ขุนแผนรุ่นแรกหลวงพ่อรัตน์วัดป่าหวาย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,188
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1773581266002.jpg FB_IMG_1773581089483.jpg FB_IMG_1773581270154.jpg
    ลองอ่านเรื่องหลวงพ่อเปลี้ยกับการสร้างลิงฮากันครับ หลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดช เดิมชื่อผ่อง เกิดเมื่อ ๔ พ.ย. ๒๔๕๗ ที่บ้านดินเปล้า อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรของนายชุ่ม นางคำ โพธิ์นอก ด้วยขาท่านเสีย ลีบข้างหนึ่งจึงเรียก นามท่านว่าเปลี้ย พออายุได้ ๑๗ ปี ท่านได้บวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านเหลื่อม ตำบลวัดโพธิ์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๔๗๔ โดยมีอาจารย์ช้างเป็นพระอุปัชฌาย์ พออายุครบ ๒๐ ปี ๒ พ.ค.๒๔๗๗ ท่านก็ได้บวชที่วัดบ้านค่าย มีพระครูวิจิตา เป๊นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการแบนเป็นพระกรรมวาจารย์ พระมหาบัวเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ฉายา "คุณสัมปันโน"
    หลวงพ่อท่านมาอยู่วัดชอนสารเดชตั้งแต่ปี ๒๔๙๒ มีหลวงปู่ทรัพย์ เป็นเจ้าอาวาส หลังจากท่านแจ้งความประสงค์ขอมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ หลวงปู่ทรัพย์ก็ไม่ขัดข้อง นานไปก็ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆให้ท่านจนหมดสิ้น หลวงพ่อเปลี้ยท่านมีเมตตาเป็นเลิศ ท่านจำวัดไม่กางมุ้ง ไม่จุดยากันยุง ท่านบอกว่า "ให้มันมากัด กินจนอิ่มแล้วมันก็ไปไม่มากัดอีก" !
    ลิงฮา ของหลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดชนี้ ท่านตั้งใจสร้างเป็นหนุมาน ให้มีอิทธิฤทธิ์ตามแนวคิดความเชื่อให้มีพลกำลังแข็งแรง อยู่ยงคงประพัน แต่ท่านสร้างหนุมานของท่านให้มีอริยาบท ยิ้มแย้ม อย่างอารมณ์ดี ชาวบ้านเห็นต่างขนานนามให้เป็น "ลิงฮา"
    ลุงใจ อ่อนละมัย เล่าว่า ครั้งที่ไปหามวลสารเพื่อมาสร้างลิงฮา ที่ศาลพระกาฬ ลพบุรี ปรากฎว่ามีลิงในศาลติดตามมาด้วย ๔ ตัว ทั้ง ๔ ตัวเป็นลูกน้องหนุมาน ตามมาเป็นสักขีพยานในการสร้างลิงฮา หลวงพ่อเปลี้ยท่านปลุกเสกลิงฮานี้ด้วยฌาณอันกล้าแข็ง เรียกว่าเสกจนหนุมานกระโดดออกจากบาตรได้ เหตุที่ท่านทำได้เช่นนี้เพราะท่านมีพลังจิตกล้าแข็งสามารถเข้าออกฌากิดความณได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นความอัศจรรย์ในการสร้างวัตถุมงคลของท่าน จนสามารถคุ้มครองป้องกันผู้พกพา เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างแรงกล้า ตามที่หลวงพ่อท่านเสกไว้
    แม่ค้าตลาดบ้านชอนคนหนึ่งเล่าว่า ตั้งแต่ได้ลิงฮาของวัดชอนมาอยู่ที่ร้าน ตอนเช้าก็จุดธูปอธิษฐานขอให้ขายดี เมื่อเปิดร้านแล้วก็เกิดความมั่นใจอารมณ์ดี เหมือนกับอารมณ์ลิงฮา อารมณืดีตลอดวัน ลูกค้าก็เหมือนต้องจังงันของเรา เข้ามาซื้อของที่ร้าน ขายดีทั้งวัน ทุกวันนี้ยังพกติดตัวอยู่เสมอ มีคนมาขอเช่ามากมายแต่ก็หวงแหนยิ่งมิยอมปล่อยให้ใครเด็ดขาด
    ชายคนหนึ่งได้ลิงฮามาเลี่ยมแขวนคอ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปธุระ ขากลับมาก็มีคนมาถามว่าไปเอาลิงที่ไหนมานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ !! ทุกคนจึงสรุปว่าเป็นปาฏิหารย์ของลิงฮาที่แขวนคอมานั้นมากกว่า
    วัตถุมงคลทุกชนิดของหลวงพ่อมีประสบการณ์
    ขอบพระคุณบทความของคุณ อำพล เจน

