อกดดันรัฐบาลอิหร่านทางการเมืองและเศรษฐกิจ

    คุณเห็นด้วยกับ @ ไหม
    มาตรการคว่ำบาตรแบบนี้ ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมรัฐบาลได้หรอก
    สุดท้าย ประชาชนธรรมดาเป็นคนรับผลกระทบมากที่สุด

    (คัดข่าว – EU Council, Reuters, Euronews 30 มี.ค. 2569)

    https://www.facebook.com/share/1UXJpfGa9k/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    20.15 น. แอปเปิลปิดร้านทุกสาขาในยูเออี นายกฯเยอรมนีเตือนสงครามยืด ผลกระทบไม่ต่างจากวิกฤตโรคโควิด-19 อิหร่านตัดอินเตอร์เน็ตมา 30 วันติดกัน คลังสหรัฐเผยสหรัฐจะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุส BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1CYMMSn8TW/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กกพ. เปิด 3 ทางเลือกค่าไฟ พ.ค. ชี้ทิศทางบิลคนไทย ลุ้นอัตราต่ำสุด 3.95 บาท/หน่วย

    เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด สิ่งที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ "บิลค่าไฟ" ที่จ่อคิวปรับตัวสูงขึ้นตามการใช้ไฟ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) งวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 ซึ่งตัวเลขที่ออกมาตอกย้ำถึงความท้าทายด้านค่าครองชีพ เพราะมีการเสนอทางเลือกที่อาจดันค่าไฟทะลุไปถึง 4.59 บาทต่อหน่วย
    ทำไมค่าไฟถึงจ่อแพงขึ้น? ต้นตอจาก "วิกฤตพลังงานโลก" ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ฉายภาพให้เห็นว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เป็นหัวใจหลักในการผลิตไฟฟ้ากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก สาเหตุสำคัญมาจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ดันให้ราคาก๊าซในตลาดโลกพุ่งทะยานใกล้แตะระดับ 20 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เมื่อกางสมมติฐานต้นทุนดูจะพบว่า ราคา Spot LNG พุ่งสูงถึง 18.80 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้าถึงร้อยละ 61 ขณะที่ราคา Pool Gas ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.49 ซ้ำเติมด้วยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ที่ผ่านมา กกพ. จะพยายามทยอยคืนหนี้ต้นทุนคงค้าง (AF) ให้กับ กฟผ. และ ปตท. อย่างต่อเนื่อง จนยอดหนี้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ลดลงเหลือ 35,928 ล้านบาท แต่หนี้ก้อนนี้ก็ยังเป็น "ปัจจัยลบ" ที่คอยกดดันค่าเอฟทีอยู่ดี จนกว่าจะทยอยชำระคืนได้ทั้งหมด

    เปิด 3 ทางเลือก ชี้ชะตาค่าไฟงวดใหม่ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนจริงและการดูแลค่าครองชีพ กกพ. จึงงัดเครื่องมือการบริหารจัดการมาใช้ โดยเสนอ 3 ทางเลือกให้ประชาชนร่วมพิจารณา ได้แก่
    ทางเลือกที่ 1: "เจ็บแต่จบ" คืนหนี้ กฟผ. ทั้งหมด หากเลือกทางนี้ ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะพุ่งไปแตะที่ 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากงวดปัจจุบัน โดยจะนำเงินไปล้างหนี้สะสม 35,928 ล้านบาท คืนให้ กฟผ. ภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้รัฐวิสาหกิจกลับสู่สภาวะปกติ

    ทางเลือกที่ 2: "ประคองตัว" สะท้อนเฉพาะต้นทุนงวดปัจจุบัน ทางเลือกนี้ค่าไฟจะขยับขึ้นร้อยละ 5 มาอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย โดย กฟผ. จะต้องยอมหลังแอ่นแบกรับภาระหนี้คงค้างสะสม 35,928 ล้านบาทไว้แทนประชาชนต่อไปก่อน
    ทางเลือกที่ 3: "ทางรอด" ดึงเงินกองกลางมาอุ้ม เป็นทางเลือกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้มากที่สุด โดยค่าไฟจะขยับขึ้นเพียงร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย วิธีนี้ กฟผ. จะยังคงแบกหนี้สะสมร่วมกับ กกพ. ต่อไป ขณะเดียวกัน กกพ. จะนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw Back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท มาช่วยอุดหนุนเพื่อลดภาระค่าไฟในภาวะวิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลาง

    ระวัง! ร้อนนี้อาจจ่ายแพงเพราะ "ใช้ไฟทะลุเพดาน" นอกจากตัวเลขอัตราค่าไฟแล้ว ดร.พูลพัฒน์ ยังเตือนถึงพฤติกรรมการใช้ไฟในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศที่ร้อนจัดมักทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่น่ากังวลคืออาจทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากเข้าข่ายเพดานการคิดค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ดังนั้น การร่วมมือกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการเซฟเงินในกระเป๋า

    บทสรุปของบิลค่าไฟงวดนี้จะจบลงที่ทางเลือกใด ประชาชนสามารถเข้าไปร่วมส่งเสียงและแสดงความคิดเห็นได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 25 - 31 มีนาคม 2569 ก่อนที่ กกพ. จะเคาะมติสุดท้ายและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

    #MGROnline

    https://www.facebook.com/share/p/1DhJbycZGC/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เซเลนสกีเผยถึงความเป็นไปได้ในการใช้โดรนใต้น้ำของยูเครนในช่องแคบฮอร์มุซ
    .

    ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการนำโดรนใต้น้ำของยูเครนไปใช้งานในช่องแคบฮอร์มุซ
    .

    ในข้อความเสียงที่เผยแพร่ให้กับสื่อมวลชน เซเลนสกีกล่าวถึง “ความเป็นไปได้ในการใช้โดรนใต้น้ำของยูเครนในช่องแคบฮอร์มุซ” ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ข้อตกลงเพิ่มเติมที่จะลงนาม” กับพันธมิตรในตะวันออกกลาง
    .

    “เราหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนและละเอียดอ่อนสำหรับทั่วโลก ท่ามกลางวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน” เซเลนสกีกล่าว “พวกเขารู้ว่าพวกเขาสามารถพึ่งพาความเชี่ยวชาญของเราในด้านนี้ได้”
    .

    การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ สร้างความปั่นป่วนให้กับภูมิภาค กระตุ้นให้เกิดการตอบโต้จากอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบที่อยู่ระหว่างอิหร่านและโอมานปิดตัวลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและเสบียงอาหารชะงัก
    .

    เซเลนสกีกล่าวเสริมว่า “ผู้นำอาหรับเข้าใจว่ากองทัพของเราประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปิดเส้นทางเดินเรือทะเลดำ” “ส่วนในด้านอื่นๆ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ในมุมมองของผม สหรัฐฯ กำลังจัดการอยู่ เราพร้อมที่จะช่วยเหลือพันธมิตรของเราอย่างแน่นอน”
    .

    ทั้งนี้ กองทัพยูเครนได้ส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียในทะเลดำ
    .

    คำกล่าวของเซเลนสกีเกิดขึ้นหลังจากข้อตกลงด้านกลาโหมครั้งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ยูเครนและซาอุดีอาระเบียลงนามเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ยูเครนกระชับความสัมพันธ์ในตะวันออกกลางให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
    .

    Photo by JAVIER SORIANO / AFP
    .

    #สหรัฐ #อิสราเอล #อิหร่าน #ตะวันออกกลาง #สงคราม #สงครามอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #Iran #OperationEpicFury #WORLD #SPACEBAR
    https://www.facebook.com/share/1Dr6xcXsTM/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "พายุกว่า 80 ลูก": ถล่มกรุงเตหะราน! อิสราเอลเจาะจงทำลาย 'โรงงานผลิตขีปนาวุธ' และ 'ฐานวิจัยเครื่องยนต์' – ขณะยอดผู้บาดเจ็บในอิหร่านพุ่งกระฉูดแตะ 25,000 ราย!

    สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทะยานสู่จุดเดือดในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา เมื่อกองทัพอากาศอิสราเอล (IAF) ยกระดับปฏิบัติการทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง โดยเน้นการ "ทำลายล้างห่วงโซ่การผลิตอาวุธ" ของอิหร่านอย่างเป็นระบบทั่วกรุงเตหะราน

    1. เจาะเป้าหมายปฏิบัติการ: เมื่อคืนที่ผ่านมา
    กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ยืนยันการใช้ระเบิดมากกว่า 80 ลูก โจมตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเตหะราน โดยภาพถ่ายดาวเทียมระบุเป้าหมายชัดเจน 3 จุดหลัก:

    ▪️ โรงงานผลิตขีปนาวุธต่อต้านรถถังและอากาศยาน: มุ่งเป้าไปที่คลังแสงที่ผลิตอาวุธสำหรับส่งให้กลุ่ม Proxy (เช่น Hezbollah) เพื่อตัดวงจรการสู้รบในเลบานอน

    ▪️ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์ขีปนาวุธ: การโจมตีห้องแล็บวิจัยและโรงงานผลิตเครื่องยนต์ ถือเป็นการ "เด็ดปีก" เทคโนโลยีขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านในระยะยาว

    ▪️ ฐานประกอบขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์: IDF อ้างว่าอาคารที่ถูกทำลายเป็นส่วนสำคัญในการประกอบระบบนำวิถี ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาลในการฟื้นฟู

    2. สถิติความสูญเสีย: 1 เดือนแห่งสงคราม
    จากข้อมูลล่าสุด (อัปเดต ณ.วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2026) ภาพรวมความสูญเสียในระดับภูมิภาคแสดงให้เห็นถึงราคาที่อิหร่านต้องจ่ายอย่างมหาศาล:

    ▪️ อิหร่าน: ครองสถิติการสูญเสียสูงสุด โดยมีผู้เสียชีวิต (Killed) 1,937 ราย และผู้บาดเจ็บ (Injured) พุ่งทะยานสู่ 24,800 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการถล่มเขตอุตสาหกรรมและฐานทัพรอบเมืองหลวง

    ▪️ เลบานอน: ตามมาเป็นอันดับสองด้วยยอดเสียชีวิต 1,116 ราย และบาดเจ็บ 3,229 ราย จากการปะทะตามแนวพรมแดนและการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

    ▪️ อิสราเอล: แม้จะถูกโจมตีกลับด้วยขีปนาวุธ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศทำให้ยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 19 ราย ทว่ามีผู้บาดเจ็บจากการตกใจและเศษซากระเบิดถึง 5,492 ราย

    ️ 3. ผลกระทบต่อขีดความสามารถของกองทัพอิหร่าน
    การโจมตีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและโรงงานวิจัยในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทำลาย "อาวุธ" แต่เป็นการทำลาย "มันสมอง" ของโครงการป้องกันประเทศอิหร่าน:

    ▪️ ความล่าช้าทางเทคโนโลยี: การทำลายโรงงานผลิตเครื่องยนต์ขีปนาวุธจะทำให้อิหร่านขาดแคลนอาวุธหนักในการโต้กลับสหรัฐฯในปฏิบัติการ Operation Epic Fury ระยะถัดไป

    ▪️ วิกฤตสาธารณสุข: ยอดผู้บาดเจ็บเกือบ 25,000 คนในอิหร่าน กำลังทำให้ระบบโรงพยาบาลในเตหะรานและเมืองใหญ่เข้าสู่ภาวะล่มสลาย

    Insight:
    การที่อิสราเอลเน้นโจมตีโรงงานผลิตเครื่องยนต์ขีปนาวุธ คือยุทธวิธีที่ต้องการปิดโอกาสไม่ให้อิหร่านสามารถผลิตอาวุธมาเติมในคลังได้ทัน ยิ่งยอดผู้บาดเจ็บพุ่งสูงถึงเกือบ 25,000 คน แรงกดดันจากภาคประชาชนต่อรัฐบาลเตหะรานจะยิ่งมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่วอชิงตันและเทลอาวีฟต้องการเห็นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

    ❗️ สรุป: สงครามเข้าสู่ช่วง "กัดกร่อนทรัพยากร" อย่างรุนแรง อิหร่านกำลังสูญเสียทั้งฐานการผลิตและทรัพยากรบุคคลในอัตราที่น่ากังวล หรือในทางกลับกันทำให้อิสราเอลเสียทรัพยากรไปกับเป้าหมายว่างเปล่า!

