เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 8 มีนาคม 2026 at 16:51.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,991
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,047
    ค่าพลัง:
    +26,875
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,991
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,047
    ค่าพลัง:
    +26,875
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ หลายท่านที่จองแผ่นยันต์เกราะเพชรทันก็น่าจะนอนตายตาหลับแล้ว ส่วนที่เหลือให้เพียรพยายามหาทางกันเองก็แล้วกัน..!

    จากที่ตั้งใจว่าจะแบ่งมาให้แค่ ๑๐,๐๐๐ แผ่นเท่านั้น มาดูอีกครั้งหลังงานภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบ
    ปรากฏว่าไปเกือบ ๒๐,๐๐๐ แผ่นแล้ว จึงตัดใจว่างานอื่นไม่ต้องใช้ ถ้าหากว่าต้องการใช้เงินในส่วนอื่นจะหาใหม่ ให้ญาติโยมทั้งหลายได้จับจองกันได้เต็มที่ ไม่เช่นนั้นแล้วท่านที่ช้าก็ดี หรือว่าท่านที่ไม่เคยดูกฎเกณฑ์กติกาของทางเว็บไซต์วัดท่าขนุนก็ตาม อาจจะไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ จึงบอก "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) ว่า "ปล่อยไหลไปแค่หมด" ซึ่งคาดว่าถ้าท่านทั้งหลายตั้งใจจองก็น่าจะหมดจริง ๆ..!

    แล้ว
    วัตถุมงคลวัดท่าขนุนนั้น ถ้าไม่ใช่เนื้อทองคำที่ช่างทำแบบเกินเอาไว้ให้ ก็ไม่เคยสร้างเพิ่ม หรือที่เรียกว่า "เสริม" เสียด้วย ที่เคยทำเพิ่มนั้นก็เพราะว่าช่างทำหุ่นเอาไว้เกิน แล้วกระผม/อาตมภาพเก็บเอาไว้ จึงได้ให้ช่างจัดการหล่อเพิ่มขึ้นมา ซึ่งก็ได้แค่ ๒ องค์ ๓ องค์เท่านั้น..!

    เนื่องเพราะว่าทางวัดท่าขนุนของเรา เมื่อสร้างวัตถุมงคลเสร็จ ก็จะนำแม่พิมพ์บรรจุไว้ในพระชำระหนี้สงฆ์ที่กำลังหล่อ พูดง่าย ๆ ก็คือโดนเทคอนกรีตทับแม่พิมพ์ไปเลย ใครต้องการจะหาแม่พิมพ์ออกมาทำใหม่ก็คงต้องเสียเวลาสกัดพระทั้งองค์ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าแม่พิมพ์แต่ละรุ่นนั้นอยู่กับองค์ไหนบ้าง ฝากไว้วัดโน้นวัดนี้ที่เขากำลังหล่อพระ ส่วนใหญ่แล้วเจ้าอาวาสท่านก็ใจดี หรือไม่ก็เกรงใจหลวงพ่อวัดท่าขนุน จึงรับแม่พิมพ์ไปบรรจุไว้ให้ทุกครั้งไป..!

    ส่วนท่านที่ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก หรือว่ากำลังสมัครสมาชิก เนื่องจากว่าเว็บไซต์วัดท่าขนุนของเราในปัจจุบัน เหลือเจ้าหน้าที่คือ "ไอ้ตัวเล็ก" คนเดียว และงานของคุณเธอก็ยิ่งใหญ่มาก คือส่งสินค้าไปทั่วโลก กว่าจะมีเวลามาทำให้ก็มักจะดึก ๆ ดื่น ๆ บางทีก็หมดสภาพสลบไสลไปเสียก่อน การสมัครสมาชิกของพวกเราจึงกลายเป็นเรื่องท้าย ๆ ที่เขาจะนึกถึง ดังนั้น..ถ้าหากว่าสมัครไปแล้วไม่ได้รับการอนุมัติก็โปรดรอด้วย