    สมเด็จฝังเกศารุ่น1 ปี2538 (พร้อมเหรียญรุ่นแรก) ประสพการณ์ยืนยันว่ามีเส้นเกศาครับ เพราะผู้สร้างได้ขอเส้นเกศาหลวงพ่อเปลี้ย คุณสัมปันโน จากอาจารย์สำรวย (สมัยนั้นมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดชอนสารเดช) เมื่อสร้างเสร็จได้นำวัตถุมงคล รุ่นทวีทรัพย์ มาถวายและให้หลวงพ่อเปลี้ยฯ ปลุกเสก และนำออกมา
    แจกงานประจำปี หลังวันตรุษสงกรานต์ จะมีการทอดผ้าป่าฯที่ศาลาหลวงพ่อใหญ่ โดยมีหลวงพ่อเปลี้ยฯ เป็นประธานรับมอบ และจะแจกวัตถุมงคล รุ่นทวีทรัพย์ แก่ญาติโยมที่นำผ้าป่ามา
    ทอด (ถวาย) ที่วัดชอนสารเดช
    วัดถุมงคลรุ่นนี้น่าเก็บมากๆครับ 1.แจกฟรี 2.สวยและมีเส้นเกศาฯ 3.หลวงพ่อเปลี้ยฯ ชอบใจ และได้กล่าวว่า "มันต้องสวยแบบนี้ซิ ถึงมีศักดิ์ศรีหน่อย" 4.ราคาย่อมเยาว์
    พระสมเด็จทวีทรัพย์ผสมเกศา

    ......

    เหรียญเจ้าสัวหลวงปู่เปลี้ยวัดชอนสาระเดช รุ่นประสบการณ์
    หลวงปู่เปลี้ย วัดชอนสารเดช
    นายดาบตำรวจหนังเหนี.ย.ว
    December 31, 2016 Ampol Jane หลวงปู่เปลี้ย, อำพล เจน
    หลังจากหลวงปู่เปลี้ยมรณภาพไปเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๐

    เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

    นสพ.ท้องถิ่น สร้างสรรค์ ลพบุรี ก็ลงข่าวใหญ่ประจำฉบับ

    นายดาบตำรวจปล้ำจับคนร้ายถูกคนร้ายล้วงปืn
    ออกมากดปากลำกล้องใส่ท้องของนายดาบตำรวจ

    แล้วเหนี่ยวไก ๒ นัd

    ลั่นโป้งทุกนัd .. กระสุnดี ไม่ด้าน

    แต่กระสุbไม่เข้าหนังนายดาบตำรวจทั้ง ๒ นัด

    หลังจากนั้นกำลังใจก็มา

    ปล้ำแย่งปืnคนร้ายได้

    และจับกุมคนร้ายได้สำเร็จ

    ——-

    นายดาบตำรวจท่านนี้แขวนเหรียญเจ้าสัวของหลวงปู่เปลี้ย

    ( บทความจากfacebook : )

