ลดราคาพิเศษ พระกริ่งหลวงปู่ละมัย พระคำข้าวเลี่ยมเงินสวยมาก ลป.แผ้ว ปวโร จองภายใน 3 วัน

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย นพ_กำแพงแสน, 1 เมษายน 2012.

  1. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    ตะกรุดกาละนาดคนอนกิน
    ตะกรุดกราบไตรภพ หลวงพ่อบุญอุ้ม จารยันต์เพิ่มเติม 2 แถว เนื้อทองแดง
    ตะกรุดปราบไตรภพ
    ในช่วงปี ๒๕๕๒ หลวงพ่อบุญอุ้มได้มีการว่าจ้าง ให้โรงงานปั๊มแผ่นยันต์มาให้ท่าน
    โดยท่านกำหนดให้เป็นรูปนาคคู่เป็นโครงยันต์ ตามตำราของท่านที่ศึกษามา
    ปั๊มมาตอนแรก ท่านพิจารณาดูแล้ว ท่านบอกว่าผิดเพี้ยนบางส่วน
    จึงมีการแก้ไขใหม่จากโรงงาน จนถูกต้อง
    เมื่อถูกต้องแล้ว โรงงานจึงปั๊มเป็นแผ่นยันต์หลายหมื่นแผ่นมาถวายท่าน
    แผ่นยันต์นี้ หากผมจำไม่ผิด ท่านเคยอธิษฐานให้เป็นตะกรุดกาลนาคนอนกิน
    เอาแผ่นยันต์นี้มาม้วน ถักเชือก แล้วทาสีเงินบรอนซ์ ทำไว้หลายร้อยดอก
    แล้วเอามาแจกในวันสุริยุปราคาเต็มดวงของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒
    ผู้ที่มาวัดป่าโนนแพงในวันนั้นได้รับแจกจากมือหลวงพ่อบุญอุ้ม ทุกคน
    ..................................................
    ในระยะเวลาต่อมา
    แผ่นยันต์จำนวนมากมายนี้หลวงพ่อได้อธิษฐานจิตในกุฏิของท่าน ผ่านระยะเวลาที่ยาวนาน
    แผ่นยันต์ รูปพญานาคราชคู่นี้ หลวงพ่อบุญอุ้มท่านเสกสามปี ถึงเอาให้ลูกศิษย์ใช้
    บางช่วง บางคนท่านก็แจกให้เป็นแผ่นไม่ได้ม้วน ไว้พกติดตัว ติดรถ ติดบ้าน
    บางช่วง ท่านกำหนดให้นำแผ่นยันต์ม้วน ถักเชือก แล้วพอกผงมวลสารมงคลสีเขียว
    จำนวนการทำ โดยประมาณไม่น่าจะถึงหนึ่งพันดอก
    บางช่วง ท่านกำหนดให้เอาท่อสายยางขนาดเล็ก ม้วนแผ่นยันต์ตะกรุดแล้วสอดเข้าด้านในท่อ
    บางช่วง ทำแจกไม่ทัน ก็ม้วนแผ่นยันต์ให้เป็นตะกรุด ใส่ถุงซิบล็อค แจกเลย
    ตอนแรกชื่อของตะกรุด ยังไม่ทราบ ว่าให้เรียกตะกรุดชุดนี้ว่าตะกรุดอะไร?
    จนกระทั่งพระอาจารย์โอ พระภิกษุลูกศิษย์หลวงปู่อ่อนศรี เป็นพระศิษย์ผู้น้องของหลวงพ่อบุญอุ้ม
    ได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อ.....ถามความเห็นหลวงพ่อ ...ว่า....
    ตะกรุดชุดนี้ ขอให้เรียกว่าตะกรุดปราบไตรภพ .....ซึ่งท่านก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด
    หลังจากนั้น ก็เรียกตะกรุดชุดนี้ว่า เป็นตะกรุดปราบไตรภพ เรื่อยมา เป็นอันเข้าใจกัน
    ท่านก็เคยเปรยๆว่า อาวุธประเภทพวกปืน พวกระเบิด อานุภาพสูง รบกันก็เข้าข่ายอาวุธวิเศษรบกัน
    ให้เรียกตะกรุดปราบไตรภพ....... ปราบสามโลก........ก็สามารถเรียกได้ ไม่ผิดอะไรหรอก
    .......................................................
    แผ่นยันต์ เท่าที่ได้เห็น ชนิดโลหะ แยกแล้วมี
    แผ่นทองแดง
    แผ่นทองเหลือง
    แผ่นอลูมิเนียมบาง
    แผ่นอลูมิเนียมหนา
    แผ่นทองเหลืองหนาชุบทอง
    โลหะนอกเหนือจากนี้ไม่ขอระบุครับ ด้วยว่าอาจจะมีแต่ยังไม่ได้เห็น เลยไม่รู้
    .......................................................
    ท่านเมตตาเล่าว่า ตะกรุดปราบไตรภพ พุทธคุณความโดดเด่น....เด่นทางแคล้วคลาด นำหน้า
    เคยมีประสบการณ์ ลูกศิษย์ของท่านที่ปฏิบัติงานสามชายแดนใต้ สองท่าน
    พกพาวัตถุมงคลตะกรุดปราบไตรภพของหลวงพ่อบุญอุ้ม คนละดอก
    ขับรถกระบะวีโก้ ปฏิบัติภาระกิจ แล้วไปประสบเหตุ...ถูกลอบถล่มด้วยอาวุธสงคราม
    ลูกศิษย์คนที่หนึ่ง กระสุนหนึ่งนัดถูกที่หน้าอก ไม่เข้า
    ลูกศิษย์อีกคน กระสุนหนึ่งนัดถูกท้องแขน คนนี้เข้าท้องแขน กระสุนเข้าเป็นแผลฉีก
    ตั้งสติตั้งหลัก ทั้งสองจึงต่อสู้โต้ตอบ จนผู้ไม่หวังดีเห็นท่าไม่ดีจึงล่าถอยกลับไป
    ภายหลังเกิดเหตุ ได้มาสำรวจดูรถวีโก้ พบว่า ตัวรถกระบะมีรอยเจาะเข้าของรูกะสุนมากกว่า...สี่สิบ...รู
    รอดตาย รอดปลอดภัยทั้งสองคน
    ในต่อมาลูกศิษย์ทั้งสองท่านนี้มากราบหลวงพ่อบุญอุ้มที่วัดป่าโนนแพง
    ต่างก็แย่งกันพูดรายงานหลวงพ่อ จนท่านต้องปรามๆให้เล่าทีละคน ด้วยฟังไม่รู้เรื่องกัน
    ....จนท่านเข้าใจ รับรู้ในเหตุการณ์ที่เล่า......
    บารมีหลวงพ่อบุญอุ้มคุ้มครองครับ
    เล่าเรื่องราว ให้เป็นพอสังเขป

