ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    (Mar 15) เบนซินในไทยอาจกลับไป 45 บาทต่อลิตร? จับตาวิกฤตน้ำมัน ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 เหรียญ: นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ประเมินราคาขายปลีกน้ำมันไทยอย่างเบนซิน อาจเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 45 บาทต่อลิตร คล้ายกับในอดีต หากสงครามในอิหร่านยืดเยื้อ จับตาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

    จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ รวมทั้งความรุนแรงที่กระจายออกไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในวันนี้ (2 มีนาคม) โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 12% ในช่วงเปิดตลาด ก่อนจะลดลงมาสู่ระดับ 78 – 79 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7-8% จากวันก่อนหน้า

    จักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ทุกๆ 1 ล้านบาร์เรลของอุปทานน้ำมันที่หายไปจากตลาด จะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 10-15 ดอลลาร์ โดยจุดสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนี้ที่จะกระทบกับราคาน้ำมันคือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่มีการขนส่งน้ำมันผ่านไปมาวันละ 20 ล้านบาร์เรล หากท้ายที่สุดแล้วอุปทานน้ำมันลดลงไป 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน เท่ากับว่าราคาน้ำมันอาจจะเพิ่มขึ้นราว 70 ดอลลาร์ ทำให้ราคาพุ่งไปถึง 130 – 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    ส่วนผลกระทบต่อราคาน้ำมันในไทย โดยปกติไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง 60% หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะได้รับผลกระทบแน่นอน อาจไม่ถึงขั้นขาดแคลนน้ำมัน เพราะยังสามารถนำเข้าจากแหล่งอื่นแทนได้ เพียงแต่ราคาจะสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานที่ลดลง

    “เมื่อย้อนดูในอดีตช่วงที่น้ำมันดิบโลกเคยพุ่งขึ้นไปกว่า 100 ดอลลาร์ ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยอย่างเบนซิน อาจจะเพิ่มไปอยู่ที่ 43-45 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลอาจจะขยับไปอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร”

    ในระยะสั้นผู้บริโภคอาจได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่บ้าง เพราะปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นบวกสุทธิ 2,459 ล้านบาท โดยส่วนของน้ำมันเป็นบวกอยู่ 40,313 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของ LNG ติดลบ 37,854 ล้านบาท

    ทั้งนี้ หากพิจารณาจากสถานการณ์สงครามในอดีต ราคาน้ำมันดิบมักจะปรับตัวขึ้นประมาณ 5% – 22% ในช่วง 1 วันแรก ถึง 1 เดือนแรก

    สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับขึ้น 7% ใกล้เคียงสองเหตุการณ์ในอดีตคือ อิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อกลางปี 2025 และอิรักบุกคูเวตในปี 1990

    “ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแรงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเหตุการณ์ หากไม่บานปลายราคาน้ำมันก็อาจจะปรับตัวลงทันที แต่หากยืดเยื้อก็มีโอกาสที่ราคาจะพุ่งไปเกินกว่า 100 ดอลลาร์”

    ส่วนผลกระทบต่อภาคธุรกิจ แน่นอนว่าธุรกิจต้นน้ำอย่าง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จะได้รับผลบวกโดยตรง ล่าสุด (2 มีนาคม) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแตะ 143 บาท เพิ่มขึ้น 4.4% เช่นเดียวกับธุรกิจโรงกลั่นที่จะได้รับผลบวกจากกำไรจากสต็อกน้ำมัน แต่ธุรกิจปิโตรเคมีจะได้รับผลลบจากอัตรากำไรที่ลดลง

    โดย สกุลชัย เก่งอนันตานนท์

    Source: Standard Wealth
    https://thestandard.co/thailand-gasoline-price-oil-crisis/
    https://www.facebook.com/share/1D9XmVxmtw/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #อ้าวเฮ้ย ทรัมป์ นัดกับเพื่อนยังไง??? ฝรั่งเศสยัน ไม่ส่งเรือรบไปไหนทั้งนั้นจ้า (ทรัมป์บอกมาช่วยคุ้มกันผ่านฮอร์มุซแล้ว...)
    FB_IMG_1773547806991.jpg
    เรื่องมันสืบเนื่องจากโพสต์นี้ครับ
    https://www.facebook.com/share/p/14X8hbucE2q/?mibextid=wwXIfr

    https://www.facebook.com/share/1HX77JwfEW/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุฯอ้างสอยโดรน 10 ลำที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ด้านอิหร่านแจ้งไม่ได้ส่งโดรนรอบนี้ ลือกันว่าน่าจะฝีมือเอมิเรตที่เนียนชำระแค้นซาอุฯในยามชุลมุน
    https://www.facebook.com/share/1GasqxX4fB/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียกำลังช่วยอิหร่าน?: “ยูเครนนายอาจพูดถูกเพื่อน…แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา”ทรัมป์บอกเซเลนสกี่

    ประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky ของ Ukraine อ้างข้อมูลข่าวกรองของเคียฟว่า การโจมตีสินทรัพย์สหรัฐฯ ในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วช่วงหลัง มี “รอยนิ้วมือของรัสเซีย” อยู่เบื้องหลัง

    ตามคำกล่าวของเขา รัสเซีย ไม่ได้เพียงส่งเทคโนโลยีหรืออาวุธให้อิหร่านเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมายโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ด้วย

    ในมุมของเคียฟ การเชื่อมโยงนี้มีนัยสำคัญมาก เพราะมันทำให้สงครามยูเครนไม่ใช่เพียงความขัดแย้งในยุโรปตะวันออก แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเผชิญหน้าระดับโลกระหว่างฝ่ายตะวันตกกับแกนพันธมิตรใหม่

    กล่าวง่าย ๆ คือ หากพิสูจน์ได้ว่ามอสโกกับเตหะรานกำลังทำงานร่วมกันจริง
    สงครามใน รัสเซียยูเครน ก็จะเชื่อมต่อกับวิกฤตในตะวันออกกลางทันที