    ลองอ่านเรื่องหลวงพ่อเปลี้ยกับการสร้างลิงฮากันครับ หลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดช เดิมชื่อผ่อง เกิดเมื่อ ๔ พ.ย. ๒๔๕๗ ที่บ้านดินเปล้า อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรของนายชุ่ม นางคำ โพธิ์นอก ด้วยขาท่านเสีย ลีบข้างหนึ่งจึงเรียก นามท่านว่าเปลี้ย พออายุได้ ๑๗ ปี ท่านได้บวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านเหลื่อม ตำบลวัดโพธิ์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๔๗๔ โดยมีอาจารย์ช้างเป็นพระอุปัชฌาย์ พออายุครบ ๒๐ ปี ๒ พ.ค.๒๔๗๗ ท่านก็ได้บวชที่วัดบ้านค่าย มีพระครูวิจิตา เป๊นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการแบนเป็นพระกรรมวาจารย์ พระมหาบัวเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ฉายา "คุณสัมปันโน"
    หลวงพ่อท่านมาอยู่วัดชอนสารเดชตั้งแต่ปี ๒๔๙๒ มีหลวงปู่ทรัพย์ เป็นเจ้าอาวาส หลังจากท่านแจ้งความประสงค์ขอมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ หลวงปู่ทรัพย์ก็ไม่ขัดข้อง นานไปก็ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆให้ท่านจนหมดสิ้น หลวงพ่อเปลี้ยท่านมีเมตตาเป็นเลิศ ท่านจำวัดไม่กางมุ้ง ไม่จุดยากันยุง ท่านบอกว่า "ให้มันมากัด กินจนอิ่มแล้วมันก็ไปไม่มากัดอีก" !
    ลิงฮา ของหลวงพ่อเปลี้ย วัดชอนสารเดชนี้ ท่านตั้งใจสร้างเป็นหนุมาน ให้มีอิทธิฤทธิ์ตามแนวคิดความเชื่อให้มีพลกำลังแข็งแรง อยู่ยงคงประพัน แต่ท่านสร้างหนุมานของท่านให้มีอริยาบท ยิ้มแย้ม อย่างอารมณ์ดี ชาวบ้านเห็นต่างขนานนามให้เป็น "ลิงฮา"
    ลุงใจ อ่อนละมัย เล่าว่า ครั้งที่ไปหามวลสารเพื่อมาสร้างลิงฮา ที่ศาลพระกาฬ ลพบุรี ปรากฎว่ามีลิงในศาลติดตามมาด้วย ๔ ตัว ทั้ง ๔ ตัวเป็นลูกน้องหนุมาน ตามมาเป็นสักขีพยานในการสร้างลิงฮา หลวงพ่อเปลี้ยท่านปลุกเสกลิงฮานี้ด้วยฌาณอันกล้าแข็ง เรียกว่าเสกจนหนุมานกระโดดออกจากบาตรได้ เหตุที่ท่านทำได้เช่นนี้เพราะท่านมีพลังจิตกล้าแข็งสามารถเข้าออกฌากิดความณได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นความอัศจรรย์ในการสร้างวัตถุมงคลของท่าน จนสามารถคุ้มครองป้องกันผู้พกพา เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างแรงกล้า ตามที่หลวงพ่อท่านเสกไว้
    แม่ค้าตลาดบ้านชอนคนหนึ่งเล่าว่า ตั้งแต่ได้ลิงฮาของวัดชอนมาอยู่ที่ร้าน ตอนเช้าก็จุดธูปอธิษฐานขอให้ขายดี เมื่อเปิดร้านแล้วก็เกิดความมั่นใจอารมณ์ดี เหมือนกับอารมณ์ลิงฮา อารมณืดีตลอดวัน ลูกค้าก็เหมือนต้องจังงันของเรา เข้ามาซื้อของที่ร้าน ขายดีทั้งวัน ทุกวันนี้ยังพกติดตัวอยู่เสมอ มีคนมาขอเช่ามากมายแต่ก็หวงแหนยิ่งมิยอมปล่อยให้ใครเด็ดขาด
    ชายคนหนึ่งได้ลิงฮามาเลี่ยมแขวนคอ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปธุระ ขากลับมาก็มีคนมาถามว่าไปเอาลิงที่ไหนมานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ !! ทุกคนจึงสรุปว่าเป็นปาฏิหารย์ของลิงฮาที่แขวนคอมานั้นมากกว่า
    วัตถุมงคลทุกชนิดของหลวงพ่อมีประสบการณ์
    ขอบพระคุณบทความของคุณ อำพล เจน
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จทวีทรัพย์หลวงปู่เปลี้ย ผสมเกศา องค์นี้เห็นเกศาชัดเจนด้านล่างองค์พระครับ

