ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถล่ม Kharg Island - หัวใจเศรษฐกิจของอิหร่าน !!!

    ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันกว่า 90% ของอิหร่าน

    ถ้าถูกทำลาย รายได้น้ำมันทั้งหมดของอิหร่านจะหายไป

    สำหรับรอบนี้ เป้าหมายทางการทหารทั้งหมด

    และขู่ว่า

    ถ้าอิหร่านยังโจมตีเรือที่ผ่านช่องแคบ Hormuz

    รอบหน้า จะเป็นโครงสร้างการส่งออกน้ำมันทั้งหมดบนเกาะดังกล่าวของอิหร่าน !!!

    Moments ago, at my direction, the United States Central Command executed one of the most powerful bombing raids in the History of the Middle East, and totally obliterated every MILITARY target in Iran’s crown jewel, Kharg Island. Our Weapons are the most powerful and sophisticated that the World has ever known but, for reasons of decency, I have chosen NOT to wipe out the Oil Infrastructure on the Island. However, should Iran, or anyone else, do anything to interfere with the Free and Safe Passage of Ships through the Strait of Hormuz, I will immediately reconsider this decision.

    เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ตามคำสั่งของผม United States Central Command ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศที่ทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลาง และได้ทำลายเป้าหมายทางทหารทั้งหมดอย่างราบคาบบน Kharg Island ซึ่งถือเป็น “หัวใจเศรษฐกิจ” ของอิหร่าน

    อาวุธของเราคืออาวุธที่ทรงพลังและทันสมัยที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา แต่ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและความเหมาะสม ผมจึงเลือกที่จะไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะแห่งนี้

    อย่างไรก็ตาม หากอิหร่าน หรือใครก็ตาม กระทำการใด ๆ เพื่อขัดขวางการเดินเรือที่ ”เสรีและปลอดภัย“ ผ่านช่องแคบ Strait of Hormuz ผมจะทบทวนการตัดสินใจนี้ทันที

    มาติดตามว่า

    ภายใต้คำขู่ และ ปืนที่จ่อยิง

    เรือจะผ่านได้หรือไม่

    ทั้งหมดจะมีนัยยะต่อราคาน้ำมันเมื่อตลาดเปิดในต้นสัปดาห์หน้า
    FB_IMG_1773448827469.jpg FB_IMG_1773448829566.jpg FB_IMG_1773448831796.jpg
    #Trump #KhargIsland #IranWar

    https://www.facebook.com/share/18Lem7RMM7/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดูไบสะเทือนโลก! ดัชนีอสังหาฯ ร่วง 32% หลังสงครามอิหร่าน นักลงทุนแห่หนี Safe Haven**

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
    **ดูไบเคยถูกมองว่าเป็น “Safe Haven” ของเงินทุนโลก**

    มหาเศรษฐีจาก
    รัสเซีย
    จีน
    ยุโรป
    เอเชีย

    ต่างแห่กันย้ายเงินเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่นี่

    ทำให้ราคาอสังหาฯดูไบ
    **พุ่งแรงกว่า 60% ตั้งแต่ปี 2022**

    และในปี 2025 เพียงปีเดียว
    ตลาดยังเพิ่มขึ้นอีกประมาณ **15%**

    ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    แต่แล้ว
    **สงครามอิหร่านก็เริ่มต้น**

    และภายในเวลาไม่ถึง **2 สัปดาห์**

    ดัชนีหุ้นอสังหาริมทรัพย์ของดูไบ
    **DFM Real Estate Index**

    ร่วงจาก

    **16,910 จุด**

    ลงมาเหลือเพียงประมาณ

    **11,857 จุด**

    หรือคิดเป็นการลดลงสูงถึง

    **-32%**

    กำไรทั้งปีของตลาด
    **หายไปเกือบหมดในเวลาไม่กี่วัน**

    นี่คือสิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า

    **Panic Selling**

    ---

    ## แต่ความจริงที่สำคัญคือ

    หลายคนกำลังเข้าใจกราฟนี้ผิด

    เพราะ

    **DFM Real Estate Index**

    ไม่ใช่ราคาบ้านหรือคอนโด

    แต่มันคือ

    **ดัชนีหุ้นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์**

    เช่น

    Emaar
    Aldar
    Deyaar

    ดังนั้น

    หุ้นอาจจะร่วงแรงจาก sentiment

    แต่

    **ราคาอสังหาริมทรัพย์จริงในตลาดยังไม่ได้พังตาม**

    ข้อมูลล่าสุดระบุว่า

    ราคาบ้านและคอนโดจริง

    ลดลงเพียงประมาณ

    **5-9%**

    เท่านั้นในบางโครงการ

    โดยเฉพาะ

    **โครงการ Luxury และ Off-Plan**

    ในขณะที่

    ปริมาณการซื้อขายยังคงสูง

    ตลาดยังมีธุรกรรมประมาณ

    **3,500 – 4,000 ดีลต่อสัปดาห์**

    คิดเป็นมูลค่าประมาณ

    **12,000 ล้าน AED**

    ---

    ## แล้วอะไรทำให้ตลาดตกแรงขนาดนี้

    ปัจจัยหลักมี 4 อย่าง

    **1️⃣ Geopolitical Shock**

    การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ
    ในภูมิภาค UAE

    ทำให้ภาพลักษณ์

    “ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในตะวันออกกลาง”

    เริ่มถูกตั้งคำถาม

    ---

    **2️⃣ เงินทุนเริ่มย้ายที่**

    นักลงทุนระดับมหาเศรษฐีบางส่วน
    เริ่มกระจายเงินไปยัง

    Singapore
    Lisbon
    Cyprus
    และแม้แต่ **ประเทศไทย**

    แม้ว่าเงินที่ไหลออกจริง
    จะยังอยู่เพียงประมาณ

    **12-18 พันล้านดอลลาร์**

    แต่ตลาดหุ้นกลับสูญเสียมูลค่า

    มากกว่า

    **248 พันล้านดอลลาร์**

    ---

    **3️⃣ ตลาดร้อนแรงเกินไปก่อนหน้า**

    ก่อนสงคราม

    อสังหาฯดูไบขึ้นแรงมาก

    ตั้งแต่ปี 2022-2025

    และมี supply ใหม่จำนวนมาก

    ประมาณ

    **120,000 – 130,000 ยูนิต**

    ที่จะเข้าสู่ตลาดในปี 2026

    ดังนั้นตลาด

    **มีความเสี่ยง correction อยู่แล้ว**

    สงครามเพียงแค่

    **เร่งให้มันเกิดเร็วขึ้น**

    ---

    **4️⃣ การท่องเที่ยวสะดุด**

    เที่ยวบินในภูมิภาคถูกยกเลิกจำนวนมาก

    นักท่องเที่ยวบางช่วง

    ลดลงกว่า

    **50%**

    ซึ่งกระทบโดยตรงกับ

    ตลาดเช่าระยะสั้น

    เช่น Airbnb

    ---

    ## แล้วอนาคตของอสังหาฯดูไบจะเป็นอย่างไร

    นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์

    **Scenario 1
    สงครามจบเร็ว**

    โอกาสประมาณ **45%**

    ดัชนีอาจฟื้นกลับ

    **15-25% ภายใน 3-6 เดือน**

    ---

    **Scenario 2
    สงครามยืดเยื้อ**

    โอกาสประมาณ **40%**

    ราคาอสังหาฯจริง
    อาจปรับฐานประมาณ

    **15-25%**

    โดย

    Luxury ทำเล prime

    เช่น

    Palm Jumeirah
    Downtown Dubai

    จะยังทนได้ดีกว่า

    ---

    **Scenario 3
    สงครามลุกลามใหญ่**

    โอกาสประมาณ **15%**

    ตลาดอาจร่วงต่อ

    **30-40%**

    แต่ยังไม่น่าจะเกิดวิกฤตแบบปี 2008

    เพราะระบบการเงินดูไบวันนี้

    **ใช้ leverage ต่ำกว่าสมัยนั้นมาก**

    ---

    ## บทเรียนสำคัญของตลาดครั้งนี้

    สงครามครั้งเดียว

    สามารถทำให้ตลาดที่ดูแข็งแกร่ง

    เปลี่ยนจาก

    **Safe Haven**

    กลายเป็น

    **Risk Asset**

    ได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

    แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า

    ตลาดจะล่มสลาย

    ในโลกการลงทุน

    เหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นเสมอ

    ช่วงที่ตลาดกลัวที่สุด

    มักเป็นช่วงที่

    **ราคาถูกที่สุด**

    และสำหรับนักลงทุนที่มีเงินสด

    ช่วงเวลาแบบนี้

    บางครั้ง

    อาจกลายเป็น

    **โอกาสการลงทุนครั้งใหญ่ของทศวรรษ**

    https://www.facebook.com/share/1bGyJPsvHP/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สัญญาณล่มสลายเงียบ! ตลาดพันธบัตรสหรัฐเริ่มแตก นักวิเคราะห์เตือน หุ้นอาจเป็นรายต่อไป**