    อยู่ที่ท่านจะเสกให้เป็นอะไร
    เกจิท่านอื่นตะกรุดนี้ต้องมีโครงยันต์แบบนี้อักขระแบบนี้ เรียกว่าตะกรุดนี้

    หลวงพ่อไม่เน้นเรื่องยันต์เรื่องอักขระ เน้นกระแสพลังที่ใส่เข้าไปมากกว่าครับ ไม่งั้นท่านคงเสกลูกแก้ว เสกปฐวีธาตุไม่ได้ครับ ไม่ต้องลงยันต์ก็เสกได้ เสกได้ทุกอย่างบนโลกนี้ 555
    Cr.ข้อมูลจากกลุ่มไลน์บุญอุ้ม-แผ่นดิน
    บูชายกชุด 400 บาทจัดส่ง EMS
    IMG20260309221912.jpg IMG20260309221920.jpg IMG20260309221922.jpg IMG_20260309_222151.jpg
     
  2. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา อยุธยา พระปิดตามหาลาภ เสาร์ห้าปี37

    หลวงพ่อเมี้ยนท่านเป็นหนึ่งในพระเกจิอันดับต้นๆของอยุธยาในนี้ อีกทั้งยังนับถือเป็นพระผู้พี่ผู้น้องกันกับหลวงปู่ทิมวัดพระขาวอีกด้วย วัดทั้งสองท่านอยู่ไม่ห่างกันเท่าไร หลวงพ่อเมี้ยนท่านยังเป็นพระหมอเน้นรักษาด้านกระดูกเป็นพิเศษ แต่ด้านอื่นๆท่านรักษาให้เหมือนกัน ใครเคยได้อ่านประวัติข้อมูลลึกๆของท่าน จะรู้ว่าเสาต้นต่างๆบนศาลาที่หลวงพ่อเมี้ยนรักษาคนมีวิญญาณต่างๆสิงสถิตอยู่ วิญญาณเหล่านี้คือผีที่สิงคนที่มารักษา ท่านจะเรียกให้มาอยู่จามเสาในศาลา จะได้แผ่เมตตาให้วิญญาณเหล่านี้ได้ไปจุติเร็วขึ้น

    แต่ละวันจะมีชาวบ้านมาให้หลวงพ่อเมี้ยนรักษาเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อไม่ค่อยได้สร้างพระและวัตถุมงคลเท่าไร จะมาสร้างในยุคหลังๆก่อนที่มรณภาพ ที่สำคัญคือพวกมีดหมอ สร้างเท่าไรไม่เคยพอเสร็จลูกศิษย์แถวนั้นหมด

    องค์นี้เป็นพระปิดตามหาลาภ พิธีเสาร์ห้า ปี37 พิถีพิถันในการสร้างมากทั้งมวลสารและพิธีกรรม เน้นพุทธคุณด้านเมตตาค้าขาย โชคลาภเป็นหลักใหญ่ ทุกองค์มีโค๊ตและหมายเลขกำกับด้านข้างองค์พระ ราคาออกจากวัดไม่ถูกเลยสำหรับพระเนื้อผงเพราะความพิถีพิถันในการจัดสร้างนั้นเอง องค์บูชามาเองจากที่วัดตอนไปกราบหลวงพ่อเมี้ยน
    บูชา 300 บาท จัดส่ง EMS
    IMG20260309222615.jpg IMG20260309222609.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 มีนาคม 2026 at 23:32
  3. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    เหรียญหล่ออุด"บรรลุธรรมเปิดสามแดนโลกธาตุ ปี53 หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรฯ "ทองแดง อุดผงพุทธคุณ เทียนชัย เกศา" บูชา 300 บาทจัดส่ง EMS IMG_20260309_223509.jpg IMG_20260309_223455.jpg IMG_20260309_223441.jpg
     
  4. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    เหรียญหล่อขวานฟ้า ลพ.ทองพูล สิริกาโม วัดสามัคคีอุปถัมป์ จ.บึงกาฬ เนื้อชนวนโลหะโบราณ

