บทความให้กำลังใจ(ยาใจ)

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 พฤษภาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    57,294
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +34,040
    ธรรมพระพยอม
    เช้าวันหนึ่ง อาตมาออกบิณฑบาต เจอโยมสีกาวัยกลางคน ออกมายืนอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับขันข้าว คอยใส่บาตร อาตมาเดินผ่านมาจึงยืนรอรับ ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญให้โยม โยมสีกานั่งลงยกขันข้าวขึ้นเหนือหัวเล็กน้อย ได้ยินเสียงอธิษฐาน...ทำท่าจะลุกขึ้นใส่บาตร กลับนั่งลง เสียงพึมพำ ขอต่ออีกรอบ ไม่ทราบว่าขอสวรรค์กี่ชั้น เช้าๆ ยุงเยอะกัดขาพระตั้งหลายตัว บ้านถัดไปก็คอย พระก็นึกในใจว่า "โยม เอ้ย โยม ข้าวทัพพีเดียว ขอมากขอมาย ค้ากำไรเกินควรไปแล้วล่ะมั่ง โยม"

    มีเศรษฐีคนหนึ่ง คำว่าเศรษฐี ต้องแน่ใจว่า ในชีวิตนี้ ไม่ขาดอะไร แต่มีนิสัยชอบ "ขอ" ไม่ว่าจะทำบุญให้ทาน ทำวัตรสวดมนต์ แกต้องขอต่อท้ายทุกทีไป เช้าขึ้นกิจวัตรที่ต้องทำคือ เข้าห้องสวดมนต์ทำวัตรเช้า จบบททำวัตรเช้าแกก็เริ่มขอ "ด้วยอานุภาพผลานิสงค์ในการสวดมนต์ ภาวนาของข้าฯ ขอจงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าจงมีทรัพย์สินเงินทองข้าวของไหลมาเทมา ขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวยเป็นร้อยเท่าทวีคูณ...ฯลฯ" เสียงของเศรษฐีดังออกมาจากห้องพระ บังเอิญมีคนขอทานมานั่งรอท่านเศรษฐีตั้งแต่เช้า เมื่อได้ยินขอตั้งมากมาย ขอทานจึงเปลี่ยนใจลุกขึ้น พอดีกับเศรษฐีเดินออกมาจากห้องพระ จึงพูดกับขอทานว่า
    "นี่เธอ จะรีบไปไหน เอ๊านี่ ข้าให้ 5 บาทมารับไป เร้ว !"
    "ขอบคุณครับ ท่านเศรษฐี แต่ผมไม่รับเงินจากท่านหรอก"
    "เพราะอะไร เจ้าจึงไม่รับ"
    "ก็เพราะ ท่านกับผม มันอาชีพเดียวกัน เมื่อครู่ ท่านเศรษฐีขอมากกว่าผมอีก" ว่าแล้วขอทานรีบลงเรือนไป

    ทุกวันนี้ เราเป็นชาวพุทธกันอย่างไร ได้ปฏิบัติตามครรลองอันดีที่พระพุทธองค์ ท่านสั่งสอนกันหรือไม่ ถ้าเราอ่านพระไตรปิฎกครบทุกเล่ม ท่านไม่เคยตรัสไว้เล่มไหนเลย ว่าพวกเธอต้องการสิ่งไหนหรืออยากได้อะไรให้ "ขอเอา" ไม่มี มีแต่เคยตรัสไว้ว่า ต้องการสิ่งใดที่ถูกต้องให้ทำเอา

    คำว่าบุญ แปลว่าธรรมชาติที่ชำระจิตให้ผ่องใส ทำบุญครั้งหนึ่งให้ลดกิเลส ความเห็นแก่ตัวลงไป จิตที่คิดจะให้ สบายกว่าจิตที่คิดจะเอานะ - คุณโยมเอ๋ย....

    พระพยอม กัลลยาโณ

    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=26756
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    57,294
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +34,040
    ความจริงใจ.jpg
    ตะแกรงร่อนความคิด

    มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาหาอาจารย์ที่สอนตนเอง ด้วยอาการรีบร้อนกระวนกระวาย เพราะคิดว่าเรื่องที่ตัวเองได้รู้มานั้นมีความสำคัญ จึงอยากให้อาจารย์รับรู้ด้วย สักครู่จึงแจ้งข่าวให้อาจารย์ทราบว่า

    “ท่านอาจารย์ ผมมีเรื่องที่เป็นความลับจะแจ้งให้อาจารย์ทราบ”

    ฝ่ายอาจารย์เห็นลูกศิษย์วิ่งกระหืดกระหอบมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย จึงกล่าวเพื่อให้ลูกศิษย์รู้สึกผ่อนคลายและให้เรียนรู้ที่จะมีสติก่อนที่จะรับฟังข้อมูลดังกล่าวนั้น

    “เดี๋ยวก่อน ความลับที่จะบอกนั้น เธอได้ใช้ตะแกรง ๓ อันมาร่อนหรือยัง ?”

    “ตะแกรง ๓ อันที่อาจารย์กล่าวนั้นคืออะไรครับ ?” ลูกศิษย์ถามด้วยความสงสัยและใคร่อยากรู้
    ฝ่ายอาจารย์จึงให้ลูกศิษย์เข้ามานั่งใกล้ ๆ แล้วชี้แจงวิธีการนำเรื่องตะแกรง ๓ อันมาเป็นเกณฑ์วินิจฉัยเรื่องที่รับทราบว่า

    “ตะแกรง ๓ อันนั้นคือ ตะแกรงอันที่หนึ่งเรียกว่า “ความจริง” ความลับที่เธอจะบอกนั้นเป็นความจริงหรือยัง?”