    ---

    แต่สัญญาณจากวอชิงตันกลับต่างออกไป

    ประธานาธิบดี ทรัมป์ ส่งข้อความทางการเมืองที่ค่อนข้างชัดเจนว่า
    วอชิงตัน ไม่ต้องการให้สองสงครามนี้เชื่อมกัน

    ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับ Fox News เขาระบุว่า
    สหรัฐฯ กำลังจัดการสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วยยุทธศาสตร์ของตัวเอง และไม่ได้ต้องการให้ยูเครนเข้ามาเกี่ยวข้องในสมการนี้

    ในภาษาการทูต นั่นอาจฟังดูสุภาพ

    แต่ในภาษาการเมืองที่อ่านกันระหว่างบรรทัด ข้อความของทรัมป์แทบจะตีความได้ว่า

    “คุณอาจพูดถูกก็ได้… แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะพูด และนี่ไม่ใช่สนามของคุณ”

    หรือพูดให้ชัดกว่านั้น

    วอชิงตันไม่ต้องการให้เคียฟลากตะวันออกกลางเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสงครามยูเครน

    ---

    ความต่างของยุทธศาสตร์

    สำหรับ Volodymyr Zelensky
    การเชื่อมโยงรัสเซียกับวิกฤตตะวันออกกลางอาจช่วยขยายกรอบสงคราม และทำให้ตะวันตกมองว่าการช่วยยูเครนคือการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในหลายภูมิภาครวมถึงตะวันออกกลางยามนี้

    แต่สำหรับ Donald Trump
    การเชื่อมสองสนามรบเข้าด้วยกันอาจทำให้วิกฤตขยายตัวเกินกว่าที่สหรัฐฯ ต้องการควบคุม

    โดยเฉพาะเมื่อวอชิงตันกำลังรับมือความตึงเครียดกับอิหร่านอยู่แล้ว
    และยังต้องเฝ้าระวังสมดุลอำนาจในอินโด-แปซิฟิกกับจีน

    ---

    ข้อความที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ

    ดังนั้น แม้ทรัมป์จะไม่ได้กล่าวโจมตีเซเลนสกีโดยตรง

    แต่สัญญาณทางยุทธศาสตร์ที่ส่งออกมาค่อนข้างชัดเจน

    “บางทีคุณอาจมีข้อมูลที่ถูกต้อง
    แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา และไม่ใช่เวทีของคุณ
    วอชิงตันกำลังเล่นเกมอีกกระดานหนึ่งอยู่”

    คำถามที่ยังค้างอยู่จึงไม่ใช่เพียงว่า
    ข่าวกรองของยูเครนถูกต้องหรือไม่

    แต่ประเด็นที่ใหญ่กว่าคือ

    สหรัฐไม่ต้องการขยายให้มันใหญ่ขึ้น

    15 มีนาคม 2569 : คัดข่าว / หาดใหญ่

    ที่มา : Zelensky official statement (via Presidential Office of Ukraine)
    Trump interview clips (Fox News, March 2026)
    Reuters, AP, Bloomberg (Iran-Russia cooperation & US asset attacks)
    X threads จากนักวิเคราะห์รัสเซีย-ยูเครน-ตะวันออกกลาง(@IntelCrab @AuroraIntel @WarMonitor3)

    #Zelensky #RussiaIran #Trump #MiddleEastWar #Geopolitics #UkraineRussiaWar

     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศูนย์บัญชาการคาตาม อัล-อันบิยา (Khatam al-Anbiya) ของอิหร่าน ได้ออกมากล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่ามีการนำโดรนรุ่น "ลูคัส" (Lucas) ซึ่งเป็นโดรนที่เลียนแบบโดรน "ชาเฮด" (Shahed) ของอิหร่าน มาใช้ในการโจมตีพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาค แล้วโยนความผิดว่าเป็นฝีมือของกองกำลังอิหร่าน

    แถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อ IRIB ระบุว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการโจมตีศูนย์กลางต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรอย่างตุรกี คูเวต และอิรักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วอ้างว่าเป็นฝีมือของกองทัพอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายความชอบธรรมในการป้องกันตนเอง และเพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้าน

    ทั้งนี้ กองทัพอิหร่านยืนยันว่าพวกเขาจะโจมตีเฉพาะเป้าหมายและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเท่านั้น หากมีการโจมตีที่ใดก็ตามที่เป็นฝีมือของพวกเขาจริง อิหร่านจะออกประกาศยอมรับอย่างเป็นทางการด้วยตนเองทุกครั้ง

    #OrbitWire
    https://www.facebook.com/share/1H3eUVookt/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โอมาน

    คำประกาศจากรายงานสื่อท้องถิ่นเวลา 09.00 น. 15 มีนาคม 2026 ตามเวลาประเทศไทย
    FB_IMG_1773557226884.jpg
    https://www.facebook.com/share/1AarMtZ5bV/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวร้อนในนิวซีแลนด์ตอนนี้คงหนีไม่พ้นข่าว Jacinda Ardern อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้เก็บกระเป๋าย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เรียบร้อยแล้วหลังจากที่เธอทำเศรษฐกิจประเทศนิวซีแลนด์พังคามือทิ้งไว้ให้เป็นปัญหาของผู้นำคนต่อๆไป

    ตอนนี้เกิดเทรนด์ใหญ่ในนิวซีแลนด์คือชาวนิวซีแลนด์วัยทำงาน (30-50 ปี) พากันแห่ย้ายไปอยู่ออสเตรเลียกันัป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วง 1-2 ปีหลังสุด มีคนนิวซีแลนด์ย้ายออกนอกประเทศมากกว่า 60,000 คนในปี 2025 และส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ออสเตรเลีย

