พระสมเด็จวัดเกศไชโยเนื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์ เหรียญหลวงปู่บุญมีวัดอ่างแก้ว

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,240
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1774712014159.jpg 1774712040684.jpg 1774712056001.jpg 1774711837007.jpg


    เรื่องเล่าเกี่ยวกับระเบิdและเหรียญของหลวงปู่หนู
    ประวัติความเป็นมาของสุดยอดพระเกจิอาจารย์ แห่งเมืองราชบุรี “หลวงปู่หนู ฉินนะกาโม วัดทุ่งแหลม”
    เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่ถูกเล่าต่อๆกันมาซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2524 เมื่อครั้งที่อาสาสมัครท่านหนึ่งมีชื่อว่านายกู้เกียรตินามสกุลบัวบาน มีสมาชิกในครอบครัวด้วยกันทั้งหมดสี่คนซึ่งประกอบด้วยนายกู้เกียรติและภรรยา รวมทั้งลูกชายอีกสองคน ที่อาศัยอยู่ในอำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรีซึ่งนายกู้เกียรตินั้นมีอาชีพเป็นชาวไร่ชาวสวนรวมทั้งเป็นอาสาสมัครให้กับรัฐบาล จึงมีหน้าที่ในการคุ้มครองหมู่บ้าน จึงทำให้นายกู้เกียรติได้รับแจกอาวุธที่จำเป็นจะต้องไปใช้ในการปกป้องหมู่บ้านซึ่งเป็นหน้าที่ที่นายกู้เกียรติจะต้องทำเพื่อราชการสงครามอาวุธที่ได้รับการแจกมีทั้งปืn รวมถึงระเบิdสังหารเพื่อใช้ในการปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากในช่วงนั้นมีกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่ค่อนข้างหลากหลายจึงทำให้หมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่นั้นไม่ปลอดภัย

    ในวันหนึ่งเมื่อตรงกับวันพระนายกู้เกียรติและภรรยาก็ได้ไปทำบุญที่วัดทุ่งแหลม และได้ปล่อยให้ลูกชายอยู่กันสองคนตามลำพังคอยเฝ้าบ้าน จนกระทั่งถึงช่วงเวลาประมาณ 8 โมงครึ่ง ชาวบ้านที่มาทำบุญต่างพากันได้ยินเสียงระเบิdดังลั่นเนื่องจากวัดกับบ้านของนายกู้เกียรตินั้นอยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก หัดมาภายในไม่กี่นาทีก็ได้มีคนขับรถมอเตอร์ไซต์มาแจ้งกับนายกู้เกียรติว่าเกิดเหตุการณ์ระเบิdขึ้นที่บ้านของเขาและเห็นลูกชายของเขาทั้งสองคนกำลังนอนจมกองเลือดอยู่ จึงทำให้นายก่อเกียรติและภรรยารีบไปดูที่บ้านจากนั้นก็นำลูกลูกของพวกเขาส่งโรงพยาบาลโดยด่วน แต่เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาลหมอกลับไม่กล้ารักษา เพราะกลัวว่าจะยื้อชีวิตของเด็กเอาไว้ไม่ได้เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องไม้ในการรักษาไม่พร้อมนัก จึงทำให้ต้องย้ายโรงพยาบาล

    จากนั้นเมื่อคุณหมอได้ทำการล้างแผลเพื่อหาสะเก็ดระเบิด แต่กลับพบว่ามีสะเก็ดระเบิdอยู่น้อยมากที่ติดตามร่างกาย อีกทั้งเด็กเด็กทั้งสองคนยังมีอาการเจ็บปวดเนื่องจากบาดแผลระบบเท่านั้นไม่ได้มีอาการอื่นๆเพิ่มเติมแต่อย่างใดยิ่งสร้างความปลัดใจให้กับคุณหมอและนายกูเกลียดอย่างมากและเมื่อทำการรักษาบาดแผลเสร็จแล้วเด็กก็สามารถกลับบ้านได้ตามปกติราวกับว่าไม่ได้ถูกระเบิดมา

    และเมื่อกลับถึงบ้านนายกู้เกียรติจึงได้ความว่า สาเหตุที่มีการระเบิdเกิดขึ้นเนื่องจากลูกของเขานำระเบิdออกมาแกะเล่น จึงทำให้เกิดความเสียหายและระเบิdขึ้นแต่สิ่งที่น่าปลัดใจก็คือเด็กทั้งสองกลับยังคงมีชีวิตอยู่และได้รับบาดแผลจากสะเก็ดระเบิdเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงยิ่งทำให้นายกู้เกียรติมีความเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของ เหรียญหลวงปู่หนู วัดทุ่งแหลมอย่างแน่นอน เนื่องจากลูกชายทั้งสองคนของเค้าได้แขวนเหรียญกันไว้คนละองค์ จากนั้นเรื่องราวนี้ก็เป็นที่ฮือฮาและถูกร่ำลือกันอย่างเสมอมา