    30/03/2026

    #ZFrontier #TehranBombing2026 #IDFStrike #IranCasualties #MissileFactoryDestroyed #OperationEpicFury #IsraelIranWar #GeopoliticsHybrid #วิเคราะห์สงคราม #ข่าวต่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #ถล่มเตหะราน #สงครามตะวันออกกลาง #สรุปยอดผู้สูญเสีย

    https://www.facebook.com/share/p/1DohxyNYf3/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปประเด็นสำคัญ Goldman Sachs มองตลาดประเมิน Fed พลาด หลังราคาน้ำมันพุ่ง

    Goldman Sachs ชี้ว่านักลงทุนกำลัง "คาดการณ์แรงเกินไป" เกี่ยวกับโอกาสที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานทะลุ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    1. ความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ (Inflation Fears)
    ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และผลักดันให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า Fed จะดำเนินนโยบายแบบ Hawkish (เน้นการคุมเข้ม/ขึ้นดอกเบี้ย) มากขึ้น

    2. บทเรียนจากประวัติศาสตร์ (The 1990 Comparison)
    Goldman Sachs โต้แย้งว่าปฏิกิริยาของตลาดในครั้งนี้ "เกินกว่าเหตุ" โดยยกตัวอย่าง เหตุการณ์ปี 1990

    ในตอนนั้นเกิดภาวะ "Oil Shock" (ราคาน้ำมันพุ่งฉับพลัน)

    ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

    ความจริงที่เกิดขึ้น: Fed กลับตัดสินใจ "ลดดอกเบี้ย" เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงเกินไปได้ไปกดดันเศรษฐกิจจนชะลอตัว (Growth weakened)

    3. บทสรุป
    ในขณะที่ปัจจุบันตลาดกำลังให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ย แต่ Goldman Sachs มองว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง (ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูง) อาจกลายเป็นปัจจัยบีบบังคับให้ Fed ต้องเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือการคงดอกเบี้ยหรือลดดอกเบี้ยแทน

    https://www.facebook.com/share/1FG8vyJ6Se/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผมว่า ถ้าลากยาว เราฉิบหายแน่ครับ
    FB_IMG_1774887946365.jpg
    ข้อมูลคร่าวๆ ดูเหมือนว่า น้ำมันที่ส่งจะหายไปจากผลกระทบจากสงคราม เดือนละ 14-15 ล้านบาร์เรล จากการบริโภครวมตีคร่าวๆ 100 ล้านบาร์เรล

    แปลว่ายอดน้ำมันจะหายไปมากถึง 15% โลกเคยเป็นแบบนี้แค่ช่วงโควิดเท่านั้น แต่ในภาวะปกติแบบนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะอุปสงค์ของน้ำมันมัน inelastic มากๆ

    ถ้าที่อื่นไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตมาทดแทนได้ แต่ละประเทศต้องแย่งชิงน้ำมันกัน โลกต้องตกในภาวะเศรษฐกิจถดถอย มีภาวะ stagflation และบางที่ต้องมีการปันส่วนน้ำมันแน่ๆ

    https://www.facebook.com/share/1BDyCkMDQk/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Jerome Powell เตือนว่า
    สิ่งที่เขากังวลที่สุดตอนนี้คือ
    "หนี้สหรัฐ" โตเร็วกว่าเศรษฐกิจ
    หากไม่เร่งแก้ อาจจบไม่สวยในอนาคต

    Powell เตือนหนี้สหรัฐ “โตเร็วกว่าศก.” อย่างน่ากังวล เสี่ยงไม่ยั่งยืน หากไม่เร่งแก้ อาจจบไม่ดีในระยะข้างหน้า

    Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกมาเตือนว่า หนี้สาธารณะของสหรัฐกำลังขยายตัวในอัตราที่ “เร็วกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ” อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ไม่ยั่งยืนในระยะยาว และอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่หากไม่มีการแก้ไข

    เขาระบุชัดว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างจริงจังในเร็ว ๆ นี้ สถานการณ์อาจ “จบลงไม่ดี” ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน และอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง

    คำเตือนนี้มีนัยสำคัญต่อทั้งตลาดการเงินและนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากระดับหนี้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตร รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก

    https://www.facebook.com/share/1CkV9BWg9p/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    31 มีนา วันที่คนไทยเติมดีเซล 40.74 บาท แพงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ จ่ายเบนซินแพงสุดใน 3 ปี 8 เดือน จบมี.ค.ขึ้นราคาน้ำมัน 5 ครั้งใน 3 สัปดาห์ ดีเซลขึ้น 10.50 บาท พุ่งกว่า 36% BTimes

    Mar 31, 2026 ขึ้นดึกๆ! กบน.ควงปั้มน้ำมันทุกค่ายประกาศ 4 ทุ่มครึ่ง ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 1.00 - 1.80 บาท ดีเซลทะลุ 40 กว่าบาทต่อลิตร แพงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ตั้งแต่ 10 มี.ค.ถึงวันนี้ เบนซิน-โซฮอล์ขึ้น 11.50 บาท หรือขึ้น 37.6% ดีเซลขึ้น 10.50 บาท หรือขึ้น 36%

    กบน. เปิดเผยว่า มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับข้อมูลรอบด้าน ทั้งราคาตลาดโลก ราคาเพื่อนบ้าน ฐานะกองทุน ตลอดจนคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาระที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน จึงทำให้ กบน. ต้องประชุมในช่วงหัวค่ำ ประมาณ 19.00-20.00น และสามารถประกาศอัตราการชดเชย ได้ในช่วงประมาณ 20.00-20.30น ของวัน

    เมื่อคืนผ่านมา 30 มีนาคม 2026 เมื่อเวลา 22.30 น. ผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศไทยประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ประกอบด้วยเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ลิตรละ 1.00 บาท และดีเซลลิตรละ 1.80 บาท ให้มีผล 05.00 น. ของวันนี้ 31 มีนาคม 2026

    ที่สำคัญ ในเดือนมีนาคม นับตั้งแต่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันในไทยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026 เป็นวันแรก จนกระทั่งมาถึงวันนี้ 31 มีนาคม 2026 ปรากฎว่า ผู้ค้าน้ำมันทุกรายขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน และกลุ่มแก๊สโซฮอล์กระฉูดรวม 11.50 บาท/ลิตร หรือพุ่งทะยานถึง 37.64% และขึ้นราคาดีเซลสูงมากถึง 10.80 บาท/ลิตร หรือพุ่งทะยานถึง 36.07% ทั้งหมดเกิดขึ้นใน 22 วัน หรือเพียง 3 สัปดาห์ 1 วัน

    สำหรับราคาขายปลีกใหม่มีผลวันที่ 31 มีนาคม 2026 เวลา 05.00 น. วันนี้ มีดังนี้ (บาท/ลิตร)
    เบนซิน 95: 50.64 (+1.00)
    แก๊สโซฮอล์ 95: 42.05 (+1.00)
    แก๊สโซฮอล์ 91: 41.68 (+1.00)
    แก๊สโซฮอล์อี 20: 37.05 (+1.00)
    แก๊สโซฮอล์อี 85: 33.79 (+1.00)
    ดีเซลบี 7: 40.74 (+1.00)

    ดังนั้น ราคาน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ มีราคาสูงสุดในรอบมากกว่า 3 ปี 8 เดือน หรือนับตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2565 ส่วนราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 40.74 บาท มีราคาสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคมมีราคาที่ลิตรละ 38.94 บาท ทำสถิติเป็นประวัติศาสตร์ครั้งเดิม