    สาเหตุหลักก็คือเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ตอนนี้กำลังชะลอตัว การว่างงานสูงขึ้น ราคาบ้านตก แต่ค่าครองชีพยังแพง ในขณะที่ออสเตรเลียมีเงินเดือนเฉลี่ยสูงกว่าประมาณ 37% และโอกาสมีงานทำดีกว่า ทำให้เกิดสภาวะสมองไหล (brain drain) หรือการสูญเสียคนเก่ง โดยเฉพาะคนวัยทำงาน

    Jacinda กลายเป็นหนึ่งในชาวนิวซีแลนด์หลายหมื่นคนที่แห่หนีออกนอกประเทศตามกระแสนี้ ทำให้คนนิวซีแลนด์จำนวนมากแสดงความเห็นในโซเชียลอย่างรุนแรงโดยบอกว่า "เธอทิ้งประเทศที่ตัวเองทำให้พังคามือ" บางคนก็ล้อว่า "ทำลายนิวซีแลนด์เสร็จแล้วก็หนีไปใช้ชีวิตดีๆที่ออส"

    Jacinda น่าจะเป็นอดีตผู้นำคนแรกและคนเดียวของโลกหรือเปล่าไม่แน่ใจ ที่อพยพหนีพิษเศรษฐกิจจากฝีมือตัวเองไปอยู่ประเทศอื่นเมื่อสิ้นสุดตำแหน่ง

    https://www.facebook.com/share/1E6T9yYt64/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    (Mar 15) ตลาดโลกไม่คลายกังวล แม้ 30 ประเทศ ระบายน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล หลังฮอร์มุซปิด: ตลาดโลกไม่คลายกังวล แม้ 30 ประเทศ ระบายน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล หลังฮอร์มุซปิด นักวิเคราะห์เตือนราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 135 ดอลลาร์หากสงครามยืดเยื้อ

    วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 09.07 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดน้ำมันโลกส่งสัญญาณชัดเจนในสัปดาห์นี้ว่า การระบายน้ำมันสำรองจำนวนมหาศาลจากสหรัฐและพันธมิตร ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับวิกฤตอุปทานครั้งใหญ่ ที่เกิดจากสงครามกับอิหร่าน

    ประเทศกว่า 30 ประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ตกลงร่วมกันปล่อยน้ำมันสำรองเข้าสู่ตลาดรวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อพยายามกดราคาพลังงานไม่ให้พุ่งสูงเกินไป โดยสหรัฐเป็นแกนนำของมาตรการดังกล่าว ด้วยการปล่อยน้ำมันจาก คลังสำรองยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve – SPR) จำนวน 172 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 43% ของปริมาณทั้งหมดที่องค์การพลังงานสากล (IEA) ระดมออกมา
    การระบายน้ำมันครั้งนี้ถือเป็น ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 50 ปีของ IEA ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศสมาชิกในยามวิกฤต

    อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดได้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 17% นับตั้งแต่ IEA ประกาศแผนระบายน้ำมันฉุกเฉินเมื่อวันพุธ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นมาตรฐานตลาดโลก ปิดเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันศุกร์

    นักวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุสำคัญคือสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในตะวันออกกลางยังคงเลวร้าย เรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียยังถูกโจมตี ขณะที่ ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกยังแทบปิดการใช้งาน และผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านก็ประกาศว่าจะปิดเส้นทางดังกล่าวต่อไป

    โทมัส ไลล์ส นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษาพลังงาน Rystad Energy กล่าวว่า ตราบใดที่การเดินเรือยังไม่กลับมาเป็นปกติ มาตรการเชิงนโยบายใด ๆ ก็จะมีผลต่อราคาน้ำมันเพียงจำกัด

    ก่อนเกิดสงคราม ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันสำคัญในตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งออกน้ำมันรวมกันประมาณ 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเพียง 5–6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่สามารถส่งออกผ่านท่อส่งน้ำมันไปยังทะเลแดงและอ่าวโอมานได้

    นั่นหมายความว่ายังมีน้ำมันราว 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 10% ของอุปทานน้ำมันโลก ที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยังติดค้างอยู่ในภูมิภาคจนกว่าการเดินเรือจะกลับมา

    แม้ในทางทฤษฎี น้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล จะสามารถชดเชยอุปทานที่หายไปได้ประมาณ 40 วัน แต่ในความเป็นจริงกระบวนการปล่อยน้ำมันสำรองต้องใช้เวลา และไม่สามารถนำออกสู่ตลาดได้ทันที

    น้ำมันสำรองอาจช่วยได้เพียงชั่วคราว

    นักวิเคราะห์จากบริษัท Bernstein ระบุว่า ปริมาณน้ำมันที่หายไปจากสงครามนั้น สูงกว่าปริมาณที่ IEA สามารถระบายออกได้ในแต่ละวัน จึงทำให้มาตรการดังกล่าวมีผลจำกัดต่อแนวโน้มราคาน้ำมัน

    สำหรับสหรัฐ แผนการปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลในช่วง 120 วัน เท่ากับประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นเพียง 15% ของอุปทานที่หายไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

    นอกจากนี้ยังต้องใช้เวลาประมาณ 13 วัน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อนุมัติ ก่อนที่น้ำมันจะเริ่มเข้าสู่ตลาดจริง

    ขณะเดียวกัน IEA ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ประเทศสมาชิกอื่น ๆ จะเริ่มปล่อยน้ำมันเมื่อใดและในปริมาณเท่าใด โดยแต่ละประเทศจะตัดสินใจตามสถานการณ์ของตนเอง

    ก่อนหน้านี้ IEA เคยระบายน้ำมันสำรองเพื่อตอบสนองต่อสงครามรัสเซีย–ยูเครน โดยสามารถระบายได้สูงสุดประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2022 และนักวิเคราะห์คาดว่าครั้งนี้อาจเพิ่มอัตราการปล่อยได้ใกล้ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

    นักวิเคราะห์ของ Bernstein ระบุว่า มาตรการนี้ ช่วยซื้อเวลาให้ตลาด แต่ไม่ได้แก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน

    Rystad Energy คาดการณ์ว่า หากสงครามยืดเยื้อ 2 เดือน ราคาน้ำมัน Brent อาจขึ้นไปถึง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเดือนเมษายน และหากยืดเยื้อ 4 เดือน ราคาอาจพุ่งถึง 135 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเดือนมิถุนายน

    ความเสี่ยงคลังสำรองลดลง

    การระบายน้ำมันครั้งนี้ยังสร้างความเสี่ยงต่อการลดลงของคลังสำรองพลังงาน โดยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรล ที่จะปล่อยออกมาคิดเป็นประมาณ 33% ของคลังสำรองรวม 1.2 พันล้านบาร์เรลของประเทศสมาชิก IEA

    สำหรับสหรัฐ การปล่อย 172 ล้านบาร์เรล เท่ากับ 41% ของน้ำมัน 415 ล้านบาร์เรล ที่เหลืออยู่ในคลังสำรองยุทธศาสตร์

    อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ Chris Wright กล่าวว่า ทำเนียบขาวมีแผนซื้อคืนมากกว่า 200 ล้านบาร์เรลภายในหนึ่งปี เพื่อทดแทนน้ำมันที่ปล่อยออกมา

    นอกจากนี้ การระบายน้ำมันสำรองยัง ไม่สามารถแก้ปัญหาการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของการส่งออก LNG ของโลก

    นักวิเคราะห์จาก Wolfe Research ระบุว่า แม้มาตรการปล่อยน้ำมันสำรองจะช่วยบรรเทาแรงกระแทกของวิกฤตพลังงานได้บางส่วน แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการ เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

    Source: การเงินธนาคารออนไลน์
    https://moneyandbanking.co.th/2026/231680/

    เพิ่มเติม
    - The biggest release of emergency oil stockpiles in history was announced. Why crude may keep rising : https://www.cnbc.com/2026/03/14/iran-war-iea-oil-stockpile-spr-strait-hormuz.html
    FB_IMG_1773589364199.jpg
    Cr.CNBC

    https://www.facebook.com/share/17jfw9ec9h/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! ราคาน้ำมันดิบโลกแตะ 106 ดอลล์ รับสหรัฐโจมตีเกาะคาร์กของอิรัก 05.50 น. 16 มี.ค. ราคาเบร็นท์อังกฤษ 106.17 ดอลล์ +3.03$(+2.94%) ราคาไนเม็กซ์สหรัฐ 101.32 ดอลล์ +2.61$(+2.64%) BTimes

    https://www.facebook.com/share/1AuA4zfzMF/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศึกตะวันออกกลางเดือดแรง ยืดยาว ปิดช่องแคบฮอร์มุสนาน เศรษฐกิจไทยปีม้าไฟมีให้โตแค่ 1.6% หรือโตแค่ 1.3% ช็อคเงินเฟ้อกระฉูดสูงสุดถึง 14 เท่า BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1R87LxVQ1r/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เข้าสัปดาห์ที่ 3 ศึกตะวันออกกลางมีแต่ดุเดือดขึ้น ค่าตั๋วเครื่องบินต่างประเทศพุ่ง 20% กว่า 20% มาเที่ยวพังงาไม่ได้ เลื่อนเข้าพักพุ่งเกิน 20% ทุบศก.พังงาวูบกว่า 1,700 ล้าน ปกติต่างชาติมาพังงากว่า 90% เป็นยุโรป BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1RMuc8ar8d/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ โรงถลุงอะลูมิเนียมยักษ์ใหญ่ในบาห์เรนลดกำลังการผลิต หลังวิกฤตช่องแคบ Hormuz กระทบห่วงโซ่อุปทาน
    FB_IMG_1773616999693.jpg
    สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโลหะทั่วโลกอย่างชัดเจน เมื่อ Aluminium Bahrain BSC หรือ Alba ผู้ดำเนินงานโรงถลุงอะลูมิเนียมแบบไซต์เดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เริ่มทยอยปิดสายการผลิตบางส่วน เพื่อรักษาวัตถุดิบที่เหลืออยู่ หลังการขนส่งผ่านช่องแคบ Strait of Hormuz ชะลอตัวอย่างหนัก

    บริษัทเปิดเผยว่า การปิดกำลังการผลิตครั้งนี้จะดำเนินการแบบ phased shutdown หรือทยอยลดกำลังการผลิตเป็นขั้นตอน โดยครอบคลุมสายการผลิต 3 สาย คิดเป็นประมาณ 19% ของกำลังการผลิตรวมต่อปีที่ 1.6 ล้านตัน

    การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อประหยัดวัตถุดิบต้นน้ำที่จำเป็นสำหรับกระบวนการผลิตอะลูมิเนียม หลังจากการขนส่งสินค้าในภูมิภาคเริ่มติดขัดอย่างรุนแรง เนื่องจากเรือสินค้าจำนวนมากชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานและวัตถุดิบที่สำคัญของโลก

    ■ วิกฤตโลจิสติกส์เริ่มกระทบอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมทั้งภูมิภาค

    ความเคลื่อนไหวของ Alba สะท้อนให้เห็นถึงความปั่นป่วนที่กำลังลุกลามไปทั่วอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมในตะวันออกกลาง

    ผู้ผลิตในภูมิภาคกำลังเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน ได้แก่

    → ปัญหาการขนส่งโลหะออกสู่ตลาดโลก
    → ความยากลำบากในการนำเข้า alumina ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอะลูมิเนียม

    เมื่อห่วงโซ่อุปทานเริ่มติดขัดอย่างหนัก ราคาตลาดโลกก็เริ่มตอบสนองทันที

    ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ราคาอะลูมิเนียมในตลาด London Metal Exchange (LME) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 9% นับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น

    การปรับขึ้นครั้งนี้ยังส่งผลให้ราคาโลหะดังกล่าว แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022