    ประวัติ หลวงปู่หนู ฉินนกาโม วัดทุ่งแหลม

    หลวงปู่หนู ฉินนกาโม ชื่อเดิมว่า “หนู เจริญรักษา” เกิดเดือนธันวาคม พ.ศ.2438 หมู่ที่ 5 บ้านหนองโพ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โยมบิดาชื่อ “นาย

    ฮง” โยมมารดาชื่อ “นางบาง” “เด็กชายหนู เจริญรักษา” เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดหนองโพ ช่วยบิดา-มารดา ทำงานทางบ้าน

    จากนั้นได้บวชเป็นสามเณร ณ วัดหนองโพ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท ตามลำดับ แล้วหันมาสนใจวิชา

    ทางไสย-ศาสตร์เวทย์มนต์คาถาพุทธาคม จึงไปขอเรียนวิชาการต่างๆ กับ ”หลวงพ่อหลาบ” วัดแสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี แล้วจึงมาเรียนกับ

    “หลวงพ่อหลุง” วัดทุ่งสมอ อีก 3 ปี กระทั่งอายุครบบวชในปี พ.ศ.2458 ได้ทำการอุปสมบทที่ วัดใหม่เจริญผล อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยมี “

    หลวงพ่อปลิว” เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วไปจำพรรษาอยู่ที่วัดสำนักคร้อ ต.ตะคร้ำเอน ได้หนึ่งพรรษาจึงไปเรียนวิชาพุทธาคมและวิปัสสนากับ “หลวงพ่อ

    โหน่ง” วัดคลองมะดัน จ.สุพรรณบุรี ได้สามพรรษา จากนั้นไปเรียนวิชาต่อกับ “หลวงพ่อจันทร์” วัดบ้านยาง อ.บ้านโป่ง และมาเรียนต่อที่ “หลวงพ่อ

    แช่ม” วัดตาก้อง จ.นครปฐม จงได้กลับมาจำพรรษาที่อยู่ที่วัดสำนักคร้อ เหมือนเดิม

    จนคณะสงฆ์เห็นในศีลาจารวัตรของท่านเหมาะสม จึงได้นิมนต์ให้ไปเป็นเจ้าอาวาส วัดกระต่ายเต้น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี อยู่ได้ไม่นานเกิดความ

    เบื่อหน่ายกับการบริหารจักการวัดของคณะกรรมการ จึงได้ลาสิกขา ออกไปใช้ชีวิตฆราวาสอยู่ที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ระหว่างที่เป็นฆราวาสก็ได้เข้า

    วัดปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ ต่อมาจึงได้ตัดสินใจบวชอีกครั้ง เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2502 ณ วัดกุฎบางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โดยมี “พระครู

    เกษม สุตคุณ” เป็นพระอุปัชฌาย์ “พระมหาเปรย” เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ฉินนกาโม” และได้จำพรรษา ณ วัดไทยธรรมาราม อ.เมือง

    จ.สุราษฎร์ธานี ได้ 3 พรรษา จึงได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดกุฎบางเค็มอีก 1 พรรษา ต่อมาก็ได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดสำนักคร้อ ต.ตะคร้ำเอน

    อ.ท่ามะกา จนถึงปี พ.ศ.2510 ชาวบ้านทุ่งแหลมและลูกศิษย์ที่รู้จักมักคุ้นกับหลวงปู่ ซึ่งได้ย้ายมาทำมาหากินอยู่ในพื้นที่บ้านทุ่งแหลมแถบนี้ จึงได้

    นิมนต์ให้หลวงปู่หนูมาจำพรรษา ที่วัดทุ่งแหลม ซึ่งไม่มีพระอยู่จำพรรษา เมื่อหลวงปู่ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดทุ่งแหลมก็ได้เริ่มก่อร่างสร้างวัดทุ่ง

    แหลม ซึ่งของเก่านั้นเป็นกุฏิหลังเล็กมุงด้วยหญ้าคา หลวงปู่และชาวบ้านจึงได้ช่วยกันสร้างกุฏิหลังใหม่ ยกพื้นเป็นไม้ทั้งหลังมุงด้วยสังกะสี ในปี

    พ.ศ.2518 เริ่มวางรากฐานพระอุโบสถและได้ยกช่อฟ้าปี พ.ศ.2523 จึงได้แล้วเสร็จ ต่อมาได้ทำการสร้างศาลาการเปรียญและโรงครัวตามลำดับ

    หลวงปู่หนูอยู่มาจนถึงปี พ.ศ.2529 ท่านจึงได้ละสังขารด้วยวัยอันชราภาพ เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2529 สิริอายุได้ 92 ปี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาทุกๆที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนห่มคลุมหลวงปู่หนูวัดทุ่งแหลม ปี ๒๕๒๔