    #ราคาน้ำมัน #ปรับราคาน้ำมัน #ดีเซล #เบนซิน #BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/1ALFzt1MiY/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Goldman Sachs ชี้ว่า "ตลาดหุ้นอาจเด้งได้แรง"

    หลังกองทุน Hedge Funds ได้ยอมแพ้ตลาด (Capitulation) ไปแล้ว และเทขายหุ้นต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ติดกัน จนอาจทำให้เกิดการรีบาวด์ที่รวดเร้วจากแรงกลับมาซื้อของกองทุนใหญ่ได้

    https://www.facebook.com/share/p/1E9CRcsaq4/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "พายุเหนือน่านฟ้าเตหะราน": เมื่อ B-1B และ B-52H กลายเป็นหัวหอกถล่มอิหร่าน – เปิดยุทธศาสตร์ 'B-2A Stealth' เจาะระบบป้องกันเมือง Tabriz... และความเสี่ยงที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีพญาอินทรี!
    FB_IMG_1774910952299.jpg
    รายงานความเคลื่อนไหวทางอากาศล่าสุดชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯได้ยกระดับการใช้ "เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์" (Strategic Bombers) ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อบดขยี้เป้าหมายที่ได้รับการเสริมกำลัง (Hardened Targets) ซึ่งเครื่องบินรบทั่วไปเข้าไม่ถึง โดยมีศูนย์กลางปฏิบัติการอยู่ที่ฐานทัพอากาศ RAF Fairford ในสหราชอาณาจักร

    1. กองพลบินทิ้งระเบิด: พลังทำลายล้างจาก Fairford
    สหรัฐฯได้ส่งฝูงบินทิ้งระเบิดมาประจำการในยุโรปเพื่อลดระยะทางและเพิ่มความถี่ในการโจมตี:

    ▪️ B-1B Lancer (กระดูกสันหลังของปฏิบัติการ): ปัจจุบันมีประจำการอยู่ที่ RAF Fairford ประมาณ 15 ลำ (คิดเป็น 1 ใน 3 ของฝูงบิน B-1B ทั้งหมดที่เหลืออยู่ของสหรัฐฯ) ทำหน้าที่เป็น "รถบรรทุกขีปนาวุธร่อน" ยิงถล่มจากระยะไกล

    ▪️ B-52H Stratofortress: ประจำการอีก 6-8 ลำ เพื่อเสริมกำลังในการทำลายคลังแสงขนาดใหญ่

    ▪️ B-2A Spirit (The Stealth Ghost): แม้จะบินน้อยที่สุดแต่ทรงพลังที่สุด มีรายงานการตรวจพบภาพถ่ายเครื่องบิน B-2A เหนือเมือง Tabriz ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่านเมื่อวันที่ 27-28 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าเป็นการใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์ (Bunker Busters) ถล่มฐานขีปนาวุธใต้ดิน

    ️ 2. การเปลี่ยนเส้นทางบิน: เบนเข็มสู่ "อ่าวเปอร์เซีย"
    พฤติกรรมการบินที่เปลี่ยนไปสะท้อนถึงแผนการรบในระยะถัดไป:

    ▪️ จากตะวันตกสู่ใต้: เดิมทีเครื่องบินมักบินผ่านอิรักเข้าสู่ชายแดนตะวันตกของอิหร่าน แต่ในสัปดาห์ล่าสุดกิจกรรมหลักย้ายมาอยู่ที่ อ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf)

    ▪️ นัยสำคัญทางยุทธศาสตร์: การย้ายมาโจมตีจากฝั่งอ่าวเปอร์เซียคือการเตรียมความพร้อมสำหรับ "ปฏิบัติการยกพลขึ้นบก" (Amphibious Operation) โดยมุ่งเน้นทำลายระบบป้องกันชายฝั่งและเรดาร์ตรวจการณ์ทางทะเล เพื่อเปิดทางให้กองเรือสะเทินน้ำสะเทินบก