    ■ Alba ถึงขั้น “ระงับการขาย” ให้ลูกค้า

    แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า โรงถลุงอะลูมิเนียมหลายแห่งในตะวันออกกลางกำลังเผชิญความยากลำบากในการบริหารสต็อก ทั้งในด้านการส่งออกสินค้าและการนำเข้าวัตถุดิบ

    สำหรับ Aluminium Bahrain BSC (Alba) สถานการณ์เริ่มตึงตัวมากขึ้นจนบริษัทตัดสินใจระงับการขายให้กับลูกค้าบางส่วนแล้ว

    การหยุดขายดังกล่าวเกิดจากปัจจัยกดดันหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่

    → ปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่รุนแรงขึ้น
    → ความไม่แน่นอนของการขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz
    → ข้อจำกัดด้านพลังงานที่เริ่มกดดันกระบวนการผลิต

    ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมโลหะในภูมิภาค ซึ่งพึ่งพาเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่าง Hormuz อย่างมาก

    เมื่อเส้นทางนี้เริ่มสะดุด ผลกระทบก็เริ่มลามตั้งแต่ วัตถุดิบ → การผลิต → การส่งออก → ไปจนถึงราคาตลาดโลก

    และตอนนี้ สัญญาณชัดเจนแล้วว่า วิกฤตนี้ไม่ได้กระทบแค่พลังงานเท่านั้น แต่กำลังเริ่มลามเข้าสู่ตลาดโลหะอุตสาหกรรมทั่วโลก

    https://www.facebook.com/share/p/172yCteMaW/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สัปดาห์นี้จับตา “เหตุการณ์ใหญ่” หลายเรื่องที่อาจกำหนดทิศทางตลาด

    สัปดาห์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของตลาดการเงินโลก เพราะมีทั้งเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ + ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ + การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ที่อาจส่งผลต่อทิศทางตลาดหุ้น พันธบัตร และราคาน้ำมันพร้อมกัน

    ต่อไปนี้คือ Key Events สำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา

    → ตลาดเริ่มตอบสนองต่อการโจมตีของสหรัฐต่อ Kharg Island – วันนี้ เวลา 6 PM ET
    ตลาดกำลังรอดูปฏิกิริยาหลังสหรัฐโจมตี Kharg Island ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน เหตุการณ์นี้อาจทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกผันผวนทันทีเมื่อการซื้อขายเริ่มเปิด

    → ตัวเลข Pending Home Sales เดือนกุมภาพันธ์ – วันอังคาร
    ข้อมูลยอดทำสัญญาซื้อขายบ้านที่ยังไม่ปิดดีล จะช่วยสะท้อนความแข็งแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจ

    → ตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) เดือนกุมภาพันธ์ – วันพุธ
    ดัชนี Producer Price Index (PPI) เป็นตัววัดแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับต้นน้ำ หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อจะยังดื้อดึง

    → การประชุมดอกเบี้ยของ Fed และแถลงการณ์นโยบาย – วันพุธ
    เหตุการณ์สำคัญที่สุดของสัปดาห์ คือ การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve รวมถึงถ้อยแถลงของคณะกรรมการ ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกจะจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยเมื่อไร

    → ดัชนีภาคการผลิต Philly Fed – วันพฤหัสบดี
    ดัชนี Philadelphia Fed Manufacturing Index เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพภาคการผลิตของสหรัฐ หากตัวเลขอ่อนแอ อาจสะท้อนว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว

    → ยอดขายบ้านใหม่เดือนมกราคม – วันพฤหัสบดี
    ตัวเลข New Home Sales จะช่วยยืนยันภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นภาคส่วนที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยอย่างมาก

    ■ สัปดาห์นี้อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนของตลาด

    เมื่อรวมกันแล้ว สัปดาห์นี้มีทั้ง
    → ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
    → ข้อมูลเงินเฟ้อ
    → และนโยบายดอกเบี้ยของ Fed

    ทั้งหมดนี้อาจทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนสูงกว่าปกติ

    เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์หลายเรื่องอาจกำหนดทิศทางตลาดในช่วงถัดไปได้เลย

    https://www.facebook.com/share/p/1CMPTywDxj/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    15 มีนาคม 1933 วันที่ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางวิกฤต Great Depression

    ย้อนกลับไปในวันที่ 15 มีนาคม 1933 ตลาดหุ้นสหรัฐสร้างสถิติที่ยังถูกพูดถึงจนถึงวันนี้ เพราะวันนั้นกลายเป็นวันที่ตลาดหุ้นพุ่งแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

    ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด พุ่งขึ้นถึง 16.61%

    ขณะที่ Dow Jones Industrial Average ก็ปิดตลาด พุ่งขึ้น 15.34%

    สิ่งที่น่าสนใจคือ การพุ่งขึ้นครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง แต่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐ หรือ Great Depression

    ■ จุดเริ่มต้นมาจาก “Bank Holiday” ของประธานาธิบดี Roosevelt

    เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การพุ่งขึ้นของตลาดวันนั้น เกิดขึ้นหลังจากตลาดหุ้นกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

    ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt ได้ประกาศสิ่งที่เรียกว่า “bank holiday”

    มาตรการนี้คือ การสั่งปิดธนาคารทั่วประเทศชั่วคราว

    ช่วงเวลาของการปิดธนาคารกินเวลาตั้งแต่ 6 มีนาคม ถึง 13 มีนาคม 1933

    เหตุผลสำคัญคือ ในเวลานั้นประชาชนจำนวนมากกำลัง แห่ถอนเงินออกจากธนาคาร (bank run) จนระบบการเงินเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก

    รัฐบาลสหรัฐจึงต้องใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อหยุดความตื่นตระหนก และฟื้นความเชื่อมั่นในระบบธนาคาร

    หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ Emergency Banking Act

    กฎหมายฉุกเฉินนี้เปิดทางให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบความมั่นคงของธนาคาร และอนุญาตให้เฉพาะธนาคารที่มีฐานะมั่นคงกลับมาเปิดให้บริการได้

    ■ เมื่อธนาคารเปิดอีกครั้ง ตลาดหุ้น “ระเบิดขึ้น”

    หลังจากมาตรการเหล่านี้เริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

    เมื่อตลาดหุ้นกลับมาเปิดทำการในวันที่ 15 มีนาคม 1933

    แรงซื้อจำนวนมหาศาลก็ไหลเข้าสู่ตลาดทันที

    ผลลัพธ์คือ S&P 500 พุ่งขึ้นถึง 16.6% ในวันเดียว ซึ่งยังคงเป็น สถิติวันบวกแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นสหรัฐ

    ■ 10 วันที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ S&P 500

    เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ตลาดพุ่งแรงที่สุดส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหรือช่วงตลาดผันผวนสูง

    รายชื่อ 10 วันที่ดีที่สุดของ S&P 500 มีดังนี้

    15 มีนาคม 1933 : +16.6%

    30 ตุลาคม 1929 : +12.5%

    6 ตุลาคม 1931 : +12.4%

    4️⃣ 21 กันยายน 1932 : +11.8%

    5️⃣ 13 ตุลาคม 2008 : +11.6%

    6️⃣ 28 ตุลาคม 2008 : +10.8%

    7️⃣ 5 กันยายน 1939 : +9.6%

    8️⃣ 9 เมษายน 2025 : +9.5%

    9️⃣ 20 เมษายน 1933 : +9.5%

    24 มีนาคม 2020 : +9.4%

    ■ บทเรียนจากประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น

    สิ่งที่น่าสังเกตจากรายชื่อเหล่านี้คือ หลายวันในลิสต์เกิดขึ้น ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตหนัก

    ไม่ว่าจะเป็น
    → Great Depression ในทศวรรษ 1930
    → วิกฤตการเงินโลกปี 2008
    → หรือ ช่วง COVID-19 ในปี 2020

    นั่นสะท้อนความจริงอย่างหนึ่งของตลาดหุ้นว่า

    วันบวกแรงที่สุดของตลาด มักเกิดขึ้นตอนที่ความกลัวในตลาดสูงที่สุด

    และสำหรับวันที่ 15 มีนาคม 1933 มันยังคงเป็นตัวอย่างคลาสสิกของช่วงเวลาที่มาตรการนโยบายสามารถเปลี่ยนอารมณ์ตลาดได้ในชั่วข้ามคืน

    https://www.facebook.com/share/17N2D6SEJR/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตอนนี้สถานการณ์ญี่ปุ่นก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากกรณีที่ถูกสหรัฐอเมริกา ร้องขอความช่วยเหลือในการส่งกองเรือไปตะวันออกกลาง

    รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านคนปัจจุบัน เคยเป็นเอกอัครราชทูตประจำอยู่ญี่ปุ่น ช่วงปี 2551 ถึง 2554

    ซึ่งตอนปี 2554 ญี่ปุ่นเกิดเหตุแผ่นดินไหวและตามด้วยสึนามิ จนสร้างความเสียหายให้กับญี่ปุ่นอย่างร้ายแรง

    ซึ่งตอนนั้นเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำญี่ปุ่น ปัจจุบัน คือ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้พาคณะลงพื้นที่ เมืองยามาดะ จังหวัดอิวาเตะ

    และได้มอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัยและทำอาหารแจก และได้สร้างความประทับใจให้กับคนในพื้นที่ เจ้าตัวเคยกล่าวไว้ว่า "คนอิหร่านไม่เคยลืมบุญคุณที่ญี่ปุ่นเคยช่วยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองบาม (ปี 2003)" การช่วยเหลือญี่ปุ่นในปี 2011 จึงเป็นการตอบแทนน้ำใจในฐานะมิตรแท้

    ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมาเจ้าตัวได้โทรศัพท์หา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น และเตือนว่าอย่าให้ญี่ปุ่นตกเป็นเครื่องมือของสหรัฐ

    นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิชิ ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม และมีการตอกย้ำอีกครั้งในวันนี้ว่า

    รัฐบาลยังไม่ถือว่าสงครามอิหร่านเป็น "สถานการณ์ที่เป็นภัยต่อการอยู่รอดของชาติ" (Survival-threatening situation) ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวที่กฎหมายความมั่นคงปี 2015 อนุญาตให้ส่งกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) ไปสนับสนุนสหรัฐฯ ได้ ทากาอิชิยืนยันว่าการส่งเรือไปกวาดทุ่นระเบิดในขณะที่สงครามยังไม่จบ "ทำไม่ได้" เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการใช้กำลังทหารซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 9

    ทาคายูกิ โคบายาชิ ประธานฝ่ายนโยบายของพรรค LDP ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ (NHK) โดยใช้คำว่า "เพดานสูงมาก" (Extremely high hurdle) สำหรับการส่งเรือรบ
    "ในทางกฎหมายเราไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ทิ้งเสียทีเดียว แต่ภายใต้สถานการณ์ที่มีสงครามกำลังดำเนินอยู่ เราต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังสูงสุด"

    https://www.nippon.com/en/behind/l00193/?hl=en-US

    https://www.mofa.go.jp/announce/announce/2011/3/0325_03.html?hl=en-US

    https://www.japantimes.co.jp/news/2.../trump-hormuz-strait-japan-takaichi/?hl=en-us

    https://www.channelnewsasia.com/east-asia/japan-strait-hormuz-warship-oil-iran-5994456?hl=en-US

    https://www.facebook.com/share/p/17JK1LpL3a/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์สหรัฐฯช่องดังวันเสาร์(14 มี.ค)ว่า เตหะรานมีความร่วมมือกับรัสเซียและจีนด้านการทหารระหว่างทำสงครามสู้สหรัฐฯ ยืนยันช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ปิดแต่ยกเว้นสำหรับเรืออเมริกาและเรืออิสราเอลเท่านั้นห้ามผ่าน หลังวันศุกร์(13 มี.ค) ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ พลอากาศเอก แดน เคน แถลงยืนยัน สหรัฐฯประสบความสำเร็จจมเรือดำน้ำอิหร่านได้ ลืออาจเป็นเรือดำน้ำ IRIS Fateh