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260328_223607.jpg IMG_20260328_223646.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 มีนาคม 2026 at 23:38
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,240
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1774777397175.jpg

    คนเฒ่าคนแก่เคยบอกว่า หลวงพ่อกลั่น ท่านขลังขนาดเคยนั่งปรกปลุกเสก จนปลัดสั่นเขยื้อน กระโดดในบาตรไปมาเลยที

    หลวงปู่กลั่น คุณวโร แห่งวัดอินทราวาส อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แรกเริ่มเดิมที ท่านเป็นชาวโพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี สมัยยังเป็นฆราวาส ก็มีชีวิตเหมือนลูกผู้ชายไทยในอดีต คือ.เสือเก่า ท่านมีความสนิทสนม กันมากกับ อดีตเสือใหญ่แห่งเมืองสุพรรณฯ (เสือฝ้าย เพ็ชนะ)

    ท่านขลังมาตั้งแต่ก่อนบวชเสียอีก เพราะยามว่างท่านก็ไปรับจ้างลงใบลานในวัด และ เล่าเรียนวิชาจาก
    พระอาจารย์ (หลวงปู่อ่อน อุตโม วัดชีสุขเกษม เป็นพระอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาหลักๆของท่านเป็นส่วนใหญ่-ต้นตำหรับพระยันต์ที่ท่านใช้เป็นตัวหลักคือ."น.ทอทรหด")
    หลวงปู่คำ วัดหน่อพุทธางกูล (อยู่ตรงกันข้าม) ท่านแสวงหาวิชา-พระอาจารย์ผู้ทรงคุณมากมายหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น
    หลวงพ่ออี๋(ไปเอา"กันหะ เนหะ"),
    หลวงพ่อภักต์ วักโบสถ์,
    หลวงพ่อภู วัดดอนรัก (เอาการสร้างตะกรุด),
    หลวงพ่อคำ วัดโพธิ์ปล้ำ,
    พ่อท่านคล้าย สวนขัน (เอา ฤ ฤามา-ฦ ฦาไป ใช้เวลา.6 เดือนกว่าจะได้.ใช้เวลาเรียนมาที่สุดในเท่าที่เรียนมาทุกๆ พระอาจารย์ฯ) และ ฆราวาส(อิสลาม) จ.ปัตตานี (เอาวิชาดูตูดจาน"เปิด3โลก")
    ส่วนที่ว่า ท่านเป็นลูกศิษย์ ลพ.ดิ่ง วัดบางวัวนั้นไม่จริง ท่านไม่เคยไปเรียนกับ ลพ.ดิ่ง บางวัวเลย วิชา.ลิง(หนุมาน) และปลักขิก ท่านเรียนมาจาก ลป.อ่อน อุตโม ทั้งสิ้น เพราะ ลป.อ่อน อุตโม ท่านสร้างปลัดขิก และ ลิงไม้แกะ ด้วย ส่วนพระยันต์ (สัพวิชาต่างๆ) ลป.กลั่น คุณวโรท่านนำมาใส่เสริมลงไปในวัตถุมงคลท่าน (เปรียบเสมือนยาหม้อใหญ่) วัตถุมงคลของท่านที่ทุกท่านรู้จักเสียส่วนใหญ่ ก็คือ.ปลัดขิก แต่จริงๆท่านสร้างไว้มากมาย ล้วนแล้วแต่มากประสบการณ์มากมาย วัตถุมงคลท่านๆท่านเสกเอง องค์เดียว ไม่นิมนต์ท่านใดมาร่วมเสก

    ท่านเคยบอกว่า (สมัยสร้างพระประธานในโบสถ์"หลวงพ่อในโบสถ์"พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์")ว่า.
    (ลูกศิษย์): ลป.ครับ จะนิมนต์พระอาจารย์รูปใดบ้าง มาฉลองโบสถหลังใหม่และพระประธาน
    (ลป.กลั่น คุณวโร): จะเชิญท่านมาทำไม เราก็สร้างเอง-เสกเองได้ ดั่งที่ที่โบราณท่านว่าไว้.ชาติเสือ ไม่ขอเนื้อใครกิน
    วัตถุมงคลของท่านก่อนที่จะให้ใครไป ท่านจะต้องมั่นใจดีแล้วจึงให้ไป ท่านว่า.มันจะเป็นบาป-เป็นกรรม แต่ท่านก็ไม่เคยบอกกล่าวใครนะว่า.ของท่านดีอย่างไร-กันอะไร ท่านก็แค่กล่าวว่า.ของดี-ของมงคล จะเอาไว้ที่บ้านก็ดี เป็นมงคลบ้าน ไว้ที่ตัวก็ดี เป็นมงคลตัว ใครจะมาบอกว่า.พอเอาของท่านไปๆพบเจออะไรบ้างท่านก็เฉย กล่าวแต่ว่า.ก็ดี เป็นของมงคล แล้วก็ยิ้ม /