    3. ความเสี่ยง "พญาอินทรีปีกหัก": การดักโจมตีของอิหร่าน
    แม้สหรัฐฯจะอ้างว่าครองน่านฟ้าได้แล้ว แต่อิหร่านยังคงเป็นภัยคุกคามที่ประมาทไม่ได้:

    ▪️ Anti-Air Ambush: อิหร่านอาจพยายามใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเคลื่อนที่ (เช่น Bavar-373 หรือ Khordad-15) ซุ่มโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ที่ขาดความคล่องตัว

    ▪️ High Stakes: หากอิหร่านสามารถสอย B-52H หรือ B-1B ร่วงได้แม้เพียงลำเดียว จะเป็นความพ่ายแพ้ทางจิตวิทยาครั้งใหญ่ของสหรัฐฯและอาจบีบให้ทรัมป์ต้องตัดสินใจว่าจะ "ถอย" หรือ "แลกด้วยนิวเคลียร์"

    Insight:
    การที่เครื่องบิน B-2A ปรากฏตัวเหนือ Tabriz คือสาส์นเตือนภัยขั้นสุดยอด เพราะเมืองนี้คือประตูสู่ศูนย์วิจัยอาวุธขั้นสูง การที่พลเมืองเห็นเครื่องบินล่องหนได้ด้วยตาเปล่า (หรือจับภาพได้) อาจหมายถึงความตั้งใจของสหรัฐฯที่จะให้คนอิหร่านเห็นว่า "เกราะป้องกันของคุณไม่มีความหมาย" อย่างไรก็ตาม การโหมใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วง (82 เที่ยวบินในเดือนเดียว) กำลังทำให้คลังขีปนาวุธแม่นยำสูงร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว จนต้องเริ่มเปลี่ยนมาใช้ "Gravity Bombs" (ระเบิดทิ้งตามแรงโน้มถ่วง) ซึ่งนั่นหมายถึงเครื่องบินต้องบินเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น... และเข้าใกล้ความตายมากขึ้นด้วยเช่นกัน

    ❗️ สรุป: ยุทธศาสตร์ของทรัมป์กำลังเดินหน้าสู่ "การแตกหัก" – ชัยชนะต้องแลกมาด้วยการผลาญทรัพยากรทางอากาศที่มีค่าที่สุดของอเมริกา!

    30/03/2026

    #ZFrontier #StrategicBombers #B1BLancer #B52H #B2ASpirit #RAFFairford #TabrizStrike #OperationEpicFury #PersianGulfWar2026 #GeopoliticsHybrid #วิเคราะห์สงคราม #ข่าวต่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #เครื่องบินทิ้งระเบิด #สหรัฐอเมริกา #อิหร่านล่าสุด #สงครามตะวันออกกลาง

    https://www.facebook.com/share/p/1At4B1MvAg/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    226,631
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚓ "นับถอยหลังปฏิบัติการภาคพื้นดิน": สหรัฐฯ-อิสราเอล ระดมบินกว่า 2,400 เที่ยวบิน – เมื่อ USS Tripoli ประชิดน่านน้ำ... ยุทธศาสตร์ "ถล่มจุดยกพลขึ้นบก" ในอิหร่านตอนใต้กำลังเริ่มต้น!
    FB_IMG_1774911074858.jpg
    สถานการณ์ในสมรภูมิอิหร่านณ.สิ้นเดือนมีนาคม 2026 กำลังเปลี่ยนผ่านจาก "สงครามทางอากาศ" เข้าสู่ "ขั้นตอนการเตรียมการภาคพื้นดิน" อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมในบางจุดจะดูสงบลงชั่วคราว แต่ข้อมูลทางสถิติและการเคลื่อนกำลังพลบ่งชี้ว่านี่คือ "ความสงบก่อนพายุใหญ่"

    1. ขีดความสามารถทางอากาศ: 2,426 เที่ยวบินแห่งการทำลาย
    นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ Operation Epic Fury กองกำลังพันธมิตรได้แสดงแสนยานุภาพทางอากาศอย่างต่อเนื่อง:

    ▪️ สถิติการโจมตี: มีการบินโจมตีทางยุทธวิธีรวมแล้วกว่า 2,426 เที่ยวบิน โดยใช้ฐานทัพใน Jordan, Israel และ Saudi Arabia เป็นหลัก