    IMG_20260315_202917.jpg IMG_20260315_202951.jpg IMG_20260315_203026.jpg IMG_20260315_203057.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,188
    ค่าพลัง:
    +21,459
    4-wm (2).jpg 3-wm (3).jpg

    ประวัติ หลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวาย

    ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

    หลวงพ่อรัตน์ อตฺตสาโร สืบทอดพุทธาคมสายหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

    โดยได้ศึกษาร่ำเรียนจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับศิษย์เอกหลวงปู่ทิม หลวงพ่อรัตน์เป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้งรูปสุดท้าย

    ได้รับมรดกจากหลวงปู่ทาบ ทั้งวิชาอาคม,สีผึ้งเขียว และกระดานชนวนอายุนับร้อยปีอีกทั้งยังเคยติดตามหลวงปู่ทาบ ไปวัดหนองกระบอกเพื่อแลกเปลี่ยนวิชากับหลวงพ่อลัดจึงได้เคล็ดวิชาการสร้างเสกแพะ ตำราหลวงปู่อ่ำ

    จากหลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอกมาอีกด้วยหลวงพ่อรัตน์จึงนับได้ว่า เป็นผู้รอบรู้ศาสตร์วิชาสายระยองอย่างครบถ้วน

    หลวงพ่อรัตน์ อตฺตสาโรมีนามเดิมว่า รัตน์ นามสกุล บุญสม

    เกิดที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484

    บิดาชื่อ สด มารดาชื่อ แช่ม มีพี่น้อง 8 คนหลวงพ่อรัตน์ เป็นคนที่ 2 ครอบครัวมีอาชีพทำนา,ทำไร่ เป็นเกษตรกรเมื่ออายุได้ 7 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้งซึ่งหลวงพ่อรัตน์ สนใจเรียนด้านคงกระพัน และ หนังเหนียว มากกว่าวิชาเรียนปกติอีกทั้งยังชอบทดลองวิชาที่เรียนมา ว่าได้ผลจริงไหมเมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ก็ต้องออกมาช่วยครอบครัวทำงานพอโตมา ก็ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารแต่ไม่ถูกทหาร

    เมื่ออายุครบ 20 ปี ก็ได้อุปสมบทที่วัดใหม่กระบกขึ้นผึ้งโดยมีหลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้จำพรรษาอยู่ที่นั่น เนื่องจากเป็นวัดใกล้บ้านของท่านได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่ทาบ ซึ่งท่านก็เมตาสอนให้

    แบบเต็มที่ ทั้งวิชา ทำน้ำมนต์,การหุงสีผึ้งเขียววิชาของหลวงปู่ทาบนั้นจะหนักไปทางด้านเมตตาจากนั้นหลวงพ่อรัตน์ ก็ได้สึกออกมามีครอบครัว

    มีบุตร 3 คน แล้วจึงย้ายครอบครัวมาประกอบอาชีพทำนา,ทำไร่อยู่แถวบ้านป่าหวายสมัยก่อนแถบนี้ไม่มีวัด ไม่มีโรงเรียนพอจะทำบุญก็ต้องออกไปทำที่วัดหนองกรับจนชาวบ้านร่วมใจกันสร้างโรงเรียน ในบ้านป่าหวายและสร้างวัดขึ้นด้วย แต่ก็ติดขัด ไม่มีพระอยู่ประจำ ทุกๆปี ต้องไปนิมนต์พระจากวัดอื่นมาจำพรรษาที่นี่ต่อมา ปี พ.ศ. 2530หลวงพ่อรัตน์ก็ช่วย หาพระมาอยู่ประจำที่วัดป่าหวายนี้ ไปๆมาๆ เลยได้มาบวชเอง และได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าหวายนี้ และได้รับการแต่งตั้ง จากเจ้าคณะอำเภอ ให้เป็นผู้ดูแลวัดป่าหวาย