    ส่วนอีกหลายท่านที่สมัครเข้าไปโดยไม่ดูกฎเกณฑ์กติกา หรือว่าอ่านกติกาแล้วไม่เข้าใจ อย่างเช่นว่าการตั้งชื่อใช้งานในเว็บไซต์นั้น สมควรที่จะตั้งเป็นภาษาไทย หรือบาลีสันสกฤต ที่มีคำแปลได้ตามพจนานุกรมเท่านั้น กรุณาอย่าเชื่อบรรดาหมอดูที่ตั้งชื่อให้ท่านทั้งหลายมา ซึ่งทุกชื่อของเราสามารถแปลได้ทั้งสิ้น แต่ขอโทษเถอะ..เด็กนักเรียนบาลีเก่าอย่างกระผม/อาตมภาพอ่านแล้วแปลไม่ออก ไม่ทราบเหมือนกันว่า "แม่งง" ไปสรรหาหาคำแปลมาจากไหน ถ้ากล่าวคำหยาบก็ต้องขออภัย เพราะถือว่าถ้าฟ้อง สคบ.ได้ น่าจะโดนไปแล้ว ในฐานะที่หลอกลวงผู้บริโภคชัด ๆ..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,991
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,047
    ค่าพลัง:
    +26,875
    ในเรื่องของชื่อเสียงเรียงนามนั้นอย่าได้ใส่ใจเลย เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพเองชื่อ "เล็ก" มาตั้งแต่ต้น ใช้มาจนจะ ๗๐ ปีแล้ว ไปไหนก็ไม่เห็นจะเล็กได้สักที มีแต่คนจับไปนั่งข้างหน้า อุตส่าห์หลบไปนั่งข้างหลัง เขาก็ยังนิมนต์ไปนั่งข้างหน้าอยู่ดี จึงเป็นเรื่องที่กระผม/อาตมภาพพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ถ้าหากว่าชีวิตของท่านไม่สะดวก ได้รับความขัดข้องประการใด ๆ ก็ตาม กรุณาเปลี่ยนความประพฤติ อย่าไปเปลี่ยนชื่อให้เสียเวลาเลย

    การเปลี่ยนความประพฤติของเรานั้น ก็คือเปลี่ยนการกระทำ ไม่ใช่เปลี่ยนชื่อแล้วทุกอย่างจะดี การที่บางคนเปลี่ยนชื่อแล้วดีนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าในส่วนของกุศลกรรมเข้ามาสนองพอดี จึงทำให้หลายต่อหลายท่านเข้าใจผิด คิดว่าดีเพราะเปลี่ยนชื่อ กลายเป็นแฟชั่นตาม ๆ กันไปอยู่เรื่อยด้วยความมักง่าย จึงทำให้เราท่านทั้งหลายพลอยหลงทางไปด้วย ถ้าท่านทั้งหลายเปลี่ยนความประพฤติ มากระทำใน ทาน ศีล ภาวนา ให้สม่ำเสมอทุกวัน อีกไม่นานสิ่งดี ๆ ทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นในชีวิตของท่านเอง

    สำหรับวันนี้ กระผม/อาตมภาพทำหน้าที่ในการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย นำคณะญาติโยมภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบ ที่วัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี การบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัยนั้น สิ่งที่สำคัญก็คือขออนุญาตย้ายอัฐิหลวงพ่อศรี - พระครูนนทมงคลวิศิษฐ์, ดร. (ศรี โอภาโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดอุทยาน ไปไว้ในกุฏิเดิมของท่าน

    ที่พวกเราทั้งหลายร่วมบุญในงานภาวนาพระคาถาเงินล้านมากับกระผม/อาตมภาพครั้งก่อน ๆ แล้วก็ได้มอบให้ทางพระครูวิโรจน์กาญจนเขต, รศ.ดร. เจ้าคณะตำบลบางขนุน เจ้าอาวาสวัดอุทยาน ได้นำไปบูรณปฏิสังขรณ์ ตอนนี้กุฏิของท่านทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งใจจะจัดเป็นพิพิธภัณฑ์อดีตเจ้าอาวาส จึงต้องอัญเชิญอัฐิของท่านไปตั้งไว้ที่นั่นแทนที่ศาลาเดิม

