><กระทู้ใหม่(4) วัตถุมงคลดีพิธีใหญ่สภาพสวย หลากหลายสายราคาเบา (สรุปรายการ น.1) ><

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์ปิยธโร, 5 มกราคม 2017.

  1. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    1-746cf797bd2b927f-jpg-jpg-jpg.jpg

    สรุปรายการจอง 29/03/2569


    คุณRin
    Stock

    - สุดยอดแร่โสฬสธาตุเสก 16วัน16คืน(C) เหรียญเราหยุด อาจารย์ชุม อ.ปาล,อ.ศรีเงิน,อ.ชุม สำนักเขาอ้อเสกแล้วเสกอีกเสกจนเต็ม มีดปืนไม่ได้กินเลือด 450
    - สุดยอดมวลสารเส้นพระเจ้า(New13) พระสมเด็จปรกโพธิ์ รัชกาลที่9 ลป.สี,ลพ.แดง,ลพ.กวย,ลป.ทิม,ลป.ดู่,ลป.ฝั้น,ลพ.เอีย มหาพิธีพุทธาภิเษก
    - 2713.ยอดอิทธิฤทธิ์สวยเดิม พระยอดขุนพลบุเรงนองออกศึก รุ่นแรก สุดยอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่ออุตตมะ ปลุกเสกยาวนา

    รวม 0 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณthitiwatyu
    Stock

    - 4360.สวยเดิมเลี่ยมพร้อมใช้ เหรียญหล่อโบราณรุ่นแรก รุ่นเจริญพร ลป.เล็ก,ลป.เสงี่ยม,ลพ.สนั่น,ลป.เพิ่ม,ลพ.ทอง ร่วมประจุพลัง 567
    - 4379.สุดยอดพุทธศิลป์ มหาชนวน เมตตามหานิยม(ใหญ่ซองเดิม ๒) เหรียญหล่อพระพุทธชัยมงคล รุ่นอุดมมงคล ประจุพลัง 2 วาระ 299
    - 4444.มหาพิธีรวมพระอรหันต์ผิวหิ้ง เหรียญรุ่นบารมี 94 หลวงปู่ชอบ ลป.อ่อนสา,ลป.อ่ำ,ลป.จันทร์เรียน,ลป.เหรียญ,ลป.ประสิทธิ์,ลพ.สมบูรณ์ อธิษฐานจิต 345
    - 3876.ของดีเมืองเหนือเสกนานมาก พระปิดตามหาลาภผงกัมมัฏฐาน วัดเจดีย์หลวง ผ่านพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ 3 ไตรมาส หลวงปู่บัวเกตุ วัดป่าปางกึ๊ด อธิษฐานจิต 250
    - 3973.ผิวหิ้งๆขลังกลับดำ สุดยอดเหรียญเนื้อชนวนโลหะ เหรียญพระพุทธศรีศากยมุนี ลพ.แพ,ลป.โต๊ะ,ลพ.เนื่อง,ลพ.คง,ลพ.พริ้ง,ลพ.หอม ร่วมปลุกเสกมหาพิธี 299

    New

    รวม 0 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณPeterbn
    ค้นหา

    - 4258.เข้มขลังสุดยอดมหาพิธี เหรียญสมเด็จพระนเรศวรเมืองงาย ลป.โต๊ะ,พ่อท่านคล้าย,ลพ.อั้น,ลพ.ทิม,ลพ.พริ้ง,ลพ.เตียง ร่วมปลุกเสก 1111

    New
    - พระสมเด็จ รุ่นแรก หมออภิชาติ 450
    - พระพุทโธน้อย 3 องค์, ถุงเหนียวทรัพย์ 40,000
    - 3609.ของดีบรรจุพระธาตุ มีเทพ เทวา นาค ครุฑ คนธรรพ์ ปกปักรักษา(ใหญ่๒) พระผงพระพุทธวิสุทธิเทพ สร้างศูนย์วิปัสสนากรรมฐานยุวพุทธ 260
    - 4890.ของดีพิธีพรหมศาสตร์(๔) เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ลป.โต๊ะ,ลป.แหวน,ลป.สงฆ์,อ.ชุม ร่วมเศกพิธีใหญ่ 333

    โปร
    - 3587.สุดยอดของดีราคาเบา พระผงปางนาคปรก กรุวัดชนะสงคราม ลดเหลือ 220 บาท

    รวม 41,263 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณจินดา
    - 4733.ของดีเมืองสี่แคว เหรียญสมเด็จพระพุทธนิมิตรมงคล วัดพุทธมงคลนิมิต ลป.ตื้อ,ลป.ขาว,ลป.ฝั้น,ลป.เทสก์ และพระกรรมฐานอีกมากมาย อธิษฐานจิต 345
    - 4739.คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม(๒) พระสมเด็จ วัดโพธาราม พระสังฆราช,ลพ.เตียง,ลป.โต๊ะ,ลป.ศรี,ลป.นาค,ลป.เฮง ร่วมประจุพลังมหาพิธี 299
    - 4743.ของดีผงเก่าหลวงพ่อเดิม ผสมหินศักดิ์สิทธิ์ พระสมเด็จหินศรีเทพ พิมพ์พระประธาน หลวงพ่อน้อย วัดหนองโพ ทายาทพุทธคมศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อเดิม 280
    - 4746.Rare item ผงสมเด็จ,ปฐวีธาตุเจ้าคุณนร,พระธาตุเสด็จ พระพุทธบาทสี่รอย หลวงพ่อโสธรพระเจ้าห้าพระองค์ คบ.ชัยวงศา,คบ.อินโท,ลพ.ดาบส,ลพ.อุตตมะ ประจุพลัง 567
    - 4755.สุดยอดมหาพิธีและมวลสารหลังยันต์นิยม(A) พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ วัดช่องลม ลพ.คล้าย,ลพ.ทบ,ลพ.เขียน,ลป.เฮี้ยง,ลพ.อั้น,ลป.โต๊ะ ร่วมปลุกเสก 345
    - 4764.ยอดพระเครื่องสายกรรมฐาน(B) พระสมเด็จปี02 ท่านพ่อลี วัดอโศการาม อธิษฐานจิต3วัน3คืน โดย 9พระเถรจารย์แห่งพระป่าสายพระกัมมัฏฐาน 499
    - 4770.ของอาถรรพ์ แคล้วคลาด มหานิยม ชนะคดีความ สายเหนือโลกเสก(๓) พระสมเด็จปรกโพธิ์รอดคุก วังยายหุ่น ลป.ละมัย,ลพ.รวย,ลป.แย้ม,ลพ.อั้น ร่วมประจุพลัง 250
    - 4773.สุดยอดชนวนมวลสารมหาพิธี(๑) พระกริ่งใหญ่ คู่ชีวิตนวะโลกุตระธรรม
    ลป.หมุน,ลป.ทองดำ,ลป.กอง,ลป.ละมัย,คบ.อิน ร่วมเศกมหาพิธีของศตวรรษที่21 1234
    - 4780.สุดยอดมวลสารมหาพิธีโบราณแห่งสำนักวัดเขาอ้อ พระปิดตาจันทร์เพ็ญ รุ่นแรก พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทอง ปลุกเสก3วัน 3คืน โดยศิษย์เขาอ้อเท่านั้น 345
    - 4785.สร้างน้อยหายาก ผู้สำเร็จวิชากสิณไฟ ศิษย์ ลพ.เดิม,ลพ.กบ,ลพ.โอภาสี พระเศรษฐีนวโกฏิ หลวงปู่นอง ธัมมโชโต วัดวังศรีทอง 399
    - 4791.ของดีนอกวัดหลวงพ่อกวย พระผงพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดท่าวนธรรมรังสี มหาพิธี ลพ.กวย,ลพ.ทอง,ลพ.เจ้ย,ลพ.จวน ร่วมปลุกเสก 299
    - 4794.สุดยอดมวลสารมหาพิธี ยุคต้นๆเกษาเยอะ พระผงสังกัจจายน์ ญสส. สมเด็จพระญาณสังวร,ลป.ดุลย์,ลป.สิม,อ.นอง,ลป.โต๊ะ ร่วมประจุพลัง
    - 4818.หายากวัดสร้างเอง บรรจุเกศา จีวร ผงยาจินดา ล็อกเก็ต รุ่นอายุยืน หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลป.บุญ,ลป.โต๊ะ,ลพ.สด 567
    - 4824.สุดยอดเหรียญสายพระกรรมฐาน (หลวงปู่ขาว) พระ- สังฆราช,ลป.ชา,ลป.ศรี,ลป.สิม,ลป.โต๊ะ,ลพ.ฤาษีลิงดำ,ลป.ดุลย์ พิธี11วันใหญ่สุดๆ 350
    - 4829.มหาลาภกันภัยร่ำรวยรุ่งเรือง สร้างตามตำราโบราณ บรรจุของวิเศษ พระกริ่งเศรษฐีนวโกฏิ รุ่นบรมจักรวรรดิ์ วัดหน้าพระเมรุฯ 666
    - 4843.พุทธคุณครอบครบ ประจุด้วยคาถาบารมี 9 ชั้น(๑) ล็อกเก็ตรุ่นแรก หลวงปู่ครูบาหม่อนแก้ว ศิษย์ คบ.ศรีวิชัย,คบ.อินสม.คบ.หล้า,คบ.ดวงดี 222
    - 4849.ยอดมหาพิธีตักศิลาเขาอ้อ เสริมราศี คงกระพันชาตรี มหาลาภ เหรียญเม็ดแตงปู่ฤาษีเจริญพร รุ่นมงคลเทพทักษิณ เสกในถ้ำฉัตรทันต์บรรพตในตำนาน 199
    - 4851.ของดีเมืองรถม้า สุดยอดประสบการณ์ พระกริ่งชนะศึกชายแดน หลวงพ่อเกษม แห่งสุสานไตรลักณ์ เมตตาอธิษฐานจิตประจุพลัง 345
    - 4855.สวยเดิมผิวหิ้งเก่าเก็บเสกนาน พระกริ่งบัวรอบ วัดวังกระโจม อธิษฐานจิตโดย ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาส 444
    - 4875.The last สภาพหิ้งเก่าของขลังวัดสุทัศน์ พระชัยพิมพ์ครึ่งซีก เจ้าคุณศรีสนธิ์ มหาพิธีพุทธาภิเษกของเมืองไทย ลพ.จาด,ลพ.จง,ลพ.รุ่ง,ลพ.เหลือ ร่วมปลุกเสก 399
    - 4879.สุดยอดชนวนโลหะ มหาพิธีหลายวาระ บรรจุเหล็กไหลแท้ๆ พระกริ่งไพรีพินาศ 6รอบ ลพ.อุตตมะ,ลป.ศรี,ลป.คำพันธ์ รวม 73รูป 444
    - 4880.ผิวหิ้งเก่าเดิมๆ เหรียญ พ.ฆ.อ. พระพุทธโฆษาจารย์(เจริญ) ปี95 มหาพิธี เจ้าคุณนร, ลพ.จง, ลป.โต๊ะ ร่วมประจุพลังเต็มเปี่ยม 888
    - 4899.ของดีพิธีพระกริ่งขวานฟ้า สวยเดิมบรรจุพระธาตุ พระสมเด็จเชียงแสน ลป,ทองดำ,คบ.ชัยวงศา,คบ.อินโท,ลพ.ดาบส อธิษฐานจิตมหาพิธี 260
    - 4900.ชุดมหามงคลสวยเดิมใหม่กริ๊บๆ เมตตามหานิยม โชคลาภเเคล้วคลาด หลวงปู่เล็ก จันทสโร วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลป.โต๊ะ,ลพ.สด 650
    - 4909.The last สุดยอดชนวนมวลสารมหาพิธี(๒) พระกริ่งใหญ่ คู่ชีวิตนวะโลกุตระธรรม ลป.หมุน,ลป.ทองดำ,ลป.กอง,ลป.ละมัย,คบ.อิน ร่วมเศกมหาพิธีของศตวรรษที่21 1234
    - 4914.สวยผิวปรอทเดิมๆ รุ่นมาตรฐาน (B) เหรียญมหาราช รุ่น26 หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง เจตนาการสร้างบริสุทธิ์ พระเถรจารย์เมตตาอธิษฐานจิต 299
    - 4917.สวยขลังไม่มีในรายการให้บูชาทั่วไป(แจก๒) เหรียญหล่อโบราณรุ่นแรก รุ่นเจริญพร ลป.เล็ก,ลป.เสงี่ยม,ลพ.สนั่น,ลป.เพิ่ม,ลพ.ทอง ร่วมประจุพลัง 370
    - 4929.ยอดมวลสารเนื้อผงยา ลงวิชานิ้วเพชร พิเศษมีเกศา พระสมเด็จแหวกม่าน หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลป.บุญ,ลป.โต๊ะ,ลพ.สด 789
    - 4934.สวยขลังไม่มีในรายการให้บูชาทั่วไป(แจก๓) เหรียญหล่อโบราณรุ่นแรก รุ่นเจริญพร ลป.เล็ก,ลป.เสงี่ยม,ลพ.สนั่น,ลป.เพิ่ม,ลพ.ทอง ร่วมประจุพลัง 370
    - 4936.ของดีปีลึกพิมพ์หายาก มหาพิธี4วาระ พระลีลาพลูจีบ 700ปีลายสือไทย หลวงพ่อเกษม เขมโก พระอริยเจ้านักบุญล้านนา แห่งสุสานไตรลักษณ์ 234

    รวม 13,991 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณธนกฤต
    - 4801.The last มีมาตรฐานในสารบบสวยเดิมๆ (๒) เหรียญพระพุทธรูปปรางปฐมเทศนา หลวงปู่ลี กุสลธโร เมตตาอธิษฐานจิต 345
    - 4808.สุดยอดมงคลวัตถุดีปีลึกมหาพิธี เหรียญบาตรน้ำมนต์ พระพุทธญาณนเรศวร์ สมเด็จพระญาณสังวร,ลป.ดุลย์,ลป.สิม,อ.นอง,ลป.โต๊ะ ร่วมประจุพลัง 678
    - 4811.ของดีที่ถูกลืม(ดวงเมือง) รวมชนวนแผ่นจาร มหาพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ เหรียญหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ ลป.เส่ง,ลพ.เนื่อง,ลพ.เต๋,ลพ.เทียม,ลพ.นอ,ลพ.อุตตมะ ปลุกเสก 250
    - 4896.สุดยอดชนวน กันโรคคุ้มภัย เมตตามหานิยม โภคทรัพย์หนุนดวง เหรียญทำน้ำมนต์พระไภษัชยคุรุ ลป.ดี,ลป.เล็ก,ลป.อั๊บ,ลป.ฉาบ ประจุพลัง 999

    - 4911.มหาพิธีสองวาระ ชนวนโลหะสิทธัตโถ 08ในตำนาน พระกริ่งสิทธัตโถ รุ่นบรมสุข วัดบรมนิวาส ยอดชนวนศักดิ์สิทธิ์ พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาอธิษฐานจิตเต็มเปี่ยม 567
    - 4922.ยอดเหรียญดีมหาพิธี 3วัน3คืน(กะไหล่) เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์โต วัดอินทรวิหาร ลป.โต๊ะ,ลป.สาม,ลป.สุด,ลป.เพิ่ม,ลป.อ่อน,ลป.คง ร่วมปลุกเสก 299
    - 4935.มหาลาภ มหาเส่ห์ เมตตากันภัย เสก 2 ปี (๒) ตะโพนมหาลาภ หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลพ.ภักตร์,ลป.สด,ลพ.นุ่ม,ลป.โต๊ะ 888
    - ของที่ระลึก

    รวม 4026 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณKKT
    ระหว่างค้นหา

    - 4894.ของดีปีลึกพิธีใหญ่เมืองชาละวัน เหรียญจอบหลวงพ่อเงิน รุ่น99ดาวตรีคูณ ลป.แพ,ลพ.จวน,ลพ.ฮวด,ลพ.พิพพา,ลพ.ขวัญ ร่วมประจุพลัง 0

    New
    - 4924.มหาลาภ มหาเส่ห์ เมตตากันภัย เสก 2 ปี (๑) ตะโพนมหาลาภ หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลพ.ภักตร์,ลป.สด,ลพ.นุ่ม,ลป.โต๊ะ 888
    - 4928.เมตตามหาลาภ เลื่อนตำแหน่ง เจริญรุ่งเรือง เกศาเยอะ พระผงของขวัญ หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลพ.ภักตร์,ลป.สด,ลพ.นุ่ม,ลป.โต๊ะ 250
    - 4930.สุดยอดเมตตามหานิยมโชคลาภ ผงเก่าหลวงพ่อแก้ว อันโด่งดัง(๑) พระปิดตา ท่านเจ้าคุณวิเชียร ลป.โต๊ะ,ลป.เนื่อง,ลพ.เเช่ม,ลพ.สุด ประจุพลัง 250

    รวม 1388 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณวิคิด
    - 4925.กันผีสิ่งอัปมงคล เสริมโชคลาภบารมี กลับร้ายกลายเป็นดี พระผงท้าวเวสสุวรรณ สมโภชหลักเมืองอุดรธานี ลป.อ่อนสา,ลป.คำพันธ์,ลพ.อิฐ ร่วมประจุพลัง 234

    รวม 234 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณพุทโธ ภควา
    - 4938.มวลสารศักดิ์สิทธิ์สายกรรมฐาน 9 เกศาพระอริยะ พระนางพญา 9 เกศา รุ่นแรก หลวงปู่คำบ่อ โดย ลป.แหวน เสก 3ปีเต็ม 250

    รวม 250 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณseento
    - 4940.มหานิยมขั้นสูงสุด แคล้วคลาดโชคลาภค้าขาย สีผึ้งมหาเศรษฐี หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลพ.ภักตร์,ลป.สด,ลพ.นุ่ม,ลป.โต๊ะ 299

    รวม 299 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณKKT Send
    - 4884.ยอดมวลสารคำภีร์ใบลานเก่า ผงสมเด็จ ผง5ประการ เสกด้วยวิชาดับดาว พระสมเด็จหูบายศรี หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง 789
    - 4901.ของดีที่ถูกลืม เหรียญพระสยามเทวาธิราช นิตยสารศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระญาณสังวร,ลป.หงษ์,ลพ.อุตตมะ,ลพ.พุธ,ลป.ทิม,ลป.ฤทธิ์ ร่วมประจุพลัง 199รูป 250

    รวม 0 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณหนุ่ย Send
    - 4537.Rare Item พระในตำนานพิธีเขาใหญ่ พระนาคปรกใบมะขามพิธีจตุรพิธพร ลดเหลือ 7500 บาท

    รวม 7500 บาท

    ----------------------------------------------------

    คุณpong_ping Send
    - 4787.สวยขลังมวลสารเก่าเยอะ พระสมเด็จ9อรหันต์ ยอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์อังคารธาตุพ่อแม่ครูอาจารย์สายหลวงปู่มั่น 250
    - 4806.มวลสารบางขุนพรหม(เล็ก๒) มหาพิธี 20วาระ ลป.หมุน เสก 3ครั้ง หลวงปู่ทวดรุ่นโพธิสัตโต พิมพ์ใหญ่ วัดไตรมิตรวิทยาราม 360
    - 4809.หายากสร้างน้อย พิธีมหามงคล มวลสารเก่าหลวงพ่อกวย ผลงาน อ.เฒ่า สุพรรณ พระสมเด็จรุ่นกตัญญู ลพ.พร้า,ลพ.เกาะ,ลพ.เล็ก,ลพ.ดิเรก,ลพ.สมบุญ ร่วมเสก 444
    - 4910."นิยมปั้มชื่อวัด" ยอดของดี ของเทพเจ้าลุ่มน้ำเมืองสี่แคว พระสมเด็จสามชั้น วัดชอนเดื่อ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ปลุกเสก 290