    ตลาดที่เคย “ปลอดภัยที่สุด” กำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง

    ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
    นักวิเคราะห์ระดับโลกเริ่มจับตา
    **ตลาดตราสารหนี้ของสหรัฐ**

    เพราะเกิดสิ่งหนึ่งที่
    **ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก**

    พันธบัตรบริษัทคุณภาพสูงของสหรัฐ
    หรือที่เรียกว่า

    **Investment Grade Corporate Bonds**

    กำลังเริ่ม
    **หลุดแนวรับสำคัญที่ยืนมานานถึง 3 ปี**

    ---

    ## จุดเริ่มต้นของสัญญาณเตือน

    นักวิเคราะห์มหภาคชื่อดัง
    **Tavi Costa**

    ได้ชี้ให้เห็นกราฟของกองทุน ETF ตัวหนึ่งที่ใช้เป็นตัวแทนตลาดเครดิต

    ชื่อว่า

    **LQD (iShares iBoxx Investment Grade Corporate Bond ETF)**

    กองทุนนี้ลงทุนในพันธบัตรบริษัทคุณภาพสูงของอเมริกา
    เช่น

    * บริษัทระดับ **BBB – A**
    * บริษัทขนาดใหญ่
    * บริษัทที่มีเครดิตดี

    โดยปกติแล้ว
    สินทรัพย์กลุ่มนี้ถือว่า

    **“ปลอดภัยกว่า” หุ้น
    และปลอดภัยกว่า Junk Bond**

    แต่ล่าสุด

    กราฟของ LQD
    ได้ **หลุดแนวรับสำคัญที่ยืนมา 3 ปี**

    ซึ่งถือเป็น

    **Technical Breakdown ที่ค่อนข้างแรง**

    ---

    ## ตัวเลขล่าสุดที่เกิดขึ้น

    ข้อมูลช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026

    LQD ปรับตัวลงต่อเนื่อง

    * 11 มี.ค. 2026 → ราคา ≈ **109.14 ดอลลาร์**
    * 12 มี.ค. → ≈ **108.57 ดอลลาร์**
    * 13 มี.ค. → ≈ **108.2 ดอลลาร์**

    เมื่อเทียบกับ

    จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
    ประมาณ **112.9 ดอลลาร์**

    แปลว่า

    พันธบัตรเกรดดี
    **ปรับตัวลงกว่า 4% ในระยะสั้น**

    ---

    ## ทำไมพันธบัตรถึงร่วง

    สาเหตุหลักมาจาก

    **อัตราดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้น**

    ล่าสุด

    พันธบัตรระดับ **BBB**

    ให้ผลตอบแทนประมาณ

    **5.19%**

    และในตลาดตราสารหนี้

    มีหลักการสำคัญข้อหนึ่งคือ

    > เมื่อ Yield สูงขึ้น
    > ราคาพันธบัตรจะลดลง

    ดังนั้น

    การที่ Yield พุ่งขึ้นเร็ว
    ทำให้ราคา ETF อย่าง LQD
    **ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว**

    ---

    ## แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์กังวลจริงๆ

    ไม่ใช่แค่ราคาพันธบัตรตก

    แต่คือ

    **Credit Spreads กำลังกว้างขึ้น**

    ซึ่งหมายถึง

    นักลงทุนเริ่มต้องการ
    **ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง**

    แปลตรงๆ คือ

    ตลาดเริ่ม

    **กลัวว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัว**

    หรือ

    **บริษัทอาจมีความเสี่ยงด้านหนี้มากขึ้น**

    ---

    ## และสิ่งที่น่ากังวลกว่า

    คือพันธบัตรเสี่ยง

    **Junk Bonds**

    เริ่มพังไปก่อนแล้ว

    กองทุน ETF ชื่อ

    **HYG**

    ซึ่งลงทุนในพันธบัตรบริษัทเครดิตต่ำ

    ตอนนี้

    กำลังซื้อขาย

    **ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันประมาณ 4.2%**

    ซึ่งเป็นสัญญาณว่า

    นักลงทุนกำลัง

    **เทขายสินทรัพย์เสี่ยง**

    ---

    ## ประวัติศาสตร์ที่ทำให้ตลาดเริ่มกังวล

    จากงานวิจัยของ

    **Federal Reserve**

    พบว่า

    ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา

    เมื่อเกิด

    **ความอ่อนแอในตลาดเครดิต**

    เช่น

    * Investment Grade Breakdown
    * Credit Spread พุ่ง
    * Junk Bond ดิ่ง

    มีโอกาสถึง

    **ประมาณ 70%**

    ที่เหตุการณ์เหล่านี้จะนำไปสู่

    **ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)**

    ---

    ## เพราะตลาดเครดิตคือ “หัวใจของระบบการเงิน”

    ต่างจากหุ้น

    ตลาดพันธบัตรเป็นตลาดที่ใหญ่กว่า

    และเกี่ยวข้องกับ

    * การกู้ยืมของบริษัท
    * การออกหุ้นกู้
    * การรีไฟแนนซ์หนี้

    ถ้าตลาดเครดิตเริ่มมีปัญหา

    บริษัทจะ

    * กู้เงินยากขึ้น
    * ดอกเบี้ยแพงขึ้น
    * กระแสเงินสดตึงตัว

    และสุดท้าย

    **กำไรบริษัทจะเริ่มถูกกดดัน**

    ซึ่งมักนำไปสู่

    **ความผันผวนในตลาดหุ้น**

    ---

    ## ตอนนี้คือวิกฤตหรือแค่สัญญาณเตือน

    นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า

    ตอนนี้ยังเป็นเพียง

    **Early Warning Signal**

    หรือ

    **สัญญาณเตือนล่วงหน้า**

    เท่านั้น

    ถ้าในช่วงต่อไป

    * Credit Spreads ขยายต่อ
    * LQD ไม่สามารถกลับขึ้นเหนือแนวรับเดิมได้
    * Yield ยังพุ่งต่อ

    โอกาสที่

    **ตลาดหุ้นโดยเฉพาะกลุ่ม Growth และ Tech**

    จะเผชิญแรงกดดัน

    ก็มีโอกาสสูงขึ้น

    ---

    ## แต่ยังมีอีกทางหนึ่ง

    ถ้าเศรษฐกิจไม่ได้แย่จริง

    หรือ

    ธนาคารกลางสหรัฐ

    **เริ่มลดดอกเบี้ยเร็ว**

    สัญญาณนี้

    ก็อาจเป็นเพียง

    **Correction ชั่วคราว**

    ของตลาดเครดิตเท่านั้น

    ---

    ## สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา

    ตอนนี้

    ตลาดหุ้นอาจยังดูปกติ

    แต่ตลาดพันธบัตร

    กำลังเริ่มส่งสัญญาณบางอย่าง

    และในประวัติศาสตร์

    ตลาดเครดิตมักจะ

    **รู้ก่อนตลาดหุ้นเสมอ**

    คำถามคือ

    สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

    คือ

    **แค่แรงสะเทือนเล็กๆ**

    หรือ

    **จุดเริ่มต้นของพายุเศรษฐกิจรอบใหม่**

    ต้องจับตาให้ดี

    เพราะบางครั้ง

    สัญญาณที่สำคัญที่สุดของวิกฤต

    มักเริ่มต้นจาก

    **ตลาดที่เงียบที่สุด**

    นั่นคือ

    **ตลาดพันธบัตร**

    https://www.facebook.com/share/p/1BPWZtP6VG/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ระเบิดเวลาการเงิน! Private Credit $2 ล้านล้านเริ่มร้าว แบงก์สหรัฐฯ เรียกเงินคืน**