    ▪️ ช่วงพีค (1-10 มีนาคม): คือช่วงที่ดุเดือดที่สุด มีการโจมตีเฉลี่ยสูงถึง 202 ครั้งต่อวัน โดยมุ่งเป้าทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและคลังขีปนาวุธทั่วดินแดนอิหร่าน

    ▪️ การลดระดับเพื่อเติมเสบียง: หลังจากวันที่ 10 มีนาคม ความถี่ลดลงเนื่องจากปริมาณการใช้กระสุนที่มหาศาล (ตามรายงานวิกฤตคลังอาวุธของ RUSI) และการปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้องกับสงครามระยะยาว

    ️ 2. USS Tripoli: หัวหอกสะเทินน้ำสะเทินบกประชิดชายฝั่ง
    ความเคลื่อนไหวทางทะเลที่น่าจับตาที่สุดคือการมาถึงของกลุ่มโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก:

    ▪️ พิกัดล่าสุด: เรือ USS Tripoli (LHA-7) พร้อมนาวิกโยธินหน่วย 31st MEU ราว 3,500 นายประจำการอยู่ๆห่างจากหมู่เกาะ Chagos ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 900 กิโลเมตร และกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ

    ▪️ ศักยภาพ: เรือลำนี้บรรทุกเครื่องบินขับไล่ F-35B และเฮลิคอปเตอร์ขนส่งพลร่ม ซึ่งออกแบบมาเพื่อปฏิบัติการ "ยกพลขึ้นบก" และ "จู่โจมสายฟ้าแลบ" โดยเฉพาะ

    3. ยุทธศาสตร์ "ถล่มนำร่อง" ทางตอนใต้
    ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รูปแบบการโจมตีทางอากาศเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ:

    ▪️ เป้าหมายใหม่: การโจมตีพุ่งเป้าไปที่อิหร่านตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย

    ▪️ นัยสำคัญ: พื้นที่เหล่านี้คือชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการยกพลขึ้นบก (Amphibious Landing) การถล่มซ้ำในบริเวณนี้คือการกวาดล้างสิ่งกีดขวาง, ทุ่นระเบิดชายฝั่ง, และฐานยิงขีปนาวุธชายฝั่ง เพื่อเปิดทางให้หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯเข้ายึดหัวหาด

    Insight:
    ตัวเลขการบินโจมตีที่เพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนมีนาคมคือ "Shaping the Battlefield" หรือการจัดระเบียบสนามรบ สหรัฐฯไม่ได้ต้องการแค่ทำลายโรงงานนิวเคลียร์อีกต่อไป แต่กำลังเตรียมพื้นที่สำหรับ "Limited Ground Operation" (ปฏิบัติการภาคพื้นดินในวงจำกัด) เพื่อยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเกาะ Kharg หรือท่าเรือสำคัญเพื่อคุมเส้นทางน้ำมัน การที่อิหร่านออกมาขู่ว่าจะ "เผาทหารอเมริกัน" สะท้อนว่าพวกเขาก็รู้ตัวแล้วว่า พายุลูกถัดไปจะไม่ได้มาแค่จากบนฟ้า... แต่จะคลานขึ้นมาจากท้องทะเล

    ❗️ สรุป: เดือนเมษายนอาจเป็นบทใหม่ของสงคราม เมื่อทหารราบและนาวิกโยธินสหรัฐฯเตรียมก้าวเท้าลงบนแผ่นดินอิหร่านเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่!

    30/03/2026

    #ZFrontier #USSTripoli #IranGroundInvasion2026 #OperationEpicFury #MarineExpeditionaryUnit #AmphibiousAssault #SouthernIranStrikes #GeopoliticsHybrid #วิเคราะห์สงคราม #ข่าวต่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #ยกพลขึ้นบก #สงครามตะวันออกกลาง #อิหร่านล่าสุด

    https://www.facebook.com/share/p/1Dp2unBnS4/
     

แชร์หน้านี้

Loading...