เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 28 มีนาคม 2026 at 18:24.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,085
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,069
    ค่าพลัง:
    +26,891
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,085
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,069
    ค่าพลัง:
    +26,891
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ช่วงเช้ามืด กระผม/อาตมภาพและ "เลขาฯ จุก" (พระมหาอินทรปกรณ์ ฐิตสุโภ ป.ธ. ๔) เลขานุการเจ้าคณะตำบลลิ่นถิ่นเขต ๒ ได้เดินทางไปร่วมเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้า ร่วมกับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ที่ศาลาการเปรียญวัดธารน้ำร้อน ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพระครูศิริวรรณโสภิต, ดร. เจ้าอาวาสวัดธารน้ำร้อน เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๒ ได้เมตตานำแม่ครัวมาจัดเตรียมอาหารให้ตั้งแต่เช้ามืด

    เมื่อพวกเราเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าเรียบร้อยแล้ว ญาติโยมทั้งหลายก็ทยอยกันนำข้าวปลาอาหารมาอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะหลวงพ่อทองยุ้ย (พระครูโพธิกาญจนธรรม) เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ - สังขละบุรี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดวังโพธิการาม อุตส่าห์เดินทางจากไทรโยค เพื่อมาเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้าด้วย

    กระผม/อาตมภาพรับประเคนแล้ว อวยชัยให้พรกับทุกคน จากนั้นก็หยิบเอาแซนด์วิชสองชิ้นแยกไปนั่งฉันต่างหาก ปล่อยให้คณะธุดงค์ธรรมยาตราทำการได้บิณฑบาต ตลอดจนกระทั่งให้พรแก่ญาติโยมทั้งหลาย

    เมื่อรอจนกระทั่งทุกคนฉันเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตักเตือนให้ทุกท่านแต่งเนื้อแต่งตัวพร้อมที่จะเดินทาง เนื่องเพราะว่าหลายท่านก็ยังเอ้อระเหยลอยชาย ทำเป็น "ทองไม่รู้ร้อน" เมื่อถ่ายรูปหมู่กันที่หน้าศาลาการเปรียญและได้บอกลาพระครูศิริวรรณโสภิต, ดร. และหลวงพ่อทองยุ้ยแล้ว กระผม/อาตมภาพพร้อมกับ "พระครูบ่าว" (พระครูกาญจนปริยัติคุณ) เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประชุมชนาราม (วัดท่ามะขาม) ก็เดินไปส่งคณะธุดงค์ธรรมยาตรา จนกระทั่งออกมาขึ้นถนนใหญ่ โดยที่มีรถพยาบาลของทางโรงพยาบาลทองผาภูมิคอยปิดท้าย เพื่อที่จะตามเก็บบุคคลที่เดินทางไม่ไหว..!

    กระผม/อาตมภาพได้จอดดูขบวนอยู่สองช่วง เมื่อเห็นว่าเดินทางกันเรียบร้อยดีแล้ว ก็วิ่งมายังโรงเรียนบ้านจันเดย์ เพื่อที่จะดูความพร้อมของโรงเรียนว่า จัดเตรียมสถานที่อย่างไร ? แล้วก็เห็นสิ่งที่ตกใจก็คือ ทางด้านนักการภารโรงทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมทุกห้อง ด้วยการเทน้ำเก่าในอ่างทิ้งจนหมด แล้วตอนนี้เปิดน้ำใหม่ก็ไม่ไหลเสียด้วย..! กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่นั่งถอนใจ ถ้าหากว่าไม่มีห้องน้ำสำรองทางด้านโรงเรียนอนุบาลแล้ว มีหวังวันนี้ได้เละเทะไม่เป็นท่าแน่นอน..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,085
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,069
    ค่าพลัง:
    +26,891
    เมื่อรอจนกระทั่งคณะแม่ครัวจากวัดท่าขนุนมาถึง และได้เริ่มเตรียมภัตตาหาร โดยมี "เจ๊เรณู" เจ้าของร้านอาหารไอซ์ที่ไทรโยค ได้นำข้าวปลาอาหาร ๔ - ๕ อย่าง ซึ่งแต่ละอย่างก็บอกว่าอร่อยสุด ๆ อย่างเช่นว่าลูกชิ้นปลากรายลวก