    **ระเบิดเวลาการเงินกำลังเดินนับถอยหลัง…**

    ในสัปดาห์นี้
    หนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก
    **Mohamed El-Erian**

    ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงใหม่
    ที่กำลังก่อตัวอยู่เงียบ ๆ
    ในระบบการเงินโลก

    มันไม่ใช่ธนาคารล้ม
    ไม่ใช่หุ้นเทคโนโลยีแตก

    แต่เป็นตลาดที่คนทั่วไปแทบไม่เคยได้ยินชื่อ

    **Private Credit**

    ตลาดสินเชื่อเอกชนขนาดมหึมา
    ที่มีมูลค่ามากถึง

    **2 ล้านล้านดอลลาร์**

    และตอนนี้
    มันกำลังเริ่มมีรอยร้าว

    ---

    ## ระบบการเงินเงาที่โตเร็วที่สุดในโลก

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
    กองทุน Private Credit เติบโตอย่างรวดเร็ว

    เพราะธนาคารถูกกฎระเบียบควบคุมมากขึ้น
    จึงมีช่องว่างให้กองทุนเอกชนเข้ามาปล่อยกู้แทน

    โมเดลของมันง่ายมาก

    กองทุนจะ

    **ยืมเงินจากธนาคารก่อน**

    แล้วนำเงินนั้นไปปล่อยกู้ต่อให้บริษัทต่าง ๆ

    โดยเก็บดอกเบี้ยที่สูงกว่า

    ตัวอย่างเช่น

    * กองทุนยืมเงินจากธนาคารที่
    **SOFR + 1.5%**

    * แล้วนำไปปล่อยกู้ให้บริษัทที่
    **SOFR + 6% หรือมากกว่า**

    กำไรเกิดจาก
    **ส่วนต่างดอกเบี้ย**

    โมเดลนี้เรียกว่า

    **Back Leverage**

    และมันทำให้กองทุนสามารถ
    **ขยายผลตอบแทนได้หลายเท่า**

    ---

    ## แต่ตอนนี้ “แบงก์เริ่มไม่เล่นด้วยแล้ว”

    Bloomberg รายงานว่า

    ธนาคารสหรัฐฯ
    กำลังเริ่มจำกัดการปล่อยเงินกู้
    ให้กับกองทุน Private Credit

    เพราะความเสี่ยงเริ่มชัดขึ้น

    ข้อมูลล่าสุดระบุว่า

    ธนาคารสหรัฐมี exposure ต่อระบบนี้

    เกือบ **300,000 ล้านดอลลาร์**

    โดยมีธนาคารใหญ่ เช่น

    * **Wells Fargo : $59.7B**
    * **Bank of America : ~$33B**

    และล่าสุด

    **JPMorgan**

    ได้เริ่มปรับลดมูลค่าหลักประกัน
    ของดีล Private Credit

    ซึ่งเป็นสัญญาณว่า

    ธนาคารเริ่มไม่มั่นใจในตลาดนี้อีกต่อไป

    ---

    ## ปัญหาที่เริ่มโผล่ขึ้นมา

    ในปีที่ผ่านมา
    ตลาด Private Credit เริ่มมีสัญญาณเตือนหลายอย่าง

    เช่น

    * นักลงทุนเริ่มถอนเงินออกจากกองทุน
    * บริษัทที่กู้เงินเริ่มผิดนัดชำระหนี้
    * หลายกองทุนเริ่มจำกัดการถอนเงิน

    ข้อมูลจาก **Fitch**

    ระบุว่า

    อัตรา default ของ Private Credit ในสหรัฐ

    พุ่งขึ้นถึง

    **9.2% ในปี 2025**

    ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

    ---

    ## เมื่อธนาคารหยุดปล่อยเงิน…

    ปัญหาจะเริ่มลาม

    เพราะกองทุน Private Credit
    พึ่งพาเงินกู้จากธนาคาร

    ถ้าเงินก้อนนี้หายไป

    กองทุนจะต้องเลือกหนึ่งในสามทาง

    1️⃣ **ขายสินทรัพย์ราคาถูก**
    2️⃣ หาเงินทุนใหม่จากนักลงทุน
    3️⃣ **หยุดปล่อยกู้**

    ซึ่งถ้าเกิดข้อที่สาม

    ผลกระทบจะไม่ใช่แค่กองทุน

    แต่จะลามไปยัง

    **บริษัทขนาดกลางจำนวนมาก**

    ที่พึ่งพาเงินกู้จากตลาดนี้

    ---

    ## สิ่งที่ El-Erian เตือน

    นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังรายนี้เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า

    **“Classic Contagion”**

    หรือ

    **การติดเชื้อทางการเงิน**

    เพราะถ้ากองทุนเริ่มมีปัญหา
    และต้องขายสินทรัพย์

    แรงขายนั้น
    อาจลามไปยังตลาดอื่น

    เช่น

    * ตลาดตราสารหนี้
    * หุ้น
    * หรือแม้แต่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

    ---

    ## ภาพที่หลายคนเริ่มนึกถึง

    นักวิเคราะห์บางคนเริ่มเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับ

    ช่วงก่อนวิกฤตการเงินปี **2008**

    ตอนนั้น

    ปัญหาเริ่มจาก
    **ตลาด Subprime**

    ตลาดเล็กที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ

    แต่สุดท้าย

    มันกลับกลายเป็น
    **ชนวนของวิกฤตการเงินโลก**

    ---

    ## แล้วครั้งนี้จะเหมือนเดิมไหม

    ยังไม่มีใครรู้

    แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ

    ตลาด Private Credit
    กำลังอยู่ในช่วงที่เปราะบางที่สุด

    นับตั้งแต่เริ่มเติบโต

    และถ้าแรงกดดันยังเพิ่มขึ้น

    ระเบิดเวลาทางการเงินลูกใหม่ของโลก

    อาจไม่ได้อยู่ในธนาคาร

    แต่อยู่ใน

    **ระบบการเงินเงา**

    ที่มีมูลค่าถึง

    **2 ล้านล้านดอลลาร์**

    และเชื่อมโยงกับ
    ธนาคารใหญ่ทั่วโลก

    อย่างแนบแน่น

    https://www.facebook.com/share/p/1Bir4yeq4Y/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    (***ถ้าไปถึงจุดนั้น น้ำมันจะแพงหนักมากและยาวมาก เป็น 3-5 ปี อย่างที่โลกไม่เคยเจอมาก่อน แม้ต่อให้สงครามจบลงในอีกไม่กี่สัปดาห์)
    น้ำมันข้า ใครอย่าแตะ : แตะน้ำมัน โลกแตกแน่ : ตายกี่ชาติ ก็ขาดน้ำมันไม่ได้
    ‼️‼️‼️อิหร่านขู่ อเมริกาบึ้มน้ำมันอิหร่านเมื่อไหร่ พ่อจะสอยน้ำมันของบริษัทที่ "มีความร่วมมือ" กับอเมริกา --- ไม่ต้องคำซับซ้อนหรอก ว่าง่ายๆ คือ "น้ำมันของเพื่อนบ้าน" ทั้งหมด
    (ซึ่งควรทราบ บริษัทไหนในภูมิภาคก็เทรดกับอเมริกาหมด เพราะมันมีเล่นเป็น portfolio player และยิ่งกว่านั้น มันก็มี ที่เป็น joint venture ที่อเมริกามีหุ้นส่วนเป็น stake ในโครงการเลย)