    ส่วนปัจจัยที่ญาติโยมทั้งหลายร่วมกันถวายมาในวันนี้จำนวน ๑๐๒,๓๑๐ บาท ก็ได้ร่วมบุญสร้างฐานถวายหลวงพ่อนาคปรก ที่บริเวณหน้าอุโบสถวัดอุทยานแห่งนี้เอง เนื่องเพราะว่าทางพระครูวิโรจน์กาญจนเขต, รศ.ดร. นั้น ได้ทำการหล่อพระนาคปรกมา สวยงามมาก ในเมื่อจะตั้งที่หน้าอุโบสถ จึงจำเป็นที่ต้องมีฐานชุกชี ไว้ประดิษฐานให้งดงามสมพระเกียรติยศ

    กระผม/อาตมภาพเองนั้น รับปัจจัยไทยธรรมมาจากญาติโยมทั้งหลาย ในงานภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบทุกครั้ง ก็ไม่เคยเอาไว้เป็นการส่วนตัว หากแต่ถวายให้ท่านเจ้าอาวาสไป เพื่อใช้ในงานที่เป็นสาธารณประโยชน์ของวัดในด้านต่าง ๆ กัน อย่างน้อย ๆ ก็จะได้เป็นวิหารทาน ซึ่งถือว่าเป็นทานที่มีอานิสงส์สูงสุดในพระพุทธศาสนาสำหรับทุกท่าน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,991
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,047
    ค่าพลัง:
    +26,875
    โดยเฉพาะการทำฐานเพื่อประดิษฐานองค์พระนั้น ถือว่าเป็นการส่งเสริมองค์พระให้โดดเด่น สง่างามสมพระเกียรติยศ สิ่งที่จะเป็นอานิสงส์ต่อท่านทั้งหลายก็คือ ต่อไปไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมี "แสง" ลงโดยอัตโนมัติ นี่เป็นภาษาวัยรุ่นสมัยนี้

    รุ่นของกระผม/อาตมภาพก็คือ จะได้รับเกียรติยศชื่อเสียง ซึ่งมีแต่ผู้คนเขายอมรับและมอบให้ด้วยความยินดี ในส่วนของการสร้างบุญสร้างกุศลทั้งหลายเหล่านี้ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องเพราะว่า
    บุญทั้งหลายนั้นส่งผลแต่ในด้านดีด้านเดียวเท่านั้น ตราบใดที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ตราบนั้นการสร้างบุญจึงเป็นเรื่องที่ยังจำเป็นมาก

    สำหรับญาติโยมทั้งหลายที่ร่วมบุญแล้ว อยากจะสนทนากับกระผม/อาตมภาพนั้น ก็ต้องขออภัย เนื่องเพราะว่า
    ในงานที่คนมาก อยู่ในระดับหลายร้อยหรือนับพันคนนั้น ถ้าหากว่าท่านหยุดเสียคนเดียว ก็ทำให้ด้านหลังติดขัดไปหมด บางท่านอาจจะไม่รู้ตัวว่าเรากำลังขวางทางบุญของคนอื่นเขา ซึ่งโทษตรงนี้จะทำให้เกิดอุปสรรคติดขัดต่าง ๆ ในชีวิตของเราภายภาคหน้า ดังนั้น..บางท่านที่ไม่รู้ตัว กระผม/อาตมภาพก็ต้องดุไปแรง ๆ..!

    หลายท่านก็ได้รับการอบรมมาดีจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เจอพระก็คุกเข่าทันที ซึ่งเรื่องพวกนี้นั้น..กรุณาเถอะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังตรัสว่า
    "ฝูงวัวข้ามน้ำต้องมองจ่าฝูง ถ้าจ่าฝูงนำตรงเราต้องตามไปตรง ถ้าจ่าฝูงนำคด เราต้องตามไปคด" เพราะจ่าฝูงย่อมรู้ดีว่าหนทางไหนที่ปลอดภัย