    รวม 1,344 บาท
    ----------------------------------------------------


    คุณRoj_56 รอจัดส่งครับผม
    - 4741.ของดีเมืองล้านนา หายากสร้างน้อย พระสมเด็จ วัดพระสิงห์ สุดยอดพิธี 100 ปีวัดระฆัง ลป.โต๊ะ,ลพ.เต๋,ลพ.มุ่ย,ลพ.คง,คบ.วัง,อ.นำ ร่วมประจุพลัง 678

    รวม 678 บาท

    ----------------------------------------------------






    ***สรุปรายการที่ หน้า1 ครับผม***
    Tel: 086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    Line id : engiman_nu
    ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418



    image-e4dc_5a11bab5-gif-gif-gif-gif-gif-gif.gif
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มีนาคม 2026 at 00:14
  2. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4935.มหาลาภ มหาเส่ห์ เมตตากันภัย เสก 2 ปี (๒) ตะโพนมหาลาภ
    หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลพ.ภักตร์,ลป.สด,ลพ.นุ่ม,ลป.โต๊ะ

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ตะโพน ปู่เล็ก๒.JPG


    [​IMG]
    [​IMG]
    ะโพนมหาลาภ หลวงปู่เล็ก จันทสโร วัดทำนบ จังหวัดอ่างทอง แบบขอบกลึง เนื้อไม้แก่นมะขาม 100ปี จากเมืองเพชรบุรี บรรจุผงวิเศษ ตอกโค้ด และตอกหมายเลข ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2561 - 2563


    มีแบบขอบกลึง และ ขอบเรียบ จำนวนการสร้างรวม 1,887 ลูก


    *** ทำบุญมาสมัยนั้น ลูกละ 999 บาท ***



    มวลสารผงวิเศษ
    - มวลสารอุดตะโพนในครั้งนี้ หลวงพี่มหานพพร วัดนางใน (ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดวิเศษฯ) ลบผงมหาลาภ ผงเรียกทรัพย์ ใส่ลงไปด้วย อุดด้วยชันนะโรงที่อุดเบี้ยแก้ที่เสกมานับครั้งไม่ถ้วน ปรอทหุงด้วยว่านยา ซึ่งเป็นปรอทที่หุงด้วยว่านยาตามตำรา ของหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ ซึ่งปัจจุบันแทบจะหาคนรู้วิธีทำไม่ได้แล้ว เพราะต้องมีสูตรกำกับตามตำรา ตะโพนนี้อิทธิคุณเน้นด้านโชคลาภและกันภัยต่างๆ



    ตะโพน
    เป็นเครื่องรางชนิดหนึ่งที่นิยมมาช้านาน บางคนเรียกว่า ลูกกลอง ที่โด่งดังมากที่สุดก็คือ ตะโพน หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ หนึ่งในครูบาอาจารย์ของหลวงปู่เล็ก ซึ่งถ้าเป็นตะโพน ยุคที่ทันหลวงพ่อภักตร์ ปัจจุบันตะโพนหรือลูกกลองนี้ใบนึงหลายหมื่นครับถ้าสภาพสวยๆ และหาชมยากมากซะด้วย

    ตะโพนถือเป็น
    สัญลักษณ์ แห่งบรมครูดนตรีคือ องค์พระปรโคนธรรพ ที่เหล่าศิลปินดนตรีไทย ให้ความเคารพบูชา และยำเกรงเป็นอย่างยิ่ง วิชาอาถรรพ์ในสายดนตรีจะไปอยู่ที่ตะโพนเป็นหลัก เพราะตะโพนถือเป็นเครื่องประกอบจังหวะหน้าทับประกอบบทเพลง และบางเพลง ทำหน้าที่ขึ้นต้นเพลง เช่น เพลงสาธุการ และ. เพลงตระพระปรโคนธรรพ สมัยโบราณในสายดนตรี ดินหน้าตะโพน ก่อนจะติดที่หน้าตะโพนเพื่อตั้งถ่วงเสียงให้เข้าที่ตามต้องการระหว่างปั้นก็ต้องภาวนาคาถากำกับ ระหว่างติดดินที่หน้าตะโพนก็ภาวนาคาถากำกับเพื่อเมื่อตีแล้วหวังผลทางมหานิยมใครได้ยินก็ต้องหลงไหลในเสียงดนตรี ส่วนน้ำล้างหน้าตะโพน บางท่านคงเคยได้ยินมาบ้าง ครูบาอาจารย์ก่อนที่จะทำพิธีไหว้ครู ท่านจะล้างหน้าตะโพนด้วยน้ำสะอาดและบอกกล่าวพลีกรรมขอน้ำเทพมนต์ มาประพรมศิษย์ กันเสนียดจัญไรและเป็นเมตตามหานิยม ที่สำคัญ ตะโพนสามารถแก้อาถรรพ์บางประเภท ที่เกี่ยวกับยักษ์ได้ อาจจะรวมถึงพระราหูด้วยหรือไม่นั้น คงต้องใช้วิจารณญาณครับ

    สรุปว่า วิชาตะโพน เป็นวิชาที่อ้างอิงครู ในสายเทพ สายฤาษี เป็นวิชาโบราณ เป็นวิชาเย็น ครูลิเกโบราณหรือการแสดงต่างๆ ก็ต้องหวังผลทางให้คนชื่นชอบ การเจรจาขับร้อง หรือในทำนองว่าสะกดคนดู. การจัดสร้างครั้งนี้ถือเป็นงานบุญ 100% เปิดตำราเดิมของหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ บรมครูเจ้าของวิชาตะโพน แขวงเมืองวิเศษชัยชาญอันเลื่องลือ ซึ่งตำรานี้หลวงพ่อกร่าย วัดโพธิ์ศรี ได้จดบันทึกไว้ จากเมื่อครั้งหลวงพ่อภักตร์ท่านเรียกให้ไปรับวิชาสร้างตะโพน การบรรจุมวลสารมงคล วิธีสร้าง และ. การเสกทั้งหมด เมื่อก่อนปี 2485 ปัจจุบันตกทอดมาถึงพระอาจารย์มหานพพร วัดวิเศษชัยชาญ


    คาถาเสกตะโพน
    ในสายวัดโบสถ์ เปิดเผยได้ แบบคร่าวๆ ตัดวรรคช่วงออกไปบ้าง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด เริ่มต้นคือ นะเฮ นะเหาะ นะหัวเราะ จำเพาะนะฮา นะฮานะเฮ นะพุทธ นะเส สัพเพชะนา.......หัวเราะให้ดังๆ. ประสิทธิสวาโหม ....นะลมนะเล่นหัวเราะรำเต้น.....มหาพิศสวง โอมหลงมหาหลง ฤ ฤา ฤ ฤา ชื่อให้ฤาชา....โอม นะโมพุทธายะ อะ อา อิ อี อึ อือ ....ฤ ฤา ฤาชื่อ ให้ฤาชา

    คาถาบทนี้สมัยก่อนปี 2500 อาจารย์ดอกดิน เสือสง่า ครูลิเกโบราณใช้เสกแป้ง เสกหมากพลูกิน มหานิยมชั้นยอด ซึ่งหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์ท่านถ่ายทอดให้ไป (ไม่ขอกล่าวถึงมากเพราะยาว)

    ในสายวิชาวัดโบสถ์นี้ตะโพนต้องดัง หวังผลให้เลื่องลือครับ คนใช้ถ้าใช้ถึง ใช้เป็น เซ่นครูบูชาด้วยหมากพลูบ้างตามกาลสมควร(บอกกล่าวบูชาที่ตะโพน) ทำบุญอุทิศให้องค์หลวงพ่อภักตร์ ครูตะโพน คือองค์พระปรโคนธรรพ ก่อนใช้บูชาก็ระลึกถึงบารมีหลวงปู่เล็ก และครูบาอาจารย์ท่าน และอธิฐานเอาตามใจ ทำดี ทำเป็น ขยันด้วย รวยแน่นอนครับ จริงๆแล้วยังมีพิธีกรรมอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ทุกอย่างนั้น มาจบลงที่องค์หลวงปู่เล็กทั้งหมด

    คาถากำกับเมื่อใช้บูชาตะโพน
    ตั้งนะโม สามจบ ว่าคาถา เอถะ เทนตุ ....อธิฐานตามใจปรารถนาเถิด


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    - http://www.imeethai.com/product/218...ไม้แก่นมะขามร้อยปี-ปี2561-หลวงปู่เล็ก-วัดทำนบ



    ********************

    หลวงปู่เล็ก จนฺทสโร

    เป็นพระเถราจารย์ผู้เป็นที่รักและเคารพยิ่งของเพศบรรพชิตและประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง หลวงปู่เล็ก จนฺทสโร นามเดิม ดิเรก แซ่อึ๊ง เกิดเมื่อ วันอังคารที่ 24 มิถุนายน แรม 11ค่ำเดือน 7 ปีมะแม พุทธศักราช 2462

    โยมมารดาได้ให้หลวงปู่บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 12 ปี เข้าเรียนที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร โดยมี สมเด็จพระวันรัต (กิมเฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่เข้ามาร่ำเรียนสรรพวิทยาต่างๆที่วัดมหาธาตุโดยเรียนนักธรรมแผลกบาลี จนมีความชำนาญ

    ต่อมาเมื่ออายุครบบวช ได้อุปสมบท และจำพรรษาที่วัดประดู่ฉิมพลี โดยมี สมเด็จพระวันรัต (กิมเฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิริยกิตติ หรือหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็น พระกรรมวาจาจารย์ มี พระมหาสิริ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีอำมาตย์โทพระยาภิรมย์ภักดี(พ่อบุญธรรมหลวงปู่) เป็นผู้อุปภัมป์ในการอุปสมบทของหลวงปู่ในครั้งนั้น

    จากนั้นหลวงปู่ก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณหลวงศึกษาสรรพวิชาด้านการรักษาโรค และวิชาเกี่ยวกับตัวเลข ทั้งขณะเดียวกันยังได้ร่ำเรียนวิทยาคม กับ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ อีกด้วย หลวงปู่เล็กได้รับความเมตตาจากหลวงปู่โต๊ะ เป็นอย่างมาก ท่านจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ราวๆ 4 พรรษาคือตั้งแต่ปี 2482-2485 หลวงปู่โต๊ะได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้โดยไม่ปิดบัง หลวงปู่เล็กได้รับการถ่ายทอด สรรพวิทยาคมหลายแขนง เช่น การถอนคุณไสย ยันต์ตรีนิสิงเห การเสกพระปิดตา และยันต์ นะ ปัดตลอด ซึ่งหลวงปู่เล็กท่านชำนาญยันต์นะปัดตลอดนี้มาก

    หลวงปู่เล็กท่านเป็นพระเถราจารย์ซึ่งเก็บตัวเงียบมานานจนปัจจุบัน ท่านไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัตถุมงคลมากนักประชาชนทั่วไปทราบกันเป็นอย่างดีว่าหลวงปู่ท่านเก่ง วาจาสิทธิ์ และดุมาก แม้แต่หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ยังเคยไล่ให้คนบ้านทำนบที่ไปกราบท่านที่สิงห์บุรีให้มากราบหลวงปู่เล็กไม่ต้องมากราบท่านไกลถึงสิงห์บุรี เคยมีศูนย์พระเข้าไปวุ่นวายกับท่าน ท่านตะเพิดออกมาจนไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก

    หลวงปู่ท่านเป็นพระเถระผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีความเป็นระเบียบแบบแผนชัดเจน ครูบาอาจารย์ในยุคนี้ล้วนแต่เคารพในหลวงปู่ อาทิ หลวงพ่อมี วัดม่วงคัน หลวงพ่อทองหยิบ วัดบ้านกลาง หลวงพ่อ เกลื่อน วัดรางฉนวน หลวงพ่อเสียน วัดมะนาวหวาน ล้วนแต่เคารพนับถือหลวงปู่ ด้วยพรรษาที่อาวุโสมาก และจริยาวัตรที่งดงามของหลวงปู่ แม้กระทั่งวิทยาคม หลวงพ่อทุกรูปทราบดีด้วยเป็นผู้มีวิทยาคมเหมือนกัน ว่าหลวงปู่เล็กท่านเป็นอย่างไร เรื่องวัตถุมงคลของท่านจะเป็นที่เลื่องลือในด้านแคล้วคลาดอย่างมาก

    ปัจจุบัน มรณภาพอย่างสงบที่ร.พ.วิชัยยุทธ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. สิริอายุ 101 ปี 81 พรรษา




    สภาพสวยกล่องเดิมๆ พุทธคุณครอบครบ เลื่อนตำแหน่ง ชีวิตเจริญรุ่งเรือง คุ้มครองป้องกันภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง แบ่งให้บูชา 888 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณธนกฤต จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มีนาคม 2026 at 11:48
  3. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4936.ของดีปีลึกพิมพ์หายาก มหาพิธี4วาระ พระลีลาพลูจีบ 700ปีลายสือไทย
    หลวงพ่อเกษม เขมโก พระอริยเจ้านักบุญล้านนา แห่งสุสานไตรลักษณ์

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ

    ลีลา ลายสือไทย.JPG

    image-abec_5982b7e2-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg.jpg
    พระลีลาพลูจีบ รุ่นฉลอง 700ปีลายสือไทย หลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง เนื้อดินผสมผงพุทธคุณ หลังหลักศิลาจารึก ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2526 เนื่องในงานฉลองที่ประเทศไทยมีตัวหนังสือใช้เป็นของตนเองมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช วาระครบ 700 ปี

    ผู้จัดสร้างนำความขึ้นกราบเรียนขออนุญาตจัดสร้างกับหลวงพ่อเกษม เขมโก รุ่น 700 ปี ลายสือไทย หลวงพ่อเกษมจึงอนุมัติอนุญาตให้สร้างในทันทีด้วยความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็น ที่สุดและท่านยังได้พูดกับคนใกล้ชิดก่อนอีกด้วยว่า “พิธีนี้ เราจะเบ่ง(พลังปลุกเสก)ให้เป็นพิเศษ..!!!!!”

    พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ 4 วาระ
    ครั้งที่ : 1
    : เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2526 พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ.พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

    พระเกจิเข้าร่วมพิธีมีรายนามดังนี้
    - สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ
    - ลพ.สนิท วัดศีลขันฯ อ่างทอง
    - ลพ.ไพฑูรย์ วัดโพธินิมิตร
    - ลพ.อุตตมะ วัดวังวิเวการาม กาญจนบุรี
    - พระสิริวัฒนวิสุทธิ์ วัดราชผาติการาม
    - ลพ.จรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
    - ลพ.แช่ม วัดดอนยายหอม นครปฐม
    - พระครูมงคลญาณสุนทร วัดจักรวรรดิ์
    - ลพ.จวน วัดหนองสุ่ม สิงห์บุรี

    ครั้งที่ : 2
    : เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2526 ณ บริเวณวิหารหลวงหน้าพระอจนะ วัดศรีชุม

    ครั้งที่ : 3
    : เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2527 ณ บริเวณวิหารหลวงหน้าพระอจนะ วัดศรีชุม อีกวาระ

    ครั้งที่ : 4
    : เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2527 ณ สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง ปลุกเสกโดย หลวงพ่อเกษม เขมโก

    พุทธคุณ
    - เด่นครบเครื่องทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านโชคลาภ ทำมาค้าขาย และทางด้านแคล้วคลาดจากภัยอันตรายอีกด้วย


    หลวงพ่อเกษม เขมโก
    เดิมมีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง ประสูติ เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันพุธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ. 131 เป็นบุตรใน เจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) รับราชการเป็นปลัดอำเภอ กับ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในมหาอำมาตย์โท พลตรีเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย


    หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง พระผู้ทรงอภิญญาบารมี ตนบุญแห่งลานนาไทย ท่านได้สละตำแหน่งเจ้าอาวาส เดินทางมุ่งหน้าสู่สุสานป่าช้า สถานที่ที่ท่านใช้ปฏิบัติธรรมตลอดอายุขัยของท่าน หลวงพ่อเป็นพระอริยะสงฆ์ที่มีวัตรปฏิบัติและปฏิปทาที่ควรแก่การกราบไหว้สักการะบูชาเป็นอย่างยิ่ง วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตล้วนแล้วแต่ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความบริสุทธิ์แห่งมหาพุทธานุภาพ ซึ่งสร้างประสบการณ์มากมายให้กับผู้ที่ใช้บูชา วัตถุมงคลของท่านจึงเป็นของดีที่เป็นที่ต้องการของลูกศิษย์ลูกหาและประชาชนทั่วไป

    หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะของคนในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ ติดยึดในกิเลสทั้งปวง หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ถึงแก่พิราลัย ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ


    สภาพผิวหิ้งเดิม พิมพ์สวยคมชัด พระผงดีปีลึกของหลวงปู่ที่ราคาเบาน่าบูชาติดตัว มหาพิธี 3วาระ พุทธคุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 234 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณจินดา จองแล้วครับ)





    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 มีนาคม 2026 at 23:09
  4. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,522
    ค่าพลัง:
    +7,746
    ขอจองครับ
     
  5. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474

    [​IMG]
     
  6. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4937.ของดีที่ถูกลืมผงน้ำมันนิยม พระสมเด็จประภามณฑล วัดดาวเรือง
    ลพ.กวย,ลพ.จวน,ลพ.ทอง ร่วมเศกพระเครื่องเจตนาบริสุทธิ์


    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เด็ข วัดดาวเรือง ใหม่ๆๆ.JPG

    cmtux0-jpg.jpg

    พระสมเด็จสามชั้น พิมพ์ใหญ่ ประภามณฑล วัดดาวเรือง จังหวัดสิงห์บุรี เนื้อผงน้ำมันพุทธคุณ หลังดาวและรูปเหมือนหลวงพ่อจวน จัดสร้างปี พ.ศ.2510-2515 จัดสร้างโดย หลวงพ่อเเป๋ว วัดดาวเรือง (ศิษย์หลวงพ่อกวยอีกท่านนึง) มีการจัดสร้างขึ้นมาหลายพิมพ์ด้วยกัน

    วัตถุประสงค์ :
    - ของการจัดสร้างพระเครื่องรุ่นนี้ก็เพื่อหาปัจจัยสมทบทุนสร้าง พระอุโบสถ วัดดาวเรือง


    รายนามพระคณาจารย์ที่ร่วมพุทธาภิเษก อาทิ
    - หลวงพ่อทอง วัดพระปรางค์
    - หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม
    - หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม
    - หลวงพ่อฟุ้ง วัดสะเดา
    - หลวงพ่อดวง วัดทอง เป็นต้น

    หลังจากเสร็จวาระพุทธาภิเษกหมู่แล้ว ทางวัดดาวเรืองก็ได้นำพระเครื่องใส่กล่องลังนำไปถวายให้ หลวงพ่อกวย และหลวงพ่อจวน ท่านเศกอีกวาระหนึ่ง แล้วเสร็จสิ้นทั้ง2วาระแล้ว ได้นำออกมาให้บูชาและแจกบรรดาลูกศิษย์ จนสร้างพระอุโบสถแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2523

    รูปภาพจาก : หนังสือหลวงพ่อกวย โดยมงคลทิพย์ เล่มล่าสุด


    สภาพสวยเดิมไม่หักไม่ซ่อม พิมพ์คมชัดลึก สมเด็จรุ่นนี้จัดว่าเป็นชุดนอกวัดที่เล่นหากันไม่แพง แต่พุทธคุณเกินตัว แบ่งให้บูชา 666 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  7. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474