    “ผมไม่รู้ แต่ได้ยินเขาพูดต่อ ๆ กันมา” ลูกศิษย์ตอบด้วยความไม่มั่นใจ

    “ตะแกรงอันที่สองเรียกว่า“เจตนาดี” หมายถึงความลับที่เธอจะบอกนั้นเต็มไปด้วยเจตนาที่ดีหรือไม่ ?”

    “เรื่องที่จะเล่านั้นก็มิได้มีเจตนาที่ดีแต่อย่างใด”

    “ถ้าเป็นเช่นนั้น เพื่อความแน่ใจในการตัดสินใจ เราน่าจะใช้ตะแกรงอันที่ ๓ เข้ามาเป็นเกณฑ์ตัดสินด้วยคือ “เรื่องนั้นมีความสำคัญ” มากใช่ไหม ?”

    “ก็ไม่ได้มีความสำคัญแต่อย่างใดนักหรอกครับ” ลูกศิษย์ชี้แจง

    เมื่อการถามไถ่เรื่องความลับที่ลูกศิษย์นำมาบอกแก่อาจารย์ โดยมีเรื่องตะแกรง ๓ อันเข้ามาเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ ลูกศิษย์จึงได้ตระหนักรู้ในเรื่องดังกล่าวนั้น ฝ่ายอาจารย์จึงให้ข้อคิดแก่ลูกศิษย์ในเรื่องการรับข่าวสารอันเกื้อกูลต่อการเรียนรู้ชีวิตไว้ว่า

    “ไม่ว่าเราจะรับรู้เรื่องราวอะไรก็ตาม หากว่าเรื่องนั้นไม่ใช่ความจริง ไม่มีเจตนาอันเป็นไปเพื่อความดีงาม และไม่มีความสำคัญ การรับรู้เรื่องนั้นก็ควรเป็นการรับทราบแต่เพียงอย่างเดียว และไม่ควรที่จะถ่ายทอดสู่ผู้อื่น เพราะรังแต่จะเป็นเรื่องรบกวนจิตใจในการที่จะใช้สติปัญญาพัฒนาสิ่งที่ดีกว่า และที่สำคัญเรื่องราวเหล่านั้นก็ไม่มีคุณค่าพอ ที่จะถือเป็นสาระอันควรนำมาสู่ชีวิตจิตใจของตัวเราอีกต่างหาก”

    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=48043
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    57,294
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +34,040
    เรือจ้าง.jpg
    ยาใจ
    พระพิจิตรธรรมพาที (ชัยวัฒน์ ธมฺมวฑฺโน)
    ..ครั้งหนึ่งหลายปีมาแล้ว ข้าพเจ้าได้โดยสารเรือจ้างไปในกิจนิมนต์แห่งหนึ่ง คนแจวเรือเป็นชายชรา แต่ยังดูแข็งแรง เป็นคนร่าเริงคุยสนุก แจวพลางคุยพลางตลอดทาง

    ตอนหนึ่งถามแกว่า "โยมมีครอบครัวหรือเปล่า ?"
    "มีครับ ภรรยาก็มี ลูกก็มี แต่อย่าเอ่ยถึงเขาเลยครับ ฟื้นฝอยหาตะเข็บ"
    "อ้าว...! เป็นอย่างไรเล่าโยม ?" ข้าพเจ้าซัก...
    แกว่า "อุส่าห์เลี้ยงเขามาจนโตด้วยเรือลำนี้ ส่งเสียจนได้ดิบได้ดีเป็นใหญ่เป็นโต แต่เขาลืมพ่อเหมือนต้นไม้ได้น้ำค้างแล้วก็ปลื้มลืมน้ำเดิม พูดแล้วมันช้ำใจ แต่บัดนี้ผมก็ตัดใจได้แล้ว เลือดก้อนหนึ่ง ผมตัดได้..."
    ข้าพเจ้าฟังด้วยความเศร้าใจ ลูกหนอลูกทำไมจึงเป็นเช่นนี้ เพื่อให้แกลืมความหลัง ข้าพเจ้าจึงเอ่ยชมแกว่า
    "โยมทานยาอะไรถึงได้แข็งแรงอย่างนี้"
    "ยาไม่มีดอกครับ" แกตอบ "แต่ผมมีคาถาสำหรับภาวนา หลวงพ่อท่านให้ไว้นานแล้ว ท่านว่าเสกอยู่เสมอ จะทำให้แข็งแรง อายุยืน"
    ข้าพเจ้าชักสนใจ ออกปากขอทันที
    โยมชอบใจหัวเราะอย่างเบิกบาน พูดว่า "ได้ครับ คาถาของผมจำง่าย ใช้สะดวก"

    ใจเย็น หน้ายิ้ม อายุยืน แข็งแรง ไร้โรค โชคดี

    "นี่แหละครับ ดีจริงๆ ผมขอรับรองเอง เพราะผมใช้ได้ผลมาแล้ว"

    จนกระทั่งบัดนี้ ข้าพเจ้ายังไม่ลืมชายชราคาถาขลังผู้นั้น

    ขอบคุณที่มา :: พระพิจิตรธรรมพาที (ชัยวัฒน์ ธมฺมวฑฺโน) 30 สิงหาคม 2547 :: ภาพจากอินเทอร์เน็ต
    :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=45685&sid=31ff3678e43fab13b921a689e5257127
     

แชร์หน้านี้

Loading...