    พระผู้ที่ชาวอ่างทองให้ความเคารพนับถือมาก ท่านดังทางด้านปลัดขิกครับ วัตถุมงคลท่านมีประสบการณ์มาก โดยเฉพะด้านเมตตา และมหาอุตม์ นั้นเป็นที่เลื่องลือมาก คนเฒ่าคนแก่เคยบอกว่า หลวงพ่อกลั่น ท่านขลังขนาดเคยนั่งปรกปลุกเสก จนปลัดสั่นเขยื้อน กระโดดในบาตรไปมาเลยที

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จผสมเกศาหลวงพ่อกลั่นวัดอินทราวาส มีเกศาหลวงพ่อผสมเห็นชัดหลายเส้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ ด้านหลังมีลิงอุ้มปลัด วิชาถนัดขลังเด่นดังของหลวงพ่อ

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260329_164436.jpg IMG_20260329_164508.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,240
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1774772962429.jpg FB_IMG_1774776777775.jpg FB_IMG_1774776780858.jpg FB_IMG_1774776785756.jpg


    หลวงปู่ทวดประทับทรง พ่อท่านนอง วัดทรายขาว

    กดพิมพ์เป็นปฐมฤกษ์นั้น กำหนดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์
    2536 พราหมณ์บวงสรวงสังเวยเทวดาและฤกษ์แล้ว ท่านอาจารย์นองก็ขึ้นแท่น
    เททองหล่อรูปเท่าองค์จริง
    ขณะเททองนั้น ก็เกิด เหตุการณ์ประหลาดคือใบหน้าของท่านพระอาจารย์นองเกิดเครียดและดูเหี่ยวย่นกว่าใบหน้าจริงไปมาก หลังคุ้ม ลงและตัวสั่นเหมือนคนแก่อายุมากๆ แต่ ท่านอาจารย์นองยังคงฝืนสติไว้ได้ไม่สั่นจนเททองไม่ได้ เพราะท่านคงจะเกรงว่าจะ
    เททองไม่ติด พอเททองแล้วเสียงของท่านพระอาจารย์นองก็เปลี่ยนไป แสดงให้
    เห็นถึงการที่ไม่อาจจะต้านทานวิญญาณของหลวงปู่ทวดไว้ได้อีกต่อไปแล้ว
    "ไปเอาแม่พิมพ์มาเลย"

    หลวงพ่อทวด อ.นอง วัดทรายขาว รุ่นโปรดสัตว์ ปราบทุกข์ภัย ก้าวหน้า เนื้อผงผสมว่าน ปี 2536 พิมพ์ใหญ่ ในปี พ.ศ.2536 ศูนย์อำนวยการบริหาจ.ชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)ซึ่งมีหน้าที่ภารกิจหลักเพื่อพัฒนาชาติโดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ ได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่นโปรดสัตว์ ปราบทุกข์ภัย ก้าวหน้า ได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์นอง แห่งวัดทรายขาว เป็นประธานในพิธีปลุกเสก โดยกำหนดเททองหล่อองค์และกดพิมพ์พระเครื่องเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 และประกอบพิธีพุทธาภิเษกในวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ตรงกับวันที่ 27 มีนาคม 2536(ตรงกับฤกษ์เสาร์ ๕)

    โดยมีการจัดสร้างวัตถุมงคลดังนี้

    1.พระบูชาปางธุดงค์ เนื้อโลหะสัมฤทธิ์รมดำ มี 2 ขนาด (ใหญ่/เล็ก)

    2.ลูกแก้ว

    3.พระพิมพ์หลวงพ่อทวด พิมพ์พระประธานจำนวน 1 พิมพ์ และขนาดเล็ก 1 พิมพ์ เป็นพระปางธุดงค์ เนื้อผงผสมว่าน

    พระครูธรรมกิจโกศล (พระอาจารย์นอง ธมฺมภูโต) วัดทรายขาว จ.ปัตตานี

    “เกจิดัง” พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ปัตตานี

    เจ้าตำรับตะกรุดนารายณ์แปลงรูป “กระฉ่อนเมือง”