    -jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg.jpg
     
  8. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4938.มวลสารศักดิ์สิทธิ์สายกรรมฐาน 9 เกศาพระอริยะ
    พระนางพญา 9 เกศา รุ่นแรก หลวงปู่คำบ่อ โดย ลป.แหวน เสก 3ปีเต็ม

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    นางพญา ลป.คำบ่อ ใหม่ๆๆ.JPG

    [​IMG]
    พระผงนางพญา 9 เกศา รุ่นแรก หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ วัดใหม่บ้านตาล จังหวัดสกลนคร เนื้อผงพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ จำนวนการสร้างน้อย เพื่อมอบให้แก่ผู้เป็นกรรมการได้ไว้กราบไหว้บูชาทุกๆท่าน 1 องค์

    มวลสารศักดิ์สิทธิ์
    - ว่าน 108 ชนิด
    - ทองคำเปลวปิดพระพุทธรูปทั่วประเทศ
    - ผงว่านเจ้าคุณนร
    - ดินที่ตรัสรู้ จากประเทศอินเดีย
    - ผงพระพุทธคุณอี 108 ชนิด
    - เกศา ลป.มั่น ภูริทัตโต, ลป.ฝั้น, ลป.พรหม, ลป.ตื้อ, ลป.ขาว,ลป.วัน, ลป.หลุย,ท่านพ่อลี, ลป.แหวน
    - พระธาตุ
    - ขี้เหล็กไหล
    - สะเก็ดดาว
    - พระขันธ์ทองคำ เป็นต้น


    วาระอธิษฐานจิต
    - หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง เมตตาอธิษฐานจิตให้เป็นการพิเศษ 3 ปีเต็ม
    ( หลวงปู่คำบ่อ ได้ปฏิบัติดูแลหลวงปู่แหวน นานถึง 5 ปี จึงได้มาสร้างวัดที่สกลนคร )

    มวลสารดีมากครับพระผงขององค์หลวงปู่แต่ละรุ่นนั้นสุดยอดมวลสารครับหลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ วัดใหม่บ้านตาล ท่านเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ในสายพระกรรมฐาน วัตถุมงคลท่านเป็นมงคลอำนวยความเจริญร่มเย็นน่าบูชามาก

    ----------------------------------------



    ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ

    • ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย
    ข้าพเจ้ามีนามเดิมที่โยมคุณตาตั้งให้ ชื่อ คำบ่อ พวงสี เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๔ เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ น. ตรงกับวันขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะแม ณ บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายทองและนางภู่ พวงสี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๗ ข้าพเจ้าเป็นบุตรคนที่ ๑

    ในปฐมวัย ข้าพเจ้าได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่ศาลาวัดศรีษะเกษ บ้านตาล จ.สกลนคร จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อจบแล้ว โยมบิดา-โยมมารดาจะให้บวชเป็นสามเณร จึงตอบท่านไปว่า ยังไม่บวช จะอยู่ทำงานไปอีกสักระยะหนึ่งก่อนจึงจะบวช โยมบิดา-โยมมารดาท่านก็ไม่ว่าอะไรแม้แต่คำเดียว

    ท่านทั้งสองเป็นพุทธมามกะ เลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา เพราะเชื่อว่าความดีก็มีเหตุ ความชั่วก็มีเหตุ ความดีก็เกิดจากการกระทำดีนั้น ความชั่วก็เกิดจากการกระทำชั่วนั้น ฉะนั้น ท่านทั้งสองจึงพยายามสร้างความดี ทำความดี ตามกำลังกายกำลังทรัพย์ กำลังปัญญาของท่าน จนกระทั่งท่านทั้งสองจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ

    • ชีวิตเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
    เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๕ ปีมะโรง อายุได้ ๒๑ ปี วันนั้นคุณตามาที่บ้านประมาณ ๑ ทุ่ม ท่านถามว่ากินข้าวเสร็จหรือยัง เลยบอกท่านว่ายัง ท่านเลยบอกให้รีบไปกินข้าว วันนี้จะพาไปมอบนาคที่วัดตาลนิมิต บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แบบนี้เขาเรียกว่าแบบจู่โจมไม่ให้รู้ตัว โยมบิดา-โยมมารดาไม่บอกให้ทราบ แต่ข้าพเจ้ากลับรู้สึกดีใจ จะได้หมดหนี้บุญคุณของท่านเสียที หนี้บุญคุณของบิดามารดา ยังฝังอยู่ในจิตใจไม่หลงลืมตลอดมา

    ถ้ายังไม่ได้บวชให้ท่านก่อนแล้ว ก็จะไม่แต่งงานเป็นอันขาด เพราะได้ยินญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตาของเธอเขาดีใจมากเพราะได้หลานคนแรกเป็นผู้ชาย ท่านบอกว่าท่านได้กำไรแล้ว คำว่ากำไรคงหมายถึงความดีเท่านั้น คำพูดของท่านคำนี้จึงไม่ลืมเลือนไปจากจิตใจของข้าพเจ้าตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้
    อยู่ไปประมาณเดือนมีนาคม ครูบาอาจารย์อาจมองเห็นว่าจะมองว่าใกล้ไฟ มันร้อนใกล้ค้อนมันเจ็บ ท่านเลยลัดคิวบวชเป็นสามเณรให้ ท่านก็ได้จับบวชเป็นสามเณรที่โบสถ์น้ำ เรียกว่า อุทกุกเขปสีมา เป็นสามเณรจนกระทั่งเดือนเมษายนอุโบสถที่สร้างก็เสร็จ ทำพิธีพัทธสีมาแล้วทำพิธีบวช โดยมี พระมหาเถื่อน อุชุกโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระลี ฐิตธัมโม เป็นพระกรรมวาจารย์ และ พระโง่น โสรโย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๕ เวลา ๐๙.๔๕ น. ณ วัดเจริญราษฎร์ เสร็จแล้วก็เดินทางกลับมาที่วัดตาลนิมิต อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

    ที่วัดตาลนิมิต ได้ช่วยทำการงานที่ครูบาอาจารย์มีความประสงค์จะทำ คือเริ่มมีการก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ขึ้น โดยมีการเลื่อยไม้เอง แต่ข้อวัตรปฏิบัติอะไรก็มิได้ขาดทุกวัน จนกระทั่งเดือนมีนาคม-เมษายนนี่แหละ มี พระอาจารย์อ่อนศรี ฐานวโร มากราบคารวะหลวงปู่ลี อโสโก ที่เป็นผู้หนึ่งที่ท่านเคารพนับถือ และเคยอยู่จำพรรษากับท่าน ท่านจึงมาชวนไปจังหวัดอุบลราชธานี ในระหว่างพรรษานี้ก็ได้ช่วยงานมีการก่อสร้างภายในวัด
    จนกระทั่งออกพรรษา ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ว่าจะไปเที่ยวเขาพระวิหารกับท่านอาจารย์อ่อนศรี ฐานวโร และเพื่อนๆ พระเณร ไปด้วยกัน ๔ รูป พอมาถึงตัวจังหวัดอุบลราชธานี ได้ไปกราบลาเจ้าคณะจังหวัดแล้วพักอยู่ที่วัดสำราญนิวาส อ.วารินชำราบ ได้มาพบกับพระอาจารย์มุ่ย ณ วัดแห่งนี้ ท่านเลยชวนไปจำพรรษาจังหวัดชลบุรี ที่วัดวิเวการาม ที่ท่านอาจารย์อรุณท่านอยู่ ท่านไม่มีหมู่เพื่อนเท่าใดนัก ฉะนั้น ทุกคนก็ตกลงไปจังหวัดชลบุรีเพื่อจะอยู่จำพรรษาที่วัดวิเวการามแห่งนี้

    • พระพุทธเจ้าปรากฏ
    ปี พ.ศ.๒๔๙๘ ได้เดินทางไปทางภาคใต้ของประเทศไทย ไปพักอยู่จังหวัดเพชรบุรี วัดอุทัยโพราม กับหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม พักอยู่ที่นี่ระยะหนึ่งเพื่อจะมีโอกาสได้ฟังโอวาทคำเตือนเกี่ยวกับธรรมวินัย ในการประพฤติปฏิบัติเพื่อแสวงหาความพ้นทุกข์ เมื่อได้โอกาสแล้วจึงได้กราบลาท่าน เดินทางต่อไปจังหวัดกระบี่ พักแรมอยู่ในป่าในจังหวัดกระบี่ประมาณ ๑ เดือน ก็เดินทางต่อไปที่จังหวัดพังงา เพื่อจะได้พบครูบาอาจารย์ มีหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี แต่ไม่ได้พบ ท่านมาประชุมงานวันบูรพาจารย์ที่วัดสุทธาวาส
    อยู่จังหวัดพังงาประมาณ ๑ เดือน กับพระหลวงพ่อของ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ตกลงว่าจะอยู่กับท่านตามคำนิมนต์ของคณะศรัทธาญาติโยมที่นั่น แต่แล้วก็เป็นอนิจจังไปอีก คือเนื่องจาก ท่านพระอาจารย์มหาปิ่น ชลิโต ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ขอร้องให้ไปอยู่กับท่านที่ อ.แม่พริก ท่านก็มองไปมุมหนึ่งของท่านเพราะอยู่ที่นี่มีแต่ผู้หญิงมาอุปถัมภ์บำรุง เช้าก็มา เย็นก็มา ค่ำก็มา เขาดีจริงๆ ท่านก็กลัว ยังงั้นนะที่ว่าภัยนี่ ภัยของนักบวชก็มียังงั้น ก็เลยตกลงว่าไปอยู่กับท่านอาจารย์มหาปิ่น ชลิโต แล้วก็ท่านอาจารย์มหาเพิ่ม รวมเป็น ๓ รูป อยู่ที่นี่นานประมาณ ๒-๓ เดือนละมัง จึงได้ไปอยู่ ต.กะไหล อ.แม่พริก
    อยู่ที่ ต.กะไหล นี่เลยเป็นไข้มาลาเรียอย่างแรง จนได้กราบเรียนครูบาอาจารย์ว่า ถ้าผมตาย ให้เผาเลย ให้เผา ไม่ต้องบอกให้ทางบ้าน คือบิดามารดาของผมทราบเรื่อง เมื่อเขาทราบแล้วจะเป็นทุกข์ ไปกราบเรียนท่านว่ายังงั้น เวลาเจ็บป่วยเนี่ย ใจก็ยิ่งเร่งความพากเพียรทำให้มีกำลังใจ จนทำให้ปรากฏเห็นพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งพระสาวกเดินมาตามหาดทรายทะเลนั้น เกิดความปีติยินดีเป็นอันมากได้เห็นพระพุทธเจ้า ไม่ได้หลับนอน ไม่โกรธเกลียดให้ใครทั้งนั้น ใจสบาย มีแต่อยากจะพูดธรรม ไม่มีเรื่องอะไรให้ใจกังวล การรักษาตามมีตามได้ ข้อวัตรปฏิบัติก็ไม่ขาดตกบกพร่องอะไร
    ที่มันปรากฏขึ้นมานี่ก็เพราะจิตใจเราเองนี้มันเป็นนิมิตเพราะเราว่าเราต้องตายแน่ ไม่มีที่พึ่งอะไรนอกเหนือจากพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เลยกลายเป็นภาพนิมิตปรากฏดังกล่าว แล้วก็ไม่ได้ทักทายปราศรัยไต่ถามอะไร เราเห็นว่าเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็มีความเลื่อมใสศรัทธา ในนิมิตที่ปรากฏเห็นนั้นเป็นที่ซาบซึ้งถึงใจจริงๆ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ไม่ได้นึกถึงความเจ็บป่วย ในระยะนั้นที่ไม่ได้พักผ่อนหลับนอนหลายๆ วัน เขาจะว่ากันว่ามาลาเลียขึ้นสมองเพราะเราเป็นคนไม่พูดกลับพูดมากขึ้น ช่วงนั้นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชท่านมาเยี่ยมเยียนพระตั้งแต่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ได้มาแวะ ก็ได้ให้การต้อนรับท่าน ไม่มีอุปสรรคอะไรเกี่ยวกับการเจ็บไข้เหมือนกับคนไม่ได้เป็นอะไร
    จากนั้นแล้วจึงพาศรัทธาญาติโยมไปจังหวัดภูเก็ต รอหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ท่านมางานบูรพาจารย์ที่จังหวัดสกลนคร เพื่อจะเข้ารับฟังธรรมโอวาทของท่าน อยู่วัดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต จนหลวงปู่กลับจากสกลนครไปวัดไม้ขาว ได้ฟังธรรมเป็นคติเตือนใจจากท่านเป็นครั้งแรก ได้อยู่ที่วัดไม้ขาว จนกระทั่งญาติโยมจังหวัดชลบุรี ขออาราธนาให้กลับจังหวัดชลบุรีด้วยกัน ทั้งหมดที่ไปด้วยกันเลยตกลงกลับจังหวัดชลบุรีในต้นเดือนกรกฎาคม

    • อดเอาทนเอา
    กลับจังหวัดชลบุรีในต้นเดือนกรกฎาคม แล้วมาจำพรรษาอยู่วัดวิเวการาม ปีแรกๆ ที่วัดวิเวการาม ก็ไม่ได้ทำอะไร ครูบาอาจารย์ท่านพานั่งภาวนาไหว้พระสวดมนต์หกโมงเย็น แล้วก็ภาวนายันเที่ยงคืน ฝึกกันอยู่อย่างงั้น เจ็บปวด ขาจะขาดจากกัน บางรูปร้องออกมา อดเอา ทนเอา มันก็ไม่ไหว อย่างนี้มันฝืนธรรมชาติธรรมดา มันไม่สงบ ก็จะให้สงบ มันไม่เป็น ก็จะให้เป็น มันก็ได้ความคิดนะที่อาจารย์พาทำนี่
    บางทีมันไม่ได้อะไร ไม่เกิดปัญญาสงบอะไร มีแต่คิดเมื่อไรจะพาเลิกสักที มันไม่อยากนั่งนานๆ หรอก สัก ๒-๓ ชั่วโมง ยังพอไหว ยังดี อดเอาทนเอา พรรษาที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ก็ยังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ทำกิจวัตรอยู่อย่างนั้น ไม่ลดละอะไร แต่ไม่เกิดปัญญาอะไร พอไปเห็นการนั่งนานๆ นี่ บางองค์บางท่านสังขารร่างกายไม่อำนวย ความทุกข์มันเกิดจากอุปาทานทางจิตใจว่ามันเจ็บปวด มันปล่อยวางไม่ได้ เข้าสู่ความสงบไม่ได้ จึงร้องออกมาโดยไม่ตั้งใจ
    เราเกิดความคิดที่มันก็อาจเป็นบาปมั่งละ เพราะไปตำหนิครูอาจารย์ เอ๊..ทำไมท่านไม่ประมาณสังขาร ร่างกายก็เฒ่าแก่กันแล้ว สมาธิก็ทำกันไม่เป็น พุทโธไปงั้น ไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร ครูบาอาจารย์บอกให้นั่งมือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรง ดำรงสติให้มั่น อยู่ในอารมณ์คือพุทโธ กำหนดลมรู้ลมสั้นยาว ฯลฯ สมัยอยู่กับหลวงปู่ลี อโสโก เดินจงกรมไม่หยุดจนเที่ยงคืน แทบยกขาไม่ขึ้น แต่ไม่รู้เดินเพื่ออะไร รู้แต่เอาบุญ แม้แต่การบวชตอนแรกก็เพื่อตอบแทนบุญคุณปู่ย่าตายาย เพราะท่านประสงค์จะให้บวช ก็คิดว่าห่มเหลืองโกนหัวโล้นก็เป็นพระ ที่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะเราไม่รู้ว่าการเป็นพระนี่อยู่ที่ไหน
    ในระหว่างอยู่ในช่วงนี้คือปี พ.ศ.๒๔๙๗ – ๒๔๙๙ นี้ มีปัญหาเกิดขึ้นกับชีวิตหมายถึงชีวิตพรหมจรรย์ คือมีคนอยากสึก ให้เตรียมกางเกง เสื้อ และอื่นๆ ต้องการอยากจะให้สึกไปจับจองที่ดินที่ยังเป็นป่ารกร้างว่างเปล่าไม่มีเจ้าของ แถวแหลมฉบัง พัทยา บางพระ เขาเขียว แถวนั้นเป็นป่าใครเข้าใกล้ไม่ได้ไข้มาลาเลียกินแทบตาย เราต่อสู้กับความอยากอย่างเดียว อยากมีอยากเป็น อดข้าวอดน้ำต่อสู้ หลังฉันข้าวเช้าแล้วจะไม่นอน ตั้งใจสู้โดยนั่งสมาธิอีก ๓ ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ จนถึง ๖ ชั่งโมงไม่ได้อะไรได้แต่ความอดทน ต่อสู้กับความคิดอย่างเดียว ต่อสู้กับความอยากจะไปเอาโน่นเอานี่ เป็นเครื่องกระตุ้นจิตใจว่าอยู่บ้านพ่อแม่ก็ไม่อดอยากอยู่แล้ว แล้วจะไปเอาทำไม อย่างที่สองไม่ไว้ใจตัวเองว่า ถ้าเราสึกไปเราต้องทำบาปแน่ๆ สาหัสสากรรจ์ ทบทวนดูโลกภายนอกมันมีแต่เรื่องชวนล่อไปลงนรก
    ความอยากสึกกับความไม่อยากสึกนี่มันต่อสู้กันอยู่ประมาณเป็นปี ความยินดีพอใจนั่นแหละมันต่อสู้กันอยู่อย่างนั้น ผลสุดท้ายก็แก้ไขแนวความคิดอันนี้ผ่านพ้นไปได้ คือหมดอยาก ความอยากได้นี่หมดไป
    เจ้าคุณวัดบวรมงคล ท่านนิมนต์ให้มาศึกษาในกรุงเทพฯ จะเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ก็ตัดสินใจไม่เรียน ถ้าเรียนก็จะต้องสึกแน่