    ในช่วงปี 2530-2533 หลวงพ่อรัตน์ได้เริ่มเรียนวิชาคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อสาคร อย่างจริงจังและเทียวมา ต่อวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอเนื่องจากวัดป่าหวาย และวัดหนองกรับนั้นห่างกันไม่กี่กิโลเมตร สมัยที่อยู่วัดหนองกรับ ยังได้มีโอกาสศึกษาวิชา กับหลวงพ่อทองศิษย์หลวงพ่อวงษ์วัดบ้านค่าย ผู้เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดเก๋งจีนอีกด้วยหลวงพ่อสาคร ท่านเมตตาสอนวิชาให้หลวงพ่อรัตน์อย่างไม่ปิดบังวิชาสร้างพระเครื่อง, เคล็ดวิชาบวงสรวงเสกแพะ วิชาทำน้ำมนต์,เจิมบ้าน,เจิมรถและยังได้รับมอบผงพรายกุมาร ไว้เพื่อสร้างพระอีกด้วยหลวงพ่อรัตน์ท่าน เริ่มสร้างวัดอย่างจริงจัง

    เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยได้รับความช่วยเหลือจากหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับโดยได้สร้างเมรุเผาศพก่อน เพราะสมัยนั้นเวลามีคนตาย ก็ต้องนำไปเผาที่วัดหนองกรับและมาเริ่มสร้างอุโบสถ เมื่อปี พ.ศ. 2537ได้ยกช่อฟ้าในปี พ.ศ. 2542ต่อด้วยการสร้างศาลา และกุฏิสงฆ์ตามลำดับ หลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวาย นับว่าเป็นพระนักพัฒนาอีกทั้งยังรอบรู้เวทย์วิทยาคม ในสายระยอง

    อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ จึงไม่แปลกที่วัตถุมงคล ที่ท่านสร้าง และเสกไว้นั้น ทั้ง พระขุนแผนรุ่นแรก,สมเด็จนักเลงโต,แพะเขาควายฟ้าผ่า,ตะกรุดโทนล้วนได้รับความนิยมและเกิดประสบการณ์มากมายกับผู้ที่นำไปใช้จนใครที่มี ก็ต่างหวงแหนถ้ามีโอกาสไปเที่ยวระยอง อย่าลืมไปกราบท่านนะครับ เข้าหาง่ายเมตาสูง เป็นช้างเผือกแห่งเมืองระยองอีกรูปนึงที่กราบไหว้ได้สนิทใจครับ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ขุนแผนรุ่นแรกหลวงพ่อรัตน์วัดป่าหวายงานปิดทองฝังลูกนิมิต ปี ๒๕๔๖ หลวงพ่อสาครวัดหนองกรับหลวงพ่อรัตน์ วัดป่าหวายปลุกเสก

    ให้บูชา 150 บาทครับส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260315_205158.jpg IMG_20260315_205225.jpg IMG_20260315_205249.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,188
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1773592280595.jpg

    ๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่หลอ นาถกโร ๏
    วันนี้วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เป็นวันเจริญอายุวัฒนมงคล ครบรอบ ๘๒ ปี พระราชวชิรสภณ หรือ หลวงปู่หลอ นาถกโร วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม
    (วัดถ้ำพวง) อ.ส่องดาว จ.สกลนคร นามเดิมชื่อ หลอ นามสกุล ประทาเพชร เกิดเมื่อวันที่ ๗ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๕ ๑๑ ค่ำ ปี มะเมีย
    ณ บ้านเลขที่ ๘๙ หมู่ที่ ๘ ตำบลเหล่าบก
    อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
    โยมบิดาชื่อ นายทัง ประทาเพชร
    และโยมมารดาชื่อ นางตุ่น ประทาเพชร
    ท่านเคยรับราชการหรือเคยปฏิบัติงานสำคัญมาแล้ว