    คลิกอ่านข่าว>> https://mgronline.com/around/detail/9690000025235

    #MGROnline #สหรัฐฯ #อิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ

    https://www.facebook.com/share/p/17xdpL6YEj/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    6.50 น.ปธน.ทรัมป์ชี้กลุ่มนาโตเจออนาคตที่เลวร้าย ถ้าไม่ช่วยสหรัฐในสงครามอิหร่าน สหรัฐจ่อเปิดตัวพันธมิตรนานาชาติส่งเรือคุ้มกันผ่านช่องแคบฮอร์มุส อิรักปิดท่าเรือส่งออกน้ำมันบาสร่า 3 ซีอีโอยักษ์น้ำมันสหรัฐเตือนวิกฤตพลังงาน BTimes

    https://www.facebook.com/share/18U7xvgBRf/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เมื่ออินทรีสิ้นฤทธิ์จนต้องง้อมังกร" หมากแก้เกมสุดย้อนแย้งของทรัมป์ในวิกฤตฮอร์มุซ

    โลกในสัปดาห์ที่สามของสงครามอิหร่านปี 2026 กำลังเผชิญกับภาพที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ #ทรัมป์ ผู้ชูคำขวัญ "America First" กลับต้องออกมาส่งสาส์นที่ถูกตีความว่าเป็นการ "#อ้อนวอน" (Beg) ให้มหาอำนาจคู่แข่งอย่างจีน เข้ามาช่วยล้างป่าช้าในความขัดแย้งที่ตนเองเป็นคนจุดชนวน

    1. ตรรกะวิบัติ: "ชนะ 100% แต่คุมพื้นที่ไม่ได้"

    หนึ่งในจุดที่น่าขันที่สุดในแถลงการณ์ผ่าน Truth Social ของทรัมป์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม คือความลักลั่นของข้อมูล:

    • คำกล่าวอ้าง: ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปแล้ว 100% (Totally Decimated) หลังจากถล่มเกาะฮาร์ก (Kharg Island) จนราบคาบ

    • ความย้อนแย้ง: ในบรรทัดถัดมา เขากลับยอมรับว่าอิหร่านยังสามารถส่งโดรนเพียง "หนึ่งหรือสองลำ" หรือวางทุ่นระเบิดเพื่อปิดตายช่องแคบฮอร์มุซได้

    • มุมมองยุทธศาสตร์: นี่คือความพ่ายแพ้ของกองทัพที่ทันสมัยที่สุดต่อ "สงครามพิกเซล" และ "สงครามอสมมาตร" แม้อิหร่านจะถูกถล่มยับเยิน แต่ "ต้นทุน" ในการปิดช่องแคบของอิหร่านนั้นต่ำกว่า "ต้นทุน" ในการคุ้มกันของสหรัฐฯ มหาศาล

    2. "ดีล" แลกที่นั่ง: ทำไมพ่อค้าอย่างทรัมป์ถึงยอมเสียหน้า?

    การที่ทรัมป์ระบุชื่อ "#จีน" เป็นลำดับแรกในกลุ่มประเทศที่เขา "ขอแกมบังคับ" ให้ส่งกองเรือมา คุ้มกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ:
    • เดิมพันคือเก้าอี้: ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากวิกฤต #ฮอร์มุซ คือยาพิษสำหรับการเลือกตั้ง ทรัมป์รู้ดีว่าหากคุมราคาน้ำมันไม่ได้ พรรคของเขาจะพ่ายแพ้ในสนามการเมืองในบ้านทันที

    • หมากพลิกลิ้น: สไตล์พ่อค้าของทรัมป์ชัดเจน "นาทีนี้ต้องการใครก็เรียกพี่ ทันทีที่รอดตายก็เรียกศัตรู" การดึงจีนลงมาติดร่างแหในตอนนี้ คือการพยายามแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย (Cost-sharing) และความเสี่ยงจากการถูกโดรนพลีชีพเล่นงาน

    3. "#เปโตรหยวน" (Petroyuan): หมัดฮุกจากเตหะรานถึงวอชิงตัน

    ประเด็นที่สั่นสะเทือนระบบดอลลาร์ที่สุดคือรายงานจาก CNN ที่ระบุว่า อิหร่านอาจยอมให้เรือน้ำมันผ่านช่องแคบได้ หากยอมซื้อขายน้ำมันด้วย "สกุลเงินหยวน" (CNY)

    • นี่คือการตบหน้าสหรัฐฯ กลางสี่แยก เพราะในขณะที่สหรัฐฯ ใช้กำลังทหารบีบคั้น แต่อิหร่านกลับเปิดทางให้จีนเข้ามาวางรากฐานทางเศรษฐกิจใหม่ นี่คือเหตุผลที่ทรัมป์อยู่ไม่ติด จนต้องออกมาส่งข้อความผ่านโซเชียลขอร้องจีนแบบ "เสียไม่ได้"

    ใครกันแน่ที่ติดกับดัก?
    "ทรัมป์เดินหมากพลาดตั้งแต่ก้าวแรกที่คิดว่าอิหร่านจะ 'ยอมจำนน' เพียงเพราะโดนถล่มกองบัญชาการพร้อมเด็ดหัวผู้นำ... ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับ 'สงครามที่ไม่มีวันชนะ' และพยายามดึงจีนลงมาติดร่างแห เพื่อหวังให้จีนช่วยเจรจากับอิหร่านให้ แต่สำหรับจีน... 'น้ำขึ้นต้องรีบตัก' ถ้าอเมริกาอยากให้ช่วย ก็ต้องมี 'ค่าตอบแทน' ที่สมน้ำสมเนื้อกว่าแค่คำขอบนโซเชียล"