    ถือเป็นพระเครื่องที่มีคุณค่าน่าเก็บสะสมเป็นอย่างมาก ผสมชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย พระของหลวงปู่ทุกรุ่นมีประสบการณ์มาก ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย มีคนรู้จักผมไปได้ภรรยาบ้านอยู่ใกล้วัดหลวงปู่ ภรรยาของแกศรัทธาหลวงปู่มาก แต่สามียังไม่มีโอกาศไปกราบหลวงปู่สักครั้งเพราะทำงานต่างที่ ภรรยาได้แต่พูดกรอกหูทุกวันๆด้วยความศรัทธาว่าหลวงปู่ท่านเก่งเป็นที่เคารพสักการะของคนที่นี่ พูดบ่อยเข้าสามีที่ไม่เคยมีโอกาศไปกราบหลวงปู่จึงได้นำพระเครื่องที่ภรรยาเอาให้มาอธิฐานถึงหลวงปู่ว่าอยากมีโอกาศไปกราบหลวงปู่และจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ พอสบโอกาสว่างเว้นจากงานจึงได้เดินทางไปที่วัดพอขึ้นไปกราบหลวงปู่เท่านั้นแหละท่านร้องทักทันทีเลยว่า "ลูกศิษย์กูมาแล้วๆ" ทำเอาแกขนลุกและปลื้มปิติมากที่คำอธิฐานไปถึงหลวงปู่และจากนั้นมาก็ศรัทธาหลวงปู่มากขึ้นไปอีกมีแต่พระเครื่องของหลวงปู่ติดตัวเป็นประจำ
    บูชา 300 บาทจัดส่ง EMS IMG_20260309_224124.jpg IMG_20260309_224110.jpg

     
  5. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี รุ่นเจริญพร 8 รอบ รุ่นนี้หายากจะเห็นแต่เหรียญรูปไข่ซึ่งก็ดูยากมีการเสริมออกมาจึงดูยากเหรียญหล่อสูตรโบราณจัดทำขึ้นในวาระครบรอบ 96 ปี วันที่ 12สิงหาคม 2552 ชื่อรุ่นเจริญพร ตอกโค้ตคมๆ ข้างศอกขวาและโค้ต"ชูรัศมี"ด้านหลัง เป็นผู้จัดสร้าง สร้างน้อย หายาก
    บูชา 300 บาทจัดส่ง EMS IMG20260309224640.jpg IMG20260309224619.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 มีนาคม 2026 at 23:32
  6. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระผงเจ้าสัวอริยทรัพย์ เนื้อผงว่านพุทธคุณปัดทอง ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต วัดแสงแก้วโพธิญาณ พระผงเจ้าสัวอริยทรัพย์
    เนื้อผงว่านพุทธคุณปัดทอง
    ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต
    วัดแสงแก้วโพธิญาณ
    ใส่ตลัพร้อมแหนบบูชา 250 บาทจัดส่ง EMS IMG20260309225841.jpg IMG20260309225850.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 มีนาคม 2026 at 23:33
  7. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    ลูกอมมหาดูดพลัง(ดูดพลังความศักดิ์สิทธิ์เข้ามาในลูกอม) พระอาจารย์บุญอุ้ม วัดป่าโนนแพง จ.นครพนม เป็นเมตตา ค้าขาย ปกป้องคุ้มครอง ห้อยติดตัวตลอด ช่วยปรับธาตุขันธ์ของตนให้สมดุลย์ หากว่าเจ็บป่วยก็ฟื้นไข้ได้เร็วไว
    สร้างในครั้งแรกๆ หลวงพ่อให้ลูกศิษย์ในวัดช่วยกันปั้น ใช้มวลสารมงคลต่างๆ ผงดอกไม้แห้งที่่บูชาพระบดละเอียด ทรายเสก เป็นทรายที่ได้จากขุดบ่อบาดาล ในวัดป่าโนนแพงที่ลึกลงไปในดิน หลวงพ่อบอกว่าทรายมีความบริสุทธิ์สูง ทรายไม่ต้องของสกปรกต่างๆเพราะอยู่ในชั้นใต้ดิน ตอนขุดบ่อบาดาล มีชีประขาวมาบอกหลวงพ่อทางนิมิตว่าให้เก็บทรายนี้ไว้ ต่อไปภายหน้าจะมีเหตุการณ์ให้ต้องใช้ และท่านก็ได้ใช้ทรายเสกนี้ไปวางไว้ตรงจุดสำคัญต่างๆในจังหวัดปัตตานี กับนำมาเป็นมวลสารทำลูกอม
    มวลสารอีกอย่างคือ ผงที่หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้วท่านมาสอนเคล็ดวิธีทำผงยาวาสนาให้หลวงพ่อบุญอุ้มในทางสมาธิ
    หลวงพ่อเขียนอักขระบนแผ่นแก้ว ที่มีขนาดเหมือนกระดานชนวนสมัยก่อน
    เขียนแล้วลบผงนั้น เกลี่ยให้เรียบแล้วเขียนใหม่ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนผงที่ท่านทำเขียนแล้วลบ สามารถทะลุผ่านแผ่นแก้วตกลงในภาชนะที่รองรับผงที่ทำจึงใช้ได้ เอามาเป็นมวลสารทำลูกอม
    นำมวลสารทั้งหมดเอามาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วปั้นให้เป็นลูกกลมๆ
    ตะกรุดดอกเล็กที่ท่านจารอักขระ มาบรรจุไว้ข้างในลูกอม พอแห้งท่านก็เอามาลงอักขระ แล้วอธิษฐานจิต แล้วก็แจกลูกศิษย์ลูกหลานไปใช้..........................
    ยุคแรกลูกอมมหาดูดพลังที่ทำออกมา มีสามสี แดง,เหลือง,ดำ พอท่านลงอักขระเสร็จ พิจารณาดู ลูกอมสีดำ ตัดกันกับตัวอักขระสีทอง ดูเด่นกว่าสวยกว่า สีแดง สีเหลือง ลูกอมที่ทำต่อๆมา ท่านจึงให้ปั้นเป็นสีดำ แจกกัน
    ............................................
    ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า
    เป็นเมตตา ค้าขาย ปกป้องคุ้มครอง อธิษฐานได้
    ลูกอมนี้ หากเราติดตัวไปสถานที่่ใดก็ตาม ถ้าสถานที่นั้นมีพลังล่องลอยอยู่
    ลูกอมจะดูดพลังที่ล่องลอยนั้นไว้ ทำให้ลูกอมลูกนี้ก็มีพลังเพิ่มขึ้นเก่งขึ้น
    หากห้อยกับเครื่องรางหลวงปู่หลวงตาองค์อื่น หากไม่ใช่อาจารย์องค์เดียวกันแล้ว ลูกอมมหาดูดพลัง ก็จะดูดพลังจากเครื่องรางนั้น ให้ตนมีพลังเพิ่มขึ้น
    ห้อยติดตัวตลอด ช่วยปรับธาตุขันธ์ของตนให้สมดุลย์ หากว่าเจ็บป่วยก็ฟื้นไข้ได้เร็ว
    ใช้ดูดพิษสัตว์ประเภท ต่อ แตน ผึ้ง แมลงป่อง แมงมุม ตะขาบ หรือสัตว์มีพิษอื่นๆต่อยเอา
    รักษาได้ชะงัดนักดีกว่ายาหมอแผนปัจจุบันครับ หารอยเขี้ยวให้เจอ ใช้ลูกอมแปะตำแหน่งนั้น
    จะหายภายใน๕ถึง๑๕นาที ผมชอบใช้รักษาคนที่โดนสัตว์มีพิษต่อย แล้วหายมาหลายสิบราย
    ถ้าห้อยติดตัวไว้ถึงถูกต่อยก็ไม่เจ็บ บางท่านแค่รู้สึกคัน ไม่เจ็บปวดทุรนทุราย
    คับขัน ให้กลืน เป็นมหาอุด ศัตรูจะทำอะไรไม่ได้ รอดพ้นวิกฤติ ขับถ่ายออก ล้างทำความสะอาดแล้วใช้ ขลังเหมือนเดิม
    อธิบายไม่หมดครับ ดีจนบอกไม่ครบ
    เป็นลูกอมที่สร้างในยุคแรกๆของหลวงพ่อ เกิดจากการปั้นที่ไม่ได้ผสมสีลงไปในมวลสารครับ ท่านทำแจก ยุคแรกยุคแรกลูกอมมหาดูดพลังที่ทำออกมา มีสามสี แดง,เหลือง,ดำ ตะกรุดหลวงพ่อจารอักขระบรรจุในลูกอม ยุคแรกๆต่อมาผสมสีดำเพียงอย่างเดียว ยุคต่อมาหรือรุ่นต่อมา ปั้นสีดำ ตะกรุดด้านในใช้ตะกรุดดังปราถนา หลวงพ่อให้ตัดให้เป็นชิ้นเล็กบรรจุในลูกอม ยุคต่อมาหรือรุ่นต่อมา หลวงพ่อปั้นสีดำ และให้ใช้เม็ดปฐวีธาตุบรรจุในลูกอม แทนตะกรุด
    อ้างอิงแหล่งที่มา : กลุ่มศิษย์หลวงพ่อบุญอุ้ม อาภัสสโร