    # บรรพชา

    วันที่ ๑๕ เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๐๒ วัดคามวาสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร พระอุปัชฌาย์ พระครูพุฒิวราคม วัดคามวาสี ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

    # อุปสมบท

    วันที่ ๑๕ เดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๐๖ ที่วัดคามวาสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร พระครูพุฒิวราคม พระอุปัชฌาย์ หลวงปู่ประสาร ปญฺญาพโล พระกรรมวาจาจารย์ และมี พระปั่น ญาณวโร พระอนุสาวนาจารย์

    # วิทยฐานะ

    (๑) พ.ศ.๒๔๙๙ สำเร็จการศึกษาชั้น ป.๔ โรงเรียน บ้านหนองแสง
    อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
    (๒) พ.ศ.๒๕๑๒ สอบไล่ได้ น.ธ. เอก สำนักเรียน วัดคามวาสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

    หลังจากท่านพระอาจารย์วัน อุตตโม ได้มรณภาพลงด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่จังหวัดปทุมธานี และได้จัดงานพระราชทานเพลิงศพเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่หลอ นาถกโร ท่านก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสแทนมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นต้นมา ได้ดูแลวัดวาอาราม ดูแลพระภิกษุสามเณร ตลอดจนอุบาสกอุบาสิกามาโดยตลอด
    ขอย้อนอดีตไปนิดหนึ่งในช่วงหลวงพ่อใหญ่ (ท่านพระอาจารย์วัน อุตตโม) ยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านได้วางโครงการช่วยเหลือชาวบ้าน การก่อสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และอ่างเก็บน้ำหลาย ๆ อ่าง ในเขตพื้นที่อำเภอส่องดาว ตลอดทั้งต่อน้ำประปาให้ทุกโครงการนั้น ได้ดำเนินการต่อจนสำเร็จลุล่วงได้ดีทุกโครงการ คงถือได้ว่าหลวงปู่หลอได้ช่วยเจตนารมณ์ของครูบาอาจารย์ให้สำเร้๗ลุงล่วงไปด้วยดีทุกประการ เมื่อได้สร้างสำเร็จแล้วก็ได้มอบให้ทางหมู่บ้านเป็นผู้ดูแลแต่ละโตรงการตะละหมู่บ้าน โครงการเหล่านั้นก็ได้ใช้น้ำมาตลอดจนทุกวันนี้ ส่วนรายละเดียดต่าง ๆ นั้น ได้เขียนไว้ในภาคที่ ๕ แล้ว
    ต่อจากนั้นมาหลวงปู่หลอก็ได้เป็นผู้นำของหมู่คณะรักษาปฏิปทาข้อวัติปฏิบัติของครูบาอาจารย์เอาไว้ให้คงเส้นคงวา ในเมื่อไม่มีอาจารย์แล้วจำเป็นต้องเป็นตัวของตัวเองสิ่งใดเป็นว่าไม่าดีไม่งามจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสยก็พยายามดต่ตัวออกห่าง สิ่งใดเห็นว่าจะเป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งความเจริญในตัวและหมู่คณะก็พยายามทำสั้งนั้นมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเรื่องข้อวัติปฏิบัตินี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ถ้าหมากไม่พิถีพิถันก็อาจละเลยเมินเสียได้ง่าย ๆ พระเจ้า พระสงฆ์ จะอยู่ในพระพุทธศาสนาได้ก็ต้องอาศัยข้อวัติปฏิบัติเป็นพื้นฐานที่เรียกว่าอาสัยธรรมเป็นเครื่องอยู่นั้นเอง
    คำว่าธรรม มีทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกก็คือ ข้อวัติธรรม ที่ทำกันมาเป็นประจำทั้งเข้าเย็น คือตอนเช้าควรทำอะไร ตอนเย็นควรทำอะไร อันนี้เราทำเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนข้อธรรมภายในคือ หว้พระสวดมาตต์ทำจิตใจให้เกิดด สงบตามกำลังความสามารถของแต่ละคน ถ้ามีข้อวัติปฏิบัติเห่านี้ เป็นประจำเรียนกว่า มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวรั้งใจเอาไว้ ไม่คลอนแคลน มีความมั่นคงทางด้านจิตใจ มีอะไรมากระทบก็ไม่อาจเอนเอียงหวั่นไหวไปได้ มีอะไรมากระทบก็ไม่อาจเอนเอียงหวั่นไหวไปได้ เรียกว่ามีธรรมเป็นเครื่องอยู่ จินใจมีความอาลัยอาวรณ์ในเพศพรหมจรรย์ของตนะเอง ไม่เกิดความเหนื่อยหน่ายเฉื่ยชา เมื่อเป็นอย่างนี้ รจึงเรียนกว่าเป็นผู้มีกำลังใจที่มีความเข้มแข็งและมีความอดทน