    • การแสวงหาธรรม
    จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๐๑ จึงได้ออกเดินทางไปเที่ยววิเวก มีสหธรรมมิก สหายธรรม ก็ว่าได้ ไปด้วยกัน ๒ องค์ ไปจังหวัดระยอง ก็ไปพักอยู่วัดจุฬามณี กับอาจารย์มหาเชย อยู่เดือนสองเดือน ก็ออกไปแล้วไปพักอีกที่หนึ่งคือ อ.แกลง จ.ระยอง แต่ว่ามีหลวงตาองค์หนึ่งอยู่ที่นั่น ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดไป เมื่อเห็นท่านไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย มีแต่ความอยากได้อยากมี พอคนให้ทานมานี่ มีแต่ตะกละตะกาม อยากจะเอา มีญาติโยมตำหนิติเตียนว่าเอาเงินทองไปเลี้ยงลูกหลาน เลยสลดใจเมื่อเห็นความประพฤติ
    การเป็นนักบวชมิใช่บวชมาเพื่อสะสมสิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าสอนให้ละ แต่เรามาสะสม ก็เห็นว่ามันไม่ถูก เห็นว่ามันไม่ดี ไม่ได้ตำหนิติเตียนท่าน แต่มีความสลดสังเวชในจิตใจ อันนี้มันเป็นเรื่องของใครของมัน เหตุนี้จึงอยู่ในสถานที่นี้ไม่ได้ จึงขึ้นรถไปจังหวัดจันทบุรี ไปอยู่วัดป่าคลองกุ้ง สมัยนั้นมีพระครูสันต์ เป็นเจ้าอาวาส ได้ถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ ในฐานะที่ท่านมีพรรษาอายุมากกว่า ว่าจะไปดูข้อวัตรปฏิบัติกับท่านเหมือนกัน ได้พักอยู่ที่นั่นประมาณหนึ่งเดือน จึงเดินทางไปจังหวัดตราด ไปอยู่เกาะกูด ญาติโยมสร้างเป็นที่พักสงฆ์อยู่ก็สงบดี เรื่องบิณฑบาต เสนาสนะพร้อม พออาศัยอยู่ได้เป็นสัปปายะได้
    ที่นี้อาจารย์มหาเชย ท่านเป็นผู้มีพรรษาอายุมาก ท่านเป็นนักพูด เป็นนักคิด ท่านไม่พอใจที่จะอยู่ที่นั้น จึงพาไปอยู่เกาะช้าง ปี พ.ศ.๒๕๐๑ เนื่องจากเกรงว่าจะไปกีดขวางในการคิดการพูดของเขา จะทำให้เขาไม่เกิดความเจริญในศรัทธาเลื่อมใสของโยม ที่นั่นมีโยมทำกระต๊อบอยู่ อาหาร เสนาสนะ ก็สัปปายะ บุคคลก็สัปปายะดีไม่มีอะไร เป็นที่สบายใจดี แต่ความไม่รู้ธรรมเห็นธรรมของเรานี่ก็ยังไม่สิ้นสุดล่ะ พออยู่ไปอยู่ไปมันก็อยากไปต่อ อยู่เกาะช้างได้ประมาณ ๒ เดือน ท่านจึงชวนกลับ
    ที่นี้จะมาวัดป่าคลองกุ้ง แต่ท่านอาจารย์มหาเชยไม่อยากมา จึงแยกทางกัน ท่านไป จ.ระยอง รู้สึกว่าจะสร้างวัดที่นี่อยู่จนมรณภาพไป เรามาพักที่วัดป่าคลองกุ้ง เนื่องจากเห็นท่านเป็นครูบาอาจารย์ พอสมควรแล้วจึงไปหาท่านพ่อลี ที่วัดอโศการาม สมัยนั้นกำลังฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ มีการจัดงานมโหฬาร แต่ขณะเราลงไปงานเลิกไปแล้ว มีหลวงพ่อเฟื่อง อาจารย์สนั่น อาจารย์บุญทัน ท่านธรรมรัตน์ก็อยู่ที่นั่นในเวลานั้นในระยะหนึ่ง จะเป็นหนึ่งถึงสองเดือนนี่แหละ ก็เลยชวนกันกับอาจารย์บุญทัน และมีพระอีกองค์หนึ่งชื่อธงชัย ท่านอยากให้ไปอยู่ที่วัดป่าช้าจีน แต่ได้ไปพักที่วัดเขาหน้าผาที่พระธงชัยพักอยู่ในระยะหนึ่ง ประมาณ ๑๕ วัน ดูๆ แล้วคิดว่าถ้าอยู่ไปจะทำให้จิตใจไม่เจริญก้าวหน้า เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมมันไม่ค่อยดี จึงมาอยู่ที่นครสวรรค์ พระธงชัยที่นิมนต์ไปวัดป่าช้าจีน ก็มาสึกในภายหลัง

    มาถึงนครสวรรค์ไม่พอใจที่จะอยู่สถานที่นี้ จึงชวนกันกับอาจารย์บุญทัน โดยนัดกันที่จังหวัดลำปาง ท่านจะไปรถไฟ เราจะไปรถยนต์เจอกันที่นั่น แต่ท่านไม่ได้ไป ท่านไปอยู่ปราจีนบุรี เราก็เดินทางไปบวชนาคที่จังหวัดตาก บวชนาคแล้วพักอยู่ ๑ สัปดาห์ จึงเดินทางต่อไปที่อำเภอเถิน ที่วัดป่านันทนาราม หลวงปู่เหรียญ, หลวงปู่หลอด, หลวงปู่อ่อน ท่านเคยอยู่ที่นี่มาก่อน เจออาจารย์สนั่น ที่นั่นอีกเลยชวนกันอยู่ เพราะท่านพ่อลี บอกให้อยู่นี่เพื่อสงเคราะห์ญาติโยม มีเจ้าน้อยเมืองดี, พ่อมอย, กำนันมุ้ย เป็นโยมอุปถัมภ์ที่วัดนี้ ก็ไปอยู่จำพรรษาร่วมกันกับอาจารย์สนั่น, ท่านจันยา, ท่านสงัด, หลวงพ่อหาญ, พระต่าง และสามเณรคำ จำพรรษารวมกัน ๗ รูป ที่อำเภอเถิน ปี พ.ศ.๒๕๐๑ ที่นั่น

    • เหลือแต่กระดูก
    พอออกพรรษาแล้ว ก็มาพักวิเวกแถวดอนต้อก ที่นี้แหละที่ได้ทำความเพียร โดยมีพระที่ไปด้วยกัน ท่านทำกายนุปัสสนาสสติปัฐาน เห็นร่างกายเป็นตัวเปื่อยเน่าชำรุดทุดโทรม กำหนดไปตามคำสัญญาที่ครูอาจารย์แนะนำว่าให้พิจารณาอสุภะ เลยปราฏกเห็นเหลือแต่โครงกระดูก ท่านมองเห็นอย่างนั้นตลอดเวลา ท่านกลัวตายมาก ท่านเลยมาหา ท่านว่ามีแต่โครงกระดูกไม่มีเนื้อหนัง ท่านได้สำคัญไปตามความคิดเห็นว่ามันเป็นจริงๆ เลยกลัวตาย
    จึงคิดหาอุบายแก้ช่วยเหลือ จึงเรียกพระมาด้วยกัน ๓ องค์ เพื่อเป็นสักขีพยานในการที่ท่านรู้ ท่านเห็น ท่านมี ท่านเป็น ว่าขณะนี้ท่านมีโครงกระดูกไม่มีเนื้อหนังและกลัวตาย พอมาดูแล้วก็หยิกตรงไหนมันก็จะเจ็บที่สุดเลย ให้พระหยิกที่โคนขาแรงๆ ไม่ต้องกลัวมันขาด ให้หยิกแรงๆ ร้องอ๊ากเลย นี้ ! คนตายแล้วเหรอ พอหยิกข้าจริงๆ แล้วความรู้สึกมันก็เกิดขึ้นมา ถึงจะลืมตาขึ้นมามันก็เห็นอยู่แค่กระดูกนะ ลืมตานะไม่ใช่หลับตา สำหรับท่านที่รู้แล้ว ท่านที่เห็นนะ พอรู้สึกเจ็บแล้วก็นั้นแหละ ก็รู้สึกว่ามีเนื้อหนังแล้วเหมือนเดิม เมื่อปรากฏความเป็นจริงอย่างนี้เล้ว ท่านจึงยอมนับถือเราเป็นครูเป็นอาจารย์ เคารพนับถือจนท่านตายจากเราไป
    อันนี้ส่อให้เห็นถึงสัจธรรม อันสัญญาที่ปรุงแต่งมันเกิดขึ้นมา เวลาจิตใจมันเงียบระงับแล้วน้อมจิต เวลาจิตมันเบาแล้วน้อมไปทางไหนก็ได้ เหมือนของเบายกไปใหนก็ไม่หนัก มันเลยเป็นไปตามสัญญาที่ปรุงขึ้นแต่งขึ้น จิตมันอ่อนแล้วน้อมยังไงก็เป็นไปตามอาการของจิตนั้นๆ แต่มันเป็นเฉพาะตนเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นเขาก็ไม่รู้ไม่เห็นด้วย เป็นเฉพาะคนที่มีจิตอ่อนล้าน้อมกันไปกับอาการนี้ๆ แต่รู้สึกเหมือนกันที่เห็นขนาดนี้ คำว่าสมุทัย เป็นเหตุให้สุขภาพเกิดความทุกข์ มันก็เกิดจากการปรุงแต่งนั้นเอง แต่งดีก็ได้เสียก็ได้ อันนี้ให้พิจารณาดู จิตสงบแล้วน้อมไป ดีน้อมไปทางเสียก็ได้เสีย ข้อสำคัญที่สุดคือสติปัญญา ถ้าขาดสติปัญญาในความรู้เห็น ความมี ความเป็นแล้ว อาจคล้อยตามมันไปตามมันในทางที่ผิดก็ได้
    บางครั้งมันก็โน้มไปในทางที่ดีบ้างและไม่ดีบ้าง เรื่องของจิตก็เป็นหลักสำคัญที่ประพฤติปฏิบัติ จึงควรศึกษากายกับจิตของเราให้มาก ศึกษาสิ่งที่มันผิดมันถูกนี้แหละ มันดีมันเลวนี้แหละ เราจะมีปัญญาได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้ามันไม่เกิดอย่างนี้มันก็ไม่มีปัญญา เราก็ไม่รู้ว่ามันผิด มันถูก สิ่งที่มันผิดมันถูกทำให้คนฉลาด มีสติปัญญา แก้ปัญญาชีวิตอย่างราบรื่นขึ้นไปได้อย่างหมดปัญหาไปเลย เพราะความรู้ความเข้าใจในอรรถในธรรมนั้นๆ แจ่มแจ้งด้วยสติปัญญาของเราเอง

    • พระถ้ำ
    จากนั้นจึงไปช่วยงานหลวงพ่อลี วัดถ้ำพระสบาย อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ท่านไปจัดงานฉลองพระเจดีย์ ฉลองถ้ำ เมื่อการพัฒนาจนเสร็จสิ้นงานแล้ว ก็ขึ้นไปเชียงใหม่ พักที่วัดสันติธรรมกับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร พักกับท่านนี้นาน แม้จะออกไปเที่ยววิเวกในสถานที่ต่างๆ เช่น อำเภอแม่แตง ไปฟังโอวาทธรรม อุบายธรรมจากหลวงปู่แหวน ที่วัดป่าบ้านปง บางครั้งก็พักกับหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดปากทางแม่แตง เพื่อรับฟังอุบายธรรมคำสอนของท่าน แล้วจึงกลับไปกลับมา โดยอยู่ที่วัดสันติธรรมนี้เป็นหลัก หลวงปู่สิมท่านได้ออกไปวิเวกที่ถ้ำเปียงประจำ ได้ติดตามท่านไปแสวงหาโมกขธรรม มีพระที่ติดตามกันไปบ่อยๆ คือ พระอาจารย์ทองสุก อุตตรปัญโญ
    ปีที่อยู่ปากเปียง อยู่ในรูก็ไม่เท่าไร พอออกนอกถ้ำก็หนาว ปีนั้นหนาวมาก ต้นกล้วยไม้ตายไหม้เป็นทิวหมด มีแต่ผ้าบางๆ หาไม้ฟืนมาไว้ แต่หาโยมจุดไฟให้ก็ไม่มี นอนกับฟากไม้ไผ่สับผูกเป็นแผ่นๆ เอาผ้าปูนั่งปู เสื่อก็ไม่มี พอหนาวก็ดิ้นผ้าหายหมด นั่งกอดเข่าก็แล้ว นั่งสมาธิก็ไม่หายหนาวหรือหายชั่วคราว ธรรมชาติมันบังคับอยู่นั่งคอยเมื่อไรมันจะสว่างซักทีจะได้หายหนาว ความง่วงเหงาหาวนอนจะได้หาย จะได้ไปบิณฑบาต เหมือนมันนานจริงๆ นะ ช่วงนั้นกลางคืนจะนานกว่ากลางวัน อยู่นานๆ หนาวไป หนาวไป จนชิน ไม่ตายหรอก มีอาจารย์สุบินจากจังหวัดจันทบุรีช่วยกันปั้นพระพุทธรูปที่นี่ เราอยู่ที่ปากเปียงได้ ๔ เดือน
    ปี พ.ศ.๒๕๐๒ จึงมาจำพรรษาที่ถ้ำแดนสวรรค์ ที่อำเภอเชียงดาวนั่นเอง แต่คนละแห่งที่ถ้ำปากเปียง เป็นที่ทุรกันดารมาก ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๙ กิโลเมตร มาบิณฑบาตลำบาก ต้องอาศัยบารมีญาติโยมส่งเสบียงอาหาร มีชีพราหมณ์ไปอยู่ด้วยเพื่อทำอาหารถวายพระ ปีนั้นมีพระ ๓ รูป มีพระอาจารย์แขนดำ เป็นหัวหน้า แล้วก็เรา ท่านทองสุก แล้วก็มีชีพราหมณ์ มีชีอยู่ ๓-๔ คน แล้วพราหมณ์ชายนุ่งขาว ๓ คน ไปอยู่ด้วยกัน ทำอาหารกินเอง โดยเขาส่งเสบียงไปให้ แม่น้ำปิงไหลผ่านข้ามไปมายาก ถ้าบารมีไม่มีจริงๆ ตายแน่
    ยังดีที่โยมอุปถัมภ์กันนั้นมีวาสนาบารมีพอสมควรในเชียงดาว นั่นก็คือผู้ช่วยกำนันที่เชียงดาวนั่นแหละคนหนึ่ง และโยมในเชียงดาวนั้นเป็นผู้นำเสบียงอาหารไปส่ง บางอย่างก็ต้องจ้างเขาเข้าไปถ้ามันรีบด่วนเท่าไหร่ก็ต้องเสียเงินให้เขา แต่พวกที่เป็นกำลังใจอยู่ในเมืองก็มีเช่น คุณนายกิมเฮียง มีโยมโสฬส ลูกสาวแม่เลี้ยงเต่า ส่งปัจจัยไทยทานนี้ไปช่วยเหลือ เรื่องปัจจัยสี่จึงพออยู่ได้เพราะมันเป็นที่กันดารมาก อยู่ถ้ำแดนสรรค์ลงไปอาบน้ำห่างไป ๔ กิโลเมตร เดินกลับขึ้นมาเหงื่อแตกเหมือนเดิมแต่ยังดีกว่าไม่ได้อาบ ญาติโยมจึงซื้อแท็งก์สังกะสีขึ้นไปถวาย ๕-๖ ใบ
    อยู่ที่นั้นโยมเชียงใหม่ ลำปาง ส่งเงินไปซื้อสังกะสีไปมุง ซื้อแท็งก์ไปถวาย มันก็มีปัญหา โยมก็โยมเคยอุปถัมภ์ สมัยเราอยู่ถ้ำปากเปียงนั่นแหละ แกก็ไปพูดคุยกัน แม่ชีได้ยินมา เกิดทะเลาะกับโยมนี่อีก เราว่าจะทะเลาะกับเขาทำไม เรากินข้าวเขาอยู่ แกก็แก้ตัวไปเรื่อยๆ “โอ้ย มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายหรอกโยม” เราก็แก้ไขไปเรื่อยๆ อาตมาไม่ใช่พระตาย ได้ยินอยู่นี่ คนนึงพูดอยู่ในฝาอีกคนฟังนอกฝา อาตมาก็ดูอยู่ไม่ใช่ตาบอด ถ้าจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ใหญ่ได้ เรื่องเล็กก็ทำได้นะ
    เราอยู่ในถ้ำนี้ได้สี่เดือน ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนนะ ไม่ได้ออกไปเที่ยวเดินตามป่าอะไร อยู่ในถ้ำตลอด สบายดี ทำแค่อยู่หลังพระพุทธรูปอยู่สี่เดือน ตัวเหลืองเป็นกบซีดหมด
    การอยู่ในถ้ำแดนสรรค์แห่งนี้ได้สติปัญญา ได้ความรู้ความเข้าใจในอรรถธรรมบางสิ่งบางอย่างพอสมควรนะ ได้ความสงบดี มันเกิดความรู้ขึ้นมาว่า คนนี่นะ ดีก็มี ชั่วก็มี ไม่ต้องสนใจเขา เอาตัวเรา เราทำดีไว้เป็นที่พึ่งของเรา คนอื่นเขาจะมีความรู้ความเห็นยังไงก็ตาม มันเป็นเรื่องของเขา เราก็ปล่อย ไม่ใช่เรื่องของเรา เราก็สบายมีความสุข มันตัวใครตัวมัน ถ้าเราเอาเรื่องของคนอื่นมายุ่ง เราจะทุกข์ตลอดไปในโลกสงสาร เพราะมันมีปัญหาตลอด เราก็คิดให้มันเป็นปัญญา พูดให้มีปัญญา เราก็อยู่ได้สบาย ไม่เอาเรื่องใครมาเป็นปัญหา พยายามแก้ไขตนเองตลอด เลยสงบสงัดอยู่ด้วยความเยือกเย็น ใครจะร้อนเป็นไฟเราก็ไม่สนใจอะไร
    เหตุที่เราได้ความสุขคือ เราไม่ยุ่งกับคนอื่นก็เลยสุขอยู่อย่างนี้ ลองดูสิเรื่องของสัตว์โลก จะให้ฉลาดมีสติปัญญา รวย รุ่งเรือง เหมือนกันหมดมันไม่มี จะไปเคี่ยวเข็ญให้มันมีได้ไง ทำไมเรียนด้วยกันมันจึงไม่ได้ดอกเตอร์เหมือนกันหมดละ เรียนทำไมแค่ปริญญาตรี ถ้าเราไปคิดละก็ยุ่งไปหมดแหละ เพราะเราไม่รู้จักเหตุปัจจัยของสัตว์โลกว่า มันมีวาสนาบารมีที่ทำมาต่างกัน มันจึงมีปัญญา มีความคิดเห็นผิดแผกแตกต่าง ปัญหามีได้เพราะขาดความรู้ที่ถูกต้องนั่นแหละ
    ปรุงแต่งขึ้นมาได้ จิตมันปรุงขึ้นมา แต่เราไม่…ไม่หลงว่ามันเป็นความจริง เราพิจารณาเห็นความไม่แน่นอนของมัน สิ่งที่เกิดนี่อยากให้มันเกิดอีก มันก็ไม่เกิด พระพุทธเจ้าเลยว่ามันเป็นอนิจจัง สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง จิตเราจะคิดอย่างนี้อยู่ตลอด เอาอันนี้เป็นหลักไว้เป็นประจำไม่ยินดียินร้ายอะไร