    พระครูธรรมกิจโกศล หรือ พระอาจารย์นอง ธมฺมภูโต เดิมชื่อ “นอง หน่อทอง“เกิด เมื่อวันเสาร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 11 ปีมะแม ตรงกับวันที่ 15 ตุลาคม 2462 ที่ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โยมบิดาชื่อ นายเรือง หน่อทอง โยมมารดาชื่อ นางทองเพ็ง มีพี่น้อง 3 คน คนแรก คือตัวพระอาจารย์นอง คนที่สองนางทองจันทร์ และคนที่สามนายน่วม พระอาจารย์นองเรียนจบ ป.3 ที่โรงเรียนนาประดู่ ขณะมีอายุ 15 ปี ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนาทำสวน และบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อายุ 19 ปี ที่วัดนาประดู่ มีพระพุทธไสยารักษ์ (นุ่ม) วัดหน้าถ้ำ เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่บวชได้ 1 เดือน ก็ลาสิกขาออกมาช่วยพ่อแม่ทำนาทำสวนต่อไประยะหนึ่ง จนกระทั่งอายุได้ 21 ปี เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2482 ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดนาประดู่ โดยมีพระครูวิบูลย์สมณกิจ (ชุ่ม) วัดตุยง เจ้าคณะเมืองหนองจิก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการดำ วัดนางโอ และพระครูภัทรกรโกวิท (แดง)วัดนาประดู่ เป็นพระคู่สวดได้ฉายา “ธมฺมภูโต” อยู่วัดนาประดู่ได้ 12 พรรษา จากนั้นย้ายมาจำพรรษาที่วัดทรายขาว จนได้เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะตำบลโคกโพธิ์ตราบจนมรณภาพ

    สำหรับ พระอาจารย์นองเป็นสหธรรมิกกับพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ เคยร่วมสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดเนื้อว่านเมื่อปี 2497 จนโด่งดังทั่วสารทิศ และต่อมาพระอาจารย์นองได้สร้างเครื่องรางของขลังที่ดังไปทั่วเมืองไทย คือตะกรุดนารายณ์แปลงรูปและพระเครื่องหลวงพ่อทวดเนื้อว่านฝังตะกรุด นอกจากนั้นแล้วพระอาจารย์นองยังเป็นพระนักพัฒนารูปหนึ่งที่ได้รับการยกย่อง ชมเชยตลอดมา และเป็นพระอยู่ในนิกายมหานิกาย สิริรวมอายุถึงวันมรณภาพได้ 80 ปี 11 เดือน 60 พรรษา

    ความ สัมพันธ์กับอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ท่านเป็นสหธรรมิกกับท่านพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ เป็นทั้งกัลยาณมิตรเป็นศิษย์กับอาจารย์ต่อกัน เกื้อกูล เกื้อหนุนกันมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นจนวาระสุดท้ายของท่านอาจารย์ทิม เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2512

    ทั้ง พระอาจารย์ทิม และพระอาจารย์นอง เป็นศิษย์ร่วมสำนักวัดประดู่มาด้วยกันเมื่อพระอาจารย์ทิมมาอยู่วัดช้างให้ และพระอาจารย์นองไปอยู่วัดทรายขาว ก็ยังมีความสัมพันธ์ดีงามมาโดยตลอด กิจการใดของวัดช้างให้ ท่านจะเป็นผู้คอยช่วยเหลืออยู่ข้างกายพระอาจารย์ทิมทุกอย่าง ที่สำคัญ การสร้างพระหลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี พ.ศ.2497 ถ้าจะกล่าวกันแล้ว ปฐมเหตุจริงๆ ก็มาจากท่านที่เป็นผู้ชักชวนพระอาจารย์ทิมให้สร้างพระหลวงพ่อทวด ตามที่ท่านได้เล่าให้ฟังเท่าที่จำได้คร่าวๆ คือ

    ช่วง นั้น ท่านกับพระอาจารย์ทิม ขึ้นมากรุงเทพฯ และไปที่วัดระฆัง เพื่อที่จะไปเช่าบูชาพระสมเด็จของหลวงปู่นาค มาเพื่อให้คนทำบุญจะได้นำเงินไปสร้างโบสถ์วัดช้างให้ พกเงินขึ้นมาประมาณ 3,000 บาท ขณะที่กำลังจะขึ้นไปเช่าพระ ท่านบอกว่า “กูนึกยังไงก็ไม่รู้ สะกิดอาจารย์ทิม บอกว่า ท่านๆ ทำไมเราไม่กลับไปทำพระของเราเองล่ะ” “พระอะไร…?” พระอาจารย์ทิมถาม “ก็พระหลวงพ่อทวดไง” พระอาจารย์ทิมบอก “เออ…!! นั่นน่ะสิ” ทั้งสองท่านจึงได้เช่าบูชาพระสมเด็จหลวงปู่นาคม เพียงเล็กน้อยและพากันกลับปัตตานี

    ปฐม เหตุตรงจุดนี้ คือกำเนิดของสุดยอดพระเครื่องเมืองใต้ หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ปีพ.ศ.2497 อันเป็นอมตะตลอดกาล ส่วนคุณอนันต์ คณานุรักษ์ นั้น เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเหลือให้การจัดสร้างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งคงเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อทวดที่บันดาลชักนำ คุณอนันต์ คณานุรักษ์ คหบดีชาวปัตตานีให้มาเป็นกำลังสำคัญ
    พระอาจารย์นอง ธัมมภูโต วัดทรายขาว