    แต่กระผม/อาตมภาพนั้นรังเกียจข้าวของพวกลวก ๆ จิ้ม ๆ เนื่องเพราะไม่แน่ใจว่าสุกจริงหรือเปล่า ? เพราะว่าศีลพระนั้น "ห้ามฉันของดิบ" ซึ่งตรงนี้มีการฝ่าฝืนกันเป็นปกติ โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่ชอบพวก "ก้อย" พวก "ลู่" เหล่านั้น ซึ่งถ้าหากว่าไม่ดิบ เขาก็บอกว่าไม่อร่อย..! แต่สำหรับกระผม/อาตมภาพแล้ว ต่อให้อร่อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าหากว่าเป็นการฝืนพระธรรมวินัยแล้ว ก็จะไม่ยอมตามใจปากอย่างเด็ดขาด

    คณะธุดงค์ของเราทยอยเดินทางมาถึง โชคดีที่ว่าน้ำประปาที่หยุดไหลไปนั้น ได้ไหลแรงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้มีน้ำสำหรับทุกห้องน้ำ สามารถที่จะใช้งานได้ "ผอ.เกศ" (นางเกศฤทัย คำษร) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันเดย์ ก็พาครูบาอาจารย์ ตลอดจนกระทั่งลูกสาวลูกชาย มาร่วมถวายการต้อนรับ คณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ด้วย

    พวกเราไปดักรอยู่ตรงสนามหน้าโรงเรียน เพื่อที่ให้ทางคณะธุดงค์ไม่ต้องเดินอ้อมไปเข้าประตูใหญ่ของโรงเรียน ซึ่งไกลเสียเปล่า ๆ ให้เดินลัดข้างทางมาตรงหน้าสนามเลย หมดเรื่องกันไป ครั้นคณะสุดท้ายมาถึงก็เกือบจะ ๑๑ โมงแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงให้ญาติโยมทั้งหลาย ซึ่งตอนนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหลายเจ้า รวมทั้ง "คณะรวมใจภักดิ์" ของท่านอาจารย์วิชชุ อารมณ์ดี ที่มาช่วยเหลืองานและประเคนข้าวปลาอาหารด้วย

    เมื่อรับประเคนข้าวปลาอาหารแล้ว ก็นิมนต์พระรับบิณฑบาตเลย จากนั้นก็ให้พรแก่ญาติโยมทั้งหลาย แล้วนัดเวลาในการเดินทางว่า บ่ายโมงให้เริ่มออกเดินทาง โดยที่ตอนแรกตั้งใจจะไปรวมตัวกัน ที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์วังใหญ่ แต่ว่าบริเวณนั้นไม่มีต้นไม้ต้นไร่อะไรเลย ต้อง "ตากแดดหัวแดง" กันแน่นอน..! จึงเปลี่ยนมารวมตัวกันที่บริเวณทางเข้าของภูไพรธารน้ำ
    รีสอร์ทของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ซึ่งคุ้นเคยกันดี

    พวกเรามาถึงแล้วก็ได้รอกันอยู่บริเวณนี้ คอยดักท่านทั้งหลายที่เดินทางเร็วกว่าคนอื่น ให้มาพักรอบริเวณนี้ก่อน ญาติโยมที่เดินทางไปเดินทางมา พอเห็นมีพระธุดงค์มาพักมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็นำเอาน้ำ นำเอาปานะต่าง ๆ มาถวายมากขึ้นทุกที ๆ แม้กระทั่งทางรีสอร์ทก็ส่งเจ้าหน้าที่มาถามว่า "ขาดอะไรบ้างเจ้าคะ ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ไม่ขาด..มีแต่เกินทุกอย่าง..!" อีกฝ่ายถึงได้เปลี่ยนว่า "อยากที่จะร่วมบุญถวายน้ำแก่ทางคณะธุดงค์ด้วย" เลขาฯ จุกจึงบอกว่า "มีอะไรโยมก็เอามาแล้วกัน"
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,085
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,069
    ค่าพลัง:
    +26,891
    กระผม/อาตมภาพรับเอาน้ำที่เขาขนใส่รถกอล์ฟ หรือว่ารถแบตเตอรี่มา อวยชัยให้พรแล้ว เจ้าหน้าที่ถึงได้ถามว่า "หลวงพ่ออยู่ที่ไหนครับ ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "อยู่ที่ท่าขนุนนี่แหละ" ทำเอาอีกฝ่ายทำตาโต ถามว่า "ใช่หลวงพ่อเล็กหรือเปล่าครับ ?" กระผม/อาตมภาพตอบว่า "ใช่"