    • ปลีกวิเวก
    พอออกพรรษาแล้ว ปี พ.ศ.๒๕๐๕ จึงตัดสินใจลาครูบาอาจารย์ คือ อาจารย์มหาสุด อาจารย์ทองสุข เดินทางไปหาสถานที่วิเวกที่อำเภอเวียงป่าเป้า ในการไปนี้ก็ไปหาประสบการจากสิ่งแวดล้อม ทดสอบตัวเองนั้นแหละ ก็ไปพักอยู่ที่แม่ขะจานนี้ระยะหนึ่ง จึงเดินทางออกไปทางอำเภอวังเหนือ ไปพักแรมไปตามถ้ำที่ต่างๆ ที่มีหมู่บ้าน วัด ถ้ำบ้าง ไม่ใช่เดินทางวันเดียวจะถึงที่หมายปลายทางคือไปหาที่วิเวกก็ไปพักอยู่บ้านร้าง แต่บ้านไม่ได้ร้างแต่อยู่เขตอำเภอวังเหนือ พอพักอยู่ที่นี้ก็ได้รับความสะดวกสบายจากเจ้าอาวาสและศรัทธาญาติโยมพอสมควร พอได้กินข้าวกับเขา เมื่อถึงบ้านนี้ก็เดินทางต่อไปข้ามลำน้ำ ลำน้ำอันเดียวนี้มันไกลจากเทือกเขา เขาจะพาเป็นที่ท่องเที่ยว
    เหมือนกันที่แห่งนี้ เดินทางทั้งวันจนถึงหมู่บ้านเย้า บ้านจวนเรือน พักอยู่ที่นี้สองสามวัน จากเขาไปอยู่ในป่า เขาก็กลัวไม่ให้ไปอยู่ จะให้อยู่ในบ้านก็เป็นที่ไม่สบายเรา เพราะไม่เคยพักอยู่ตามบ้านเรือนเขา จึงลาญาติโยมลงมาอำเภอพะเยา แต่ได้พูดเล่นกับเขาว่าเราเนี่ยฉันข้าวมื้อเดียว เลยรับรองว่าจะให้อยู่ได้ เลยบอกเขาว่าหากมีเจตนาศรัทธาอยากให้จำพรรษาด้วย ก็ให้ช่วยทำกระต๊อบเล็กๆ สักหลังหนึ่งพอได้อยู่ อาตมาก็จะลงไปอำเภอพะเยา แล้วประมาณเจ็ดวันจะขึ้นมาใหม่
    มีเรื่องแปลกอยู่ว่า ขณะมาป่าเมี่ยแม่สาย ได้เคยปรากฏเห็นบ้านที่ตรงอำเภอพะเยา เห็นอะไรๆ เหมือนเคยอยู่มาแล้ว มาที่นี้ญาติโยมก็พากันมานิมนต์ให้อยู่จำพรรษาที่สถานที่นั้น เลยได้เล่าให้เขาฟังว่าอาตมาได้พูดกับเย้าจวนเรือนที่ยอดเขาไว้ จะลงมาแค่เจ็ดวัน ให้เขาทำที่จำพรรษาให้ ถ้าเขาไม่ทำจะค่อยลงมาใหม่ เมื่อครบเจ็ดวันจึงเดินทางไปบนภูเขาแห่งนี้ เขาก็ทำสถานที่ให้อยู่จริง เลยตกลงใจจำพรรษาที่นั่น
    ที่เย้าทำที่พักให้นั้น มันห่างจากหมู่บ้านประมาณสองกิโลเมตร เป็นสันเขามองลงไปเห็นอำเภอพะเย้าได้ชัดเจน จึงได้ตรัสสัจจะอธิฐานมอบกายถวายชีวิตบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าการมาอยู่ในสถานที่นี้ไม่มีความมุ่งมาดปรารถนาสิ่งใด มีเพื่อจะอบรมนิสัยจิตใจให้เกิดความสงบ ความรู้ความฉลาดของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่มีกรรมไม่มีเวรต่อกัน สัตว์ทั้งหลายจะเป็นหมี เสือ ก็แล้วแต่ อย่ามาเบียดเบียนกันและกัน เราไม่ได้ตั้งใจมาเบียดเบียนใคร หากมีกรรมเวรต่อกันแล้วก็มอบกายถวายชีวิตบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไปเลย ยอมตายในสถานที่นั้นพูดง่ายๆ
    ในการไปพักในที่นั้น ในเบื้องต้นคิดไว้ว่าจะไม่พูดกับคน แต่เอ๊ะ…มีปากเขาเจาะไว้ให้พูดแล้วไม่พูดนี่จะมีประโยชน์อะไร มาพิจารณาแล้วว่าจะไม่อธิฐานต้องเลิก ต้องพูดกับญาติโยมที่ไปมาหาสู่ แล้วตั้งคำสัตย์จะไม่บอกใบ้ให้หวย เลขเบอร์ กับใครทั้งนั้น อยู่ในสถานที่แห่งนี้ก็มีสัตว์หลายจำพวก มีหมี มีเสือ เป็นทางผ่านของมัน แต่เราไม่รู้มันไปมันอยู่ ได้ยินแต่เสียง แต่ไม่เข้าใจนะก็เลยไม่กลัว ก็เลยอยู่ได้สบายๆ เดินจงกลมภาวนาไม่มีสิ่งที่จะก่อให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนอะไรในสถานที่นั้น
    อยู่ที่นี่มีแต่เรื่องแปลกๆ เช่นเล่านิทานไป เขาคิดเป็นหวยถูกจนเจ้ามือยอมแพ้ คนวุ่นวายมาเรื่องหวยนี้แหละ เลยหนีเขาป่าห้วยซ่าน พอได้ที่ราบๆ เดินจงกลมภาวนา
    ไปวันแรกเขาก็ทำที่พักไว้ให้แล้ว โดยนัดเขา เขาก็ทำให้จริงๆ นานประมาณสองเดือนได้อยู่ที่นี่ เราเลยได้โอกาสลามาที่แม่ใจ เมื่อตอนที่ได้ไปอยู่ที่บนเขา พวกพระเจ้าคณะอำเภอเขาชวนกันมา จะมาไล่เรา พวกเย้าก็บอกว่า พวกพระเจ้าคณะอำเภอสู้ท่านไม่ได้หรอก พูดไม่ทันท่านหรอกว่างั้น มันก็เป็นเรื่องบังเอิญจะตามเรามาที่ห้วยซ่าน มาเราหนีแล้ว เราหนีไปอยู่โน่นก็จะไปอีก เขาเอาข้าวใส่บาตรไป ข้าวที่เย้าเขาถวายอาหารน่ะ บังเอิญบาตรนี่ตกลงไปคว่ำกับขี้หมูขี้หมาอยู่หน้าบ้าน มันเลยกลัวเราเลยแค่นั้นแหละ กลัวแล้วไม่ตามเราไป แต่ก็ไม่รู้จะไล่เราเรื่องอะไร มันขึ้นไปดูๆ อยู่บางทีน่ะ แต่ว่าพวกพระที่อยู่แถวๆ นั้นมันข้นไป มันอยากจะได้เงินบ้างอะไรบ้างที่เราเคยให้ ปัจจัยอะไรที่เขาถวายมานี่เราให้เขาเหน็บไว้ตามฝาแหละ อยากได้ก็เอาไปเลย ว่างั้นนะ
    “ฝนตกไม่ยอมหยุด น้ำหลาก การบิณฑบาตมันลำบาก มันไกล ต้องอดข้าว ไม่กิน จนเย้าถามว่า ทำไมท่านไม่กินข้าว ไม่กินก็ไม่ตายหรอก จนเขาสงสัยว่า ทำไมอดข้าวหลายวันแล้วเป็นปกติอยู่ ไม่เป็นอะไร เขาจะเอามาให้เราก็ลำบาก เราจะไปก็ลำบาก จึงยอมอดไปเฉยๆ มิใช่ตั้งใจทรมานตนให้ลำบาก ใจว่าไม่กินก็ไม่กิน มันเลยไม่อยาก แม้มันอยากก็ไม่กิน มันก็จบเท่านั้นเอง”

    • ปรากฏเห็นหลวงปู่มั่นกับหลวงตามหาบัว
    อยู่ที่จวงเรื้อนนี่ มีคนมาอาศัยค้างกับเราเยอะเพราะหวังจะร่ำรวย คอยฟังเราพูดอะไรออกมาเป็นเลข เช่น พูดว่าสองเส้นสามเส้นไม่ได้ มันจะจับไปซื้อหวยซื้อเบอร์ คนพากันหลั่งไหลขึ้นมา เพราะว่าเขาจับไปเป็นหวยเป็นเบอร์หมด มันก็แปลกอยู่เพราะอยู่ในสถานที่แห่งนี้ วันหนึ่งปรากฏเห็น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กับ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ไปหาคนบนหลังเขานั้น เอ๊…เราก็งง เพราะไม่เคยเห็นหลวงปู่มั่น เคยเห็นแต่รูปท่าน ตัวจริงๆ ไม่ได้เห็น หลวงตามหาบัวก็ไม่เคยสนิทสนมกับท่าน เคยแต่ได้ยินชื่อเสียงของท่านบ้าง
    ทำไมจึงปรากฏเห็นท่านทั้งสองว่าได้ขึ้นไปบนเขาลำบากทุรกันดารเช่นนั้น ไปท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ปรากฏเห็นท่านก็รู้สึกว่าท่านยิ้มๆ ให้ ท่านว่า “ดี อดทนเอานะ” ท่านว่างั้น แล้วท่านก็เดินผ่านไป เราก็ได้ยกมือไหว้ท่าน นึกว่าจะไปจัดสถานที่ให้ท่านนั่ง ท่านก็ผ่านไปเลย จึงไม่ได้ฟังโอวาทของครูบาอาจารย์ ท่านเพียงกล่าวคำเดียวเท่านั้นว่า “อดทนเอานะ” ท่านว่างั้น หลังจากนั้นเราก็อดทนเอา

    • ผีกองก๋อยที่หมู่บ้านจวงเรื้อน
    ประมาณเดือนแรกเข้าพรรษาแล้วนี่ เคยได้ยินเย้ามาเล่าให้ฟังว่า ไปเจอเด็กเล็กๆ สองคน อายุประมาณสองสามปี เขาไปกับภรรยาของเขา เขาว่ามันงัดก้อนหินก้อนใหญ่ๆ เท่าเตียงนอนนี่ ทำไมมันจึงแข็งแรง มันตัวอะไร ถามเขาว่า มันงัดเพื่ออะไร มันหาอะไรมันหากินปูกินหอย เขาสองผัวเมียยืนดูอยู่ เราเลยมานึกถึงครูบาอาจารย์เคยเล่าถึงผีกองก๋อย มันต้องเป็นผีกองก๋อยแน่นอนเรารู้สึกแต่เราไม่ได้พูดหรอก เราไปอยู่นั้นเริ่มแรกทางผ่านมันวิ่งอยู่ ร้องก๋อยๆๆๆ ทุกวันๆ แต่เราก็ไม่รู้ พอเย้ามาพูดแล้วใจจึงปักลงว่า ผีกองก๋อยแน่นอน
    ทางเดินจงกรมที่ให้เย้าทำไว้ แต่ก่อนเดินสามสี่ทุ่มก็ไม่กลัว เสือก็ไม่มี ผีกองก๋อยก็ไม่มี พอได้ยินเขาเล่าว่าเห็นเด็กเล็กๆ สองคนงัดก้อนหินใหญ่ได้ กับได้ยินเสียงร้องก๋อยๆๆ ใจจึงปักลงว่าผีกองก๋อยมาหาทุกวัน ความกลัวจึงเกิดขึ้น เดินจงกรมพอมืดหน่อยก็อยากเข้ากุฏิแล้ว มันก็กลัวอยู่อย่างนั้นแหละ คิดยังไงก็ไม่ตก ทั้งๆ ที่คิดมอบกายถวายชีวิตบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว คิดหาวิธีแก้ นั่งภาวนาก็ไม่มีวิธีแก้ตก
    อยู่มาวันหนึ่งที่มันจะมาแก้ตกคือ เราต้องไปดูให้เห็นตัวมัน ตายก็ตายไป เราเอาตายเข้าสู่เลยอะไรที่ไม่เป็นธรรม เรามอบกายถวายชีวิตแก่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว มากลัวจะได้ประโยชน์อะไร ยอมตายพอแรงแล้วนี่…อยู่ไปก็ตายอยู่ดีถึงจะคิดยอมตาย แล้วสัญชาตญาณการต่อสู้ยังมีอยู่ จึงถือมีดมือขวา ถือไฝฉายมือซ้าย ต้องไปดูมันมานี่ทุกๆ วันต้องเจอมันแน่ๆ ไปแอบอยู่ที่ไม้สนนี่แหละ มันยังไม่มืดพอมองเห็น แรกๆ ได้ยินเสียงมันร้องก๋อยๆๆ ขนลุกซู่ เอาล่ะ ตายเป็นตายไม่ตายก็เป็น กูไม่ตาย มึงก็ตาย มึงไม่ตายก็เป็นกูตายว่างั้น มันวิ่งมาห่างประมาณสองเส้นข้างหน้าว่างั้น มันชูสองขายกขึ้นร้องก๋อยๆ โอย…มันทำกูกลัวเกือบเป็นเดือน ทีนี้กูไม่กลัวแล้วมึงเป็นอีเห็น…พอรู้จริงว่ามันเป็นอีเห็นความกลัวก็หายไป ตั้งแต่นั้นมาจึงหายกลัวผีกองก๋อย เดินจงกรมภาวนาได้ตามปกติ

    • เสือกับอารมณ์
    สมัยนั้นที่จวงเรื้อนมีเสือโคร่งใหญ่ขนาดเท่าวัวหรือม้า อำนาจเสียงของมันฮึมมม…อาววว แม้แต่จิ้งหรีดร้องๆ เงียบไปหมดเลย นี่ ! อำนาจของมันเราได้ยินเสียงพึมพำมา ลูกคอเสือมันหายใจฮึกฮักเหมือนคนคุยกัน นึกว่าโยมมันมากลางคืนอีก ยังคิดว่าเดี๋ยวเสือจะกินโยมตาย แต่ไม่เห็นมีโยมมา
    จนกระทั่งเสือมากินหมูตาย ครั้นวันหนึ่ง ตี ๔ แล้วให้โยมไปไล่หมู กลัวมันมาขุดเม็ดมะม่วงที่ปลูกกันไว้ เรานั่งภาวนาต่อ ได้ยินเสียงดังก๊กๆ นึกว่ามันกัดกัน วันที่สองมีคนมาถาม จึงบอกว่าได้ยินเสียงมันกัดกัน อะไรได้ เสือมันลากหมูไปไว้ที่คลองที่เราตักกินนั้นแหละ โอ๋ย…ตั้งแต่วันนั้นนน…ก็ไม่ยอมจริงๆ มันยังจะสู้กับเสืออยู่นะ ไม่ให้ตายเปล่าๆ ฟรีๆ หรอก จิตใจนี่อันนี้นี่ของจริงนะ มันเกิดขึ้นกับจิตเรา สัญชาตญาณการต่อสู่นะมันยังไม่ยอมเลิกนะ
    แค่คำสัจจอธิษฐานในใจนี่อย่าไปไว้ใจมัน เอาจริงๆ แล้วมันกลัว มันเลยจะสู้อยู่ ตายก็ตายต่อเมื่อเราได้สู้กันน่ะหละ สุดท้ายจึงเดินตามเสือพิสูจน์ดูซิว่ามันจะทำอะไรไหม ห่างกันประมาณสี่ห้าเมตร มันก็เดินหนี พอมันหยุด เราก็หยุด แต่เราก็ถือมีดไปด้วยนะ ถ้ามันเล่นงานเรา เราก็สู้เหมือนกัน มันก็ไม่ทำอะไร เราก็ไม่หันหลังกลับนะ กลัวมันจะย้อนมาเล่นงานเรา รอดูจนกระทั่งมันไป เราจึงกลับ เอาไปเอามามันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันก็หายไปความกลัวนี้
    ช่วงนั้นมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นกับจิตใจหลายอย่างเหมือนกันนะ ในสถานที่นั้นใครพูดอะไรก็ถูก จนคนเขาว่าเราเป็นพระอรหันต์ มันได้แต่หันซ้ายหันขวารู้ว่ากิเลสมีอยู่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราถือคำสัจจ์ พูดอะไรไว้จะทำอย่างนั้น คนวุ่นวายมากเรื่องหวยนี่แหละ เลยหนีเข้าป่าหวยซ่าน เราไม่เคยอยู่ไม่เคยได้ยินเสียงสัตว์ป่ามันร้องคือ นกขัว (ไก่ขัว) เหมือนนกยูงหางยาว บินไม่ค่อยได้ ขาแดงปากแดง
    พอเรานั่งฉันน้ำร้อนอยู่ เขามายิงเขามาบอกอยู่เหมือนกันนะ ยิงปืนปัง เสียงมันร่วงตูมเหมือนค้างคาวร่วง เขาหิ้วมาตัวใหญ่อยู่เท่าเป็ดไม่ใช่เป็ดเหมือนห่านเนี่ยตัวใหญ่อยู่ เราเลย เอ๊…เป็นนิมิตที่ไม่ค่อยดีนะ ไม่เป็นมงคลแล้ว มันมาฆ่าสัตว์ให้เห็น มาวันเดียวนี่เขามายิงสัตว์ตายแล้ว อยู่หลายวันจึงได้โอกาสขอบิณฑบาต ไม่ให้ยิงสัตว์ในบริเวณนี้ให้เว้นไว้ เขาก็ยกให้ตามที่ขอไว้ อย่ามาฆ่าอย่าเบียดเบียนสัตว์ในสถานที่นี้นานประมาณสองเดือนได้อยู่ จนเสือมันมากินหมู วัว ควายเขา เสียงปืนมันยิงสนั่นหวั่นไหว เหมือนรบทัพจับศึก
    เรายังคิดว่า เออ…จะได้เคี้ยวเสือละมัง จริงๆ เขาแค่ยิงไล่เฉยๆ มันอาละวาดเขาไว้ หัวค่ำมืดๆ เสือมันจะมาทุกวันๆ เราไม่เห็นมันทำอะไรเรา เราก็ไม่กลัวเสือ เวลามันมากลางวันเห็นเราตามทางมันก็กระโดดเข้าป่า หมีก็เหมือกันไม่เห็นมันจะทำอะไร จึงหายกลัวตั้งแต่นั้นมา
    “เป็นเรื่องที่ให้คนเห็นอำนาจแห่งความกลัว ให้คนเห็นชัดว่าเราควรจะต่อสู้ยังไงจึงไม่กลัว ต้องเอาตายเข้าสู้ สู้ตาย ถ้ามันเห็นแล้วว่ามันไม่เป็นความจริง มันก็จะหายกลัวไปเลย เช่น กลัวเสือนี่ไปดูมันเลย พอรู้ว่ามันไม่ทำอะไรเราจึงหายกลัว ผีกองก๋อยก็ไปดูมันเลย เอาตายเข้าสู้ แต่ไม่ยอมตายหรอกต้องสู้กัน ตายแล้วแล้วกัน ถ้าผีไม่ตายเราก็ตาย เสือไม่ตายเราก็ตาย เมื่อมันไม่มีอะไร เห็นความจริงแล้วก็หายกลัว ตั้งแต่นั้นเดินจงกรมได้สบายเลย เสือมีแต่วิ่งหนีเรา แต่มันมาก็ต้องสู้เหมือนกันจะอยู่เฉยๆ แล้วยอมให้มันกัดก็ไม่เอานะ การสู้คือการสู้เอาตัวรอดนะ ถ้ามันมีทางหลบหลีกเราก็หนีไปไม่ใช่เจตนาจะฆ่าเสือ ถ้ามันอยู่ดีๆ กระโดดมาสู้กับเรา เราก็ต้องสู้มันเลย จะให้มันมากินง่ายๆ ก็โง่เต็มที สู้ก็ต้องสู้เพื่อเอาตัวรอดมิใช่สู้เพื่อจะฆ่าจะตายอะไร ถ้าจะให้มันกินตายเฉยๆ ก็ไม่ใช่ละมันก็โง่เต็มทีแล้ว ถึงจะยอมตายแล้วให้เสือมันกิน นี่ก็เหมือนกันกับฆ่าตัวเองนั่นแหละเป็นบาปเป็นกรรม เราจะรอดวิธีไหนก็ต้องสู้ไปก่อนล่ะ”

