เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 มีนาคม 2026 at 19:37.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,073
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,067
    ค่าพลัง:
    +26,889
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,073
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,067
    ค่าพลัง:
    +26,889
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ต้องบอกว่าเป็นวันที่วุ่นวายในชีวิตค่อนข้างมาก ตั้งแต่ตี ๓ ครึ่งกระผม/อาตมภาพกับ "เลขาฯ จุก" (พระมหาอินทรปกรณ์ ฐิตสุโภ ป.ธ. ๔) เลขานุการเจ้าคณะตำบลลิ่นถิ่นเขต ๒ ไปร่วมเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้า กับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ที่ศาลาการเปรียญวัดใหม่ดงสัก ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้นแล้ว ญาติโยมก็ทยอยกันมาถวายภัตตาหารเช้าแก่พระธุดงค์ของเรา

    วัดใหม่ดงสักนั้นอยู่ที่บ้านท่าเตียน แต่ว่าชาวบ้านทั้งวังพระ ทั้งไทรโยคก็แห่กันมา แต่กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมได้ เพราะว่าติดนัดกับ "ผอ.เกศ" (นางเกศฤทัย คำษร) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันเดย์ ที่จะไปร่วมโครงการ "การเรียนรู้ที่มีความหมาย จากห้องเรียนสู่ชุมชน" ของโรงเรียนบ้านจันเดย์ในเวลา ๗ โมงครึ่ง จึงต้องขอภัตตาหารเขามาฉันก่อน แล้วสองรูปกับ "พระครูบ่าว" (พระครูกาญจนปริยัติคุณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทธบริษัท ที่ดูแลโรงเรียนบ้านจันเดย์มาตั้งแต่ต้น และได้รับฎีกานิมนต์ให้เข้าร่วมการสัมมนาด้วย ก็ออกเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านจันเดย์

    เมื่อเดินทางไปถึงโรงเรียนบ้านจันเดย์ สิ่งที่เห็นก็คือความก้าวหน้าอย่างน่าทึ่ง ที่ "ผอ.เกศ" ปฏิบัติกับนักเรียนทั้งหลาย ก็คือไม่มีการตีระฆัง เด็ก ๆ รู้ว่าถึงเวลาแล้ว ก็จะเข้าไปเข้าแถว เคารพธง ร้องเพลงชาติ และกล่าวคำปฏิญาณตนเอง หลังจากนั้นก็มีการแบ่งกลุ่มเรียนรู้ตามฐานต่าง ๆ ซึ่งเขาปฏิบัติการเป็นปกติ ไม่ได้มีการเขียน อ่าน ท่อง เหมือนอย่างที่เราคุ้นเคยกัน อาจจะมีการเปิดวิดีโอสั้น ๆ ให้เด็กดู แล้วสอบถามความคิดเห็นของเด็ก เกี่ยวกับเนื้อหานั้น ๆ ให้แต่ละคนบอกกล่าวในสิ่งที่ตัวเองคิด หรือว่าตัวเองได้ออกมา

    หรือแม้กระทั่งการทำการเกษตร ก็แฝงวิชาคณิตศาสตร์เอาไว้ อย่างเช่นว่าเลี้ยงไก่กี่ตัว ? ต้องใช้อาหารเท่าไรต่อวัน ? คิดเป็นจำนวนเงินเท่าไร ? เดือนหนึ่งต้องใช้เท่าไร ? ไก่ไข่วันหนึ่งเฉลี่ยกี่ฟอง ? ส่งขายได้ฟองละเท่าไร ? หักกลบลบล้างแล้ว สิ้นเดือนกำไรขาดทุนเท่าไร ? ฯลฯ แล้วยังมีการเรียนรู้อื่น ๆ อีกมาก

    สำหรับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย อาจจะคิดว่า "ผอ.เกศ" และคณะครูโรงเรียนบ้านจันเดย์สอนให้เด็กขี้เกียจ..! แต่ความจริงแล้ว นั่นก็คือสิ่งที่เขาต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงเลย โดยเฉพาะช่วงพักก็จะมีการส่งน้ำ ส่งนมต่อ ๆ กัน เด็กเขาก็จะรู้จักการปฏิสันถาร รู้จักการขอบคุณเพื่อนที่ส่งของมาให้ ถึงเวลาดื่มหมดแล้ว จะต้องเก็บขวดเก็บกล่องอย่างไร ? เพื่อที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,073
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,067
    ค่าพลัง:
    +26,889
    พอดีหลวงพ่อพระครูวรกาญโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิเดินทางไปถึง กระผม/อาตมภาพจึงฝากท่านไว้ว่า ท่านต้องขึ้นสัมมนาด้วย ขอฝากให้พูดถึงบุคคลส่วนมากที่มักจะอาศัยอยู่แต่ "เซฟโซน" ของตนเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่กล้ารับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งบุคคลพวกนี้มีแต่จะล้าหลัง ตกยุค เป็นไดโนเสาร์เต่าพันปี..!

    บุคคลที่กล้าก้าวออกจากเขตปลอดภัยของตนเอง ย่อมประสบความสำเร็จก่อน เมื่อบุคคลอื่นเห็น จะทำตามก็ไม่ทันเสียแล้ว เนื่องเพราะว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จ ก็ไขว่คว้าเอาสิ่งที่ควรจะได้ไปก่อน คนอื่นกลายเป็นเลียนแบบทำตาม ดีไม่ดี ถ้าหากว่าเลียนแบบทำตามมาก ๆ ไม่ว่าจะสินค้าหรือวิธีการที่มากจนเฟ้อ ก็จะทำให้มูลค่าตกลงอย่างแรง..! บุคคลที่ก้าวตามเพราะอยากรวย อยาก ดี เด่น ดัง ก็ประสบความล้มเหลว ส่วนบุคคลที่กล้าก้าวออกไป เขาก็ไปทางอื่นอีกแล้ว..!


    หลังจากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ได้ลาทั้งครูบาอาจารย์และผู้ร่วมงาน ขอโทษที่ไม่สามารถร่วมงานได้ตลอด วิ่งย้อนกลับไปทางวัดใหม่ดงสัก ปรากฏว่าพระธุดงค์ของเราชุดสุดท้ายเดินออกจากวัดมาแล้ว จึงต้องไปดักชุดแรก ๆ ที่เดินทางเกือบจะถึงวัดพุถ่องเจริญธรรม หมู่ที่ ๑ บ้านพุถ่อง ตำบลลิ่น ซึ่งขอใช้สถานที่ในการพักฉันเพล

    ทางด้านพระอาจารย์แสน ธมฺมทีโป รักษาการเจ้าอาวาส ได้ขอให้ญาติโยมมาช่วยกันทำภัตตาหารถวายพระ วัดท่าขนุนของเราก็ขนไปเองด้วย กลายเป็นกินไม่ไหวใช้ไม่หมดขึ้นมาอีก แต่ก็เป็นเรื่องดีที่เห็นว่า ทุกอย่างซึ่งทางคณะธุดงค์ของเราทำไป สร้างศรัทธาให้กับชาวบ้านได้มาก และทำให้ทุกคนตื่นตัว อยากจะทำบุญกันมาก

    เพียงแต่ว่าอยากจะให้ทุกคนทำบุญด้วยปัญญาเสียหน่อย เพราะว่าวันนี้ช่วงที่เดินผ่านตลาด พระธุดงค์ของเรารับแตงโมทั้งลูกมาเกิน ๑๐ ลูก..! และญาติโยมจำนวนมากที่โอนปัจจัยเข้ามา ในบัญชีของพระครูวิลาศกาญจนธรรม ไม่ว่าจะได้แจ้งมาหรือไม่แจ้งมาก็ตาม
    ขอเจริญพรอนุโมทนา และให้ท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลทั้งหมด ที่คณะธุดงค์ได้ทำมาตั้งแต่ต้นด้วยกัน

    เมื่อฉันเพลที่วัดพุถ่องเจริญธรรมเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพก็บอกทางเดินให้กับคณะธุดงค์ จากนั้นก็วิ่งมาประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ ที่วัดปรังกาสี จะอ้างว่ามีงานแล้วไม่เข้าประชุมไม่ได้

    เรื่องของการประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม เคารพบุคคลผู้อาวุโสในที่ประชุม ซึ่งเป็นประธาน เป็นหลักธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานเอาไว้ ก็คือ อปริหานิยธรรม หลักธรรมที่ใครปฏิบัติได้ ย่อมไม่พบกับความเสื่อม
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,073
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,067
    ค่าพลัง:
    +26,889
    เมื่อประชุมกันเสร็จสิ้นแล้ว กระผม/อาตมภาพยังต้องเป็นประธาน ในการสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