    #ChinaFocus

     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,612
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำไมโม้ไปตั้งนาน แต่ไม่มา "คุ้มกัน" เรือให้สักที?
    คำตอบ คือ มันยากมากครับท่าน
    ก่อนอื่น ผมถามก่อน คุณขับรถเท่าไหร่? แล้วรู้ไหม เรือแล่นเท่าไหร่ ...
    25 กม./ชม.! คือถ้าเป็นบนท้องถนนเนี่ย แปลว่ารถติดแหง็กจนการจราจรเป็นเต่าคลาน

    แล่นเช้าแบบนี้ อิหร่าน "มีเวลา" เล็ง สบายๆ

    และช่องแคบ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว แคบมาก ฮอร์มุซนี่ก็แค่ 40 กม. เท่านั้น เพราะงั้น "พิกัด" มันจำกัดวงมาก สบายๆ เลย

    ยิ่งกว่านั้น อิหร่านจะโจมตีมาจากตรงไหนก็ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องตั้งป้อมอยู่ที่ริมฮอร์มุซ เพราะโดรน "ชาเฮด" บินไกลได้ 2,500 กม.

    ทางที่จะคุ้มกันได้ ก็ต้องมีเรือรบไปประกบอย่างบอดี้การ์ดขณะแล่นผ่านฮอร์มุซ
    สกัดได้ไม่ยากเลยครับท่าน แต่ประเด็นคือ "เปลือง"
    สกัดนี่ไม่ใช่หนังสติ๊กนะ ต้องมีมิสไซล์ยิงสกัด แล้วถามว่าลูกละ 150 บาทเหรอ แล้วต่อราคาเหลือ 100 บาทขาดตัวได้ไหม

    ประเด็นยิ่งไปกว่านั้นอีก เรือที่จะผ่านฮอร์มุซไม่ใช่ลำสองลำ
    เป็นสิบเป็นร้อย! และทุกวี่ทุกวัน!
    "เปลือง" มหาศาล

    นั่นถึงทำให้ทรัมป์ทั้งร้องเย้วๆ และเต้นเย้วๆ แต่ไม่ส่งเรือรบมาคุ้มกันให้ซักที
    ล่าสุด ก็ตะโกนโหวกเหวกเรียกพันธมิตรมาช่วยคุ้มกัน
    ความคิดก็คือ "กูไม่เปลืองคนเดียวแน่ มาร่วมด้วยช่วยเปลืองกันซะดีๆ"
    แล้วถามว่าชาติต่างๆ ที่ทรัมป์กระทุ้ง จะยอมมา "เปลือง" ด้วยทำไม
    เพราะไม่ใช่แค่เปลืองเงิน แต่มันเปลืองตัวด้วย
    มาคุ้มกัน เท่ากับตั้งตัวเป็นศัตรูกับอิหร่านเต็มๆ

    และมันเสี่ยง
    เสี่ยงยังไง ก็ตอบง่ายๆ
    ตอบด้วยการถามกลับว่าตอนนี้กองเรือบรรทุกเครื่องบินรบของอเมริกาอยู่ไหนล่ะ
    USS Abraham Lincoln อยู่ทะเลอาหรับ
    USS Gerald R. Ford อยู่โน่นเลย ทะเลแดง
    อ้าว แล้วทำไมไม่ไปตรงฮอร์มุซล่ะ
    (จากทะเลอาหรับ ต้องเข้าอ่าวโอมาน ผ่านฮอร์มุซ ถึงเข้าอ่าวเปอร์เซีย)
    คำตอบคือมันเสี่ยงยังไงล่ะ

    ฮอร์มุซมันใกล้อิหร่านมาก หนึ่งล่ะ
    และอีกหนึ่ง ฮอร์มุซมันแคบ พิกัดชัดเลย
    เสี่ยงมาก

    ทีนี้ ถามว่าเอาเรือรบไปคุ้มกันเรือสินค้าตรงฮอร์มุซให้ มันคุ้มไหมล่ะ

    ใครจะบ้าทำ
    แล้วถ้าลำสองลำยังพอว่า แต่ให้ทำมากมายก่ายกอง และทำเป็นประจำทุกวัน
    เท่ากับกอดความเสี่ยงไว้กับตัวแน่น

    ทรัมป์ถึงต้องเรียกพรรคพวกมาไง ประมาณว่าที่จริง ข้าไม่เดือดร้อนหรอก แต่พวกเอ็งน่ะแหละเดือดร้อน
    พวกเอ็งต่างหากล่ะ ที่ต้องการน้ำมันจากตะวันออกกลาง พวกเอ็งก็ต้องมาโอบรับความเสี่ยงนี้ไว้ซิ ไม่ใช่กงการอะไรของข้าที่ต้องรับคนเดียว

    จากนั้น ก็อย่างที่ทราบ ชาติต่างๆ ที่ทรัมป์ขานชื่อ ล้วนไม่เอาด้วย

    อิหร่านไม่ได้ล่อแต่การศึก แต่เล่นการเมืองด้วยเช่นกัน
    มี "อินเดีย" ให้เห็นแล้วเป็นตัวอย่าง
    ทำไม ทำไมเรืออินเดียผ่านฮอร์มุซได้ล่ะ

    งั้นก็ถ้าชาติอื่นอยากผ่านบ้าง ก็ทำแบบอินเดียเท่านั้นเอง ทำไงก็ไปถามอินเดียดูได้
    ไม่ได้ยากเลย

    และก็ไม่ต้องรอเรือรบที่ไหนมาคุ้มกันด้วย

    สรุป เรือรบจะมาคุ้มกันให้เมื่อไหร่ หรือต้องรอถึงจบศึก

    https://www.facebook.com/share/p/1CdCPwdU8z/
     

แชร์หน้านี้

Loading...