    ส่วนทางด้านวัดวาอาราม ที่อยู่ ที่อาศัย สิ่งใดเห็นว่าจะสมควรเพิ่มเติมเสริมต่อก็ช่วยทำไปเรื่อย ๆ ตามแต่ความจำเป็น เป็นต้นว่า กุฎิที่พักสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ ห้องสุขา ถนนหนทาง ไปมาให้สะดวกสบาย วัดถ้ำพวงถือว่าเป็นวัดที่ใหญ่โตพอสมควร มีเนื้อที่ประมาณ ๗๐๐ กว่าไร่ ประกอบกับมีสถานที่สำคัญไว้กราบไหว้สักการะบูชาหลายอย่าง โดยเริ่มต้นจากกวงพ่อมงคลมุจลินท์ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อพระอาจารย์วัน อุตตโม และสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล เมื่อมีความสำคัญอย่างนี้เกิดขึ้น ผู้คนทั้งหลายก็หลั่งไหลมาทุกทิศทกทางนับวันจะมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ทั้งใกล้และไกล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา เป็นต้น มีผู้คนมากราบไหว้มาเป็นพิเศษ ส่วนวันธรรมดา และวันเสาร์ อาทิตย์ก็ยังคงมีมากพอสมควร
    สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถือเป็นปูชนียสถาน เป็นสถานที่ดึงดูดจิตใจของชาวพุทธทั้งหลาย ให้หันหน้าเข้าวัด ยึดศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจ เพราะการเข้าวัดไม่เสียประโยชน์ เป็นการสร้างกำไรในชีวิต ผู้มาเยือนได้กราบไหว้บูชา เป็นขวัญตาขวัญใจ อิ่มอกอิ่มใจ บางคนไปถึงบ้านแล้วก็อยากจะกลับมาอีก ทั้งหมดที่เล่านี้เป็นบ่อเกิดของบุญกุศลจริง ๆ และอีกอย่างสถานที่เหล่านี้ก็อยู่บนภูเขา มีหน้าผาโดยรอบ มีจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของท่าที่มาพบเห็น สังเวชนียสถานทั้ง ๔ ก็เป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก มีแห่งเดียวเท่านั้นในเมืองไทย แม้สังเวชนียสถานทั้ง ๔ จะเล็กกว่าของจริงในจำนวน ๒-๓ แล้ว เรายังพยายามเน้นความเหมือนจริงอีกด้วย สิ่งใดที่ไม่มีความจำเป็นเราจะไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อสร้างเสร็จแล้วชาวพุทธทั้งหลายก็นิยมชมชอบ หลวงปู่หลอเป็นผู้นำในการก่อสร้างก็หายเหนื่อย ทั้งที่ก่อสร้างทั้งแล้งทั้งฝน จำนวน ๖ ปีเต็ม ๆ ไม่ขาดวรรคขาดตอน ถือว่าเป็นการก่อสร้างที่ยาวนานพอสมควร แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ จึงขออนุโมทนาทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องใการก่อสร้างสิ่งท้งหลายเหล่านี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ลำพังหลวงปู่หลอคนเดียวคงไม่สามารถทำให้สำเร็จลงได้ ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นผลงานชิ้นสำคัญของหลวงปู่หลออีกชิ้นหนึ่ง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๖,๓๐๒,๒๐๔ บาท