    จนวันหนึ่งพวกเย้ามาสองทุ่มนี่ มาเจอเสือเข้า เสือดาวตัวเล็กๆ นี่เขาจะมายิงเพราะมันมากินหมูไก่ โอ…ไม่ให้ยิงๆ เราขอบิณฑบาตไว้ เลยไม่ยิง เราไม่ให้ยิง เขาเลยไม่กล้ายิง เขาก็ว่าพระองค์นี้มีบุญเสือไม่กล้ากิน เราก็นึกขำจนทุกวันนี้แหละ ทุกวันนี้ยังมีเย้าที่ห้วยซ่านอยู่ ที่จวงเรื้อนไปไม่หมดแล้ว มีเจ้าหน้าที่เขามาบอก
    สาเหตุที่จะได้ลงจากเขามาเนี่ยเพราะเสือมันอาละวาด มันมากัดควายที่เขาเลี้ยงไว้ แรกๆ มันก็ไม่มีอะไรนะ เราไปคอยรับบิณฑบาตเขาอยู่ เขาบอกว่า ท่านอย่าตกใจนะ เขายิงปืนแม่นจริงๆ นกเหยี่ยวมันบินมาเฉี่ยวไก่เขา เขาก็ยิงปัง ตั้งแต่นั้นเสือโคร่งใหญ่อาละวาดใหญ่เลย เราเลยว่า เอ๊…มันไปผิดอะไรเขาอย่างใดอย่างหนึ่ง ม้าอยู่ดีๆ ก็เกิดโรคขึ้นมา วิ่งไม่รู้จักเป็นจักตาย แล้วก็พิงต้นไม้อยู่เท่านั้น เขาก็งงหายาให้มันกินมันจะเป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ ผลสุดท้ายเราแผ่เมตตาให้มัน มันก็ยังอยู่ได้ วันหนึ่งคิดว่ามันหายดีแล้วละ แต่เขามารายงานว่ามันตายแล้ว พอเสือมาอาละวาดสัตว์เขามากๆ เขาก็ยิงปืนเหมือนรบทัพจับศึก มันจะผิดผีเขาละมั่ง ค่ำลงก็ร้องกันพวกหมอผีนั่น เราเลยได้โอกาสลามา
    ปี พ.ศ.๒๕๑๐ ได้มารับเอาน้องชายเข้าบวช คือ พระอาจารย์ชดี ธัมมวโร ท่านบวชเป็นสามเณรที่สกลนครนี่ ในปีเดียวกันก็ได้บวชเป็นพระภิกษุที่จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่วัดสันติธรรม กับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร มีผู้ติดตามไปบวชที่เชียงใหม่ในคราวเดียวกันสิบรูป ที่ยังเหลือเป็นพระอยู่คือ อาจารย์ชดี อาจารย์คำพาว ท่านประสิทธ์ และอาจารย์เจริญ สุวัฑฒโน ซึ่งเป็นพระที่อยู่กับ ท่านอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป ทุกวันนี้ ป่าเมี่ยงแม่สายนี้อยู่นาน อยู่เพื่อสงเคราะห์ยายคนนี้ที่ตั้งใจในการให้ทาน รักษาศีล ก็อยู่ไปเพราะครูบาอาจารย์เคยอยู่สงเคราะห์ยายคนนี้ เลยอยู่ที่นี่ถึงสิบสองปี ที่ป่าเมี่ยงแม่สาย

    • หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ มรณภาพ
    อยู่ป่าเมี่ยงแม่สายจน พ.ศ.๒๕๑๒ จึงมาจำพรรษาที่ผาปก จังหวัดราชบุรี กับอาจารย์ทองสุกองค์หนึ่ง สาเหตุคือท่านรังสี มานิมนต์ว่าให้ไปช่วยพุทธาภิเษกพระพุทธรูป พอมาถึงเห็นโลง อ้าว ! ท่านรังสีรถคว่ำตายซะแล้ว โยมที่อุปัฏฐากอยู่เลยนิมนต์ไปจำพรรษาที่ผาปก ปีนั้นมีเรา ท่านทองสุก อาจารย์คำพาว อาจารย์ดาด เลยไปอยู่จำพรรษาให้เขา
    ปี พ.ศ.๒๕๑๒ เราก็ไปป่วยอยู่ รู้สึกเหมือนถูกดาบเสียบเข้าหน้าอกทะลุหลัง นั่งกระดิกไม่ได้ปวด นั่งภาวนาตายๆๆๆ อย่างเดียวตั้งแต่หัวค่ำ มาได้ยินเสียงว่าให้เอาไม้ไผ่กับแกนฝางมาต้มกิน มากินแล้วรู้สึกอาการมันดีขึ้น แถวนั้นมันมีมาลาเรียเหมือนกัน มันกลับมาเป็นอีก ออกพรรษาแล้วก็ขึ้นมาสกลฯ นี่แหละ มากราบหลวงปู่พรหม ได้ยินเสียงมีคนมาบอกว่าท่านป่วยลื่นล้มหัวฟาดพื้น มันก็ป่วยจริงๆ อย่างที่ได้ยินนั้นแหละ
    ช่วงที่ท่านล้มหมดสติไปชาวบ้านช่วยกันย่าง (การรักษาแบบโบราณ นอนแคร่ รมด้วยสมุนไพร) ท่านก็กลับแข็งแรงดีแล้ว คิดจะสร้างเจดีย์ถวายท่าน ไปใส่ฟันให้ท่าน ท่านยังสดชื่นดีอายุยังไม่ถึง ๘๐ ดี แต่ท่านจะรู้ตัวดีว่าท่านจะมีปัญหาชีวิต จึงเก็บเรียบร้อยหมด มีด เสียมอะไร ท่านยังถามเราอยู่ว่า ”จะกลับอยู่เหรอ” ก็ตอบว่าจะกลับ พระท่านจะสร้างกุฏิ ท่านเห็นว่า “เออ” เราก็โง่ไม่ได้ถามท่าน ไม่ได้คิด เราไปแล้วก็มีแต่หลวงตาอยู่กับท่าน
    อีกสองสามวันมีคนมาตามอาจารย์สอน ซึ่งระยะนั้นท่านกลับมาจากจังหวัดเลย ได้นิมนต์ให้ท่านพักที่วัดตาลนิมิต คนตามให้ท่านไปดงเย็น หลวงปู่ป่วยหนักท่านท้องเสีย เรามีกิจนิมนต์ไปทำบุญสองสามแห่ง กลับมาถึงวัดประมาณเที่ยงๆ ทราบว่าหลวงปู่ป่วยหนัก คิดว่าบ่ายสี่โมงก่อนจะไปกราบหลวงปู่ อาจารย์สอนไปแต่เช้าแล้ว อาจารย์ลีกับอาจารย์สุภาพไปบ้านก่อน
    พอเราไปถึง บ้านดอนเชียงยืน เลยพบกับโยมที่เป็นครู ๒ คนคือ อาจารย์ชายกับอาจารย์สวัสดิ์ ได้แจ้งว่าหลวงปู่มรณภาพแล้ว เขากำลังไปซื้อสิ่งของต่างๆ มาใช้งาน เรากับอาจารย์สอนก็ช่วยจัดอะไรให้เรียบร้อย ไมมีใครกล้าฉีดยาท่าน เราก็เอาเอง ฉีด คลุมผ้า จัดให้นอน จนตีหนึ่งตีสองอาจารย์ลีกับอาจารย์สุภาพมาถึง มันลำบากนะเดินทางเท้า ทางรถทางเรือก็ไปไม่ถึง หลวงปู่เสียปีนั้นแหละ
    พ.ศ.๒๕๑๒ เราก็กลับไปที่ป่าเมี่ยงเหมือนเดิม ออกพรรษาจึงลงมาที่บ้านดงเย็น จัดงานศพหลวงปู่พรหม เผาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ ท่านมามรณภาพเรื่องท้องเสีย คืนเดียวเท่านั้นเอง ก่อนนั้นยังเทศน์ให้ญาติโยมฟังอยู่เลย หลวงตาถามท่านว่า เป็นไงหลวงปู่ ท่านว่า “เจ็บหมดตัว” เป็นแค่คำพูดคำเดียวจนมรณภาพไป ตอนงานเผาศพ มีหลวงปู่ชอบ ฐานสโม มาเล่าเรื่องไปพม่าด้วยกันกับหลวงปู่พรหม แล้วมีฤาษีมาศรัทธา อุปถัมภ์บำรุงจนตลอดพรรษา
    ปี พ.ศ.๒๕๑๓ เราได้กลับไป ได้จำพรรษาที่ป่าเมี่ยงเหมือนเดิม

    • ปฏิบัติหลวงปู่แหวน สุจิณโณ
    ปี พ.ศ.๒๕๑๒ เราได้ไปกราบนมัสการฟังธรรมจากครูบาอาจารย์รูปต่างๆ อาทิเช่น หลวงปู่สิม หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่แหวน ฯลฯ เป็นประจำไปๆ มาๆ อยู่บริเวณนี้แหละ บางครั้งก็พักผ่อนอยู่กับท่าน พอสมควรแก่เวลาแล้วก็ออกไปเที่ยววิเวกตามป่าที่ครูบาอาจารย์แนะนำมาว่า ที่นั่นดีที่นี่ดีสงบสงัด สงบเย็น เสนาสนะสัปปายะ อาหารสัปปายะ พอเป็นได้ แต่ก็ไปกันไม่มาก โดยส่วนมากแค่สองสามองค์เพราะมากกว่านั้นก็ไม่ไหว อาหารบิณฑบาตจะลำบาก วัดดอยแม่ปั๋ง เราก็เคยไปพักอยู่กับหลวงปู่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๓ – ๒๕๐๔ ท่านอยู่องค์เดียว จนปี พ.ศ.๒๕๐๕ หลวงปู่แหวนจึงขึ้นมาอยู่ก็ไปๆ มาๆ อยู่แถวนี้แหละ
    ช่วงประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๒ อาจารย์ทองสุกมาเริ่มสร้างวัดขึ้นแถวอำเภอพร้าว เรียกว่า วัดภูริทัตตะวนาราม..ทำนองนี้ ที่หลวงปู่มั่นเคยพักอยู่ตรงนั้นรวมทั้งหลวงปู่เทสก์ หลวงปู่ชอบ หลวงปู่ขาว หลวงปู่อ่อนสี หลวงปู่เหรียญ ตามที่หลวงปู่แหวนเล่าให้ฟัง ฉะนั้น ในบริเวณนี้ก็ถือว่าเป็นสัปปายะในการบำเพ็ญสมณธรรมของครูบาอาจารย์หลายองค์ในยุคนั้น ที่ได้มาพำนักพักอาศัยก่อนแยกย้ายไปบำเพ็ญสมณธรรมในบริเวณนั้น เราจำพรรษาที่ป่าเมี่ยง จนปี พ.ศ.๒๕๑๕ ถึง ๒๕๑๗ ก็จำพรรษาที่วัดดอยแม่ปั๋ง หลวงปู่แหวนขึ้นมาอยู่วัดดอยแม่ปั๋งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๕ ซึ่งปี พ.ศ.๒๕๐๔ ท่านอยู่ที่บ้านปง เลยแวะพักกับท่าน มีหลวงปู่แหวน อาจารย์หนู ท่านทวี ท่านจันดี จำพรรษาด้วยกัน
    ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ – ๒๕๑๗ นั้นได้อยู่ปฏิบัติครูบาอาจารย์เป็นสำคัญ เนื่องจากหลวงปู่ท่านชรามากแล้ว นี่คือความประสงค์ส่วนแรก อีกส่วนอยู่เพราะรับปากกับหลวงปู่หนูว่าจะสร้างศาลา เพราะหลวงปู่หนูกับท่านทวี ๒ คน คงทำกันไม่ไหวจึงอยู่ช่วย ศาลามันไม่ดีเลยรื้อสร้างใหม่ เราอยู่ช่วยท่านสร้างศาลาร่วมกับท่านอาจารย์จันดี อาจารย์ทวี รวมเป็นอยู่ด้วยกัน ๕ องค์ เมื่อทำศาลาเสร็จจึงมาขออนุญาตสร้างเหรียญรุ่นลูกมะพร้าว เป็นอนุสรณ์ของอำเภอพร้าวเพื่อแจกในงานฉลองศาลา

    ปี พ.ศ.๒๕๑๕ -๒๕๑๖ นั่นแหละ ได้ไปทำซ่อมพระที่ทางขึ้นวัดดอยแม่ปั๋ง โดยมีซากพระพุทธรูปชื่อ พระเจ้านั่งช้างอยู่ หน้าตักประมาณ ๔ เมตร พอฉันเสร็จแล้วเราก็สะพายย่ามขึ้นไป โยมเป็นคนผสมปูนให้ เราเป็นคนทำ ไม่ได้ดิบดีมีเครื่องมือ และละเอียดลอออะไรสมัยนั้น จนปี พ.ศ.๒๕๑๘ จึงมาจำพรรษาที่วัดบ้านตาลเป็นปีแรกเลย
    “การทำดี ไม่ผิดศีลผิดธรรมแล้ว เราไม่กลัว ใครไม่ทำเราก็ไม่ไปเดือดร้อนให้ใคร การจะไปดุด่า ไปว่าตำหนิติเตียนนี่ ไม่มีละ และต้องทำให้สำเร็จ แล้วก็สำเร็จจริงๆ ใครจะช่วยรึไม่ไม่เกี่ยว ช่วยก็ยินดี ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร เราตั้งใจไว้อย่างนั้น อยู่ที่ไหนก็เหมือนกันนะ จนมีหลวงปู่องค์หนึ่งพูดว่า “แปลกเหมือนกันนะพระองค์นี้ ไปทำอะไรกลางแดดร้อนอยู่องค์เดียว” พอฉันเสร็จเราก็ไปแล้ว ฉาบ เลื่อยไม้ ไสกบ อะไร แดดร้อน ยังไงก็ทำอยู่องค์เดียวนั่นแหละ”

    • การสร้างวัดใหม่บ้านตาล
    “ครั้งหนึ่งหลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ ท่านได้ปรารภเองว่า ถ้าอยากได้วัดดี ก็ให้มาเอาวัดตรงนี้สิ ที่ป่าช้านี่ เราก็ว่าไม่มีบารมีหรอกหลวงปู่…มันก็บังเอิญจริงๆ”
    โยมพ่อได้เข้ามาช่วยตั้งแต่เริ่มสร้างวัด ท่านมีเพี่อนที่เคยเป็นทหารด้วยกัน เขาให้เป็นนายสิบแต่ลาออกจากทหารมีครอบครัวที่บ้านตาลนี่ มาอยู่เป็นเพื่อนกันเพื่อดูข้อวัตรปฏิบัติประมาณ ๑ ปีเศษและสมัครใจบวชพร้อมกัน รู้สึกว่าท่านต้องการที่จะบวชมาก จึงอนุญาตให้ท่านบวชด้วยกัน ๒ คน
    “การงานอะไรต่างๆ มันก็ต้องต่อสู้ทั้งนั้นกับอุปสรรค แต่สำหรับเราไม่เคยทำฎีกาเรี่ยไรบอกบุญอะไร อะไรที่ยากสำหรับเขา สำหรับเรามันง่ายนะ ตลอดมาศรัทธาญาติโยมเขาทำกันเอง บอกกันเอง เขาพร้อมจะสนับสนุนช่วยเหลือเสมอมาจนกระทั้งวันนี้…อยู่ไปตามมีตามได้ ไม่ดิ้นรนขวนขวายอะไร ถ้าเขามีศรัทธาอยากทำ ก็พาเขาทำตามวัตถุประสงค์ของญาติโยม ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็ทำเช่นนี้”
    ได้สร้างวัดนี้เรื่อยมา มีกุฏิหลายหลังเป็นที่อาศัยของพระเณร ปีแรกที่จำพรรษารวมกัน ๕ รูป ได้พัฒนาวัดนี้ขึ้นจนสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย จนเมื่อได้ น.ส.๓ แล้ว ได้วงเล็บไว้ว่าเพื่อเป็นที่สร้างวัด ตั้งชื่อวัดตาล ตามกฎหมาย แต่ชาวบ้านเรียกว่าวัดใหม่บ้านตาล สำหรับโยมพ่อเมื่อบวชเป็นภิกษุอยู่จำพรรษาร่วมกัน จนกระทั่งท่านอายุ ๘๐ ปี จึงมรณภาพ นี่คือการสงเคราะห์ญาติคือโยมบิดาได้เขามาสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในพระพุทธศาสนา ท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความตั้งใจใฝ่อรรถใฝ่ธรรมของพระพุทธเจ้า เอาจริงเอาจังเอาเป็นตาย ฝากชีวิตไว้ในพระพุทธศาสนาตลอด โดยท่านได้ละสังขารเมื่อพรรษาได้ ๑๒ พรรษา

    หลวงปู่คำบ่อ ท่านอยู่จำพรรษาที่วัดใหม่บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๘ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๖๒)
    ปัจจุบัน หลวงปู่คำบ่อ เจริญอายุวัฒนมงคลครบ ๘๙ ปี พรรษา ๖๙ (พ.ศ.๒๕๖๓)
    จาก หนังสือชีวประวัติและคติธรรมสอนใจ ท่านพ่อคำบ่อ ฐิตปัญโญ ; พิมพ์ครั้งที่ ๑ ; พฤษภาคม ๒๕๖๐



    สภาพสวยเดิมเนื้อหาสุดยอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ราคาเบาหวิวแต่พุทธคุณเกินตัว ทั้งเมตตาคลาแคล้วและเป็นมงคลอำนวยความเจริญร่มเย็นน่าบูชามาก แบ่งให้บูชา 250 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)





    (คุณพุทโธ ภควา จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มีนาคม 2026 at 23:32
  9. พุทโธ ภควา

    พุทโธ ภควา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กันยายน 2009
    โพสต์:
    586
    ค่าพลัง:
    +1,794
    จองครับ
     
  10. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474

    [​IMG]
     
  11. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4939.เก่าเก็บผิวหิ้ง กลับร้ายกลายเป็นดี แก้ดวงตก พระปิดตาเสาร์ห้ายันต์กลับ
    หลวงปู่นาค วัดระฆังโฆสิตาราม มวลสารวัดระฆังเข้มขลังด้วยพุทธคุณ

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ปิดตาเสาร์ห้า ปู่นาค.JPG
    7104862-3.jpg
    พระปิดตา รุ่นเสาร์ห้ายันต์กลับ หลวงปู่นาค โสภโณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ เนื้อผงพุทธคุณ ผสมเศษแตกหักของสมเด็จวัดระฆังจำนวนมาก ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2500


    พุทธคุณ
    : เมตตามหานิยม และความสำคัญ ที่ด้านหลังยันต์กลับ เปรียบเสมือนกลับร้ายกลายเป็นดี และแก้ดวงตก อัปโชค



    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    หลวงปู่นาค โสภโณ วัดระฆังโฆสิตาราม

    ข้อมูลประวัติ

    เกิด : วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2427 ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 9 ปีวอก เป็นบุตรของ นายป้อม นางสวน มะเริงสิทธิ พื้นเพเป็นชานครราชสีมา
    บรรพชา : ณ วัดบึง โคราช
    อุปสมบท : อายุ 21 ปี พ.ศ.2448 ณ วัดระฆังโฆสิตาราม
    มรณภาพ : วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2514 เวลา 04.45 น.
    ณ โรงพยาบาลศิริราช
    รวมสิริอายุ : 87 ปี 66 พรรษา

    วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
    พระเนื้อผงรุ่นแรก สร้างปี 2485 ประกอบด้วยพิมพ์ทรงเทวดาอกตัน-อกร่อง เทวดาขัดเพชร และพิมพ์สามเหลี่ยม
    พระเนื้อผงรุ่นสอง สร้างปี 2495 ประกอบด้วยพิมพ์สมเด็จโต นั่งบริกรรม พิมพ์ปรกโพธิ์ ฝังและไม่ฝังตะกรุด พิมพ์พระประธาน ฝังและไม่ฝังตะกรุด นางพญา คะแนนฐานสิงห์ รูปหล่อ เหรียญโล่ และเหรียญข้าวหลามตัด นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรุ่น สร้างในปี พ.ศ.2499,2500,,2504,2507,2509 และรุ่นสุดท้ายคือรุ่นแซยิด 7 รอบ ปี 2511