    การ จัดสร้างพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ปี พ.ศ.2497 ท่านจึงมีส่วนอย่างมากในทุกๆ ขั้นตอนการจัดสร้าง ฉะนั้น…ท่านจะรู้พิธีกรรม และเรื่องว่านดีที่สุด เมื่อท่านมาสร้างพระหลวงพ่อทวด ขึ้นเองจึงมีความขลังแ ละศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนมาโดยตลอด

    เหตุการณ์ที่บ่งให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองพระอาจารย์ที่ผู้เขียนได้ฟังแล้วรู้สึกประทับใจและกินใจมาก ตามที่ท่านเล่าให้ฟังว่า

    ก่อน ที่อาจารย์ทิมจะไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ ท่านมาหาเราที่วัด สั่งเสียไว้หลายเรื่องฝากให้เราช่วยดูแลวัดช้างให้ ท่านหยิบขันน้ำมนต์ขึ้นมา ท่านจับประคองอยู่ด้านหนึ่งให้เราจับอีกด้านหนึ่ง แล้วท่านพูดว่า “ตั้งแต่คบกันมา คุณไม่เคยทำให้ผมเสียใจเลย คนอื่นยังมีตรงบ้าง คดบ้าง “เรา” ขออธิษฐาน บุญใดที่เคยทำร่วมกันมา และยังไม่เคยทำร่วมกันมาก็ดี ทั้งชาตินี้และอดีตชาติ ขออธิษฐาน เกลี่ยบุญให้เท่ากัน เพื่อจะได้เกิดทันกันทุกๆ ชาติไปจนถึงชาติสุดท้าย”

    จาก นั้นพระอาจารย์ทิมก็เข้าไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ และก็มรณภาพที่โรงพยาบาลกลางเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2512 คำอธิษฐานนี้ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นคำพูดที่ยิ่งใหญ่ เป็นอมตวาจาอย่างแท้จริง ได้ความรู้สึกถึงความผูกพันที่ท่านทั้งสองมีต่อกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอด ได้ร่วมสร้างตำนานอันมหัศจรรย์ ของหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ แผ่ออกไปทั่วทุกสารทิศ พระอาจาร์ทิม ถ้านับจาก พ.ศ.2497-2512 ก็เพียง 15 ปี แต่พระอาจารย์นองท่านใช้เวลาถึง 45 ปี (2497-2542)

    ปัจจุบัน หลวงพ่อทวดวัดช้างให้ ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงของหลวงพ่อทวดดังไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ก็มีผู้คนนับถือไม่น้อยเช่นกัน

    เรื่อง ความสัมพันธ์กับพระอาจารย์ทิมนั้น ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับ “ดีนอก” คือมีปัจจัยอื่นช่วยส่งเสริม แต่เรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้ก็คือ “ดีใน” นั่นเอง หมายถึง คุณลักษณะส่วนตัวของพระอาจารย์นอง สองสิ่งต้องคู่กันจึงจะสมบูรณ์ เมื่อดีก็ต้องดีทั้งนอก ดีทั้งใน

    พระ อาจารย์นอง ท่านยึดถือมาตลอดในการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่เลือกว่าจะเป็นศาสนาใดๆ ยากดีมีจน ท่านจะเป็นผู้ให้มาโดยตลอด ทั้งเรื่องสร้างโรงพยาบาลซื้ออุปกรณ์การแพทย์ สร้างโรงเรียน ทุนการศึกษา สร้างถนนหนทาง บริจาคทรัพย์ให้กับสาธารณกุศลอยู่เป็นประจำ ช่วยสร้างอุโบสถวัดต่างๆ แม้กระทั่งบริจาคเงินให้กับชาวอิสลามที่อยู่แถบ วัดทรายขาว ตลอดจนช่วยเหลือสงเคราะห์เรื่องต่างๆ จนได้รับการยอมรับนับถือจากชาวอิสลามเป็นจำนวนมาก

    ใน เรื่องของการบริจาคทรัพย์ซื้ออุปกรณ์การแพทย์นั้น ท่านบอกว่า สามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้มากประโยชน์เกิดขึ้นทันที ด้วยการที่ท่านเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้งท่านจึงเห็นคุณประโยชน์ของ อุปกรณ์การแพทย์ บางครั้งเวลาท่านอารมณ์ดีท่านจะเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง ท่านเคยพูดว่า

    “ตอน กูไปอยู่โรงพยาบาล กูก็เตรียมเงินสดไปด้วยตลอด แล้วถามหมอว่า ขาดอะไรบ้าง หมอบอกว่า ขาดไอ้นั่น ไอ้นี่ กูควักเงินสดให้ไปซื้อเลย ครั้งหลังๆ นี่ พอกูไปนอนโรงพยาบาล ตื่นขึ้นมามองซ้าย มองขวา มีชื่อ พระครูธรรมกิจโกศล ติดเต็มไปหมด” ท่านพูดเสร็จก็หัวเราะร่วนชอบใจใหญ่