    บูชาลูกละ 250 บาทจัดส่ง EMS
    บูชา 2 ลูก 400 บาทจัดส่ง EMS
    บูชา 5 ลูก 800 บาทจัดส่ง EMS
    IMG20260309230201.jpg IMG20260309230234.jpg IMG20260309230239.jpg
     
  8. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระกริ่งปโมทิโต สร้างเป็นที่ระลึกสร้างอุโบสถ ณ.วัดป่าหลวง อ.เมือง ปี 2546
    จ.อุดรธานี หลวงปู่หลอด ปโมทิโต วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนา)กรุงเทพฯ
    สร้างน้อยหายาก บูชา 600 บาทจัดส่ง EMS IMG20260309225409.jpg IMG20260309225424.jpg IMG20260309225433.jpg

    ๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ๏
    วันนี้วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เป็นวันคล้ายวันมรณภาพของหลวงปู่หลอด ปโมทิโต รำลึก ๑๖ ปี อาจาริยบูชาคุณ พระอริยสงฆ์แห่งวัดสิริกมลาวาส(วัดใหม่เสนา) เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง องค์ท่านเคยอยู่ศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บทธรรมที่ท่านจดจำและบันทึกไว้เกี่ยวกับคำสอนของพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่มั่นนั้น น่าศึกษามาก

    “..ชีวิตนี้น้อยนัก แม้จะเชื่อหรือไม่เชื่อ กรรมที่กระทำแล้วไม่ว่า กรรมดีหรือ กรรมชั่ว ย่อมให้ผลแก่จิตผู้กระทำทันที กรรมดีก็จะให้ผลดี กรรมชั่วก็จะให้ผลชั่ว ปัญญายะ ติตตีนัง เสฏฐัง อิ่มด้วยปัญญา ประเสริฐกว่าความอิ่มทั้งหลาย ปัญญายะติตาตัง ปุริสังตัณหานะกุรุเตวะสัง คนอิ่มด้วยปัญญา ตัณหา เอาไว้ในอำนาจไม่ได้..” โอวาทธรรมคำสอนของพระครูปราโมทย์ธรรมธารา(หลวงปู่หลอด ปโมทิโต) วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

    หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ท่านถือกำเนิด ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๘ ณ บ้านขาม ต.หัวนา อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี (ปัจจุบันคือ ต.บ้านขาม อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู)

    ท่านอุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๙ ณ วัดธาตุหันเทาว์ และญัตติเป็นพระธรรมยุติ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๙ ณ วัดทุ่งสว่าง ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย โดยมี พระธรรมเจดีย์(หลวงปู่จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์