    สมัยที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ท่านยังไม่ได้เล่นการเมืองก็อยู่ที่นี่ และนิมนต์เป็นประจำทุกปี แต่ว่าตอนนี้ท่านไปเล่นการเมือง ก็ต้องไปประจำอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้คนรุ่นหลัง ๆ ไม่รู้จักคุ้นเคยกับเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน โดยเฉพาะกระผม/อาตมภาพไม่ค่อยได้อยู่วัด เพราะว่าตำแหน่งหน้าที่มีมาก จะต้องวิ่งงานแทบจะทั่วประเทศไทย อีกฝ่ายจึงถามว่า "แล้วพวกผมจะนิมนต์หลวงพ่อบ้างได้หรือเปล่าครับ ?"
    กระผม/อาตมภาพตอบไปแบบไม่ต้องรักษาน้ำใจเลยว่า "ดูท่าว่าจะไม่ได้ เพราะว่าไม่ค่อยจะอยู่วัด..!"

    เมื่อทุกท่านเดินทางมารวมกันจนเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตั้งแถวเดินตรงไปยังสามแยกทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจร่วม ซึ่งมีทั้ง อส. ตชด. ตำรวจ และทหาร ช่วยกันอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดียิ่ง พวกเราผ่านเข้ามาจนกระทั่งเข้าถึงพื้นที่วัดท่าขนุน เวลาประมาณ ๑๕.๓๕ น. ครั้นเดินเข้ามาถึงภายในแล้ว
    กระผม/อาตมภาพก็ได้ชี้สถานที่ด้านหลังกุฏิเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ซึ่งเป็นดงไม้ร่มครึ้มทีเดียว

    โดยเฉพาะเป็นดงต้นมะไฟ แจ้งกับท่านทั้งหลายว่า "ใครที่รักอิสระ ก็ให้กางกลดกางเต็นท์กันบริเวณนี้ ส่วนท่านใดที่หมดอารมณ์ที่จะกางกลดกางเต็นท์แล้ว ก็ไปพักที่บริเวณอาคารพระปริยัติธรรม" ซึ่งที่นั่นเรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า "ตึกแดง" ส่วนใหญ่แล้วก็ขึ้นไปนอนพักกันที่ตึกแดงกันหมด เนื่องเพราะว่ามาถึงตรงนี้ ก็หมดทั้งแรงกายแรงใจ โดยเฉพาะเกือบทุกคนมีอาการ "ยางแตก" ไปตาม ๆ กัน ทำเอาคณะแพทย์พยาบาลต้องทำหน้าที่ของตนเองในการดูแลรักษาอย่างหนักมาก..!

    ครั้นทุกท่านมารับเอาข้าวของไปแล้ว ก็ยังจะมัวแต่เอาแต่ถ่ายรูป "หลวงพ่อทองคำ หลวงพ่อนาก หลวงพ่อเงิน" อยู่ กระผม/อาตมภาพแจ้งกับทุกท่านว่า "พรุ่งนี้ยังมีเวลาให้ถ่ายได้ทั้งวัน ตอนนี้ขอให้เข้าที่พัก สรงน้ำสรงท่ากันเสียก่อน เวลา ๖ โมงเย็น ให้มารวมตัวกันที่ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สายแห่งนี้ เพื่อตรวจสอบว่า มีพวกเราคนไหนบ้างที่เดินทางมาถึง และใครบ้างที่หลุดจากขบวนไป เพื่อที่จะได้คัดชื่อออก"

    ไม่เช่นนั้นแล้ว เกียรติบัตรผู้ที่ปฏิบัติธุดงค์ธรรมยาตราครั้งนี้ก็จะเกินเสียเปล่า ๆ แต่ว่ามีบางท่านที่ได้นัดญาติโยมมารับแล้ว บอกว่าพรุ่งนี้มีงานทางวัด กระผม/อาตมภาพจึงต้องมอบเกียรติบัตรให้ไปก่อนเลย จากนั้นก็มาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เนื่องเพราะว่าตอนทำวัตรเย็นรอบที่ ๒ ไม่สามารถที่จะบันทึกได้ คงจะวุ่นวายอยู่กับการตรวจสอบรายชื่อผู้รับเกียรติบัตร ตลอดจนกระทั่งชี้แจงระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ให้ท่านทั้งหลายได้เข้าใจกัน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...