    พระสมเด็จของหลวงปู่นาค วัดระฆัง เป็นพระสมเด็จที่มีส่วนผสมของเศษแตกหักของสมเด็จวัดระฆังที่ท่านได้เก็บรวบรวมไว้เป็นจำนวนมากจากการที่มีประชาชนนำเศษแตกหักของพระสมเด็จมาทิ้งไว้ที่วัดและการค้นพบพระสมเด็จจำนวนมากบนหลังคาโบสถ์วัดระฆังซึ่งท่านได้นำพระสมเด็จที่แตกหักทั้งหมดร่วมกับการสร้างผงพุทธคุณของท่านตามตำรับของสมเด็จโต ทำให้พระสมเด็จของท่านโดยเฉพาะพระในยุคต้น ๆ ช่วงปี 2485-2495 มีเนื้อหามวลสารจัดจ้านน่าบูชายิ่งนัก ซึงนับว่าเป็นพระตระกูลสมเด็จที่มีเนื้อหามวลสารของพระสมเด็จวัดระฆังผสมไว้มากที่สุด ที่ดูจะสูสีก็มีเพียงพระสมเด็จของพระครูมูล วัดสุทัศน์ รุ่นพิมพ์ทรงเจดีย์ 2485 เท่านั้น อีกทั้งพุทธคุณก็สูงล้ำในด้านเมตตามหานิยม เป็นที่เสาะแสวงหากันอย่างมาก
    แต่เนื่องจากท่านได้สร้างพิมพ์ทรงของพระสมเด็จต่าง ๆ ไว้มากมาย ในวงการจึงนิยมเล่นหากันเฉพาะพิมพ์นิยมบางพิมพ์ของท่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวใครเห็นก็ทราบว่าเป็นพระของท่าน เช่น พิมพ์เทวดาสามชั้นหูบายศรี พิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ชิ้นฟัก พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จโต พิมพ์ซุ้มระฆัง เป็นต้น ส่วนพิมพ์อื่น ๆ ไม่ค่อยนิยมเช่าหากัน สำหรับพระสมเด็จของท่านที่มีเนื้อหาจัดจ้าน แก่ผงพระสมเด็จ หรือ มีการฝังตะกรุดไว้เป็นพิเศษ ตั้งแต่ 1ดอก 2 ดอก หรือ 3 ดอก จะหาได้ยากมากและเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยจะเช่าหากันในราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า
    เป็นที่น่าแปลกใจมากพระสมเด็จของหลวงปู่นาค วัดระฆังไปมีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากประเทศดังกล่าวมากว้านซื้อกลับไปยังประเทศของตนเป็นจำนวนมาก ทำให้จำนวนพระสมเด็จของหลวงปู่นาค วัดระฆังในปัจจุบัน มีจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งในอนาคตพระชุดนี้คงจะดังระเบิดด้วยค่านิยมไม่แพ้พระสมเด็จบางขุนพรหม ปี 09 เป็นแน่แท้

    พระที่พิมพ์ก็จะเป็นพระสมเด็จซึ่งเรียกกันว่าพระสมเด็จวัดระฆังรุ่นหลวงปู่นาค มีทั้งทรงพิมพ์ใหญ่ ทรงเจดีย์ ทรงปรกโพธิ์ และอีกหลายแบบสุดแท้แต่แม่พิมพ์ที่พระผู้ควบคุมการจัดทำจะจัดมาให้ทำ

    วันไหนพิมพ์พระได้เท่าใดก็จะมีการนับจำนวนทวนสอบจนตรงกัน แล้วพระเถระผู้ควบคุมการทำพระก็จะยกเอาถาดใส่พระซึ่งพิมพ์เสร็จแล้วขึ้นไปข้างบน เพราะหลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการปลุกเสกตามแบบฉบับและกรรมวิธีของวัดระฆังที่สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

    พระสมเด็จเหล่านั้นจะถูกนำไปบรรจุกล่องและวางไว้ในห้องพระของท่านเจ้าคุณใหญ่ ซึ่งเป็นห้องโถงอยู่ชั้นบนของกุฏิใหญ่นั้น จากนั้นก็จะมีการวนสายสิญจน์จากพระประธานของห้องพระ วนลงมาเวียนรัดรอบกล่องพระนั้นจนครบถ้วนทุกกล่อง

    ทุกวันหลังจากหลวงปู่นาคท่านสวดมนต์ไหว้พระแล้ว ท่านก็จะเข้าสมาธิภาวนาพระคาถาชินบัญชร แล้วเพ่งพลังจิตและอธิษฐานจิตตามกรรมวิธีปลุกเสกพระสมเด็จวัดระฆัง และจะเพิ่มเวลาทำสมาธิภาวนาแผ่พลังจิตมากขึ้นสำหรับวันพระและถ้าเป็นห้วงเวลาในเทศกาลเข้าพรรษาก็ยิ่งเพิ่มเวลามากขึ้นไปอีก

    บางครั้งหลวงปู่นาคก็จะให้นิมนต์พระสงฆ์ในคณะหนึ่งมาสวดพระปริตรและสวดพระคาถาชินบัญชรปลุกเสกพระด้วย และบางทีในวันพระใหญ่คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำและวันมหาปวารนา หลวงปู่นาคก็จะให้พระขนกล่องพระสมเด็จเข้าไปในโบสถ์ วนสายสิญจน์มาจากพระประธานมายังกล่องพระ

    ในบางทีเมื่อมีงานบวชหลวงปู่นาคก็จะให้ขนกล่องพระเข้าไปในโบสถ์ด้วย นัยว่าการสวดญัตติจตุตถกรรมนั้นในอุปสมบทพิธีนั้นมีผลมากต่อการปลุกเสกพระเครื่องให้เป็นพระ
    พระสมเด็จวัดระฆังรุ่นหลวงปู่นาคทรงความศักดิ์สิทธิ์และมีอิทธิปาฏิหาริย์เลื่องชื่อลือกระฉ่อนมาตั้งแต่ครั้งที่หลวงปู่นาคยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อท่านเจ้าคุณสิ้นบุญไปแล้วพระสมเด็จวัดระฆังรุ่นหลวงปู่นาคก็ยิ่งมากค่าและหาได้ยากขึ้นทุกที

    พระสมเด็จแท้ที่หลวงปู่นาคทำนั้นเป็นการทำเพื่อหาเงินมาบูรณะพัฒนาวัดระฆังซึ่งเสื่อมทรุดต่อเนื่องมาแต่อดีต ศาสนสถานทั้งหลายภายในวัดทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด จะมัวรอเงินจากผ้าป่ากฐิน ศาสนสถานก็คงพังพินาศหมดสิ้น เพราะเหตุนี้หลวงปู่นาคท่านจึงคิดอ่านทำพระสมเด็จขึ้นเป็นอภินันทนาการแก่ผู้ที่มาทำบุญกับวัด
    พระที่หลวงปู่นาคปลุกเสกเสร็จแล้วได้มอบไว้แก่พระลูกศิษย์ซึ่งจะทำบัญชีจำหน่ายสำหรับผู้ใจบุญที่มาทำบุญกับวัด โดยหลวงปู่นาคมิได้จับต้องถือเงินหรือเก็บเงินไว้ด้วยองค์ท่านเองเลย
    ผงที่เหลือจากการทำพระแต่ละคราวก็จะเก็บใส่กะละมังไว้ แล้วขนขึ้นไปไว้บนกุฏิหลวงปู่นาค ซึ่งท่านมักจะวางไว้ข้างๆ โต๊ะหมู่บูชา
    พระที่ผ่านการทำและผ่านการปลุกเสกดังกล่าวนี้หากถึงคราววันมหาปวารณาช่วงเข้าพรรษาหลวงปู่ก็มักจะให้พระลูกศิษย์นำไปไว้ในโบสถ์ วางไว้หน้าพระประธาน โดยมีการนับจำนวนอย่างเข้มงวด ครั้นพ้นวันมหาปวารณาแล้วหลวงปู่นาคก็ให้นำพระเหล่านั้นกลับไปเก็บไว้ที่กุฏิของท่านดังเก่า ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะหลวงปู่นาคท่านรู้กรรมวิธีว่าวันเวลาและการใดที่จะอาศัยพลังแห่งความบริสุทธิ์และพลังอำนาจจิตของคณะสงฆ์เข้าเสริมพลังจิตที่ท่านเจ้าคุณได้ปลุกเสกไว้แต่เดิม

    พระสมเด็จวัดระฆังที่ผ่านกระบวนการจัดทำและกระบวนการปลุกเสกตามตำรับที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งยุคสมัยเจ้าประคุณสมเด็จนั้นจึงเป็นที่หวังและเป็นที่วางใจกันโดยทั่วไปว่าทรงไว้ซึ่งพุทธคุณ มีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถปกป้องคุ้มครองภยันตรายทั้งปวงได้ และเป็นเครื่องส่งเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้มีความศรัทธาตลอดมา



    สภาพผิวหิ้งเดิมๆ เก็บเก็บไม่ผ่านการบูชา พิมพ์คมชัดลึก พุทธคุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 250 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)





    (คุณจินดา จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 มีนาคม 2026 at 08:30
  12. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4940.มหานิยมขั้นสูงสุด แคล้วคลาดโชคลาภค้าขาย สีผึ้งมหาเศรษฐี
    หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ ทายาทพุทธาคม ลพ.ภักตร์,ลป.สด,ลพ.นุ่ม,ลป.โต๊ะ

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ

    สีผึ้ง ปู่เล็ก.JPG

    566224172_1175980697753672_7145346361525960532_n.jpg
    568561068_1175980634420345_16346576143868904_n.jpg
    สีผึ้งมหาเศรษฐี (สีผึ้งเขียว) หลวงปู่เล็ก จันทสโร วัดทำนบ จังหวัดอ่างทอง เนื้อสีผึ้งที่ต่อยอดมาจากสีผึ้งแดงขององค์หลวงปู่พิศดู รวมกับสีผึ้งของพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศมากกว่า 120รูป และเทียนชัยมงคลจากพิธีพุทธาภิเษกต่างๆจำนวน 56 พิธีที่ได้เก็บรวบรวมไว้ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2558

    สติ๊กเกอร์ที่ติดบนตลับสีผึ้ง
    เป็นยันต์"นะเศรษฐี"ยันต์เดียวกับที่องค์พระเดชพระคุณหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลีลงไว้ด้านหลังพระปิดตาของท่าน เสริมด้วยยันต์หัวใจพระสิวลี(นะชาลีติ) และยันต์หัวใจเศรษฐี(อุอากะสะ) ยันต์ทุกตัวเป็นลายมือของท่านพระครูปลัดมานิตย์ วัดเงิน(ตลิ่งชัน)


    สติ๊กเกอร์ทุกดวงผ่านการอธิษฐานจิตจากองค์หลวงปู่เล็กโดยได้กราบอาราธนาขอองค์หลวงปู่ลงวิชานะปัดตลอดไว้ให้ทุกดวง และทำการตอกโค๊ตภาษาจีนคำว่า"ฮก"(ความสุข โชคลาภ)ไว้บนสติ๊กเกอร์ทุกดวง



    ประวัติการสร้างสีผึ้งมหาเศรษฐี
    - มวลสารตั้งต้นในการจัดสร้างสีผึ้งมหาเศรษฐีเพื่อน้อมถวายองค์หลวงปู่เล็กได้รับความอนุเคราะห์มาจากคณะศิษย์หลวงปู่พิศดู วัดเทพธารทอง จ.จันทบุรี โดยทางคณะศิษย์หลวงปู่พิศดูได้มอบหม้อสีผึ้งใบเดิมที่ได้เคยหุงสีผึ้งถวายองค์หลวงปู่พิศดูในสมัยที่ท่านยังดำรงธาตุขันธ์อยู่ ซึ่งในหม้อนั้นบรรจุไปด้วยสีผึ้งที่ต่อยอดมาจากสีผึ้งแดงขององค์หลวงปู่พิศดูรวมกับสีผึ้งของพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศมากกว่า 120รูป และเทียนชัยมงคลจากพิธีพุทธาภิเษกต่างๆจำนวน 56 พิธีที่ได้เก็บรวบรวมไว้ ตลอดจนว่านมงคลต่างๆที่ติดอยู่ที่ก้นหม้อเมื่อคราวที่หุงสีผึ้งถวายหลวงปู่พิศดู

    ประกอบพิธีกรรม
    - บวงสรวงและหุงสีผึ้งที่กุฏิท่านพระครูปลัดมานิตย์ วัดเงิน(ตลิ่งชัน) เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน 2558 เวลา10.30น.ซึ่งเป็นมหัทธโนฤกษ์(ฤกษ์เศรษฐี)

    ในพิธีนี้ท่านพระครูปลัดมานิตย์ ได้เมตตาเขียนลบผงมหาราชเพื่อนำผงมหาราชใส่ลงไปในหม้อสีผึ้งอีกด้วย

    วาระการอธิษฐานจิต
    - องค์หลวงปู่เล็ก จันทสโร วัดทำนบ ได้เมตตาอธิษฐานจิต สีผึ้งมหาเศรษฐี ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2558 ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์โคจรมาใกล้โลกมากที่สุดในรอบหลายสิบปีและตรงกับวันไหว้พระจันทร์อีกด้วย

    ตอนที่กราบอาราธนาหลวงปู่เมตตาอธิษฐานจิตสีผึ้งชุดนี้ ได้กราบเรียนท่านว่า"ขอให้ลูกหลานเอาไว้ทาปาก จะได้ไม่อดอยากปากแห้งกันนะครับหลวงปู่"

    ด้วยความเป็นมหามงคลของยันต์มหาลาภบนฝาตลับสีผึ้งนี้จึงเป็นเหตุให้คณะศิษย์ได้กราบเรียนขออนุญาตสร้างพระปิดตาถวายองค์หลวงปู่ไว้แจกเพื่อสืบทอดวิชาพระปิดตาขององค์พระเดชพระคุณหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลีไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา.


    พุทธคุณ
    - โดดเด่นด้านเมตตามหานิยมขั้นสูงสุด ค้าขายดีเยี่ยม แคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพันชาตรี เป็นวิชาที่หลวงปู่โต๊ะเชี่ยวชาญ ซึ่งท่านสำเร็จวิชานะปัดตลอดที่มีอานุภาพ "ปัด" สิ่งไม่ดีออกไป และ "ปัด" สิ่งดีๆ (โชคลาภ) ให้เข้ามาอย่างรวดเร็ว



    ********************

    หลวงปู่เล็ก จนฺทสโร

    เป็นพระเถราจารย์ผู้เป็นที่รักและเคารพยิ่งของเพศบรรพชิตและประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง หลวงปู่เล็ก จนฺทสโร นามเดิม ดิเรก แซ่อึ๊ง เกิดเมื่อ วันอังคารที่ 24 มิถุนายน แรม 11ค่ำเดือน 7 ปีมะแม พุทธศักราช 2462

    โยมมารดาได้ให้หลวงปู่บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 12 ปี เข้าเรียนที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร โดยมี สมเด็จพระวันรัต (กิมเฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่เข้ามาร่ำเรียนสรรพวิทยาต่างๆที่วัดมหาธาตุโดยเรียนนักธรรมแผลกบาลี จนมีความชำนาญ

    ต่อมาเมื่ออายุครบบวช ได้อุปสมบท และจำพรรษาที่วัดประดู่ฉิมพลี โดยมี สมเด็จพระวันรัต (กิมเฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิริยกิตติ หรือหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็น พระกรรมวาจาจารย์ มี พระมหาสิริ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีอำมาตย์โทพระยาภิรมย์ภักดี(พ่อบุญธรรมหลวงปู่) เป็นผู้อุปภัมป์ในการอุปสมบทของหลวงปู่ในครั้งนั้น

    จากนั้นหลวงปู่ก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณหลวงศึกษาสรรพวิชาด้านการรักษาโรค และวิชาเกี่ยวกับตัวเลข ทั้งขณะเดียวกันยังได้ร่ำเรียนวิทยาคม กับ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ อีกด้วย หลวงปู่เล็กได้รับความเมตตาจากหลวงปู่โต๊ะ เป็นอย่างมาก ท่านจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ราวๆ 4 พรรษาคือตั้งแต่ปี 2482-2485 หลวงปู่โต๊ะได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้โดยไม่ปิดบัง หลวงปู่เล็กได้รับการถ่ายทอด สรรพวิทยาคมหลายแขนง เช่น การถอนคุณไสย ยันต์ตรีนิสิงเห การเสกพระปิดตา และยันต์ นะ ปัดตลอด ซึ่งหลวงปู่เล็กท่านชำนาญยันต์นะปัดตลอดนี้มาก

    หลวงปู่เล็กท่านเป็นพระเถราจารย์ซึ่งเก็บตัวเงียบมานานจนปัจจุบัน ท่านไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัตถุมงคลมากนักประชาชนทั่วไปทราบกันเป็นอย่างดีว่าหลวงปู่ท่านเก่ง วาจาสิทธิ์ และดุมาก แม้แต่หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ยังเคยไล่ให้คนบ้านทำนบที่ไปกราบท่านที่สิงห์บุรีให้มากราบหลวงปู่เล็กไม่ต้องมากราบท่านไกลถึงสิงห์บุรี เคยมีศูนย์พระเข้าไปวุ่นวายกับท่าน ท่านตะเพิดออกมาจนไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก

    หลวงปู่ท่านเป็นพระเถระผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีความเป็นระเบียบแบบแผนชัดเจน ครูบาอาจารย์ในยุคนี้ล้วนแต่เคารพในหลวงปู่ อาทิ หลวงพ่อมี วัดม่วงคัน หลวงพ่อทองหยิบ วัดบ้านกลาง หลวงพ่อ เกลื่อน วัดรางฉนวน หลวงพ่อเสียน วัดมะนาวหวาน ล้วนแต่เคารพนับถือหลวงปู่ ด้วยพรรษาที่อาวุโสมาก และจริยาวัตรที่งดงามของหลวงปู่ แม้กระทั่งวิทยาคม หลวงพ่อทุกรูปทราบดีด้วยเป็นผู้มีวิทยาคมเหมือนกัน ว่าหลวงปู่เล็กท่านเป็นอย่างไร เรื่องวัตถุมงคลของท่านจะเป็นที่เลื่องลือในด้านแคล้วคลาดอย่างมาก

    ปัจจุบัน มรณภาพอย่างสงบที่ร.พ.วิชัยยุทธ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. สิริอายุ 101 ปี 81 พรรษา




    สภาพสวยกล่องเดิมๆ พุทธคุณครอบครบ เมตตามหานิยมขั้นสูงสุด ค้าขายดีเยี่ยม แคล้วคลาดปลอดภัยป้องกันภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง แบ่งให้บูชา 299 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณseento จองแล้วครับ)



    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มีนาคม 2026 at 00:14
  13. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,522
    ค่าพลัง:
    +7,746
    ขอจองครับ
     
  14. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474


    -jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg-jpg.jpg
     
  15. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4941.หูตากระพริบนิยมสุดของพิมพ์นี้ พระนางพญาขาโต๊ะ วัดไผ่ล้อม
    ลป.ทิม,ลพ.คง,ลป.ชื่น ร่วมเศกมวลสารสุดยอด

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    นางไผ่ล้อม ดินใหม่ๆ1.jpg


    get_auc3_img.jpg
    [​IMG]
    [​IMG]