    ส่วนท่านทั้งหลายเห็นว่าทุกคนเดินทำบุญ แต่เรามาถึงคุกเข่าลงไป ถ้าข้างหลังเขาเบรกไม่ทัน ชนท่านเข้า ตัวเขาเองอาจจะหกล้มหกลุก ทับเราจนกระทั่งบาดเจ็บไปก็ได้
    โดยเฉพาะเราไปหยุด ก็กลายเป็นไปขวางกระแสบุญคนอื่นที่กำลังหลั่งไหลอยู่ ถึงเวลาคุณงามความดีใดจะมาถึงตัวเรา อาจจะเป็นเหตุให้ต้องสะดุดหยุดยั้งลง ได้รับช้ากว่าคนอื่นบ้าง ไม่ได้รับเหมือนกับคนอื่นเขา..!

    บางท่านที่ไม่เข้าใจยถากัมมุตาญาณตรงนี้ ก็อาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ว่ากรรมทั้งหลายในพระพุทธศาสนาเรานั้น องค์สมเด็จพระภควันต์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้อธิบายขยายความเอาไว้ชัดเจน แม้แต่ "กตัตตาวาปนกรรม" ซึ่งเป็นกรรมเล็กน้อยที่ทำโดยไม่ตั้งใจ ถึงเวลาก็ยังส่งผลให้เดือดร้อนภายหลังได้
    แม้ว่าจะส่งผลช้าเท่าไร ตราบใดที่เรายังไม่เข้าสู่พระนิพพาน ก็ยังส่งผลต่อเราอยู่ดี..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,991
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,047
    ค่าพลัง:
    +26,875
    เหมือนสมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ปลงอายุสังขารแล้ว เสด็จจากปาวาลเจดีย์ เพื่อไปปรินิพพานที่กุสินารา ระหว่างทางเมื่อข้ามน้ำแล้ว ทรงกระหายน้ำจัด ได้สั่งพระอานนท์ให้ไปตักน้ำมา พระอานนท์แจ้งว่าเกวียน ๕๐๐ เล่มเพิ่งจะลุยข้ามแม่น้ำไป ตอนนี้น้ำขุ่นมาก ไม่สามารถที่จะกรองมาถวายได้

    องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า "ไปเถอะอานนท์ น้ำนั้นมีอยู่" พระอานนท์เถระเมื่อเดินย้อนกลับไปก็เหลือเชื่อ เนื่องเพราะว่าแม่น้ำที่เกวียน ๕๐๐ เล่มลุยข้ามไปนั้น บัดนี้ใสสะอาด เหมือนอย่างกับไม่เคยมีอะไรแผ้วพาน จึงทำการกรองน้ำถวายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    เมื่อนำมาถวายและพระองค์ท่านเสวยแล้ว ก็ตรัสบุรพกรรมให้รู้ว่า ชาติหนึ่งพระองค์ท่านเป็นลูกชาวนา หลังจากที่ไถนาเหนื่อยยากมาทั้งวัน พ่อก็ปลดวัวออกจากไถ ให้นำไปกินน้ำ พระองค์ท่านนำไปถึงเห็นว่า บ่อน้ำที่วัวกำลังตรงเข้าไปกินนั้นเป็นน้ำขุ่น ในเมื่อเหนื่อยมาทั้งวัน อยากให้วัวได้กินน้ำใส จึงดึงวัวไปยังอีกบ่อหนึ่งซึ่งเป็นน้ำใส

    การกระทำที่หวังดีและไม่เจตนาจะก่อกรรมใด ๆ เลย เพียงแต่ว่าทำให้วัวได้ดื่มน้ำช้าไปนิดเดียวเท่านั้น ยังอุตส่าห์มาตามทันในวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพที่พระองค์ใกล้จะปรินิพพาน

    ดังนั้น..ในเรื่องของบุญ จงอย่าประมาทว่าเล็กน้อยแล้วไม่ทำ ในเรื่องของกรรม จงอย่าประมาทว่าเล็กน้อยแล้วไปทำ เพราะว่าบุญหรือกรรมนั้น ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม ย่อมมีความเที่ยงแท้ คือต้องส่งผลแก่เราทั้งหลายอย่างแน่นอน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...