    ท่าน เคยพูดให้ฟังเสมอว่า “คนที่เขาเดือดร้อนมาพึ่งเรา หากไม่เกิดวิสัยแล้ว เราช่วยได้ก็จะช่วย บางคนมาไม่มีเงิน ค่ารถ ค่ากิน เราก็ให้ไปเรื่องบุญ เรื่องทาน ใครทำใครก็ได้ไป บุญยิ่งทำก็ยิ่งได้บุญ ทานยิ่งให้ทานมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้กลับมามากยิ่งๆ ขึ้นเป็นการสั่งสมบารมีลดกิเลสลงไป”

    จริง ดั่งท่านว่า “ยิ่งทำก็ยิ่งได้ ยิ่งให้ก็ยิ่งมา” ธรรมะข้อนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสำหรับสังคมยุคปัจจุบันอย่างยิ่ง เพราะสังคมเราทุกวันนี้ มีความเห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกที ถ้าคนเรารู้จักคำว่าให้ รู้จักคำว่าพอ รู้จักเสียสละ เชื่อว่าสังคมจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน เรื่องทานบารมีเป็นธรรมะที่พระอาจารย์นอง ยึดปฏิบัติบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอดชีวิตของท่าน ถือว่าเป็นคุณความดีในตัวท่านเอง แต่สามารถสร้างคุณานุประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างมหาศาลท่านจึงเป็นที่รักเคารพ ของมหาชน

    พระ อาจารย์นองท่านดำรงชีวิตอยู่ในสมณเพศด้วยความเรียบง่าย กิน (ฉัน) ง่ายอยู่ง่ายไม่พิถีพิถัน วางเฉยในเรื่องยศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่มีความทะยานอยาก ท่านพัฒนาวัดทรายขาว จนมีความเจริญรุดหน้าอย่างเห็นได้ชัดเจน ชั่วระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี ท่านสร้างวัดทรายขาว ให้งามสง่ากว่าวัดใดๆ ใน จ.ปัตตานี หรือแม้กระทั่งจังหวัดใกล้เคียง เงินที่นำไปสร้างทั้งหมดกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท ล้วนแล้วแต่เป็นเงินที่มาจากการสร้างพระหลวงพ่อทวดทั้งสิ้น ท่านมิได้แตะต้องเงินทำบุญที่มีผู้บริจาคให้วัดแต่อย่างใด ปรากฏว่าหลังจากท่านมรณภาพ คณะกรรมการได้เคลียร์บัญชีทรัพย์สินในบัญชีต่างๆ เหลือเงินสดถึงกว่าสามสิบล้านบาท ทุกบัญชีท่านแยกแยะไว้ชัดเจนว่าเป็นเงินอะไรบ้าง มีที่มาที่ไปอย่างไร หนี้สินใครบ้าง ท่านมีบัญชีทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักบริหารงานที่มีการจัดการที่ดีเยี่ยม

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนหลวงปู่ทวดโปรดสัตว์ปราบทุกข์ภัยก้าวหน้า พิมพ์ใหญ่

    ได้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260329_182627.jpg IMG_20260329_182659.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,240
    ค่าพลัง:
    +21,459
    พระชัยวัฒน์สมเด็จย่า ๙๐ พรรษา ปี ๒๕๓๓
    เนื้อนวโลหะ ใต้ฐานตอกโค้ด สว.
    และพระสมเด็จ ๙๐ พรรษา
    สมเด็จย่า

    พระชัยวัฒน์ที่ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อฉลองพระชนมายุ 90 พรรษา สมเด็จย่า

    การจัดสร้างมีดังนี้

    1. พระกริ่งใหญ่ เนื้อทองคำและเนื้อนวโลหะ
    2. พระชัยวัฒน์ เนื้อทองคำและเนื้อนวโลหะ
    3.พระปางสมาธิสุโขทัย เนื้อทองคำและเนื้อนวโลหะ

    พิธีการในการสร้างได้กำหนดไว้ 3 พิธีด้วยกัน

    1. พิธีลงทองและพุทธาภิเษกแผ่นพระยันต์ ประกอบพิธีวันที่19 มิถุนายน 2533 ณ อุโบสถวัดปริวาส โดยพระญาณโพธิ(เข็ม) ลงทองแผ่นยันต์108 นะปะถะมัง14นะ ดวงประสูติและตรัสรู้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    2. พิธีเททองและพิธีพุทธาภิเษก ประกอบพิธีวันที่ 18 สิงหาคม 2533 ณ วัดสุทัศนเทพวราราม โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นองค์ประธานและทรงนั่งปรกพร้อมพระคณาจารย์อื่นๆผู้ทรงคุณนั่งปรกบริกรรมภาวนารวม 28 รูป จำนวนเท่ากับพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ตั้งแต่เวลา 6.00 น.ถึง 6.09 น.วันรุ่นขึ้น