    พระนางพญาขาโต๊ะ วัดไผ่ล้อม ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พิมพ์ใหญ่พิมพ์นิยมสุดของพิมพ์นางพญา เนื้อดินผสมผงวิเศษหลังเรียบ ผิวเคลือบยางนา ดำเนินการจัดสร้างเมื่อวันเสาร์ 5 ปีพ.ศ.2513

    ประวัติพระเครื่องวัดไผ่ล้อม อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง เป็นเจ้าพิธีปลุกเสก
    หลวงปู่ทิมมอบผงจินดามณีให้สำหรับจัดสร้าง 1 กระป๋อง และเมตตาปลุกเสกให้ถึง 2 ครั้ง
    ในครั้งเริ่มแรก พระอาจารย์จำปี วิปุโล(จำรัสแสง) ได้รับมอบหมายจาก พระอาจารย์พูน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ให้เริ่มทำการสะสมว่านนานาชนิด เริ่มดำเนินการเสาะหามวลสารตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 - 2512 จึงยุติการเสาะหาแล้วเริ่มดำเนินการสร้างพระในโอกาสต่อไป

    มวลสารหลักที่ใช้ในการจัดสร้าง
    มีทั้งว่านประเภทคงกระพันชาตรี, เมตตามหานิยม, ป้องกันสัตว์ร้ายเขี้ยวงาทุกชนิด แร่ธาตุต่างๆหลายชนิด มีแร่บังขนิฏสีเขียว, สีดำ, สีมันปู, แร่ดอกมะขาม จ.กาญจนบุรี, แร่พลวงเงิน, แร่พลวงทอง, พลอยจันทบุรี สีนิล, ชินปรอทสังฆวานร, โมราท้องรุ้ง, เสาตะลุงช้างเผือก, กระดูกหัวกะโหลกช้างทรง, เพชรน้ำค้าง, ศิลาน้ำค้าง, เหล็กทรหด, เหล็กน้ำพี้,เหล็กยอดเจดีย์, สัมฤทธิ์, ข้าวตอกพระร่วง, ข้าวสุกลอยน้ำ, ข้าวสารดำ, ข้าวรอดเพชรหลีก, ไคลประตูเมือง,ไคลเจดีย์,ไคลเสมา9 แห่ง, ดินโป่ง 9 โป่ง 9 สี, ดินบริสุทธิ์ กลางมหาสมุทร, ดินกรุซุ้มกอทุ่งเศรษฐี เมืองกำแพงเพชร, ดินกรุสุโขทัย, ดินกรุอยุธยา, ดินท่า 9 ท่า, อีกทั้งยังได้เก็บรวบรวมผงพระเครื่องต่างๆทุกยุคทุกสมัยที่ชำรุด มีสมัยเชียงแสน, สุโขทัย, อู่ทอง, ลพบุรี, พิจิตร, พิษณุโลก, กำแพงเพชร, สุพรรณบุรี, อยุธยา,รัตนโกสินทร์, ผงพระ 25 พุทธศตวรรษ
    ส่วนผงวิเศษต่างๆที่เก็บสะสมไว้อีกมากมาย เช่นผงปฐมอักขระ,ผงไตรสรณาคม, ผงพระพุทธคุณ, พระธรรมคุณ, พระสังฆคุณ, ผงพระเจ้า ห้าพระองค์, ผงพระเจ้า 16 พระองค์, ผงตรีนิสิงเห, ผงอิทธิเจ, ผงปถมัง, ผงมหาราช, ผงสังตโลก, ผงมหาอุตม์หลวงพ่อวงศ์, ผงพระเกสรหลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย, ผงพระสมเด็จวัดระฆังที่หลวงปู่นาคมอบให้, ผงเก่าและสีผึ้งเขียว ของหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง ระยอง, ผงหลวงพ่อเพ่ง วัดละหารใหญ่ ระยอง, ผงพญางิ้วดำ, กาฝาก, กาหลง, กาฝากรักซ้อน, กาฝากมะยม, กาฝากมะรุม, กาฝากมะขาม, กาฝากมะนาว, กาฝากลั่นทม, เถาวัลย์หลง, เครือสาวหลง, ว่านสาวหลง, ไม้รู้นอนเก้าอย่าง, ยอดรัก, ยอดสวาท, กัลปังหา, ทรายเงิน, ทรายทอง, ว่าน 108, เกสรดอกไม้108, น้ำมนต์บ่อขุนไกรอันศักดิ์สิทธิ์ จึงได้นำมาผสมสร้างเป็นองค์พระ

    ก่อนที่จะเริ่มกดพิมพ์พระ ได้ทำพิธีบวงสรวงเทพเทวา ครูบาอาจารย์เสร็จแล้วจึงกดพิมพ์เป็นปฐมฤกษ์ โดยพระอาจารย์จำปี วิปุโล เมื่อวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ปีระกา ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม 2512 เวลา 09.09 น.ในราศีเมษ มหัทธโนแห่งฤกษ์ คือฤกษ์ที่มั่งคั่งสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สินเงินทองและเทพเทวารักษาดี

    เมื่อพิมพ์พระเสร็จแล้ว ก็ได้ทำพิธีปลุกเสก โดยพระอาจารย์จำปี วิปุโล ได้นิมนต์พระภิกษุภายในวัดมาร่วมสวดบริกรรมพระปริต มีพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณพระ 5 รูปสวดพระธรรมจักร 108 ตลอดคืน รวม 15 คืน
    เริ่มปลุกเสกเมื่อวันเสาร์แรม 5 ค่ำเดือน 9 อยู่ในพรรษา ตรงกับวันที่ 22 สิงหาคม 2513 จนถึงวันที่ 5 กันยายน 2513 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 10 ปีจอ รวม 15 คืน เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมาก เพราะว่าการทำพิธีครั้งนี้ตรงกับวันเสาร์ 5 ทั้งหมด คือตั้งแต่เริ่มพิมพ์ เริ่มปลุกเสก และวันสุดท้ายที่ปลุกเสกเดี่ยว ก็ตรงกับวันเสาร์อีกเช่นกัน ที่น่าอัศจรรย์อีกอย่างก็คือเมื่อทำพิธีปลุกเสกถึงเวลาตีห้าดับเทียนชัย ได้มีฝนตกซู่ลงมาประมาณ 1 นาที แล้วก็หยุดตกซึ่งจะเป็นอย่างนี้ทุกคืน

    วัตถุมงคลที่จัดสร้างในครั้งนั้นได้ทำพิธีปลุกเสกใหญ่อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2513 ตรงกับวันเสาร์ขึ้น5ค่ำเดือน๕(เสาร์5)
    โดยนิมนต์ พระคณาจารย์ที่มีอาคมขลังขมังเวท 9 รูป นั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกตลอดคืน ดังมีรายนามดังต่อไปนี้
    1.หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ประธานจุดเทียนชัย นั่งปรก
    2.หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จ.จันทบุรี
    3.หลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก จ.ระยอง
    4.หลวงพ่อรวย วัดท่าเรือ จ.ระยอง
    5.หลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า จ.ระยอง
    6.หลวงพ่อโต่ง วัดเภตราสุขารมณ์ จ.ระยอง
    7.หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก จ.ระยอง
    8.หลวงพ่อสละ วัดประดู่ทรงธรรม จ.อยุธยา
    9.หลวงพ่อชาย วัดแม่นางปลื้ม จ.อยุธยา

    พุทธาภิเษก 6โมงเย็น ถึง4ทุ่ม พระทั้ง8 รูป ก็ได้กลับวัดกันก่อน แต่หลวงปู่ทิมนั่งพักได้ไม่นาน ท่านกลับมานั่งปลุกเสกเดี่ยวอีกจนถึงตี2 ขณะที่ท่านนั่งปรก ไฟฟ้าในวัด ก็ดับๆติดๆ อยู่ตลอด ว่ากันว่า หลวงพ่อทิม ท่านลืมตาปลุกเสก ถ้าหลับตาเมื่อไหร่ ไฟจะดับ และยังมีคนได้ยินเสียงในลังที่ใส่พระ ดังขลุกๆขลักๆ เป็นระยะ ขณะนั้น หลงพ่อพูน ได้ถือสายสินอยู่ ก็รู้สึก เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวร้อย สลับกัน

    อาราธนาพระเครื่อง วัดไผ่ล้อม อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
    ตั้งนะโม (3จบ)
    พุทธังอาราธนานัง ธัมมังอาราธนานัง สังฆังอาราธธนานัง
    ตินนังอาราธนานัง พุทธานุภาเวนะ ธัมมานุภาเวนะ
    สังฆานุภาเวนะ อิทธานุภาเวนะ ภะวันตุเม
    นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ พุทธะสังมิ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ

    ลักษณะเนื้อและแบบพิมพ์
    พระเนื้อผงชุดนี้มีทั้งหมด 3 เนื้อ คือ
    1.เนื้อผงจินดามณี - สีขาว , สีขาวอมเหลือง
    2.เนื้อผงธูป - สีเทาอ่อน , สีเทาเข้ม
    3.เนื้อดิน - สีน้ำตาลอ่อน , สีน้ำตาลเข้ม
    มีทั้งแบบเคลือบและไม่เคลือบ

    ด้านหลังมีหลายแบบ
    1.หลังเรียบ แบบกดเรียบ,แบบหลังปาด
    2.หลังลายนิ้วมือ แบบกดหนัก,แบบกดเบา(ลางๆ)
    3.ปั้มนางกวัก
    4.หลังจาร(มีน้อย หายาก)

    สภาพสวยเดิม หูตากระพริบ ไม่ผ่านการบูชาส่งตรงจากพื้นที่ ผิวแห้งมากๆตามอายุเก่าเก็บไม่ได้ใช้ พระชุดนี้บอกได้คำเดียวว่าดีสุดๆ มวลสารเยี่ยมพิธีและพระคณาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกแถวหน้าของเมืองไทยทั้งนั้น มีหลักฐานบันทึกการจัดสร้างชัดเจนไม่มีมั่ว ไม่สดไม่แท้คืนเต็ม "ขอเฉพาะคนที่เป็นนะครับ เพราะ พระชุดนี้ของปลอมออกมาเยอะมากจนเกิดความสับสนไม่รู้ไหนแท้ไหนปลอมไปแล้ว นอกจากคนที่สะสมมายุคก่อนหน้าถึงจะพอดูเป็นครับ" ปัจจุบันหาตัวจริงๆยากครับที่เห็นส่วนใหญ่ตัวปลอมครับ แบ่งให้บูชา 1,600 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มีนาคม 2026 at 01:52
  16. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474

    [​IMG]
     
  17. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,151
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4942.สวยขลังไม่มีในรายการให้บูชาทั่วไป(แจก๔) เหรียญหล่อโบราณรุ่นแรก รุ่นเจริญพร
    ลป.เล็ก,ลป.เสงี่ยม,ลพ.สนั่น,ลป.เพิ่ม,ลพ.ทอง ร่วมประจุพลัง

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ

    หล่อเจริญพร ปู่เล็ก แจก ๔1.jpg

    [​IMG]
    [​IMG]
    [​IMG]

    เหรียญหล่อโบราณรุ่นแรก รุ่นเจริญพร หลวงปู่เล็กจันทสโร วัดทำนบ จังหวัดอ่างทอง เนื้อสัมฤทธิ์โบราณ หลังฝังเหรียญหล่อนกสาริกาคู่เนื้อทองผสม ตอกโค้ด ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2559

    *** เป็นชุดของทางวัดท่าช้าง ซึ่งเป็นผู้จัดสร้าง ได้จัดสร้างขึ้นส่วนหนึ่งเพื่อสำหรับแจกเป็นการส่วนตัว ไม่มีออกให้บูชาในรายการร่วมบุญปกติ โดยจะทำการตอกโค้ด "รูปช้าง" ไว้แต่ไม่มีการรันนัมเบอร์ เพื่อเป็นการแยกส่วนกันให้ชัดเจน เนื้อหาชนวนโลหะ และแม่พิมพ์เดียวกัน

    เหรียญชุดนี้ไม่ค่อยมีหมุนเวียน เนื่องด้วยจำนวนที่น้อย และ การแจกแล้วแต่โอกาสอันเหมาะสมเท่านั้น ชุดนี้ได้บูชามาจากคนพื้นที่โดยตรง ***


    วัตถุประสงค์
    -เพื่อหาปัจจัยจัดสร้างกุฏิสงฆ์ วัดท่าช้าง


    พุทธาภิเษก 3วาระ

    วาระที่ 1
    - อธิฐานจิตในพิธีเททองหล่อนำฤกษ์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2559 โดย
    1.พระเทพสุวรรณโมลี(เจ้าคุณสอิ้ง) วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี
    2.พระครูสุวรรณศีลาจารย์(เจ้าคุณเสงี่ยม) วัดสุวรรณเจดีย์ จ.พระนครศรีอยุธยา
    3.พระครูปัญญาประโชติ(อาจารย์พยัพ) วัดห้วยโรง จ.อ่างทอง
    4.พระครูอุโฆษธรรมนันท์(หลวงพ่อสนั่น) วัดกลางราชครู จ.อ่างทอง
    5.พระครูประกาศิตธรรมคุณ(หลวงพ่อสุวรรณ) วัดยาง จ.อ่างทอง
    6.พระครูวิมลญาณอุดม(พระอาจารย์ติ๋ว) วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี
    7.หลวงปู่พริ้ง ขันติพโล วัดซัพชมภู่ จ.เพชรบูรณ์
    8.พระอาจารย์สัมพันธ์ วัดโคปูน จ.สิงห์บุรี
    9.พระมหานพพร ฐิตวัฑโณ วัดนางในธรรมมิการาม จ.อ่างทอง
    10.พระอาจารย์เต๋า วัดสุวรรณเจดีย์ จ.พระนครศรีอยุธยา

    วาระที่ 2
    - อธิฐานจิตพุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดท่าช้าง เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 โดย
    1.พระสุวรรณศีลาจารย์(เจ้าคุณเสงี่ยม) วัดสุวรรณเจดีย์ จ.พระนครศรีอยุธยา
    2.พระราชญาณดิลก(เจ้าคุณทอง) วัดปลดสัตว์ จ.อ่างทอง
    3.พระครูพิศาลจริยาภิรม(พระมหาสุรศักดิ์)วัดประดู่ จ.สมุทรสงคราม
    4พระครูประโชติธรรมวิจิตร(หลวงพ่อเพิ่ม)วัดป้อมแก้ว จ.พระนครศรีอยุธยา
    5.พระครูสุวรรณธรรมานุยุต(หลวงปู่สมบุญ) วัดลำพันบอง จ.สุพรรณบุรี
    6.พระครูอุโฆษธรรมนันท์(หลวงพ่อสนั่น) วัดกลางราชครู จ.อ่างทอง
    7.พระครูวิมลญาณอุดม(พระอาจารย์ติ๋ว) วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี
    8.พระครูสิทธิพิมล(หลวงพ่อจักษ์)วัดซุ้ง จ.สระบุรี

    วาระที่ 3
    - หลวงปู่เล็ก วัดทำนบ เมตตาอธิฐานจิตปิดท้ายเป็นมงคลฤกษ์


    พุทธคุณ
    - เมตตามหานิยม โชคลาภโภคทรัพย์ เเคล้วคลาดดีนักแล





    ********************


    หลวงปู่เล็ก จนฺทสโร

    เป็นพระเถราจารย์ผู้เป็นที่รักและเคารพยิ่งของเพศบรรพชิตและประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง หลวงปู่เล็ก จนฺทสโร นามเดิม ดิเรก แซ่อึ๊ง เกิดเมื่อ วันอังคารที่ 24 มิถุนายน แรม 11ค่ำเดือน 7 ปีมะแม พุทธศักราช 2462

    โยมมารดาได้ให้หลวงปู่บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 12 ปี เข้าเรียนที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร โดยมี สมเด็จพระวันรัต (กิมเฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่เข้ามาร่ำเรียนสรรพวิทยาต่างๆที่วัดมหาธาตุโดยเรียนนักธรรมแผลกบาลี จนมีความชำนาญ

    ต่อมาเมื่ออายุครบบวช ได้อุปสมบท และจำพรรษาที่วัดประดู่ฉิมพลี โดยมี สมเด็จพระวันรัต (กิมเฮง เขมจารี) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิริยกิตติ หรือหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็น พระกรรมวาจาจารย์ มี พระมหาสิริ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีอำมาตย์โทพระยาภิรมย์ภักดี(พ่อบุญธรรมหลวงปู่) เป็นผู้อุปภัมป์ในการอุปสมบทของหลวงปู่ในครั้งนั้น

    จากนั้นหลวงปู่ก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณหลวงศึกษาสรรพวิชาด้านการรักษาโรค และวิชาเกี่ยวกับตัวเลข ทั้งขณะเดียวกันยังได้ร่ำเรียนวิทยาคม กับ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ อีกด้วย หลวงปู่เล็กได้รับความเมตตาจากหลวงปู่โต๊ะ เป็นอย่างมาก ท่านจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ราวๆ 4 พรรษาคือตั้งแต่ปี 2482-2485 หลวงปู่โต๊ะได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้โดยไม่ปิดบัง หลวงปู่เล็กได้รับการถ่ายทอด สรรพวิทยาคมหลายแขนง เช่น การถอนคุณไสย ยันต์ตรีนิสิงเห การเสกพระปิดตา และยันต์ นะ ปัดตลอด ซึ่งหลวงปู่เล็กท่านชำนาญยันต์นะปัดตลอดนี้มาก

    หลวงปู่เล็กท่านเป็นพระเถราจารย์ซึ่งเก็บตัวเงียบมานานจนปัจจุบัน ท่านไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัตถุมงคลมากนักประชาชนทั่วไปทราบกันเป็นอย่างดีว่าหลวงปู่ท่านเก่ง วาจาสิทธิ์ และดุมาก แม้แต่หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ยังเคยไล่ให้คนบ้านทำนบที่ไปกราบท่านที่สิงห์บุรีให้มากราบหลวงปู่เล็กไม่ต้องมากราบท่านไกลถึงสิงห์บุรี เคยมีศูนย์พระเข้าไปวุ่นวายกับท่าน ท่านตะเพิดออกมาจนไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก

    หลวงปู่ท่านเป็นพระเถระผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีความเป็นระเบียบแบบแผนชัดเจน ครูบาอาจารย์ในยุคนี้ล้วนแต่เคารพในหลวงปู่ อาทิ หลวงพ่อมี วัดม่วงคัน หลวงพ่อทองหยิบ วัดบ้านกลาง หลวงพ่อ เกลื่อน วัดรางฉนวน หลวงพ่อเสียน วัดมะนาวหวาน ล้วนแต่เคารพนับถือหลวงปู่ ด้วยพรรษาที่อาวุโสมาก และจริยาวัตรที่งดงามของหลวงปู่ แม้กระทั่งวิทยาคม หลวงพ่อทุกรูปทราบดีด้วยเป็นผู้มีวิทยาคมเหมือนกัน ว่าหลวงปู่เล็กท่านเป็นอย่างไร เรื่องวัตถุมงคลของท่านจะเป็นที่เลื่องลือในด้านแคล้วคลาดอย่างมาก

    ปัจจุบัน มรณภาพอย่างสงบที่ร.พ.วิชัยยุทธ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. สิริอายุ 101 ปี 81 พรรษา




    สภาพสวยเดิมๆ พุทธคุณครอบครบ เลื่อนตำแหน่ง ชีวิตเจริญรุ่งเรือง คุ้มครองป้องกันภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง แบ่งให้บูชา 370 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     

แชร์หน้านี้

Loading...