    "อาจริยธรรม"
    ...ในปี พ.ศ.๒๔๘๖ หลวงปู่หลอดจำพรรษาอยู่ที่ป่าช้าบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี หลังออกพรรษามีเพื่อนสมณะ ซึ่งเป็นชาวบ้านเชียง ได้มาชวนไปกราบนมัสการท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งท่านเล่าว่า “อาตมาก็คิดหน้าคิดหลังล่ะ ใครทำผิดอะไร ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านทักท้วง และก็กลัวไม่กล้าไป คิดไปคิดมา ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ให้ท่านทักท้วงว่าไม่ดี ไม่ถูกต้องพระธรรมวินัย จะสึกก็สึกไปเลย ดีกว่าจะไปกินข้าวชาวบ้านเขา ไปหาท่านผิดพระวินัยตรงไหนอาบัติหนัก หรืออาบัติเบา จะได้สำรวมระวังแก้ไขต่อไป” ก็เดินจากอุดร สมัยนั้นออกจากวัดบ้านดงเย็น เดินทางมุ่งหน้าไปทางอำเภอสว่างแดนดิน สงครามอินโดจีนกำลังจะหยุด จากอำเภอสว่างแดนดิน ต่อรถยนต์ไปถึงสกลนครเที่ยงคืน ไปพักวัดป่าสุทธาวาสคืนหรือสองคืน พอได้กำลัง แล้วเดินทางต่อไปยังวัดป่าบ้านโคก ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านอยู่บ้านโคก แต่ก่อนก็อยู่วัดป่าสุทธาวาสเหมือนกัน เขานิมนต์ให้ไปจำพรรษาอยู่วัดป่าบ้านโคก (ปัจจุบันคือ วัดป่าวิสุทธิธรรม อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร) พอดีท่านอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ (ซึ่งท่านเป็นชาวบ้านโคก ได้ไปประกาศศาสนาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี) ท่านเป็นผู้รับผิดชอบด้านการจัดเสนาสนะ ที่พักที่วัดป่าบ้านโคก

    พอเกือบสองทุ่ม พระภิกษุสามเณรทุกรูปก็ไปรวมกันที่กุฏิท่านพระอาจารย์มั่น เพื่อรับฟังการอบรมประจำวัน ขณะนั้นอาตมารู้สึกตื่นเต้นระทึกใจมาก เมื่อพระทุกรูปพร้อมกันแล้ว หัวหน้าคณะต่าง ๆ ก็รายงานตัวแทนลูกคณะ ต่อท่านพระอาจารย์มั่น หลังจากนั้นก็ถึงขั้นที่ฟังการอบรมสาระ หรือใจความที่ท่านพระอาจารย์มั่น นำมาแสดงคืนนั้นคือ ช่วงแรก ท่านเล่าประวัติของท่านเองโดยย่อ จากนั้นท่านก็อธิบายพุทธพจน์ที่ว่า... “เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา เตสํ เหตํ ตถาคโต สิ่งทั้งหลายล้วนมีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตก็ตรัสบอกเหตุของสิ่งเหล่านั้นไว้”

    โดยใจความของพระพุทธพจน์ข้อนี้ ก็คือ ถ้าหมายถึง ที่ตัวคนเราแล้ว เหตุทั้งหลายของคนเราก็ล้วนมาจากใจ ใจจึงเป็นมหาเหตุ ถ้าใจดี ใจสูง ใจประเสริฐ การทำ การพูด ก็พลอยดี และประเสริฐไปด้วย ดังนั้นจึงควรดูแลอบรมใจให้ดี เพื่อให้ใจเป็นเหตุแห่งพฤติกรรมที่ดี ถ้าปล่อยปละละเลยจิตใจ ชาตินี้ทั้งชาติก็สิ้นหวัง เอาดีอะไรไม่ได้เลย เพราะใจมีแต่จะไหลไปในทางที่ต่ำ ชีวิตก็มีแต่จะเสียหายเดือดร้อน ผู้ที่ปฏิบัติธรรม หรือผู้ที่รักตนทั้งหลาย ถ้าอยากให้ชีวิตก้าวหน้าแล้ว จงคอยดูแลจิตใจของตนให้ดี

    หลังจากประชุมเสร็จ หลวงปู่หลอดก็ได้เข้าไปกราบนมัสการท่านพระอาจารย์มั่น พร้อมกับได้กราบเรียนท่านถึงจุดประสงค์ที่มา ซึ่งท่านก็ได้สอบถามข่าวคราวว่า “เป็นอย่างไรบ้าง การออกไปวิเวก จิตใจเป็นอย่างไรบ้างดีไหม? มีอุปสรรคอะไรไหม? เป็นพระก็มีความลำบาก อย่างนี้ พระพุทธองค์ท่านยิ่งลำบากกว่าหลายเท่า”

    "ข้อวัตรปฏิบัติของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร"

    ...หลวงปู่หลอด ได้ทบทวนถึงข้อวัตรปฏิบัติ ในยุคที่ได้เข้าไปรับการอบรมกับท่าน พระอาจารย์มั่น ที่วัดป่าบ้านโคก ว่า “ท่านพระอาจารย์มั่น อบรมพระภิกษุสามเณร ประมาณสองทุ่ม จนถึงเที่ยงคืนทุกวัน วันไหนอาพาธ ท่านก็เว้นไป ข้อวัตรของท่าน คือ ถือธุดงควัตรฉันหนเดียว ฉันในบาตรตลอด บิณฑบาตไม่ขาด นอกจากอาพาธไปไม่ได้ จากนั้นล้างบาตรเสร็จ ไปถึงกุฏิก็เที่ยงวัน ท่านก็ไปพักผ่อนบ่ายสามโมงก็ออกมา บ่ายห้าโมงสรงน้ำ สองทุ่ม ขึ้นไปฟังเทศน์อบรมพระเณร มีหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ (ในปีนั้นท่านจำพรรษาอยู่วัดป่าบ้านนามน แต่มาฟังเทศน์ท่านพระอาจารย์มั่นทุกคืน)

    หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ ปฏิบัติท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งหลวงปู่กงมา เป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้กับภิกษุสามเณรที่ไปหา และเป็นผู้ดูแลจัดวาระ พระองค์ไหนควรปฏิบัติท่านพระอาจารย์ตอนเช้า บ่าย เย็น ท่านจัดวาระ บางทีท่านไม่สบายก็นวด ส่วนอาตมานั้นท่าน พระอาจารย์มั่นบอกว่า อาตมานี้ รูปธรรม นามธรรม คือไปนวดท่าน ท่านไม่สบายบอกว่า มืออาตมาร้อนเกินไป ให้องค์อื่นมานวด ให้ไปทำความสะอาดทางอื่น ทางด้านนอก ปัดกวาด เช็ดถู ทำความสะอาดศาลาเพื่อนำบาตรมาวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย ปฏิบัติอยู่อย่างนั้นในช่วงที่ท่านพระอาจารย์มั่นมาพักอยู่วัดป่าบ้านโคก ในปี พ.ศ.๒๔๘๗ นั้น เท่าที่อาตมาจำได้ มีพระเณรที่พักอยู่ร่วมจำพรรษาด้วยกันคือ พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ, พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน พระอาจารย์เนตร กนฺตสีโล, พระอาจารย์วิริยังค์ สิรินฺธโร, พระอาจารย์ทองคำ ญาโณภาโส, พระอาจารย์มนู, พระอาจารย์คำดี (น้องชายหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) พระอาจารย์บุญมา, เณรดี, เณรได

    ระหว่างพรรษานี้ หลวงปู่หลอดเล่าว่า “อาตมาเกิดเป็นไข้มาลาเรียกำเริบ ท่านพระอาจารย์มั่นไม่ให้ฉันยา ท่านให้ภาวนารักษาตัว ท่านเทศน์ว่า “อย่าไปยึดติด” ที่สุดอาตมาก็หายได้ด้วยกำลังของการภาวนา”ส่วนญาติโยมชาวบ้านโคกนั้น หลวงปู่หลอดกล่าวว่า “ในวันพระก็มีญาติโยมเข้าไปวัด แต่ท่านพระอาจารย์มั่นไม่ค่อยเทศน์ ถึงแม้จะเทศน์ชาวบ้านก็ไม่รู้ นอกจากให้ระลึก “พุทโธ” ท่านย้ำแต่พระ สอนแต่พระ โยมเอาไว้ก่อน เพราะพระนี้เป็นหลักของพระพุทธศาสนา ท่านสอน จริงๆ จังๆ เล่ยล่ะ”

    "โอวาทธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร"
    ...หลวงปู่หลอด ได้เล่าถึงการได้รับฟังโอวาทธรรม จากท่านพระอาจารย์มั่น ว่า “อาตมาเข้าไปกราบนมัสการท่านพระอาจารย์มั่น ในปี พ.๒๔๘๗ นั้น แต่ก่อนยังฟังเทศน์ไม่รู้เรื่อง อายตนะยังไม่รู้ ราคะ โทสะ โมหะ ยังไม่รู้เรื่องเลย มืดแปดด้าน การศึกษาน้อย ต้องศึกษาก่อน ภาวนาก็ยังไม่เป็น บวชมาตั้ง ๘ ปีแล้ว มันก็จริงนะสิ แต่อาศัยความอดทน ยังไม่รู้อายตนะ อายตนะ แปลว่า เครื่องต่อ ตาเห็นรูปมันก็ต่อแล้ว ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ภายใน ๖ ภายนอก ๖ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ กายคู่กับสัมผัส ใจคู่กับอารมณ์ อารมณ์อะไรก็ดี ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งในตอนที่อาตมาไปอยู่กับท่านพระอาจารย์มั่นนั้น ยังพิจารณาธรรมได้ไม่แตกฉาน เพิ่งเรียนรู้ และเริ่มเข้าใจในเรื่องธรรมะ และความสงบ

    ท่านสอนอยู่ ๓ เรื่อง หลักๆ คือ เรื่อง อายตนะ การพิจารณากาย และ อานาปานสติ ท่านให้พิจารณาอานาปานสติกัมมัฏฐานเป็นหลักใหญ่ เพราะพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้อานาปานสติ เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค หนทางนี้หนทางเดียวคือ ทางกายนี้ เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ ก็วนไปวนมา สับไปสับมาอยู่ในนี้ตลอด เพราะเป็นของเก่า ตาก็ของเก่า หูก็ของเก่า จมูกก็ของเก่า ลิ้นก็ของเก่า กายก็ของเก่า ใจก็ของเก่า ดูไปดูมา ฟังไปฟังมาทุกวัน ตั้งแต่มีรูปเกิดมา ใช้หกอย่างตลอดเลย

    ท่านเทศน์ ย้ำหนักเลย เกี่ยวกับอายตนะ ในหนังสือว่า ไม้ชะงก หกพันง่า กะปอมก่า ขึ้นมื้อละฮ้อย ก็อายตนะ ๖ กะปอมถ้ามันออกทุกมื้อ ๆ กะปอมนั้นคือ ของปลอม รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ของปลอม