    ด้านการก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนอุดมสังวรวิทยา หลวงปู่หลอ ท่านเล่าว่า อดีตที่ผ่านมาประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๙ ได้มองเห็นการเรียนของลูกหลานบ้านหนองแซง บ้านโนนสะอาดและบ้านอาสารักษาดินแดนไม่มีโรงเรียน จำเป็นต้องเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนชุมชนส่องดาว ระยะทางเกินกว่า ๓ กิโลเมตร นักเรียนได้รับความลำบากในการเดินทางไปเรียน หลวงปู่หลอท่านจึงคิดหาวิธีที่จะก่อตั้งโรงเรียนขึ้น ประกอบกับในตัวอำเภอส่องดาวก็ไม่มีโรงเรียนเป็นของตัวเอง ในที่สุดก็ได้ซื้อที่ดินของนายคำบุญ แก้วขาว จำนวน ๒๐ ไร่ ในราคา ๖๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินงบประมาณจากคณะคุณอาคม ทันนิเทศ ๐๑ กรุงเทพฯ มีนบุรี
    นอกจากนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ส . ส . อวยชัย สุขรัตน์ เป็นเงิน ๑,๑๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวและใช้ทำการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นมา แต่ด้วยอำนาจแห่งกาลเวลา อาคารชั่วคราวหลังนั้นได้ชำรุดไปมาก หลวงปู่หลอท่านจึงคิดสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โดยได้รับงบประมาณจากคุณเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของบริษัท กระทิงแดง จำกัด เป็นผู้บริจาคให้ เมื่อได้รับงบประมาณก็ลงมือสร้างไปเรื่อย ๆ โดยใช้แบบแปลนของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ คือแบบอาคารเรียน ๒๖๑ ล /๔๑ หลังคาทรงไทย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง ๓ ชั้น ความยาว ๘๑ เมตร กว้าง ๑๐.๕๐ เมตร รวม ๑๘ ห้องเรียน ประกอบด้วยห้องพิเศษคือหนึ่งห้องประชุมใหญ่ หนึ่งห้องพักครู และหนึ่งห้องพยาบาล งบประมาณทั้งสิ้น ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยใช้เวลาในการก่อสร้าง ๑๒ เดือน เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่กลางปี ๒๕๔๙ กำหนดเสร็จกลางปี ๒๕๕๐ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นอาคารเอนกประสงค์ได้อีกด้วย ปัจจุบันโรงเรียนอุดมสังวรวิทยาเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ประมาณ ๑๐๐ กว่าคน มีครูอาจารย์ ๘ คน และนับเป็นผลงานที่สำคัญของท่านหลวงปู่หลออีกชิ้นหนึ่ง นอกจากนี้หากเห็นว่าสิ่งใดสมควรที่จะช่วยเหลือสงเคราะห์อย่างไรก็ได้ช่วยเหลือไปตามกำลังความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามที่อยู่ใกล้เคียงก็ดี โรงเรียนก็ดี ทางราชการก็ดี ได้ช่วยเหลือเรื่อยมา

    ปัจจุบัน พระราชวชิรโสภณ หลวงปู่หลอ นาถกโร
    ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม
    (วัดถ้ำพวง) ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว
    จังหวัดสกลนคร
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญรุ่น ๑ บุญบันดาลหลวงปู่หลอ วัดถ้ำพวง วัดถ้ำพวงศิษย์พระอาจารย์วันอุตตโม

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260315_232901.jpg IMG_20260315_232929.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...