    ซึ่งอย่างที่ทุกท่านทราบ อิหร่านขู่จริง ทำจริง อย่างที่กำลังรัวอาละวาดละเลงใส่เพื่อนบ้านอยู่ ...
    ดังนั้น จึงขึ้นกับอเมริกา "ขู่จริง" รึเปล่า แล้วอเมริกาไม่ได้ขู่ด้วยคำพูดด้วยนะ แต่ขู่ด้วยการกระทำ โจมตีเกาะคาร์กแล้ว แต่เลือกโจมตีเฉพาะเป้าทางทหาร ยังไม่โจมตีด้านน้ำมัน
    ขู่ขยับจะล่อน้ำมัน นี่น่ากลัวมากๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    ข่าวนี้สำคัญมากกกกกกกกกนะครับท่าน ไม่เหมือนอื่นๆ
    ทำไม
    เพราะอย่างอื่นๆ อย่างปิดฮอร์มุซ อย่างยิงเรือน้ำมัน ยิงถังน้ำมัน ยิงท่าน้ำมัน มันคือ "ช่วงสงคราม" ⚠️⚠️⚠️
    มันกระทบ supply เฉพาะตอนสงคราม

    แต่ถ้าอเมริกาโจมตีน้ำมันอิหร่าน แล้วอิหร่านโจมตีน้ำมันเพื่อนบ้าน ผลสืบเนื่องมันยาวหลังสงคราม "เป็นปี"
    ซ่อมแหล่งน้ำมัน นี่ไม่ง่าย
    ดีไม่ดี เผลอๆ 2-3 ปีในการฟื้นฟู!!!!!!!!!
    และตอนนั้นนี่ "ราคาน้ำมัน" จะเดือดจริงๆ
    จากเหตุผลของ fundamentals จริงๆ‼️‼️‼️
    (ขณะที่ตอนนี้ มันเดือดเพราะ "ขาดตลาด" ส่วนหนึ่ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ หลักๆ ราคามันพุ่งเพราะ sentiment "แตกตื่น" "ตกอกตกใจ" ผลักให้ขึ้นแรง)

    ปิดฮอร์มุซ ถ้าจบสงคราม ซึ่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ล่ะ แต่ถ้าจบ ก็เปิดไง
    เรือน้ำมันที่ถูกยิงเสียหาย ก็ไม่ใช่กี่ลำ ทั่วโลกยังมีเรืออีกก่ายกอง
    ถังน้ำมัน ท่าน้ำมัน นี่ก็ยุ่งหน่อย ที่เสียหายไปก็ใช่ย่อย ก็ซ่อมแซมกันไป ใช้เวลา ***แต่แต่แต่ ที่ผ่านมา อิหร่านยิงพวกนี้กระจัดกระจาย และยิบๆ ย่อยๆ ยังไม่ใช่หลักๆ เน้นๆ
    จำนวนที่โดน ถือว่าไม่เยอะ และที่โดน ก็ไม่ใช่ท่าใหญ่ (เว้นแต่ท่าที่กลัว ก็รีบปิดเลย ยังไม่โดนหรือโดนนิดโดนหน่อย เฉี่ยวๆ หรือใกล้ๆ ในละแวก ก็ปิดหนีก่อน)
    ความเสียหายก็ลดหลั่น แต่รวมๆ แล้วไม่ได้มาก

    ⛔⛔⛔ถ้าเป็นท่าใหญ่ หรือเป็นแหล่งน้ำมันขึ้นมา โอ้! โอ้! โอ้! นี่ก็ไม่เหมือนกันแล้ว
    พวกนี้โดนหนักๆ นี่ ต่อให้สงครามจบไปนานแล้ว ยังไม่ใช่จะซ่อมได้
    ใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี และก็อาจมีที่ซ่อมไม่ได้เลย ต้องลงทุนทำใหม่

    นี่แหละ "หายนะ" ของจริง
    เพราะ supply ไม่ใช่ disruption ชั่วครู่ชั่วยาม ที่มีสงคราม
    แต่เท่ากับ supply DESTRUCTION ไปเลย
    ทีนี้จะยุ่ง เศรษฐกิจจะฉิบหายวายวอด แล้วลงท้ายราคาน้ำมันจะถูกลงฮวบฮาบ
    เฮ้ย ทำไมล่ะ
    ก็เศรษฐกิจพินาศเพราะราคาน้ำมันแพง จนกระทั่งเกิด demand DESTRUCTION (ด้วย price sensitivity จัดๆ)
    คนไม่มีปัญญาซื้อน้ำมัน อุตสาหกรรมเอย โรงงานเอย ก่อสร้างเอย ไปต่อไม่ได้ เจ๊งระเนนระนาด
    เมื่อนั้น ราคาน้ำมันก็ถูกลงเอง
    ...
    นี่มัน "หายนะ" ชัดๆ

    สรุป
    อย่าให้ถึงขั้นที่อิหร่านโจมตี "น้ำมัน" ของเพื่อนบ้าน แบบเอาจริง
    ถึงจุดนั้นขึ้นมา โลกเราวายป่วง "ระยะยาว"
    ไม่ใช่แค่ตื่นเต้นแล้วผลักราคาน้ำมันขึ้นแค่ช่วงสงคราม

    น่ากลัวมาก บอกเลย
    ⚠️⚠️⚠️⚠️⚠️⚠️⚠️⚠️⚠️

    https://www.facebook.com/share/1LGZGt7Wed/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตนเอง อิหร่านเอาจริง ส่งขีปนาวุธเจาะทะลวงคลังสินค้าอิสราเอลพังยับ!

    สถานการณ์ตะวันออกกลางเดือดอีกแล้วครับ! เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา จู่ๆ ก็มีขีปนาวุธจากฝั่ง "อิหร่าน" พุ่งเข้าเจาะทะลวงทำลายคลังสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองโฮลอน ซึ่งอยู่ตรงบริเวณตอนกลางของอิสราเอลเข้าอย่างจัง งานนี้ทำเอาไฟลุกท่วมอย่างรุนแรงจนเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมกำลังกันวุ่นวายตลอดทั้งคืน แถมตลอดทั้งวันอิหร่านยังเปิดฉากโจมตีอิสราเอลแบบรัวๆ จนระบบป้องกันภัยทางอากาศและไซเรนเตือนภัยต้องทำงานกันสายแทบไหม้

    แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ "อิสราเอลปล่อยให้หลุดมาถึงกลางประเทศได้ยังไง?" เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลนั้นขึ้นชื่อว่าเหนียวแน่นระดับโลก การที่ขีปนาวุธสามารถทะลุเข้ามาสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ มันกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าศักยภาพการโจมตีของอิหร่านพัฒนาขึ้น หรือเป็นเพราะกองทัพอิสราเอลกำลังรับภาระหนักเกินไปจากการเปิดศึกหลายด้าน เพราะในเวลาเดียวกันนี้ อิสราเอลก็กำลังเปิดฉากซัดกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอย่างดุเดือด

    ถึงขั้นส่งเครื่องบินไปโปรยใบปลิวขู่กดดันให้เลบานอนจัดการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ซะ ไม่อย่างนั้นอิสราเอลจะลงมือจัดการเองแบบถอนรากถอนโคน งานนี้บอกเลยว่าเกมอาจจะลากยาวและบานปลายกว่าที่คิดครับ เพราะการที่อิสราเอลตัดสินใจเปิดหน้าชนกับอิหร่านโดยตรง เท่ากับเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทุกอย่างจนไฟสงครามลามไปทั่วภูมิภาคแล้ว

    https://www.facebook.com/share/1AWHBQiAEd/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิสราเอลเตรียม “บุกภาคพื้นดินครั้งใหญ่” ในเลบานอน — ใหญ่สุดตั้งแต่สงครามปี 2006

    สัญญาณของสงครามรอบใหม่กำลังชัดขึ้นทุกวัน รายงานจาก Axios ระบุว่า Israel กำลังเตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดินขนาดใหญ่ใน Lebanon ซึ่งอาจกลายเป็นการบุกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ 2006 Lebanon War

    เป้าหมายทางทหารถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในวงวิเคราะห์:
    พื้นที่ทั้งหมด ทางใต้ของแม่น้ำ Litani River อาจกลายเป็น “เขตปฏิบัติการหลัก” เพื่อผลักดันและทำลายโครงสร้างทางทหารของ Hezbollah ที่ฝังตัวอยู่ตามหมู่บ้านและภูเขาในเลบานอนใต้

    ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา Israel Defense Forces ได้เคลื่อนกำลังหุ้มเกราะและทหารราบจำนวนมากไปยังชายแดน พร้อมเรียกระดมกำลังสำรองเพิ่มเติม ขณะที่การโจมตีทางอากาศและโดรนยังคงดำเนินต่อเนื่อง

    แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า หากการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกิดขึ้น ปฏิบัติการนี้อาจไม่ใช่เพียง “การตอบโต้ระยะสั้น” แต่มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็น การยึดพื้นที่ในเลบานอนใต้ระยะยาว คล้ายกับช่วงที่อิสราเอลเคยควบคุมพื้นที่ดังกล่าวระหว่างปี 1982–2000

    สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเริ่มตึงเครียดแล้ว รายงานจาก Reuters ระบุว่าการสู้รบตามแนวชายแดนทำให้ชาวเลบานอน หลายแสนคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน United States ยังคงสนับสนุนสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอล แต่พยายามผลักดันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามไปสู่สงครามระดับภูมิภาคที่ดึง Iran เข้ามาโดยตรง

    ภาพรวมตอนนี้จึงชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
    ตะวันออกกลางกำลังยืนอยู่บนขอบของสงครามอีกครั้ง

    หากกองทัพอิสราเอลเดินหน้าปฏิบัติการจริง
    สงครามภาคพื้นดินในเลบานอนที่โลกไม่ได้เห็นมานานเกือบสองทศวรรษ
    อาจกำลังจะกลับมาอีกครั้ง.
    https://www.facebook.com/share/1B3KdoBkXS/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามตะวันออกกลาง⚠️"ซัพพลาย" ที่กระทบสุดในโลก คือ "หินปูน" ที่ใช้ในการก่อสร้าง (ผสมปูนซีเมนต์ และ หลอมเหล็ก)
    ยิ่งกว่าน้ำมันอีก!!! เดือดร้อน เพราะไอ้หินปูน limestone flux เนี่ย มาจากตะวันออกกลางคิดเป็น 62% ของการค้าทางทะเลทั่วโลกของมัน‼️‼️‼️ ไม่มีซัพพลายอะไรที่เปอร์เซ็นต์หนักขนาดนี้แล้ววว

    อินเดีย สาหัสสากรรจ์สุด เพราะหลักๆ ที่นำเข้าก็แดนภารตะนี่ล่ะ!

    นี่ยังไม่ว่าถึงหินปูน dolomite ซึ่งล้วนๆ ที่นำเข้า คือ อินเดีย! (นี่ก็ใช้ผสมปูนและหลอมเหล็กเช่นกัน)

    ***ของไทย ผมไม่ถ่องแท้ ผมห่างไกลวงการนี้มาก แต่เข้าใจว่าใช้กันเฉพาะ dolomite และน่าจะผลิตเองได้ เดาว่าอาจเหลือพอส่งออกด้วย

    ก่อสร้างนี่โดนหลายอย่าง ยังมียิปซัม อลูมิเนียม บิทูเมน (ทำยางมะตอย) ... โอดโอยกันไปตามๆ กัน

    อินเดีย จริงๆ โดน LPG นี่หนักมาก (โพรเพน + บิวเทน)
    เกือบ 90% ของ LPG ที่อินเดียนำเข้า มาจากตะวันออกกลาง ซึ่งยิ่งกว่าไทยนะครับท่าน ที่อินเดียใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงแทบทุกสิ่งอย่าง

    อย่างโรงงานเซรามิกส์ ปิดโรงงานไปเป็นร้อยแล้ว! เพราะขาด LPG
    และประเมินสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าอีกสิบวัน ยังหามาไม่ได้ (จะหาจากไหนล่ะเนี่ย!?) คาดว่าต้องปิดโรงงานกันหมดแน่!!!

    เมืองใหญ่อย่างมุมไบ พวกร้านอาหารและโรงแรม ปิดกันไป 20% แล้ว
    และสักพัก ถ้ายังไม่ดีขึ้น คาดว่าจะพุ่งไปเป็น 50% ที่ปิด!

    อินเดียนี่ขึ้นชื่อเรื่องสิ่งทอ และโรงงานเสื้อผ้าส่งออก ซึ่งสภาวการณ์ตอนนี้จะไปท่าไหนยังไง
    ส่งออกไปยุโรป ค่าเรือเพิ่มขึ้น 40% แล้ว และผ้าโพลีเอสเตอร์ก็ราคาขึ้น 30% แล้ว
    ต้นทุนขนาดนี้ แบกยังไงไหว

    ยิ่งกว่านั้น อย่าลืมว่าถ้าขาดแคลนไฟฟ้าหนักๆ ทางรัฐบาลก็ต้องสั่ง power rationing หมายความง่ายๆ เลยก็คือลดไฟที่จะจ่ายให้โรงงาน เพราะเน้นครัวเรือนของชาวบ้านอย่างเราๆ ก่อน
    (ซึ่งมันจะไม่ใช้ลดไฟโรงงานอย่างเดียว เดี๋ยวจะมีตัดไฟด้วย ถ้ายังแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้)

    และมันก็ไม่ใช่แค่ "ซัพพลาย" ประดานี้ และไม่ใช่แค่อินเดีย เพราะนี่แค่ตัวอย่างเท่านั้น
    อย่างซัลเฟอร์ (กำมะถัน) เกือบๆ ครึ่งหนึ่ง ของการค้าทางทะเลทั่วโลก ก็มาจากตะวันออกกลาง (ใช้ทำปุ๋ย ทำเคมี ทำยาก็มี)
    จีนหนัก อินโดฯ นี่ยิ่งหนัก

    พวกสารเคมี ปิโตรเคมี มาจากตะวันออกกลางเยอะมาก

    ถ้าไม่รีบเลิกรบ ลำบากข้นแค้นกันเป็นทิวแถวแน่

    https://www.facebook.com/share/18Pd72Sq2s/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทร.เปิด เอกสารแจ้งเตือนเรือไทย ให้เห็นชัดๆ หลังดราม่า บริษัทเรือ ติงทร.เตือนไม่เฉพาะเจาะจง

    เตือนภัย“สงครามทุ่นระเบิด”
    อิหร่านวางทุ่นระเบิดเต็ม “อ่าวเปอร์เซีย–อ่าวโอมาน -ช่องแคบฮอร์มุซ
    แนะเรือไทยเพิ่มความระมัดระวัง
    หลังอิหร่านวางทุ่นระเบิดทะเล Sea Mines สกัดเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำ สหรัฐ  และปฏิบัติเข้ม5 ข้อ

    พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลเพิ่มเติม ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 เพื่อแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์ไทย ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในพื้นที่ อ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

    จากการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเล พบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ทุ่นระเบิดทางทะเล (Sea Mines) ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือพาณิชย์และเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญของโลก

    ศูนย์ควบคุมการจราจรและควบคุมเรือทางทะเล จึงได้ออกคำแนะนำเพิ่มเติมแก่เรือไทยและผู้ประกอบการเดินเรือ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่
    1. หลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงสูง (High Risk Area) หากไม่มีความจำเป็น
    2. ขอให้บริษัทเจ้าของเรือ ประเมินความเสี่ยงและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตาม ISPS Code และแนวปฏิบัติ Best Management Practices (BMP)
    3. ขอให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างใกล้ชิด
    4. ขอให้เรือดำรงการติดต่อสื่อสารทางวิทยุ Maritime Band ช่อง 16 และพร้อมตอบสนองต่อการติดต่อจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่
    5. และหากตรวจพบวัตถุต้องสงสัยหรือเหตุผิดปกติ ให้แจ้งให้ศคจร.ฯ, UKMTO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

    นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ แนวทางปฏิบัติเมื่อเผชิญภัยจากทุ่นระเบิดทางทะเล เพื่อให้กำลังพลประจำเรือสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว

    กองทัพเรือขอให้ผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์ไทย ติดตามประกาศแจ้งเตือนและข้อมูลข่าวสารด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือไทย โดยกองทัพเรือจะยังคง ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมแจ้งเตือนข้อมูลที่จำเป็นในทันที

    FB_IMG_1773466121939.jpg FB_IMG_1773466124047.jpg FB_IMG_1773466125955.jpg FB_IMG_1773466119706.jpg

    https://www.facebook.com/share/1HqoDr2XXu/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทัพเรือเตือนภัย“สงครามทุ่นระเบิด”
    อิหร่านวางทุ่นระเบิดเต็ม “อ่าวเปอร์เซีย–อ่าวโอมาน -ช่องแคบฮอร์มุซ
    แนะเรือไทยเพิ่มความระมัดระวัง
    หลังอิหร่านวางทุ่นระเบิดทะเล Sea Mines สกัดเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำ สหรัฐ  และปฏิบัติเข้ม5 ข้อ

    พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลเพิ่มเติม ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 เพื่อแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์ไทย ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในพื้นที่ อ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

    จากการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเล พบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ทุ่นระเบิดทางทะเล (Sea Mines) ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือพาณิชย์และเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญของโลก

    ศูนย์ควบคุมการจราจรและควบคุมเรือทางทะเล จึงได้ออกคำแนะนำเพิ่มเติมแก่เรือไทยและผู้ประกอบการเดินเรือ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่
    1. หลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงสูง (High Risk Area) หากไม่มีความจำเป็น
    2. ขอให้บริษัทเจ้าของเรือ ประเมินความเสี่ยงและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตาม ISPS Code และแนวปฏิบัติ Best Management Practices (BMP)
    3. ขอให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างใกล้ชิด
    4. ขอให้เรือดำรงการติดต่อสื่อสารทางวิทยุ Maritime Band ช่อง 16 และพร้อมตอบสนองต่อการติดต่อจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่
    5. และหากตรวจพบวัตถุต้องสงสัยหรือเหตุผิดปกติ ให้แจ้งให้ศคจร.ฯ, UKMTO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

    นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ แนวทางปฏิบัติเมื่อเผชิญภัยจากทุ่นระเบิดทางทะเล เพื่อให้กำลังพลประจำเรือสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว

    กองทัพเรือขอให้ผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์ไทย ติดตามประกาศแจ้งเตือนและข้อมูลข่าวสารด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือไทย โดยกองทัพเรือจะยังคง ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมแจ้งเตือนข้อมูลที่จำเป็นในทันที

    FB_IMG_1773466261860.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1CMmJz8qoF/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แรงสั่นสะเทือนสองระลอกเพิ่งกระแทกทั้ง Washington, D.C. และ Riyadh

    ตามรายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า Iran ได้โจมตี เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศของสหรัฐ 5 ลำ ที่ประจำการอยู่ใน Prince Sultan Air Base ภายใน Saudi Arabia

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ดินแดนของตนไม่ได้ถูกใช้สำหรับปฏิบัติการที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน ขณะเดียวกัน สื่อในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียก็เผยแพร่เรื่องเล่าว่า อิหร่านคือพลังที่ทำให้ภูมิภาคอาหรับไร้เสถียรภาพ

    แต่ลองถามคำถามที่ชัดเจนที่สุดดูว่า
    แล้วเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐกำลังทำอะไรอยู่บนแผ่นดินซาอุดีอาระเบีย?

    ภารกิจของมัน ไม่ใช่งานด้านมนุษยธรรมอย่างแน่นอน
    บทบาททางปฏิบัติการเพียงอย่างเดียวของเครื่องบินเหล่านี้คือ ช่วยให้เครื่องบินรบอยู่ในอากาศได้นานขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ใช้ ปฏิบัติการโจมตีทางทหาร

    กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
    โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการโจมตีอิหร่านได้ตั้งอยู่ในดินแดนซาอุดีอาระเบียมาโดยตลอด

    และการเปิดเผยครั้งนี้ ไม่ได้มาจากสื่ออิหร่าน แต่เกิดจากรายงานของ The Wall Street Journal ซึ่งต่อมาถูกนำไปเผยแพร่ต่อโดย Reuters

    ขณะเดียวกัน กรุง Washington, D.C. ยังคงยืนยันว่า เหตุเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐรุ่น Boeing KC‑135R Stratotanker ตกใน Iraq และเหตุไฟไหม้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เป็นเพียงอุบัติเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

    ตามคำอธิบายอย่างเป็นทางการของสหรัฐ เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียง “เหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดจากการโจมตีของศัตรู”

    ช่างเป็นจังหวะเวลาที่สะดวกเสียจริงใช่ไหม?

    เรือบรรทุกเครื่องบินเกิดไฟไหม้อย่างกะทันหัน
    เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงเชิงยุทธศาสตร์ตกเหนืออิรัก
    นักบินเสียชีวิต 6 นาย

    และเราก็คาดว่าจะเชื่อว่า ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

    แต่การเปิดเผยของ The Wall Street Journal ได้ เจาะรูขนาดใหญ่ในเรื่องเล่าที่ถูกผลักดันโดย Donald Trump และรัฐบาลของเขา ซึ่งระบุว่า ความสูญเสียของสหรัฐมีน้อยมาก และอิหร่านกำลัง “ใกล้จะล่มสลาย”

    หากต้องการ ผมสามารถช่วย แยกแยะว่าอะไรเป็น “ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว” กับ “การวิเคราะห์หรือการตั้งข้อสงสัย” ในข้อความนี้ เพราะในสงครามข้อมูลข่าวสารตอนนี้มีทั้ง ข่าวจริง ข่าววิเคราะห์ และการโฆษณาชวนเชื่อปะปนกันมาก.

    ความเป็นจริงในสนามรบ หรือให้พูดให้ถูกคือในอากาศ ดูเหมือนจะแตกต่างออกไปอย่างมาก

    การโจมตีของ Iran ไม่ได้เป็นเพียงการยิงขีปนาวุธแบบสุ่มอย่างที่สื่อฝ่ายตรงข้ามมักกล่าวอ้าง แต่ดูเหมือนจะ มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างด้านโลจิสติกส์หลักของอำนาจทางอากาศของ United States นั่นคือ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ โดยเฉพาะเครื่องบินที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของอุตสาหกรรมทหารอเมริกันอย่าง Boeing KC-135R Stratotanker

    หาก เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงถูกทำให้ใช้งานไม่ได้ โครงสร้างทั้งหมดของ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระยะไกล ก็จะเริ่มพังทลาย

    มีรายงานว่า เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง 5 ลำถูกโจมตีใน Saudi Arabia และ อีกหนึ่งลำตกใน Iraq แต่รัฐบาลใน Washington, D.C. ยังปฏิเสธที่จะยอมรับขนาดความเสียหายที่แท้จริง

    ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

    เพราะการยอมรับเรื่องนี้จะหมายถึงการยอมรับสิ่งที่น่าอึดอัดยิ่งกว่า นั่นคือ อิหร่านสามารถเจาะผ่านเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดบางส่วนของโลกได้

    และทันใดนั้น ภาพลักษณ์ของความอยู่ยงคงกระพันทางทหารของสหรัฐ ก็เริ่มมีรอยร้าว

    ลองมองดูภูมิศาสตร์ของเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

    ตั้งแต่ Riyadh ของ Mohammed bin Salman
    ไปจนถึง Tel Aviv ของ Benjamin Netanyahu

    ตั้งแต่ ฐานทัพ Al Dhafra Air Base ของ Mohamed bin Zayed Al Nahyan
    ไปจนถึง Naval Support Activity Bahrain (Juffair) ของ Hamad bin Isa Al Khalifa

    ตั้งแต่ Strait of Hormuz ของอิหร่าน
    ไปจนถึง Red Sea ใกล้กับ Yemen
    (โดยมีรายงานว่าเยเมนได้ประกาศความพร้อมที่จะเข้าร่วมการสู้รบในไม่ช้า)

    ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของตะวันออกกลาง ไม่เคยมีมหาอำนาจระดับภูมิภาคใดท้าทายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐในพื้นที่กว้างขนาดนี้มาก่อน

    และนี่เองคือเหตุผลว่าทำไม ความเป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่านจึงรุนแรงมาก

    United States มองว่าอิหร่านคือ ผู้เล่นระดับภูมิภาคเพียงรายเดียวที่สามารถท้าทายอำนาจทางทหารของตนได้

    Israel มองว่าอิหร่านคือ รัฐเดียวที่กล้าท้าทายความเหนือกว่าทางยุทธศาสตร์ของตน

    และราชวงศ์ในอ่าวเปอร์เซียบางประเทศก็เห็นสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่า นั่นคือ อนาคตที่การคุ้มครองที่พวกเขาเคยซื้อด้วยความมั่งคั่งจากน้ำมัน อาจไม่สามารถรับประกันความอยู่รอดของพวกเขาได้อีกต่อไป

    ดังนั้น รัฐเดียวกันกับที่ ใช้ดินแดนของตนเป็นฐานสำหรับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน กลับขอให้โลกเชื่อว่าพวกเขาเป็นเพียง ผู้สังเกตการณ์ที่บริสุทธิ์

    แต่ความขัดแย้งนี้กำลัง ถูกซ่อนยากขึ้นเรื่อย ๆ

    เพราะคำถามที่แท้จริง ไม่ใช่อีกต่อไปว่าใครเป็นคนยิงขีปนาวุธ

    แต่คำถามคือ
    ใครเป็นคนสร้างสนามรบนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก

    และคำตอบก็เริ่มชี้ ไม่ใช่ออกไปภายนอก แต่กลับเข้ามาภายใน
    ไปยังรัฐบาลที่เปิดประตูให้กองทัพต่างชาติเข้ามา ในขณะที่อ้างว่ากำลังปกป้องภูมิภาค

    ประวัติศาสตร์มักมีวิธีเปิดโปงความขัดแย้งเช่นนี้

    และเมื่อถึงเวลานั้น เรื่องเล่าทางการเมืองก็พังทลายเร็วยิ่งกว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศ.
    https://x.com/Marwa__Osman/status/2032648033196716429

    https://www.facebook.com/share/1KbtPP5KG3/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ5ลำของสหรัฐโดนอิหร่านบอมบ์ขณะจอดที่ซาอุดิ อาราเบีย
    เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศของสหรัฐ5ลำที่จอดอยู่ในฐานทัพอากาศPrince Sultanของซาอุดิ อาราเบียถูกทำลายหมด โดยขีปนาวุธของอิหร่านที่สามารถแหวกว่ายฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐได้
    นี้ไม่นับเครื่องบินเติมน้ำมันอากาศของสหรัฐที่ถูกกองกำลังชีห์อะในอิรักยิงตกในอิรักทำให้ทหารอเมริกันบนเครื่องตายหมด6คน และเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศอีกลำหนึ่งเสียหายที่ปีก

    หากไม่มีเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศประจำการในตะวันออกกลาง สหรัฐจะประสบความยากลำบากในการโจมตีอิหร่าน เพราะว่าเครื่องบินรบที่จอดอยู่ในฐานห่างไกลบินไปไม่ถึงจุดที่จะโจมตีอิหร่าน จำเป็นต้องเติมน้ำมันกลางอากาศ

    สหรัฐอเมริกามีกองเรือบรรทุกน้ำมันอากาศ (เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยส่วนใหญ่ดำเนินการโดย กองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) พร้อมเครื่องบินเติมน้ำมันแบบยุทธวิธีเพิ่มเติมใน นาวิกโยธินสหรัฐ (และการสนับสนุนจำกัดจากกองทัพเรือผ่านผู้รับเหมาหรือสินทรัพย์ร่วม) กองทัพเรือสหรัฐ ไม่ได้ใช้งานเครื่องบินเติมน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ แต่พึ่งพากองทัพอากาศสำหรับการเติมน้ำมันระยะไกล และใช้การเติมน้ำมันแบบ buddy จากเรือบรรทุกเครื่องบินหรือ KC-130 ของนาวิกโยธินสำหรับความต้องการแบบยุทธวิธีณ ต้นปี 2026 (อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลล่าสุด เช่น รายงาน FlightGlobal World Air Forces 2026 รายงานรัฐสภา และอัปเดตจาก USAF):จำนวนเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศทั้งหมดของกองทัพสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 610 ลำรวมเครื่องบินเติมน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (เช่น KC-135 และ KC-46) และเครื่องบินเติมน้ำมัน/หลายบทบาทแบบยุทธวิธี (หลัก ๆ คือตระกูล KC-130)
    สหรัฐมีจำนวนมากกว่าประเทศอื่น ๆ รวมกันอย่างมากในด้านนี้
    FB_IMG_1773466898712.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1ApGMEM3xg/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เหตุการณ์หายนะกำลังใกล้เข้ามา!

    David Sacks ซึ่งถูกเรียกว่า ผู้ดูแลด้านคริปโต (crypto czar) ของ Donald Trump กล่าวว่า:

    “Israel กำลังถูกโจมตีหนักกว่าที่เคยถูกโจมตีมาในประวัติศาสตร์ของประเทศ และนี่เพิ่งผ่านไปเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น

    หากสงครามนี้ดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน Israel อาจถูกทำลาย หรืออย่างน้อยก็มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากของประเทศที่ถูกทำลาย

    จากนั้นก็ต้องกังวลว่า Israel อาจยกระดับสงครามด้วยการพิจารณาใช้อาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะเป็นหายนะอย่างแท้จริง”

    https://www.facebook.com/share/p/1KEKX18RDQ/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โอมาน - สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    ภาพเกิดการอพยพครั้งใหญ่จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านด่านพรมแดนฮัตตาไปยังสุลต่านโอมาน

    เส้นทางนี้เป็นที่นิยม และ ได้รับคำแนะนำในการอพยพออกจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าโอมานเพื่อไปยังสนามบินมัสกัตในการเดินทางออกจากภูมิภาคอ่าว และเดินทางออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือดูไบอยู่ในโซนที่ถูกโจมตีน้อยและปลอดภัย
    FB_IMG_1773467214742.jpg FB_IMG_1773467217009.jpg FB_IMG_1773467220588.jpg FB_IMG_1773467222984.jpg FB_IMG_1773467225534.jpg
    https://www.facebook.com/share/1DMJU4Vpw2/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ #อิหร่าน เปิดเผยกับสื่อ CNN ว่า อิหร่านกำลังพิจารณาอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนจำกัดผ่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยมีเงื่อนไขว่าน้ำมันที่บรรทุกจะต้องซื้อขายกันด้วย "#เงินหยวน" ของจีนเท่านั้น

    ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่เตหะรานกำลังดำเนินการร่างนโยบายเรือบรรทุกน้ำมันฉบับใหม่ เพื่อควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

    เจ้าหน้าที่ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังสำรวจกลไกที่จะอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนจำกัดผ่านช่องแคบได้ภายใต้เงื่อนไขทางการเงินที่เฉพาะเจาะจง หนึ่งในเงื่อนไขดังกล่าวคือการกำหนดให้น้ำมันที่บรรทุกต้องซื้อขายกันด้วยเงินหยวนของจีน แทนที่จะเป็นดอลลาร์สหรัฐ

    การทำธุรกรรมน้ำมันระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดดำเนินการด้วยดอลลาร์ ยกเว้นน้ำมันรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งซื้อขายกันด้วยรูเบิลหรือหยวน

    จีนพยายามขยายการใช้สกุลเงินของตนในตลาดพลังงานโลกมาหลายปีแล้ว รวมถึงความพยายามที่จะซื้อน้ำมันด้วยเงินหยวน โดยเฉพาะจากซาอุดีอาระเบีย

    ที่มา: Middle East Eye

    https://www.facebook.com/share/1KzXHWiqwj/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ #ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่ง #รัสเซีย ได้เสนอให้เคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของ #อิหร่าน ไปยังรัสเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม

    อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเผยกับสื่อ Axios ว่า ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

    การยึดเอายูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% จำนวน 450 กิโลกรัมของอิหร่าน ซึ่งสามารถแปลงเป็นยูเรเนียมเกรดอาวุธได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ และมีปริมาณเพียงพอสำหรับระเบิดนิวเคลียร์มากกว่า 10 ลูก ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำร่วมกัน

    ในทางทฤษฎี ข้อเสนอของ ปูติน อาจช่วยอำนวยความสะดวกในการกำจัดคลังอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยไม่ต้องมีกองกำลังสหรัฐฯ หรืออิสราเอลเข้าไปในพื้นที่

    รัสเซียเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้ว และเคยเก็บรักษายูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำของอิหร่านภายใต้ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ทำให้รัสเซียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีศักยภาพทางเทคนิคในการรับวัสดุดังกล่าว

    ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับ ทรัมป์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9) ปูตินได้เสนอแนวคิดหลายประการเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยข้อเสนอเรื่องยูเรเนียมเป็นหนึ่งในนั้น

    “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเสนอข้อเสนอนี้ แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับ จุดยืนของสหรัฐฯ คือเราต้องการเห็นความมั่นคงปลอดภัยของยูเรเนียม” เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวกับ Axios

    รัสเซียเคยยื่นข้อเสนอที่คล้ายๆ กันนี้ในระหว่างที่สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดเจรจานิวเคลียร์เมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว ก่อนที่ทั้ง 2 ชาติจะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในเดือน มิ.ย. และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่สงครามในปัจจุบันจะเริ่มต้นขึ้น

    ในการเจรจารอบสุดท้ายก่อนสงคราม อิหร่านปฏิเสธแนวคิดการถ่ายโอนยูเรเนียม และเสนอให้เจือจางยูเรเนียมภายในโรงงานของตนเองภายใต้การกำกับดูแลของทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

    ยังไม่ชัดเจนว่า อิหร่านจะ ยอมรับข้อเสนอนี้ในเวลานี้หรือไม่

    Axios รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้หารือเกี่ยวกับการส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปในอิหร่านเพื่อรักษาความปลอดภัยของคลังอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงท้ายของสงคราม

    ที่มา: Axios

    https://www.facebook.com/share/p/1GBkzEn5AC/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปีม้าไฟลวกส่งออก เรือ 1,000 ลำจอดนอกช่องแคบฮอร์มุส หวั่นโดนอิหร่านโจมตี สายเรือขึ้นราคาตู้คอนเทนเนอร์เกือบ 60,000 ถึงเกือบ 114,000 บาทต่อตู้ รับน้ำมันดิบโลกดีดแพงเกิน 100 ดอลล์ ต้องเอาตู้สินค้ากลับไทย BTimes
    https://www.facebook.com/share/1DmR6egjU4/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวว่าที่อิหร่านปล่อยเรืออินเดียผ่านช่องแคบ เป็นเพราะก่อนหน้านี้อินเดียอายัดเรือน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ จึงขอแลกกับการปล่อยให้เรือบรรทุก LNG อินเดียผ่านช่องแคบไปได้ 2 ลำ

    https://www.facebook.com/share/187CEc3xm4/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พนมเปญประกาศชัด! “สไบคือมรดกเขมรโดยสมบูรณ์” — ยึดรากอารยธรรมตั้งแต่ยุคฟูนันจนถึงนครวัด

    กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะกัมพูชาออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในวันนี้ ยืนยันจุดยืนเด็ดขาดว่า “สไบ” (sbai) เป็นมรดกทางอารยธรรมและอัตลักษณ์ของชาติเขมรโดยตรง ไม่ใช่ของชาติอื่นใด

    แถลงการณ์ระบุชัดเจนว่า สไบมีรากฐานย้อนกลับไปได้ถึงยุคอาณาจักรฟูนัน (Funan) ซึ่งรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 1–6 และพัฒนาสืบทอดอย่างต่อเนื่องผ่านสมัยเจนละ (Chenla) จนถึงยุคสูงสุดของอาณาจักรขแมร์ (Khmer Empire) ในสมัยนครวัด-นครธม

    หลักฐานสำคัญที่กระทรวงอ้างถึงคือภาพสลักนูนต่ำ (bas-relief) บนกำแพง Angkor Wat และปราสาทอื่น ๆ ในกลุ่มนครวัด ซึ่งปรากฏภาพนางรำ (apsara) ข้าราชบริพาร และบุคคลในราชสำนักสวมผ้าคาดเอวหรือผ้าพาดไหล่แบบสไบในท่วงท่าต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยรูปแบบและการพับผ้านี้ยังคงใช้ในพิธีกรรมและการแสดงรำแบบคลาสสิกของกัมพูชาจนถึงปัจจุบัน

    กระทรวงยังย้ำว่า ลวดลายผ้าแบบ “โฮล” (hol) หรือการทอแบบยกดอก เป็นเทคนิคดั้งเดิมของชาวเขมรที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคก่อนนครวัด และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่พบในลักษณะเดียวกันที่อื่นในภูมิภาค

    จุดยืนเด็ดขาด: “สไบไม่ใช่ของชาติอื่น”
    แถลงการณ์ระบุว่า “การอ้างสิทธิ์หรือการตีความว่าสไบมีต้นกำเนิดจากชาติอื่น ถือเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์และละเมิดมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเขมร” พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศยอมรับว่าสไบเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่ไม่ใช่ตัวแทน (non-representative intangible cultural heritage) ของกัมพูชา และอาจพิจารณายื่นขึ้นทะเบียนกับ UNESCO ในอนาคต

    กระแสคาดการณ์: หลายชาติอาจ “ตอกกลับ”

    การประกาศครั้งนี้คาดว่าจะจุดชนวนการถกเถียงรุนแรงในภูมิภาค โดยเฉพาะจาก
    - ประเทศไทย ซึ่งมีผ้าคาดเอวแบบ “สไบ” หรือ “ผ้าคาด” ในวัฒนธรรมล้านนา ภาคอีสาน และภาคกลางมานาน
    - ลาว ซึ่งมีผ้าคาดไหล่และผ้าพาดบ่าในวัฒนธรรมล้านช้างและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ
    - มาเลเซียตอนเหนือ (โดยเฉพาะรัฐกลันตันและเกอดะฮ์) ที่มีผ้าคาดเอวแบบดั้งเดิมในวัฒนธรรมมลายู-ไท

    หลายฝ่ายคาดว่า จะมีเสียงโต้แย้งว่าสไบ (หรือผ้าคล้ายกัน) เป็นมรดกร่วมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่ของชาติใดชาติหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างอาณาจักรโบราณต่าง ๆ ในภูมิภาค

    พนมเปญประกาศชัดเจนและยืนยันอย่างเป็นทางการว่า “สไบคือมรดกเขมรโดยสมบูรณ์” โดยโยงรากอารยธรรมยาวนานตั้งแต่ยุคฟูนัน จนถึงภาพสลักใน Angkor Wat ซึ่งเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่ยากจะโต้แย้ง

    อย่างไรก็ดีการประกาศนี้เป็นการกราบเพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชาไม่ได้เป็นที่ยอมรับประดับนานาชาติ

    14 มีนาคม 2569 : คัดข่าว / หาดใหญ่

    ที่มา :
    - กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะกัมพูชา (official statement 11 มี.ค. 2569)
    - Khmer Times, Fresh News Cambodia, VOD Cambodia, Phnom Penh Post
    - Angkor Wat bas-relief documentation (EFEO & APSARA Authority archives)
    - X/Facebook threads จากกลุ่มชาตินิยมกัมพูชาและนักวิชาการภูมิภาค (@KhmerHeritage @ASEANCulturalWatch)

    #สไบ #มรดกเขมร #AngkorWat #Funan #ไทยกัมพูชา #Geopolitics #CulturalHeritage
    FB_IMG_1773481385695.jpg
    https://www.facebook.com/share/17HaSxNEHH/
     

แชร์หน้านี้

Loading...