    นอกจากนั้น ท่านสอนให้พิจารณากายให้มาก เวลามีปัญหาท่านก็อธิบาย พิจารณากาย ทำให้มากๆ ตั้งสติให้มากๆ เดี๋ยวมันรู้เอง ท่านว่าอย่างนั้น เกสา – ผม โลมา-ขน นะขา-เล็บ ทันตา-ฟัน ตะโจ-หนัง จะทำลายกิเลสตัณหา ก็เพราะพิจารณา ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ไม่ใช่ธรรมดานะ มันไม่ยอมให้พิจารณาหรอก ไอ้กิเลสมันไม่ยอม พอพิจารณากายมันผลักออกเลยไปเรื่องอื่นโน้น สติมันก็ขาดสิ ปรุงไปแต่เรื่องนั้นเรื่องนี้ พิจารณากายมันไม่ยอม ตั้งใจพิจารณากาย ความตั้งใจสู้มันไม่ได้ สู้กิเลสไม่ได้ มันเก่งกว่า เกสา-ผม โลมา-ขน นะขา-เล็บ ทันตา-ฟัน ตะโจ-หนัง ดึงลมหายใจเข้า-ออกพุทโธ กิเลสมันเล่นงานก่อนแล้ว หาเรื่องมาแล้วอารมณ์เก่าๆ น่ะ พวกเราต้องศึกษาทุกอย่าง ต้องศึกษาไม่ศึกษาไม่รู้ นี้เป็นหลักความจริง อย่างอายตนะ ถ้าไม่มีใครสอนก็ไม่รู้ อายตนะ คืออะไร อย่างศีล ๕ ขา ๒ แขน ๒ หัว ๑ ก็ ๕ แล้วจากท้องแม่เลย จะเป็นศีลต้องเว้นวิรัติเจตนาเป็นเครื่องเว้นเหมือน ๆ กับอายตนะ ๖ ในโลกเหมือนกันหมด ราคะ โทสะ ก็เหมือนกัน ฝรั่งมังค่าก็เหมือนกัน อวิชชาเป็นคนตบแต่งให้ ท่านพระอาจารย์มั่นสอนเรื่องธรรมะให้ภาวนาลูกเดียว เดินจงกรม ถูกนิสัย อะไรก็เอา ถูกพุทโธก็เอา ถูกลมหายใจก็เอา แต่อย่าให้ขาดสติ ขาดสติไม่ได้

    หลวงปู่หลอดเล่าว่า ในครั้งที่ไปพบท่านพระอาจารย์มั่นนั้น ท่านได้รับอุบายธรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ทำให้สติปัญญาสว่างไสวขึ้นมาก “อาตมาไม่ได้กราบเรียนถามท่านพระอาจารย์มั่นมากนัก จะถามนิพพานเราก็ไม่ถึงอีก ท่านพูดมาก็ไม่รู้เรื่องอีก” ท่านบอกว่า “ปฏิบัติให้มากก็แล้วกัน จิตยังไม่สงบ ความสงบเรายังไม่มี พิจารณาอสุภะยังไม่เป็น” ท่านพระอาจารย์มั่นท่านเทศน์ทุกคืน เกี่ยวกับกัมมัฏฐาน ๕ ว่า “อสุภะเป็นศัตรูกับราคะ” บางองค์มีนิสัยเร็ว ภาวนาได้ง่าย บางองค์ก็เล่าถวายท่านพระอาจารย์มั่นฟัง เกิดแสงอย่างนั้น เกิดแสงอย่างนี้ อาตมาไม่เป็น ท่านพระอาจารย์มั่นถามอาตมา “เป็นไหม? ท่านหลอด” หลวงปู่หลอดกราบเรียนถวาย “ยังไม่มีอะไรเลยขอรับ แจ้งก็ไม่แจ้ง สว่างก็ไม่สว่าง เย็นก็ไม่เย็น ร้อนก็ไม่ร้อน” ท่านพระอาจารย์มั่นบอกว่า “กัมมัฏฐานหัวตอ”

    ท่านพระอาจารย์มั่น เทศนาต่อไปว่า พระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์ของพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ที่เสด็จปรินิพพานผ่านไปแล้ว จนประมาณกาลไม่ได้ก็ดี หรือประมาณกาลได้ก็ดี พระองค์กับสาวกท่านที่เสด็จผ่านไปไม่กี่พันปีก็ดี ล้วนอุบัติขึ้น เป็นพระพุทธเจ้า และเป็นพระอรหันต์ จากกัมมัฏฐานทั้งหลาย มีกัมมัฏฐาน ๕ เป็นต้น ไม่มีแม้พระองค์เดียวที่ผ่านการตรัสรู้ธรรม โดยมิได้ผ่านกัมมัฏฐานเลย ต้องมีกัมมัฏฐานเป็นเครื่องซักฟอก เป็นเครื่องถ่ายถอนความคิด ความเห็น ความเป็นต่างๆ อันเป็นพื้นเพของจิต ที่มีเชื้อวัฏฏะจมอยู่ภายในให้กระจายหายสูญไปโดยสิ้นเชิง ฉะนั้นกัมมัฏฐานจึงเป็นธรรมพิเศษในวงพระศาสนาตลอดมา และตลอดไป ท่านที่สมัครใจเป็นพระธุดงคกัมมัฏฐาน จำต้องเป็นผู้มีความอดทนต่อสิ่งขัดขวางต้านทานต่างๆ ที่เคย ฝังกาย ฝังใจจนเป็นนิสัยมานาน

    ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านอบรมสั่งสอนพระภิกษุสามเณรอยู่เสมอถึงเรื่องกัมมัฏฐาน ๕ และธุดงค์ ๑๓ เพราะท่านถือว่ามีความสำคัญมาก จะเรียกว่าเป็นเส้นชีวิตของพระธุดงคกัมมัฏฐานก็ได้ ใครที่เข้าไปรับการฝึกฝนอบรมกับท่าน ท่านจะต้องสอน “กัมมัฏฐาน” และ “ธุดงควัตร” เสมอ ถ้าเป็นหน้าแล้งท่านมักจะสอนให้ไปอยู่ตามรุกขมูลร่มไม้เสมอ “ผู้ปฏิบัติต้องเป็นคน กล้าหาญ อดทนคือ ทนต่อแดด ต่อฝน ทนต่อความหิวโหย ทนต่อความทุกข์ทรมานต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งทางกาย วาจา ใจ” ท่านพระอาจารย์มั่นกล่าวอบรมเป็นประจำทุกวัน จนถึงเที่ยงคืนจึงเลิก