    ซึ่งวันนี้ท่านอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้ท่านนรภัทร รัตนวรายุทธ ปลัดอำเภออาวุโสมาทำหน้าที่แทน เสร็จจากพิธีแล้วยังต้องยืนเป็น "พร็อพ" ให้บรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ถ่ายรูป เพื่อไปลงเป็นผลงานของส่วนราชการตนเอง สงสารแต่ท่านปลัดผู้เป็นประธาน เนื่องเพราะว่าห่างพัดลมแล้วเหงื่อตกเป็นน้ำเลย..!

    เสร็จจากตรงนั้น กระผม/อาตมภาพก็ต้องวิ่งกลับไปที่วัดธารน้ำร้อน ซึ่ง พระครูศิริวรรณโสภิต, ดร. เจ้าอาวาสวัดธารน้ำร้อน เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๒ รับอุปถัมภ์ที่พักและอาหารเช้า ไปถึงก็ได้มอบเกียรติบัตรของกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ให้ท่านในฐานะผู้อุปถัมภ์โครงการ แล้วก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนท่านด้วย

    แต่สิ่งที่เห็นก็คือว่า ทั้ง ๆ ที่ขอร้องบอกกล่าวกันโดยดีแล้ว แต่บรรดาพระธุดงค์ของเราก็ดื้อใช้ได้..! เนื่องเพราะว่าเข้าไปปักกลดในสวนปาล์มของชาวบ้านข้างวัด ถ้าว่ากันตามทางโลกก็คือ "คุณกำลังบุกรุกสถานที่ของเขา..!" ทั้ง ๆ ที่พระครูศิริวรรณโสภิต, ดร. แจ้งอย่างชัดเจนแล้ว และที่แจ้งมากกว่านั้นก็คือ ในสวนปาล์มมีงูกะปะมากมาย ก็ได้แต่หวังว่ากุศลผลบุญจะช่วย ให้ท่านทั้งหลายแคล้วคลาดจากคืนนี้ไปได้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องมีตัดแขนตัดขากันบ้าง เนื่องเพราะว่าพิษงูกะปะเป็นพิษทำลายเนื้อเยื่อ กัดใครเข้าก็มักจะเน่าลามไปเรื่อย ๆ ถ้าต้องการจะหยุดมีทางเดียว คือต้องตัดส่วนนั้นทิ้งไป เห็นแล้วอยากจะให้กัดหัวมันสักที..!

    เรื่องที่เขากล่าวกันว่า "เวลาประชุม พระกับครูจะดื้อที่สุด" เพราะว่าเคยแต่สอน เคยแต่บอกคนอื่น ไม่ชินกับการให้คนอื่นมาบอกมาสอน วันนี้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ..! โดยเฉพาะถ้าไม่มีพระเถระที่ท่านทั้งหลายเหล่านี้เกรงใจไปบอกไปกล่าว ก็มักจะทำตามใจตัวเองทั้งนั้น..!

    ทุกท่านอาจจะคิดว่า "ทำไมกระผม/อาตมภาพต้องไปตรากตรำกับคณะเขาเช้ายันค่ำทุกวัน ?" ก็เพราะว่าห่างออกมาสามก้าวก็แตกแถวแล้ว..! แต่ถ้าไปตีหน้ายักษ์อยู่ใกล้ ๆ ก็ยังพอจะเดินตามแถวบ้าง ทำให้ไปนึกถึงเรื่องของภาษิตว่า "นามของคน เงาของไม้" ก็คือพอที่จะขู่เขาได้อยู่เหมือนกัน..!

    แต่ถ้าขืนทำตัวแบบนี้ ท่านทั้งหลายจะขาดการฝึกฝนตนเอง เพราะว่าดื้อรั้นไม่ฟังใคร เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ก็น่าจะประมาณสญชัยปริพาชก ก็คือหลักธรรมของพระพุทธเจ้าดีแค่ไหน แต่กูจะเอาอย่างนี้..! ถ้าอย่างนั้น ท่านก็คงต้องเกิดและทนทุกข์ไปอีกนานแสนนาน..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...