    และก่อนหน้าพิธีได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่าย แผ่นพระยันต์ทั้งหมด ตลอดจนเจิมแผ่นทองคำอีกด้วย

    3. พิธีพุทธาภิเษก ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงเป็นองค์ประธาน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2533

    พระชัยวัฒน์ สมเด็จย่า 90 พรรษา เนื้อนวโลหะ สุดยอดพิธีจัดสร้างถึง 3 พิธี ในหลวงทรงเสด็จ ฯ ปี 2533 จัดสร้างขึ้นเพื่อฉลองพระชนมายุ 90 พรรษา สมเด็จย่า

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    ยกชุด ๒ องค์ หาไม่ยาก แต่ส่วนมากมาไม่ครบแบบนี้

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260329_180232.jpg IMG_20260329_180502.jpg IMG_20260329_180425.jpg IMG_20260329_181614.jpg IMG_20260329_180315.jpg IMG_20260329_180528.jpg IMG_20260329_180558.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,240
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1774787288855.jpg

    เหรียญหลวงปู่หลุย จันทสาโร รุ่น เมตตาไตรมาส
    ปี พ.ศ.๒๕๒๘ คณะศิษย์วัดจันทรังสี อ.วังสะพุง จ.เลย สร้างถวาย หลวงปู่เมตตาจิตให้ตลอดไตรมาสเข้าพรรษา ๓ เดือนเต็ม

    พระอริยเจ้าพ่อแม่ครูอาจารย์สายกรรมฐานศิษย์พระอาจารย์มั่น ผู้มีศีลาจารวัตรปฏิบัติอันงดงาม
    มีปฏิปทามักน้อยและสันโดษ ท่านพระอาจารย์วิริยังค์ ได้กล่าวไว้ว่า“อาจารย์หลุย ท่านเป็นพระที่พูดน้อย ใจดีมีเมตตามาก แต่ในทางธรรมแล้วละก็ ท่านเป็นผู้เคร่งครัด ! จะอ่อนโยนก็ด้วยเห็นสมควรเท่านั้น เรียกว่าไม่อ่อนโยนจนเกินงามน่ะ สหธรรมิกที่ท่านสนิทสนมด้วยมีหลายรูปเช่น หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ฯล ระหว่างทางในการธุดงค์จาริกธรรมท่านได้พบพระธุดงค์กัมมัฏฐานรูปหนึ่งมาจากอำเภอโพนทอง รู้สึกถูกอัธยาศัย ท่านได้ร่วมถวายภาวนาเป็นพุทธบูชา ณ ลานพระธาตุพนมตลอดคืน บังเกิดความอัศจรรย์ กายลหุตา จิตลหุตา คือ กายเบา เบา จึงตั้งสัจจาอธิษฐานว่าจะบวชกัมมัฏฐานตลอดชีวิต ระหว่างทางที่ท่านเดินทางมาสู่จังหวัดเลย เมื่อท่านเดินทางมาบ้านหนองวัวซอ ท่านก็ได้มีโอกาสในการฟังธรรมจาก พระอาจารย์ บุญ ปัญญาวโร รู้สึกเลื่อมใสมาก และขอถวายตัวเป็นศิษย์ของท่าน ณ ที่นี้ ท่านได้พบกับ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล และอยู่ปฏิบัติรับฟังโอวาทจาก พระอาจารย์เสาร์ โดยมี พระอาจารย์บุญ เป็นพระพี่เลี้ยง จากนั้น ได้ไปกราบนมัส พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้อยู่อบรมรับฟังโอวาทและฝึกปฏิบัติกับพระอาจารย์มั่น จวบจนเข้าพรรษา จึงกลับมาจำพรรษาต่อกับพระอาจารย์เสาร์ ที่วัดพระพุทธบาทบัวบก ในพรรษานี้ ท่านได้ภาวนาจนจิตรวมแล้วเกิดอาการสะดุ้ง พระอาจารย์บุญ จึงให้ญุตติจตุถกรรมใหม่ที่ วัดโพธิสมพรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๔๖๘ โดยมี พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์บุญ ปญญาวโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลังจากนั้นท่านก็ปฏิบัติธุดงค์กรรมฐานเรื่อยมา และได้วิชาม้างกาย ที่ถ้ำบ้านโพนงาม จ. สกลนคร ซึ่งเป็นการเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐานแบบที่หลวงปู่เทศนาสอนในภายหลัง
    หลวงปู่หลุย ท่านได้ละสังขารด้วยอาการสงบ
    เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เวลา ๐๐.๔๓ น.

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญที่พระอรหันต์ปลุกเสกอธิษฐานจิต ๑ไตรมาสสภาพเหรียญสวยเดิมครับ

    ให้บูชา 270 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260329_192936.jpg IMG_20260329_193026.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...