    หลวงปู่หลอดจำพรรษาร่วมกับท่านพระอาจารย์มั่น ที่วัดป่าบ้านโคก ตลอดพรรษา ปีพ.ศ๒๔๘๗ หลังออกพรรษาแล้วได้กราบลาท่านพระอาจารย์มั่น ออกเดินธุดงค์วิเวกบนเทือกเขาภูพาน พร้อมกับหลวงปู่บัวพา ปญฺญาภาโส เพราะธรรมเนียมปฏิบัติกัมมัฏฐาน กับท่านพระอาจารย์มั่นนั้น หลังจากอยู่อบรมธรรมกับองค์ท่านแล้ว ก็ต้องปลีกวิเวกออกธุดงค์เพื่อฝึกฝนตนเองในป่าในเขา ซึ่งท่านพระอาจารย์มั่นได้กล่าวอบรมก่อนไปว่า “ไม่เคยมีใครบรรลุธรรม ด้วยการอยู่ไป กินไป นอนไปตามใจชอบ โดยไม่มีการฝึกจิตทรมานใจ” ใครจะไปวิเวกก็ไปได้ ให้พระองค์อื่นได้เข้ามา ออกพรรษาแล้วพระจะมามากมายเหลือเกิน พระรุ่นเก่าเอาไว้ ๓ องค์ก็พอ”
    ท่านพระอาจารย์ได้อยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น และได้รับธรรมคำสั่งสอนของหลวงปู่มั่น ชนิดที่เรียกว่าเป็นธรรมอันล้ำค่าทีเดียว เมื่อออกจากสำนักของหลวงปู่มั่นแล้ว ท่านพระอาจารย์หลอด ก็ได้ออกธุดงค์แสวงหาโมกขธรรมทั้งทางภาคอีสานและภาคเหนือ ได้พบครูบาอาจารย์เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ,ท่านพ่อลี ธัมมธโร ,หลวงปู่สิม พุทธาจาโร ,หลวงปู่แว่น ธนปาโล และเพื่อนสหธรรมิกที่เป็นศิษย์ในสายหลวงปู่มั่น มากมาย

    "จำพรรษาวัดธรรมมงคลและสร้างวัดสิริกมลาวาส(วัดใหม่เสนานิคม)"
    ...ในช่วงกลางปี พ.ศ.๒๕๐๙ หลวงปู่หลอด ท่านตัดสินใจจะเข้าอยู่กรุงเทพฯ โดยการชักชวนของเพื่อนพรหมจรรย์ ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมยากกันมา ในที่สุดหลวงปู่ก็ตัดสินใจเข้าอยู่จำพรรษาที่วัดธรรมมงคล พระโขนง กรุงเทพฯ กับเจ้าคุณวิริยังค์ ซึ่งในอดีต หลวงปู่เคยอยู่ด้วยที่วัดป่าบ้านโคกนามน ตำบลตองโขบ จังหวัดสกลนคร โดยขณะนั้นพระอาจารย์ใหญ่ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เป็นประธานสงฆ์ ส่วนเจ้าอาวาสคือพระอาจารย์กงมา ส่วนวัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ เพิ่งสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖ หลวงปู่ได้จำพรรษาที่วัดนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๙ หลวงปู่อยู่ที่วัดธรรมมงคลเพียง ๓ ปี พอปี พ.ศ.๒๕๑๒ ได้มีผู้ใจบุญถวายที่ดินจำนวน ๖ ไร่ กับอีก ๓๓ วา แก่พระเทพเจติยาจารย์ (ท่านเจ้าคุณวิริยังค์ สิรินฺธโร) หลวงพ่อวิริยังค์จึงให้หลวงปู่มาช่วยสร้างวัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนา) ในที่ดังกล่าว และขอร้องให้มาอยู่ เดิมทีนั้นหลวงปู่ได้มาสร้างวัดสิริกมลาวาส ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาส ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๗ ท่านก็ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระครูสามัญที่ “พระครูปราโมทย์ ธรรมธาดา” พร้อมกันนั้นท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสิริกมลาวาส โดยถูกต้อง

    ต่อมาในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๕ ท่านก็ได้รับการพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรพัดยศในทินนามเดิม คือ พระครูปราโมทย์ธรรมธาดา ถึงแม้ว่าหลวงปู่ท่านจะไม่ค่อยถนัดในงานด้านคันถธุระมากนัก แต่ท่านก็ได้เพียรพยายามปฏิบัติหน้าที่ตลอดมาจนเป็นที่ยอมรับของพระภิกษุสามเณรและฆราวาสทั่วไป ส่วนทางด้านวิปัสสนาธุระนั้น ท่านก็มิได้ทิ้ง คงส่งเสริมให้มีการปฏิบัติกรรมฐานทุกวันในช่วงเวลาค่ำ หลังจากที่ได้สวดมนต์ทำวัตรเย็นกันเสร็จแล้ว โดยจะเริ่มในเวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. เรื่อยไปจนถึงเวลา ๒๑.๐๐ น. โดยที่หลวงปู่ท่านจะเป็นผู้นำพาญาติโยมปฏิบัติธรรมทุกวัน เว้นแต่เหตุจำเป็นและอาพาธ ซึ่งเป็นความเมตตาอย่างหาประมาณมิได้โดยแท้

    หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร สิริอายุ ๙๓ ปี ๗ เดือน พรรษา ๗๒

    กราบ กราบ กราบ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 มีนาคม 2026 at 23:52
  9. นพ_กำแพงแสน

    นพ_กำแพงแสน เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    16,406
    ค่าพลัง:
    +10,046
    พระกริ่ง รุ่น99 ดีเลิศ หลวงปู่พระมหาโส กัสสโป วัดป่าคำแคนเหนือ จ.ขอนแก่น 2557 เนื้อชนวน สวย จัดสร้างเพียง 1,000 องค์ บูชา 700 บาทจัดส่ง EMS IMG20260309225515.jpg IMG20260309225528.jpg IMG20260309225542.jpg

    บูชาพระกริ่งหลวงปู่หลอด หลวงปู่มหาโส สององค์ 1200 บาท จัดส่งEMS
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มีนาคม 2026 at 04:58

แชร์หน้านี้

Loading...